ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย 7Leaders เกมรักปิดฉากนายคาสโนว่า เล่มที่ 3 ของซีรี่ย์

7Leaders เกมรักปิดฉากนายคาสโนว่า เล่มที่ 3 ของซีรี่ย์

ชีวิตโสดที่แสนอิสระของเพลย์บอยหนุ่มต้องสั่นคลอนเมื่อเขาได้พบกับ ‘มิริน’ สาวสวยผู้เย็นชาและแข็งกร้าว แม้เธอจะมีคนในใจอยู่แล้ว แต่เขากลับยิ่งอยากเอาชนะใจราชินีน้ำแข็งคนนี้ให้ได้ เขาจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมท้าทายจนเธอตอบตกลงเข้าสู่ ‘เกมจีบ’ ที่บีบให้เธอต้องยอมมาเป็นแฟนของเขา ท่ามกลางความใกล้ชิดที่เริ่มลึกซึ้งเกินกว่าแค่เกมเดิมพัน เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนความหลงใหลให้กลายเป็นการครอบครองทั้งตัวและหัวใจของเธอเพียงผู้เดียว แม้ว่าในใจของมิรินจะยังมีเงาของชายคนอื่นอยู่ก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 3

มหาวิทยาลัย BBK

เสียงทุ้มต่ำของเครื่องยนต์จากเฟอร์รารี่รุ่นเอสเอฟไนน์ตี้สตาร์เดลสีแดงแกมดำ รถสปอร์ตหรูคู่ใจถูกขับเข้ามาจอดที่ลาดกว้างหน้าตึกคณะบริหารการจัดการ ส่วนเจ้าของรถหรูราคาเหยียบสี่สิบล้านคันนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่หนุ่มหล่อนิสัยดีแถมรวยอย่างผม

เปิดตัวน่าหมั่นไส้ไปหน่อยนะครับ แต่นี่แหละคืออีกด้านของชีวิตผมที่เรียกได้ว่า…เรียบหรู ที่ผมเคยเกริ่นไปแล้วในตอนต้น รวมไปถึงพวกเสื้อผ้าเครื่องประดับแบรนด์เนมที่ถูกสวมทับบนตัวผม ทุกอย่างล้วนมีราคาและเข้ากับเทรนแฟชั่นปัจจุบัน

รสนิยมของผมเป็นแบบนี้แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อโอ้อวดแต่อย่างใด ก็แค่ไม่รู้จะเก็บเงินไปทำไมพร่ำเพรื่อ ส่วนที่มีเพื่อเก็บก็แบ่งเก็บในที่ที่คุ้มค่าแก่การเก็บและเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากพอสมควร

แต่ส่วนใช้จ่ายที่เหลือนี่สิ ผมคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าจะใช้ไปกับอะไรดี ผลสรุปสุดท้ายก็คือใช้เงินซื้อสิ่งของที่ชอบ อีกอย่าง...มันก็คือการลงทุนอีกวิธีหนึ่ง แต่เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าและสิ้นเปลืองในเวลาเดียวกันเท่านั้นเอง

ทีนี้ก็ได้รู้จักชีวิตเรียบหรูของผมเพิ่มอีกหน่อยแล้ว แต่ยังมีอีกหนึ่งคนที่จะพลาดโอกาสไม่ทำความรู้จัก (จะดีกว่า) ไม่ได้เลยทีเดียว เพราะคนนี้ผมแทบไม่เคยอยากรู้จัก ครับ ไม่ผิดหรอก ใครอยากรู้จักมันก็เชิญ!

บรื้นนน!

ยังไม่ทันที่ผมจะเปิดประตูลงจากรถ เสียงเร่งเครื่องยนต์จากลัมโบร์กีนีสีเหลืองสุดเห่ยของใครคนนั้นที่ผม…เอิ่ม ใช้คำว่าเกลียดขี้หน้าแล้วกัน ขับเข้ามาจอดข้าง ๆ รถผม 

เอ่อ…จะแนะนำยังไงดีล่ะ เอาเป็นว่า ผมไม่ชอบมัน! ถึงแม้ว่าคนที่ผมเอ่ยถึงจะเป็นรุ่นพี่ในคณะเดียวกันก็ตาม ส่วนเรื่องที่ทำให้ผมต้องจดรายชื่อรุ่นพี่คนนี้ลงในบิงโกบุ๊ก [1] แถมวาดเครื่องหมายกากบาทสีแดงทับก็มีอยู่หลายประเด็นเลยทีเดียว

