
หักเหลี่ยมเทวา
ตอน 3
เมื่อเด็กเสิร์ฟนำก๋วยเตี๋ยวมาให้แล้ว ภูมิก็สั่งเพิ่มอีกสามชาม
"รอแป๊บนึง"
เหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่า แต่ความจริงแล้วเขาพูดกับ 'ดวงจิต'ทั้งสามที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่นี่มานานแค่ใหนแล้ว เมื่อก๋วยเตี๋ยวมาครบภูมิจึงลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย ดวงจิตทั้งสามก็สูดเอาไอหรือพลังงานในก๋วยเตี๋ยวไปด้วย เมื่อภูมิทานก๋วยเตี๋ยวหมดชาม ดวงจิตทั้งสามก็สูดไออาหารหมดพอดี
"ดูมีออร่าขึ้นมาโขเลยนี่"
ภูมิส่งเสียงงึมงำ ๆ จนคนโต๊ะข้าง ๆ เหลียวมามอง เขาจึงชี้ไปที่หูของตัวเอง ซึ่งมีหูฟังบลูทูธเสียบอยู่ เป็นการบอกให้ผู้คนรับรู้ว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์ ซึ่งวิธีนี้ได้ผล คนรอบข้างจะได้ไม่หาว่าเขาบ้า
"ขอบใจเจ้ามาก"
ภูมิพยักหน้ารับ พร้อมกับยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมายกดื่มรวดเดียวหมด วางเงินแบ๊งค์พันไว้ที่โต๊ะวางแก้วน้ำทับไว้ และเดินออกมา
"สิ่งที่เจ้ากำลังค้นหาอยู่ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ"
ภูมิหยุดชะงักนิดหนึ่ง จึงก้าวเดินออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยว ขณะนั้นท้องฟ้าทางด้านทิศตะวันตกเป็นสีเรื่อเรือง ดวงตะวันสีส้มกำลังจะลาลับขอบฟ้า ถ้าให้เดาในขณะนี้ น่าจะเป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว เวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำ หรือที่คนเฒ่าคนแก่เขาเรียกว่าเวลา 'ผีตากผ้าอ้อม' มันช่างดูวังเวงและเศร้าสร้อย แต่ภูมิกลับชอบบรรยากาศของช่วงเวลานี้ เพราะเปรียบเสมือนว่าเขาได้หลุดเข้าไปอยู่ยังอีกโลกหนึ่ง รู้สึกว่ามีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น สบายใจมากขึ้น หรือว่าเขาจะไม่ใช่คนของที่นี่ แต่เขามาจากอีกโลกหนึ่ง โลกที่มันอยู่ห่างไกลจากที่นี่มากมายเหลือเกิน
ภูมิจอดมอร์เตอร์ไซค์คันเก่งหน้าร้านคาราโอเกะในตัวเมือง เขาชอบมานั่งดื่มด่ำบรรยากาศ และคิดอะไรเพลิน ๆ ที่นี่ประจำ เพราะนอกจากจะมาดูวิถีชีวิตของคนกลางคืนแล้ว ในบรรดาดวงจิตต่าง ๆ ก็มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
"เครื่องดื่มที่สั่งได้แล้วค่ะ"
เสียงหวาน ๆ ของเด็กนั่งดริ๊งคนประจำที่ภูมิมักจะเรียกหาให้มาบริการเขาอยู่เสมอทุกครั้งที่เขามาที่นี่ ซึ่งภูมิก็มาแทบจะวันเว้นวัน สถานที่แบบนี้สืบข่าวอะไรก็ง่ายไม่ว่าจะทางโลกของคนเป็น หรือแม้แต่ทางโลกของจิตวิญญาณ
"อ้าว 'อ้อย'"
ภูมิละสายตาจากดวงจิตดวงหนึ่งที่คลานอยู่ใต้โต๊ะถัดไปจากเขา กำลังสูดเอาไอพลังงานจากขาของผู้ชายคนหนึ่งอยู่ และผู้ชายคนนั้นเหมือนจะไม่รู้ตัว เขาเพียงแค่ลูบขาของตัวเองเป็นระยะ ๆ เพราะรู้สึกเสียวแปลบ ๆ ที่ขาเท่านั้นเอง
"สวัสดีค่ะคุณภูมิ"
อ้อย หรือ ณิชา พนมมือไหว้ และนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ เขา เพื่อชงเหล้า
"เหมือนเดิม โซดาน้ำ"
เธอชงอย่างคล่องแคล่ว เสร็จจึงส่งแก้วให้เขา ภูมิรับมาและยกมันขึ้นดื่ม
"ขอบใจ ยายเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง เงินที่ให้ไปคราวที่แล้วพอค่าหมอค่ายาของยายรึเปล่า"
