
House of Cursed : เคหาสน์สาปรัก
ตอน 2
ตอนที่ # 2 จดหมายจากชายผู้สาบสูญ
เทวาราชวิริต เป็นตระกูลใหญ่ ปู่ทวดย่าทวดเป็นถึงเจ้านายฝ่ายเหนือ ลูกหลานที่เกิดมา จึงมักจะเป็นเจ้าเป็นนายตามกันไป เทวาราชวิริตเป็นใหญ่ในทางธุรกิจการค้า ไม่ว่าจะเป็นส่งอออกผลไม้กระป๋อง หรือเป็นเจ้าแห่งพืชพรรณเมืองหนาว มีไร่อยู่เกือบทุกจังหวัดในภาคเหนือ
โดยใช้ชื่อว่า ไร่เทวราช ผลผลิตหลักๆคือชา และเมล็ดกาแฟ
ลูกหลานที่เรียนจบจะถูกส่งไปทำงานนั่นนี่ตามแต่ถนัดและเห็นสมควรจากปู่ย่า หรือผู้ใหญ่ในตระกูล ปีๆหนึ่งได้กำไรไม่ต่ำกว่าหลักพันล้าน เส้นสายระโยงรยางค์ กว้างขวางไปทุกหนทุกแห่ง ทำให้ตระกูลนี้เป็นทั้งผู้มีอิทธิพลของทางเหนือไปโดยปริยาย
ไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นลูกหลานตระกูลนี้บ่อยนัก เพราะยากที่จะออกมาพบเจอผู้คน ความลับในตระกูลไม่เคยรั่วไหล ไม่ว่าจะข่าวเล็กหรือข่าวใหญ่ ทำให้ยิ่งดูลึกลับเข้าไปใหญ่
เคยมีข่าววงในแว่วๆมาว่า คนตระกูลนี้มักจะแต่งงานกันเอง เพื่อคงสายเลือดบริสุทธิ์และปกป้องทรัพย์สมบัติไม่ให้ตกไปถึงคนนอก…
‘เด่นภูมิ’ นักข่าวหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรง นั่งอ่านข้อมูลของตระกูลเทวาราชวิริต แล้วก็ต้องขนลุก แต่งง่านกันภายในตระกูลงั้นเหรอ แค่คิดก็หนาวสันหลังซะแล้ว
การที่พึ่งเรียนจบมาใหม่ๆ ทำให้ไฟในตัวที่เฝ้าฝึกฝนร่ำเรียนมานั้นปลุกปั่นในกายอย่างไม่น่าเชื่อ
งานแรกที่ได้รับมอบหมาย คือทำยังไงก็ได้ ให้ได้ข่าวของคนตระกูลนี้มาให้มากที่สุด
แม้จะมีไฟในตัว แต่เขาก็ต้องคิดหนัก เมื่อได้อ่านข้อมูลคร่าวๆไปบ้าง จะเข้าไปสืบอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด ยิ่งเป็นตระกูลที่ชอบเก็บตัวด้วยแล้วยิ่งยากเข้าไปอีก หากโดนจับได้ มีหวังถูกฆ่าปิดปากแน่ๆ ข่าวจะถูกปิดเพราะพวกเขาเป็นคนใหญ่คนโต เงินไม่กี่สตางค์ ก็ปิดเรื่องนี้ไม่ให้รั่วได้แล้ว
แต่เอาเถอะ งานแรก เขาพลาดไม่ได้ ไม่งั้นอนาคตนักข่าวของเขา ดับแน่ๆ
“ข้อมูลการสมัครงาน กับใบสมัครอยู่นี่นะเด่น”
เพื่อนนักข่าวอีกคนบอกพลางวางซองสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานของเขา
“ขอบใจภพ”
ภพพยักหน้าตอบ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
เขาและภพ เป็นสองคนที่จะต้องหาทางเข้าไปทำงานในไร่เทวราชนั่นให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยเวทย์มนกลไดก็ตาม พรุ่งคือวันที่พวกเขาจะต้องไปสมัครและสัมภาษณ์ หากใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ อีกคนอาจจะยังพอมีหวัง งานในไร่มันเรื่องกล้วยๆ ไม่ใช่เขาจะเป็นลูกผู้ดีตีนแดงคลุกฝุ่นคลุกดินไม่เป็นเสียหน่อย