ประเด็นแรกร้อนที่สุดคือ…มันชอบทำตัวเป็นคู่แข่งที่ผมไม่สมยอม โดยเฉพาะเรื่องหญิง แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่ามันฮอตจนเทียบชั้นกับผมได้นะ ความจริงแล้วไม่ใช่เลย มันแค่ทำเหมือนว่ากำลังแข่งกับผม ปาดหน้ากันท่าผู้หญิงที่เตรียมจะกรี๊ดใส่ผมให้สนใจมันแทน แต่ถือว่าช่วยผมได้เยอะอยู่เหมือนกัน ถึงจะน่ารำคาญก็เถอะ อย่างน้อยก็เบาหูจากเสียงกรี๊ดกร๊าดของพวกผู้หญิงได้

แล้วยังจะมีเรื่องเรียน เรื่องการทำงาน การลงทุน บลา ๆ ๆ ที่เจ้าตัวสรรหามาแข่งกับผมแบบไม่ถงไม่ถามผมสักคำว่าอยากเป็นคู่แข่งกับมันหรือเปล่า ผมก็เลยปล่อยเบลอเรื่องของบุคคลคนนี้

อ่อ…ลืมบอกไป ไอ้รุ่นพี่คนที่กำลังก้าวขาออกจากรถสุดเห่ยนั่นน่ะ ชื่อของมันก็คือ อาชิ

ทันทีที่ร่างกำยำล่ำสันของรุ่นพี่คนที่ผมขยาดทรงตัวยืนบนพื้นได้ สายตาเย้ยหยันมองผ่านฟิล์มดำทึบเข้ามามองผมอย่างรู้ตำแหน่ง พร้อมกับส่งกระแสจิตผ่านกระจกหนากันกระสุนอย่างดีคล้ายจะบอกผมว่ามันชนะอีกแล้ว เพราะตอนนี้มันก้าวลงจากรถและเหยียบพื้นได้ก่อนผม

หึ ยังไงซะ! ผมก็เกลียดขี้หน้ามันอยู่ดีนั่นแหละ

“พี่มอสสวัสดีค่าา~” ผมพยักยิ้มให้รุ่นน้องผู้หญิงปีสองสามคนที่เดิมสวนกันตรงทางขึ้นบันไดหน้าตึกคณะ หลังจากไอ้อาชิเดินนำหน้าเข้ามายังตึกคณะก่อน ผมถึงยอมเปิดประตูย้ายตัวเองตามเข้ามา ทั้งที่ผมมาถึงก่อนแต่ต้องรอมันไปให้พ้นหูพ้นตา ไม่งั้นวันนี้ทั้งวันเป็นวันชงของผมแน่

“พี่มอสขา~ วันนี้มีเรียนถึงกี่โมงคะ?” ผมแค่ยิ้มเบา ๆ ให้รุ่นน้องผู้หญิงอีกกลุ่มที่นั่งตรงม้าหินอ่อนกลางโถงใต้ตึก แล้วเดินผ่านไปไม่ตอบคำถามนั้นเหมือนอย่างที่เคยทำ

“พี่มอสอ่า~” น้ำเสียงตัดพ้อแต่ย้อนแย้งกับอาการเขินอายดังแผ่วตามหลังผม แต่นั่นก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกอยากหันกลับไปปลอบใจหรอกนะ

“อ้าวเฮ้ย! ไอ้หล่อมาแล้วเว้ย! กว่าจะมานะมึง” ยังก้าวขาไม่ทันถึงม้าหินอ่อนที่นั่งประจำกลุ่ม ผู้ชายสองคนที่นับถือกันว่าเป็นเพื่อนรักก็เริ่มต้นด้วยการแซวผมทันที จนบางครั้งก็ชวนให้คิดว่านี่คือธรรมเนียมปฏิบัติเวลาพวกมันเจอหน้าผมตอนอยู่มหาวิทยาลัย

ผมพยักหน้าทักทายกลับ แล้วที่สำคัญ ต้องน้อมรับความจริงเรื่องที่พวกมันชมผมว่าหล่อด้วยยังไงล่ะ “กว่าจะมาอะไรของมึงไอ้มาร์ค กูมาก่อนเวลาเข้าคาบแรกตั้งครึ่งชั่วโมงเลยนะเว้ย” 