"ยายดีขึ้นมาก จนเกือบหายแล้วค่ะ ถ้าไม่ได้คุณภูมิหนูกับยายคงแย่"
"ก็ดีแล้ว แล้วการเรียนของอ้อยเป็นยังไงบ้าง ขาดเหลืออะไรบอกผมได้ตลอดนะ โทรไปได้เลย"
"ไม่มีปัญหาค่ะ ได้คุณภูมิช่วยเหลือทุกอย่างก็ราบรื่น"
ภูมิรู้จักกับอ้อยเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว ตอนนั้นอ้อยมาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ เพราะต้องการใช้เงินเพื่อไปรักษายาย เด็กม.ปลายที่ยังเรียนไม่จบจะทำงานอะไรได้นอกจากเด็กนั่งดริ๊ง ถึงกระนั้นเงินที่ได้ก็ยังไม่มากพอที่จะนำไปจุนเจือครอบครัว และรักษายายที่กำลังป่วยหนัก ดีที่ได้ภูมิยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เมฆหมอกในชีวิตของอ้อยถึงได้จางลง วันนั้นภูมิบังเอิญเดินชนอ้อยที่หน้าห้องน้ำ ห้วงกระแสความรู้สึกและจิตใจอันบริสุทธิ์ของเธอ วิ่งเข้าสู่กระแสการรับรู้ของภูมิ เขาจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
"มีอะไรรึเปล่าคะ เห็นคุณภูมินั่งมองที่โต๊ะนั้นนานแล้ว"
"ไม่มีอะไรหรอก แค่มองอะไรเพลิน ๆ"
ปากพูดแต่สายตาก็ยังไม่ละจากโต๊ะนั้น ภูมิรู้สึกเป็นห่วงผู้ชายคนที่ถูกดวงจิตดูดเอาไอพลังงานจากขาของเขาอยู่ หากปล่อยไปแบบนี้ พลังชีวิตของผู้ชายคนนั้นคงหมดพอดี ภูมิไม่อาจดูดายได้ เขาเป่าปาก
"วี้ดดด วิ้ว"
ได้ผล เจ้าดวงจิตตนนั้นหันขวับมามองที่ภูมิทันที เขาจึงยื่นแขนออกไป เจ้าดวงจิตตนนั้นก็กระโดดมางับที่แขนของภูมิอย่างรวดเร็ว เขาปล่อยให้มันดูดพลังชีวิตของเขาจนกว่ามันจะพอใจ แต่กว่ามันจะรู้ตัว ร่างของมันก็เริ่มพองขึ้น พองขึ้น ราวกับลูกโป่งถูกอัดแก๊ส และระเบิดออกเสียงดังสนั่น กระจุกพลังงานของมันกระจัดจายไม่สามารถรวมตัวกันได้อีก แต่มันกลับไหลเข้ามาที่ตัวของภูมิทางนิ้วนางข้างขวาของเขา
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แม้แต่อ้อยก็ไม่ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่เพียงว่าภูมิยกแขนขึ้นมาและเกาที่ท้องแขน เขาบอกกับเธอว่าคัน
"เหล้าหมดแล้ว เอาเพิ่มอีกสักชุดไหมคะ"
เขาส่ายหน้า
"ผมจะกลับแล้ว ฝากซื้อของตักบาตรด้วยนะพรุ่งนี้เช้า"
พูดพร้อมกับวางเงินจำนวนห้าพันไว้ที่โต๊ะและเดินออกจากร้านไป ค่าเครื่องดื่ม ดูยังไงก็ไม่น่าจะเกินหนึ่งพัน อ้อยรีบเก็บเงิน เก็บโต๊ะและเดินเข้าไปยังหลังร้าน
อ้อยสงสัยในความเป็นมาของภูมิเหมือนกัน ในตอนที่เขาช่วยเธอในครั้งนั้น อ้อยไม่รู้ว่าจะตอบแทนเขายังไงดี จึงเสนอตัวให้ภูมิเป็นการตอบแทน แต่ภูมิกลับบอกเธอว่า เขาไม่ได้ต้องการสิ่งใด ขอแค่ให้อ้อยรักษาพลังงานในตัวเองให้คงอยู่แบบนี้ให้ได้นานที่สุดหรือตลอดไปเลยยิ่งดี อ้อยก็รู้สึกงง ๆ เหมือนกันว่า อะไรคือพลังงานดี ๆ ในตัวของเธอกันแน่
ภูมิกลับมาถึงบ้านเกือบห้าทุ่ม หลังจากที่วันนี้ออกตระเวณทั้งวัน กลับไม่ได้เรื่องอะไร รู้แค่ว่าเหล่าดวงจิตพวกนั้น มีพลังกล้าแข็งขึ้นเกือบเท่าตัว และทุกตนด้วย เหมือนว่าพวกมันจะทำงานให้กับใคร และบุคคลผู้นั้นต้องไม่ธรรมดา
อาบน้ำชำระร่างกายเสร็จก็เกือบเที่ยงคืน ภูมินั่งสมาธิสิบนาที เมื่อเสร็จแล้วเขาก็เข้านอน
คุณอาจจะชอบ