“เฮ้อ!!! ต้องไปบนที่ไหนไหมเนี่ยเรา”
เด่นภูมิถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนร่วมงาน ที่ยิ้มตอบกลับมา แล้วส่ายหน้าช้าๆให้
วันสัมภาษณ์งาน…
“คุณ เด่นภูมิ วสินทรารมณ์ ใช่ไหมคะ”
“เอ่อ…ครับ”
เด่นภูมิ มัวแต่จับจ้องที่ใบหน้างดงามของบุคคลตรงหน้า จึงไม่ได้สนใจคำถามที่เธอถามนัก แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเธอถามอะไร เขาจึงได้แต่ตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกัก
ไม่คิดเลยจริงๆว่า จะส่งนางฟ้ามาสัมภาษณ์งานเขา นางฟ้าที่ตกลงมากลางไร่โดดเด่นเป็นสง่าตรงนี้
เธอมีใบหน้าเรืองรองขาวผ่องนวลเนียน ยิ่งกว่าผ้าไหม กลีบปากหยักขึ้นลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเธอยิ้มน้อยๆให้กับอาการปากอ้าตาค้างของเขา ดวงตาของเธอกลมโตน่ารักรับกับคิ้วสีเข้มนั้นเหลือเกิน คนสวยเขาเห็นมาเยอะ แต่สวยราวนางฟ้าขนาดนี้ เขาไม่เคยเจอ โอ้ว…พระเจ้า
“คุณคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
เธอถามอย่างยิ้มๆ รู้ดีว่าตัวเองนั้นหน้าตาดีเหมือนญาติพี่น้องทุกคน แต่ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะอาการหนักขนาดนี้
“เปล่า…ครับ”
เมื่อเรียกสติได้ เขาก็ก้มหน้างุดๆ อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อเห็นท่าทีของเธอ เขาคงจะแสดงออกมากไป จนทำให้เธอมองเขาอย่างนั้น ไม่น่าเลยจริงๆ
“ในนี้บอกว่าคุณจบสิ่งแวดล้อมมา ใช่ไหมคะ”
นางฟ้า ยังคงถามต่อด้วยรอยยิ้มสดใส
“ใช่ครับ”
ได้ฟังคำตอบเธอก็พยักหน้า แล้วเขียนบางอย่างลงในเอกสารของเธอ
ต่อจากนั้นเธอก็ถามเขาต่อ เขาได้แต่พยักหน้าตอบบ้าง ครับ ใช่ครับ อ่อครับ เห็นด้วยครับ
ใจเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสียแล้วตอนนี้ มันไปอยู่กับเธอ
“ทางเราจะติดต่อกลับไปอีกที พรุ่งนี้นะคะ”
นางฟ้าบอกพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ของเธอ ก่อนจะเดินอ้อมมาหาเขา ซึ่งเขาก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
“หวังว่าเราจะได้ทำงานร่วมกันนะคะ”
เธอบอกพลางยื่นมือมาหาเขา ทำเอาใจเขาเต้นผิดจังหวะไปเลยทีเดียว
‘ได้จับมือด้วยเว้ย’
“ครับ ผมก็หวังอย่างนั้นเช่นกัน เอ่อ…ไม่ทราบว่าคุณชื่อ…”
เด่นภูมิ ถามออกไปอย่างเขิน พลางถอนมือออกมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“อ้อ…ขอโทษทีค่ะที่ไม่ได้บอกชื่อ ดิฉัน พิมพ์เพทายค่ะ ”