“เอาน่ะ ๆ เลิกกัดกัน มึงแม่งดังแล้วก็ดังได้อีกนะไอ้มอส แต่ดูท่าคราวนี้จะดังแบบพังซะแล้วว่ะ” ไอ้กิตตินพูดแทรกผมกับไอ้มาร์คเพื่อยุติการโต้เถียงที่กำลังจะเกิดขึ้น แถมยังทิ้งความสงสัยมาให้ผมสองคนจนต้องหันไปมองมันที่ก้มหน้าจ้องจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าจริงจัง

“มึงพูดถึงอะไร?” ไอ้มาร์คถามคำถามได้ตรงใจผมทีเดียว แต่นิสัยใจร้อนของมันที่ไม่ชอบรอให้อีกฝ่ายได้ตอบ เลยถือโอกาสชะเง้อมองจอโทรศัพท์เองตามระเบียบ

“อะไรล่ะเนี่ย! มีคนสร้างเพจแอนตี้มึงว่ะ เรื่องใหญ่เรื่องโตเชียว ฮา ๆ ” 

“พวกมึงดูอะไรกันแน่? ไหนเอามาดูบ้างซิ” เสียงหัวเราะและสีหน้าร้ายกาจของทั้งสองคนยิ่งทำให้ผมสงสัย ไอ้กิตตินยิ้มเยาะพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้ผม ผมรีบรับมาเช็กดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และนั่นยิ่งทำให้ผมประหลาดใจกับสิ่งที่ได้เห็น หน้าจอโชว์เพจเฟซบุ๊กที่มีชื่อเพจว่า “Anti Moss” และที่น่าตกใจคือยอดคนกดไลก์เพจมีมากกว่าพันคน

“ใครมันสร้างเพจวะ?” ผมสบถกับตัวเองพลางขมวดคิ้วเครียด ดีนะที่มันยังลงรูปหล่อให้ผม แต่แคปชันนี่สิรับไม่ได้เลย!!

kkkiii90: ไอ้ฝรั่งปลอมขี้เก๊ก แม่งคิดว่าตัวเองหล่อนักหรือไงวะ

ว่างเกิ๊น: เออสัส กล้าดียังไงมายุ่งกับนางฟ้าของพวกเรา แบบนี้ต้องสั่งสอน!!

ilovemirin: ต้องจัดการมันให้รู้สำนึก!!! 

อะไรก็ไม่น่าโมโหเท่าคำว่า ‘ไอ้ฝรั่งปลอม’ มันเกิดยุคหินกันหรือไงถึงดูไม่รู้ว่าผมเป็นลูกครึ่ง โง่เง่า!!

“ใจเย็นให้ได้นะไอ้มอส กูขี้เกียจเข้าห้องอธิการเพราะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยไม่เต็มใจ ไม่เอาแล้วนะ น่าเบื่อจะตาย” ไอ้กิตตินบ่นถึงความหลังเพื่อย้ำเตือนผม แต่ต้องยอมรับว่าผมทำให้พวกมันสองคนเป็นแบบนั้นจริง และหลายต่อหลายครั้งเสียจนพวกมันดูท่าจะเบื่อหน่ายตามที่บ่น

“พวกมึงอ่านคอมเมนต์ก่อนแล้วค่อยบอกให้กูใจเย็น” ผมยื่นโทรศัพท์คืนกลับไปให้ไอ้กิตตินที่ทำหน้าไม่ทุกข์ร้อน 

“แต่กูก็สงสัยเหมือนพวกที่มาคอมเมนต์นะเว้ย” 

ผมขมวดคิ้วมุ่นกับคำถามน่าฉงนของไอ้มาร์ค “สงสัยอะไรวะ?” 

“มึงเป็นฝรั่งปลอมจริงหรือเปล่า…ยังไงล่ะ?” 

ฟุบ!!

ผมคว้าคอเสื้อนักศึกษาของเพื่อนรักที่กำลังหักหลังผมด้วยการสนับสนุนศัตรู พร้อมทำท่าง้างแขนกำกำปั้นเตรียมพร้อม

“ฮ่า ๆ ๆ ใจเย็นเว้ย ๆ ถึงยังไงก็มีพรรคพวกอยู่แค่นี้ สามัคคีกันไว้ดีกว่าน่า” ไอ้กิตตินพูดพลางหัวเราะชอบใจ ท่าทางช่างขัดกับคำพูด

อย่างว่าแหละ ไอ้เพื่อนคนนี้มีนิสัยพูดจาทำร้ายจิตใจไม่ต่างกับไอ้มาร์คหรอก เพียงแต่ท่าทางการพูดของมันดูสุภาพนุ่มลึก แต่ก็ทำให้เจ็บใจได้มากกว่าเพราะเดาไม่ถูกว่าโดนด่าไปหรือยัง มันทำให้คนฟังสับสนเพราะท่าทางที่แสดงออกว่าเป็นมิตรต่างกับคำพูดร้ายกาจของมันที่พร้อมจะเสียดแทงคนฟังยังไงล่ะ

แต่ก็นะ นี่ถือเป็นข้อดีของไอ้กิตตินที่ผมชอบ มันทำให้ผมมีสติไม่ลงไม้ลงมือกับเพื่อนตัวเองในตอนนี้ และหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา คำพูดมันสะท้อนความจริงให้ผมได้เข้าใจในสถานการณ์บางอย่าง

ไอ้มาร์คทำหน้ากวนประสาทใส่ผมไม่เลิก แต่สุดท้ายผมก็ยอมปล่อยคอเสื้อมันอย่างช่วยไม่ได้

“เดี๋ยวกูค่อยเอาคืนมึงที่ค่ายมวย ไอ้มาร์ค” ผมถอนหายใจพลางจ้องหน้าไอ้เพื่อนตัวร้ายเขม็ง ผมมีโอกาสเล่นงานมันคืนทุกเมื่อที่ต้องการ เพราะมันเป็นลูกศิษย์ของผม 

อาจฟังดูแปลก ๆ แต่ความเป็นมาก็ประมาณว่า…ไอ้มาร์คเคยถูกพวกนักเลงโตในร้านเหล้าเล่นงานหนักจนหมดสภาพไม่เหลือเค้าโครงเดิม ถึงขนาดต้องพักฟื้นร่างกายไปสามเดือน พอมันรู้ว่าพี่ชายผมมีค่ายมวยแล้วผมก็เรียนต่อยมวยและมีความสามารถในการต่อสู้ ถึงจะไม่สู้พี่ฮานก็เถอะ รายนั้นต้องพี่กัสที่งัดข้อกันอย่างสูสี แต่ด้วยความที่มันรู้จักผมในฐานะเพื่อนและสนิทสนมกัน ไอ้มาร์คก็เลยขอเป็นลูกศิษย์เอกของผมจนถึงตอนนี้ละนะ

“มึงก็ปล่อยวางเสียบ้างไอ้มอส กูแค่หยอกเล่น มึงจะมาเอาคืนกูให้ได้อะไรขึ้นมาวะ ไปตามหาตัวการที่มันสร้างเพจแอนตี้มึงไม่ดีกว่าเหรอ” 

“ทีอย่างนี้ทำเป็นพูดมีสาระนะมึง” 

“ฮา ๆ ขี้ยัวะจังวะ เอางี้! กูสาระล่ะ เดี๋ยวกูช่วยมึงหาไอ้พวกแอนตี้ ไอ้กิตตินก็เอาด้วย” ไอ้มาร์คพูดจาด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง

“ถามกูก่อนสิครับไอ้มาร์ค กูไม่อยากร่วมงานกับพวกมึงแล้วเนี่ย เจอแก๊งมาเฟียซัดคราวก่อนกูยังผวาไม่หายเลย” 

“เออน่า ๆ มึงแค่ตามหาตัวการสร้างเพจกับกูก็พอไม่ต้องใช้กำลัง เดี๋ยวหน้าที่นั้นให้ไอ้มอสจัดการ เนอะมอส” ไอ้มาร์คพยายามเกลี้ยกล่อมไอ้กิตตินที่ดูท่าจะเข็ดขยาดกับการใช้กำลัง แน่ล่ะ เพราะมันเป็นสายใช้สมองจัดการมากกว่า ไม่ถนัดแล้วก็ไม่ชอบการต่อสู้เอามาก ๆ ถึงจะมีแววเก่งกาจแต่คนไม่ชอบก็ช่วยไม่ได้

“ปล่อยไป” ผมที่นั่งฟังก็เริ่มคิดได้ว่าเรื่องนี้ไร้สาระสิ้นดี แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บใจกับความไม่ยุติธรรมนี้ก็ตาม แต่ผมมีเรื่องให้จัดการเยอะเกินไป อีกอย่าง ผมก็ขี้เกียจไปยุ่งเกี่ยวกับพวกไร้น้ำยาที่ดีแต่ลอบกัด