พิมพ์เพทาย…ชื่อของเธอและใบหน้าแสนหวาน นั่นทำเอาเขาต้องละเมอเพ้อพกเป็นบ้าเป็นหลัง เธอมีอิทธิพลกับเขามากนัก เพียงเพราะเจอกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น นี่หรือเปล่าคือพรหมลิขิต ความรักมันเกิดขึ้นได้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมายเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเวลาไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว เธอคือรักแรกพบของเขา พิมพ์เพทาย
ช่วงเช้าของอีกวัน…
พิมพ์เพทายอ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อเช้านี้ป้าฉวี แม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่ไปเคาะประตูห้องเรียกให้เธอออกมารับจดหมาย แวบแรกที่เห็นลายมือที่จ่าหน้าซอง เธอถึงกับเข่าอ่อนยวบ ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะติดต่อกลับมา ตอนนี้ไม่รู้เสียแล้วว่าเธอควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี อ่านไปเธอก็ยิ้มไป หัวเราะไป บางทีก็แอบเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื้อความในจดหมายมีอยู่ว่า
ถึง พิมพ์เพทาย
ขอโทษที่หลายปีมานี้ พี่ไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย พี่พอจะรู้อยู่ว่าทางบ้านนั้นวุ่นวายกับเรื่องของพี่มากแค่ไหน ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ตอนนี้พี่สบายดี น้องไม่ต้องเป็นห่วงไป
หลายคนอาจจะคิดว่าพี่นั้นได้ตายจากไปแล้ว มันก็น่าลองอยู่นะ แต่พี่คิดถึงน้อง พี่คงตายไม่ได้หรอก
พิมพ์เพทายหัวเพราะพรืดออกมาพร้อมเช็ดน้ำตาออกจากสองแก้ม โกรธก็โกรธ คิดถึงก็คิดถึง
ทำไมถึงกล้าทำอะไรแบบนั้นนะภัทร
หญิงสาวคิดในใจ ก่อนจะอ่านต่ออย่างใจจดใจจ่อ
น้องสบายดีไหม คิรินล่ะเป็นยังไงบ้าง แม่ยังปวดหลังอยู่หรือเปล่า พ่อยังกลับบ้านดึกๆดื่นๆเหมือนเดิมไหม คนอื่นล่ะสบายกันดีอยู่หรือเปล่า น้องกับกานต์เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าเมื่อพี่กลับไปจะได้ยินข่าวดีนะ
ห่างบ้านมาหลายไป ตอนนี้พี่ชักจะคิดถึง ยิ่งได้ข่าวมาว่า น้องแพรแต่งงาน พี่อยากจะกลับไปแสดงความยินดีด้วยใจจะขาด แต่ขอโทษนะพิมพ์ พี่ยังกลับบ้านตอนนี้ไม่ได้ มีหลายอย่างที่พี่ยังคิดไม่ตกและหาทางออกไม่เจอ
ปัญหาที่ว่า มันบีบหัวใจพี่เกินกว่าที่จะยอมรับมันได้ แต่อย่ากังวลไปน้องรัก พี่ไม่ได้ทุรนทุรายกับปัญหาที่ว่านั้นมากนัก อยู่ที่นี่พี่สุขใจเกินกว่าจะหมกมุ่นคิดอะไรได้อีก ไม่นานเกินรอ พี่ต้องกลับแน่ อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเราจริงไหม พี่ไม่อยากจะอธิบายอะไรยืดยาว เอาไว้ตอนเราเจอกัน พี่จะเล่าทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นกับพี่ในหลายปีมานี้ให้ฟัง ฝากบอกแม่ด้วยว่าพี่รักและคิดถึงท่านเสมอ ฝากบอกพ่อให้ดูแลสุขภาพด้วย และน้องก็ดูแลตัวเองให้ดี
รักเสมอ
ณ ภัทร
“ภัทร จะกลับมา”
พิมพ์เพทายเอ่ยด้วยเสียงเครือระคนดีใจ