“หา! มึงพูดว่าไงนะ? ปล่อยไปงั้นเหรอ? คำนี้ไม่น่าหลุดออกจากปากมึงได้นะมอส คนศักดิ์ศรีเยอะอีโก้สูงอย่างมึงจะยอมแพ้ง่าย ๆ เหรอวะ?” ไอ้มาร์คพูดด้วยท่าทางตื่นเต้นเร้าอารมณ์ แถมคำพูดยังฟังดูแปลก ๆ รู้สึกแปลบในใจอีกต่างหาก

“น้อย ๆ หน่อยไอ้มาร์ค มึงอยากโดนกูเอาคืนกี่เท่ากันแน่ถึงพูดกวนประสาทกันอยู่ได้” ผมเอามือค้ำคางแต่ตาจ้องมองไอ้มาร์คด้วยท่าทางเบื่อหน่าย มันต้องกวนประสาทผมให้ได้วันละแปดร้อยรอบสินะ ถึงจะพอใจ

“เห็นด้วยกับมึงนะไอ้มอส กูว่าเรื่องนี้ปล่อย ๆ ไปเหอะ เปล่าประโยชน์ที่จะหาแอนตี้พวกนั้น เพราะถ้าพวกนั้นอยากหาเรื่อง คงพากันมาหามึงเองแหละ” ไอ้กิตตินแสดงความคิดเห็นได้ตรงตามที่ผมคิดไว้เป๊ะ ใช่แล้วล่ะ ที่ผมไม่ตามหาเพราะรู้ว่าเดี๋ยวพวกมันก็มาหาผมเอง ไม่เห็นต้องเปลืองแรง

“โห่ อะไรวะ! กูกำลังร้อนวิชาเลยเนี่ย หมดสนุกซะละ” ไอ้มาร์คได้แต่บ่นตบท้ายให้ผมกับไอ้กิตตินที่ไม่ยอมทำตามเจตนารมณ์ของตัวเอง

“นั่นใช่มิรินวิทย์กีฬามั้ยวะ?” 

“ไหนวะ? อยากเห็นบ้างอะ เห็นมีแต่คนอื่นบอกว่าตัวจริงสวยมาก” 

“นั่นไงแก กำลังนั่งคุยกับพี่อาชิอยู่ที่ม้าหินอ่อนข้างลิฟต์ไง” 

ผมละสายตาจากไอ้มาร์คและเหลือบมองกลุ่มผู้หญิงสามคนที่นั่งม้าหินอ่อนโต๊ะข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ 

ที่บอกไม่ใส่ใจแต่ดันมองก็เพราะว่าเสียงพูดคุยกันของสามคนนั้นดังแทรกบทสนทนาของพวกผม พูดกันเสียงดังเกินไปแล้ว แต่ผิดกับไอ้สองคนที่นั่งตรงข้ามผม ทันทีที่กลุ่มผู้หญิงพวกนั้นพูดขึ้นก็พากันหันขวับไปมองทางลิฟต์ทันที แถมยังมองค้างไม่ยอมหันกลับมาตามเดิมสักทีนี่สิ

“งั้นก็เป็นเรื่องจริงสิแก ที่มีคนบอกว่าเห็นทั้งคู่เดตกัน แถมไปคอนโดกันบ่อย ๆ” 

“ได้ยินเหมือนกัน แต่ทั้งสองคนก็ดูเหมาะสมกันอยู่นะ พี่อาชิเป็นเดือนคณะ ส่วนมิรินก็สวยสง่าถึงจะไม่ได้เป็นดาวแต่ฉันว่าเขาสวยกว่าดาวมหา’ ลัยอีกนะ อิจฉาเขาอะแก” 

“นั่นสิ จะอิจฉาใครดีนะ พี่อาชิโชคดีจังมีคู่เดตสวยน่ารักหุ่นดีอีกต่างหาก ส่วนมิรินก็ได้เดตกับหนุ่มหล่อเดือนคณะที่สาว ๆ หมายปอง” 

“นั่นสิแก ฉันเชื่อแล้วว่าตัวจริงสวยมาก” 

บทสนทนายังคงดำเนินต่อไป ผมเริ่มสงสัยเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกพูดถึง เพราะไม่ใช่แค่คุ้นชื่อผู้หญิง เหมือนเคยได้ยินหรือเปล่านะ? แต่เพราะคุ้นชื่อผู้ชายต่างหาก…แน่นอนว่าผมรู้จัก แถมยังได้รับคำชื่นชมเกินเหตุอีกต่างหาก ฟังแล้วขัดรูหูชะมัด

“ไอ้กิตติน กูเคยบอกมึงแล้วใช่มั้ยว่ามิรินสวยสร้างเรื่อง” ไอ้มาร์คพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ซึ่งผิดปกติจากนิสัยพูดจาโผงผางของมัน

“เออเชื่อแล้วว่ะ สวยเกินจริง สวยไม่เผื่อใครเลยแม่คุณ กูขอมองนาน ๆ เก็บไว้ฝันหวานคืนนี้หน่อยเถอะ” ไอ้กิตตินก็อีกคน คำพูดคำจากับสายตาลามกผิดธรรมชาติของมันยิ่งทำให้ผมแปลกใจ

ผมยกตัวโน้มไปข้างหน้าก่อนจะใช้มือโบกไปมาช้า ๆ ต่อหน้าพวกมัน เพื่อเรียกสติสตางค์ของเพื่อนทั้งสองกลับคืนมา เพราะสภาพพวกมันเหมือนไม่ได้อยู่ในมิติเดียวกับผมเลยน่ะสิ

“พวกมึงเลิกทำตัวไร้สาระแล้วไปเรียนกันได้แล้ว ไอ้กิตติน! ไอ้มาร์ค! เป็นบ้าอะไรของพวกมึงวะ อยู่ ๆ ก็นิ่งไปเฉย ๆ เนี่ยนะ” ผมบ่นอุบพร้อมกับเขย่าร่างไร้วิญญาณของทั้งสองคน

“อะไรของมึงเนี่ยไอ้มอสเขย่าอยู่ได้!!” และผมก็พาไอ้มาร์คกลับมาจนได้

“เฮ้อ อิจฉาไอ้รุ่นพี่ขี้อวดนั่นจังเลย อิจฉาที่ได้นอนกอดผู้หญิงหุ่นสวยเซ็กซี่อย่างมิริน” แต่คนที่ไม่คิดว่าจะเป็นบ้า กลับดูบ้าซะยิ่งกว่า

งั้นก็ช่างเถอะ ผมลุกจากม้าหินอ่อนพลางส่ายหัวเอือมกับสภาพเพื่อนตัวเอง ถ้าเป็นแบบนี้ผมไม่สนใจพวกมันแล้วดีกว่า อีกสิบนาทีก็ถึงคาบเรียนแล้ว ต้องรีบเข้าห้องก่อนอาจารย์ ปล่อยให้พวกมันสองคนนั่งจมกับจินตนาการเพ้อเจ้ออยู่ตรงนั้นอะแหละ 

อิจฉาใครไม่อิจฉา ดันไปอิจฉาไอ้อาชิ ไม่เห็นจะน่าอิจฉาเลย ให้ตายเถอะ น่ารำคาญชะมัด

ว่าแต่… “มิริน” ชื่อนี้เหมือนจะเคยได้ยินมาจากไหนนะ?

[ilovemirin: ต้องจัดการมันให้รู้สำนึก!!!] (ความทรงจำผุดขึ้นกะทันหัน!!) 

ใช่!! นึกออกแล้ว!! ชื่อแอ็กเคานต์หลุมของพวกแอนตี้ผมยังไงล่ะ ถึงว่าแหละคุ้นจังเลย แต่กว่าจะนึกเรื่องชื่อออกก็กลายเป็นว่าตอนนี้ผมกำลังเผชิญหน้ากับบุคคลที่คลายข้อสงสัยบางอย่างให้กับผม

“เรียนคณะนี้ด้วยสินะ” 

ผู้หญิงที่ชื่อ ‘มิริน’ เป็นคนเดียวกันกับผู้หญิงบ้าพลังที่ตบหน้าผม!!