เขาหายไปนานเหลือเกิน ไม่ติดต่อ ไม่ส่งข่าวใดๆ เป็นตายร้ายดีแค่ไหนไม่มีใครรู้
ใจร้ายเหลือเกินพี่ชาย นึกว่าจะลืมน้องสาวคนนี้ไปเสียแล้ว
ข่าวเรื่อง ณ ภัทร จะกลับมา กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เพราะทุกคนไม่คิดว่าเขาจะกลับมาอีก อีกทั้งยังคิดไปแล้วว่าเขาอาจจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เสียด้วยซ้ำ และนั่นนับเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปี ทายาทคนแรกของบ้านที่หายไป จะกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างกำลังจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
“พี่ภัทร ถามอะไรถึงผมบ้างไงพี่พิมพ์ ”
คิริน ลนลานถามพี่สาวอย่างออกนอกหน้า ดีใจเหลือเกินที่ได้ยินว่าภัทรจะกลับมา พี่ชายของเขากำลังจะกลับมา เราจะกลับมาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์อีกครั้ง ทุกอย่างจะเหมือนเดิม อย่างที่ควรจะเป็น
“ถามแค่ว่าคิรินเป็นยังไงบ้าง”
คิรินถึงกับหน้าม่อยลง คิดเอาไว้ว่า ภัทร ควรจะถามหรือเป็นห่วงเขามากกว่านี้หน่อย
แต่เอาเถอะ ยังไงซะเขาก็กำลังจะกลับมา ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านี้อีกแล้วจริงไหม
“พี่กานต์จะไปไหนคะ”
พิมพ์เพทาย ถามออกไป เมื่อเห็นว่ากานต์ไม่ได้อยู่ร่วมวงพูดถึงภัทรเหมือนกับพวกเธอ แต่กำลังทำท่ารีบร้อนออกไปข้างนอก
“พี่จะออกไปทำธุระข้างนอกน่ะ”
“ธุระกับ รุ้งพลาย หรือเปล่าคะ”
คำถามของเธอ ทำเอาเขาแทบจะสะดุดขาตัวเองล้ม ก่อนจะหันกลับไปทำท่าทางไม่พอใจให้กับเธอ เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับชีวิตของเขา นี่เป็นแค่คู่หมั้น จะหัดมาถามโน่นนี่เหมือนเป็นแม่อีกคนด้วยแล้ว เขายิ่งไม่อยากจะต่อปากต่อคำ การหมั้นหมาย ทำให้เขาให้เกียรติเธอ แต่เธอจะมาทำตัวแบบนี้ไม่ได้
“เย็นๆพี่จะกลับ”
กานต์พูดแค่นั้น แล้วรีบออกไป ทิ้งให้เธอนั่งหูอื้อตายลายอยู่ท่ามกลางญาติพี่น้อง ที่ได้แต่มองหน้ากันปริบๆ
เขาออกไปหาเธออีกแล้ว เมื่อวานนี้ก็เหมือนกัน ธุระที่ว่าคงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นจริงๆ
เพื่อนสนิทเมื่อตอนมหาลัย โทร.หาเธอ แล้วเล่าว่า เจอกานต์กับผู้หญิงสวยจัดคนหนึ่งนั่งทานข้าวในร้านอาหารหรู หัวร่อต่อกระซิก ทำท่าสนิทสนมกันเกินกว่าจะเป็นแค่เพื่อน หากไม่ใช่เพื่อนก็คงจะเป็นได้อย่างเดียว ที่ผู้หญิงกับผู้ชายจะคบหากัน นั่นก็คือ เธอคนนั้น เป็นแฟนกานต์
“ใครคือรุ้งพลายเหรอพี่พิมพ์”
เฟื่องฉัตร ถามขึ้นอย่างสงสัย ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ถึงกล้ามาทำให้พี่พิมพ์ของเธอโกรธได้ขนาดนี้
เล่นของสูงซะแล้วแม่คุณ
คุณอาจจะชอบ