[1] บิงโกบุ๊ก1 สมุดบันทึกสำหรับนักฆ่าล่าค่าหัวในสมัยก่อน เห็นได้ในอนิเมชั่นเรื่องนารูโตะ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HAW” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HAW
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักซ้ำรอย
9.3
ธาวิศก้าวเข้าหานิภาบนเตียงเพื่อทำตามความต้องการของคุณยาย แม้เขาจะพยายามคาดคั้นว่าเธอถูกบังคับหรือไม่ แต่นิภาก็ยืนยันว่าเต็มใจด้วยความประหม่า ชายหนุ่มจึงประกาศกร้าวอย่างเย็นชาว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไม่มีความผูกพันใดๆ และเขาจะกลับไปหาคนรักทันทีที่จบเรื่อง โดยขู่ไม่ให้เธอเรียกร้องสิ่งใดในภายหลัง ก่อนที่ความใกล้ชิดจะแปรเปลี่ยนเป็นจุมพิตที่ลึกซึ้งตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านท่ามกลางความขัดแย้งในใจของทั้งคู่
หน้าปกนวนิยาย ทอแสงจันทร์
9.7
หากพี่ชายของจันทร์เจ้าขาไม่พาคนรักซึ่งเป็นน้องสาวของคมเพชรหนีไป ชีวิตเธอคงไม่ต้องกลับมาพัวพันกับอดีตคนรักที่จบกันไม่สวยอีกครั้ง ความบาดหมางในอดีตจากการที่เธอเป็นฝ่ายบอกเลิกและหนุนหลังให้น้องสาวเขาหนีการแต่งงาน กลายเป็นเชื้อไฟให้คมเพชรกลับมาทวงแค้นอย่างสาสม แม้ลึกๆ ทั้งคู่จะยังรักกัน แต่ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกกลับเปลี่ยนเป็นสงครามที่ต่างฝ่ายต่างพร้อมฟาดฟันกันให้พังทลายลงไปข้างหนึ่ง ท่ามกลางคำดูถูกที่คอยตอกย้ำว่าหยดน้ำตาของเธอไม่มีค่าพอให้เขาเห็นใจ
หน้าปกนวนิยาย ราคี(ร้าย)รักอชิระ
8.2
When Pakwan reveals her pregnancy to Achira, the billionaire is skeptical of her four-month disappearance. Desperate and poor, Pakwan proves his paternity, leading to a heartbreaking contract: she must surrender her child and vanish after giving birth. Despite her deep love for him and baby Sun, she accepts the financial compensation and leaves, knowing their lives are parallel lines that can never truly meet. It is a sacrifice made by a woman who has nothing left but her love.
หน้าปกนวนิยาย อุบัติรักไฟกาล
9.4
รัชนิชลต้องร่วมงานกับแคสเตอร์ ช่างภาพหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้แสนยียวนในภารกิจถ่ายทำสารคดีกลางป่าลึก แม้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างเพียงใด แต่เหตุการณ์น้ำป่าหลากทำให้ทั้งคู่ต้องหลงทางและติดอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ฤทธิ์จากเห็ดป่าที่เผลอกินเข้าไปนำพาไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนที่พร่าเลือน เมื่อถูกช่วยออกมาได้ รัชนิชลจึงตัดสินใจลาออกเพื่อเก็บซ่อนความลับเรื่องลูกในท้องไว้เพียงลำพัง โดยที่แคสเตอร์เองก็ไม่ล่วงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลยแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย  เมียทาสสวาท [Forbidden Love]
8.0
พิรุณญาต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ระทมจากการถูกเพชรกล้ากดขี่ข่มเหงอย่างไร้ความปรานี แม้เธอจะพยายามอดทนต่อการทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ของเขา แต่ความป่าเถื่อนของชายหนุ่มกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการดุด่าดูแคลนและใช้กำลังทำร้ายจนเธอได้รับบาดเจ็บ เมื่อความอดกลั้นถึงขีดสุดและทุกสิ่งในชีวิตถูกเขาทำลายจนพังพินาศ เธอจึงตัดสินใจพาตัวเองหนีไปจากขุมนรกนี้โดยไม่คิดจะหวนกลับมาหาผู้ชายที่ประกาศก้องว่าเกลียดชังเธอสุดหัวใจคนนี้อีกเลย
หน้าปกนวนิยาย สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด
9.4
ตลอดสิบปี เปมิกาทุ่มเทปั้นเจษฎากรจากนักแสดงไร้ชื่อจนเป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง แต่ความภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เมื่อเขาแอบลักลอบมีชู้กับดุจดาวมานานหลายปี ทว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการที่เขาพรากชีวิตลูกในครรภ์และทำลายร่างกายเธอจนย่อยยับ ความรักที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันเย็นเยียบ เปมิกาจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม โดยวางแผนทำลายทั้งชื่อเสียงและอนาคตของเขาให้พังพินาศเหมือนที่เขาเคยทำกับเธอ