ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย

สตรีแกร่ง หลินซูเหมย

อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
ตอน
แชร์

ตอน 3

เสียงเนื้อกระทบกับกระสอบทรายดังขึ้นมาไม่ขาดสาย ค่ายมวยที่เต็มไปด้วยนักมวยชายรูปร่างกำยำกำลังฝึกซ้อมมวยกันอยู่อย่างขะมักเขม้น รวมไปถึงร่างเล็กแต่กำยำของหญิงสาวที่มีใบหน้าสะสวยกำลังซ้อมอยู่กับคู่ซ้อมที่เป็นชายอยู่อย่างไม่เกรงกลัว ท่าทางออกหมัด เท้า เข่า ศอกของเธอเป็นไปอย่างชำนาญ อีกทั้งยังหลบหลีกคู่ต่อสู้ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว

เสียงระฆังดังเตือนหมดยกจากข้างเวทีมวย ร่างบางจึงเดินกลับไปทิ้งตัวลงที่เก้าอี้พักผ่อนของเธอ อมิตายกขวดน้ำเกลือแร่ขึ้นมาดื่ม ก่อนที่จะหยิบผ้าเย็นที่พี่เลี้ยงเตรียมเอาไว้ให้ขึ้นมาเช็ดเหงื่อ

“อีกตั้งหลายเดือนกว่าจะได้แข่งอีก พี่ต้าทำไมซ้อมหนักจัง” ไข่หวานนักมวยสาวสมัครเล่นภายในค่ายมวยอรุณรุ่งแห่งนี้เอ่ยถามไอดอลของเธอออกมา

“ก็เพราะการรักษาแชมป์พี่จึงต้องฝึกให้ร่างกายพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอไง” ต้า นางฟ้าเอเชียหรือ อมิตานักมวยคนสวยตอบรุ่นน้องด้วยรอยยิ้ม

“อนาคตข้างหน้า หากไข่หวานได้ก้าวขึ้นสังเวียน ไข่หวานต้องจำเอาไว้ให้ดีว่าการเป็นแชมป์มันไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการรักษาแชมป์ เข้าใจไหม” อมิตาบอกรุ่นน้องสาวก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินไปกลางเวที

นวมของเธอชนกับนวมของคู่ซ้อมอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแลกอาวุธกันอย่างดุเดือดแบบไม่มีใครยอมใคร เสียงเชียร์จากลูกศิษย์ของเจ้าของค่าย รวมไปถึงนักมวยของค่ายดังไปทั่วทั้งค่ายมวย นายอรุณมองบุตรสาวอยู่ไกลๆ ด้วยสายตาแห่งความภูมิใจ กว่าอมิตาจะมีวันนี้มันไม่ง่ายเลย แต่ทุกอย่างก็เป็นไปได้เพียงเพราะเธออดทนและพยายามฟันฝ่าทุกอุปสรรคที่เข้ามา

นักมวยหนุ่มพ่ายแพ้ให้กับชั้นเชิงการหลบหลีกที่เหนือกว่า และหมัดกับเข่าที่เน้นหนักจนเขาต้องยอมรับเลยว่า สมแล้วกับแชมป์ที่เธอได้รับ ดีที่ว่าเธอไม่น๊อคเขากลางอากาศอย่างเช่นคู่แข่งคนอื่น

"พี่ว่าผู้ท้าชิงรอบหน้าน๊อคตั้งแต่ยกแรกแน่ๆ ฮ่าๆ" นักมวยหนุ่มรุ่นพี่เอ่ยขึ้น

"หึๆ พี่ก็พูดเกินไป รอบหน้าหนูอาจจะพลาดก็ได้" อมิตาบอกพร้อมกับหัวเราะออกมา นักมวยรุ่นพี่กับรุ่นน้องถึงกับปรามออกมา

"พูดอะไรแบบนั้นต้า ยังไงแกก็ทำได้อยู่แล้ว พี่ว่าอนาคตแชมป์โลกไม่ไกลแน่นอน"

“นั่นสิ! พี่ก็คิดเหมือนกันว่าต้าเป็นนักมวยอนาคตไกล” พี่เลี้ยงนักมวยที่เป็นคนดูแลนักมวยสาวมาตั้งแต่ขึ้นสังเวียนชกครั้งแรกเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ

“โอเค อาทิตย์หน้าวันเกิดต้าแล้ว ขอเชิญพี่ๆ น้องๆ ทุกคนมาร่วมงานด้วยนะ” นักมวยสาวบอกขณะที่ลุกขึ้นยืน

“ได้เลย” ทุกคนเอ่ยออกมาพร้อมกัน ต้า หรืออมิตาจึงเดินมุดเชือกแล้วลงจากเวทีฝึกซ้อมมวยของบิดา

เธอเดินจากไปท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองตามไปด้วยความชื่นชม อมิตาเป็นนักมวยหญิงที่เก่งจนหาตัวจับยากในปัจจุบัน ไม่เพียงศิลปะแม่ไม้มวยไทยเท่านั้น เรียกได้ว่าศิลปะการต่อสู้ทุกอย่างเธอเก่งหมด แต่ถ้าถนัดและชื่นชอบจริงๆ คงต้องยกให้การชกมวยเป็นลำดับแรก

"เห้ย!!"

จู่ๆ รุ่นน้องในค่ายก็อุทานออกมาเสียงดังพร้อมกับแสดงท่าทางตกใจราวกับมองเห็นบางสิ่งบางอย่างเบื้องหน้าที่ทำให้เกิดอาการแบบนั้น

"ไอ้บอส เป็นอะไรของมึงวะ ร้องซะเสียงดัง กูสะดุ้งหมดไอ้เด็กนี่"

"พ่ะ...พ่ะ... พวกพี่ไม่เห็นกันเหรอ" เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ราวกับกำลังเสียขวัญ

"เห็น... เห็นอะไรของมึง กูก็เห็นน้องต้าเดินกลับบ้านเธอไปปกติ" รุ่นพี่เอ่ยถามออกมาอย่างงุนงง

"ป่ะ...ผม ผม เห็น.... เห็น"

"เห็นอะไรของมึง พูดดีๆ นะ ถ้าโจ๊กใส่พวกกู มึงโดนอัดแทนกระสอบทรายแน่" นักมวยรุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“ผ่ะ…ผม เห็นพี่ต้า… เห็นพี่ต้า” รุ่นน้องชื่อบอสเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ พร้อมทั้งขยี้เปลือกตาของตนอีกครั้ง

“เออ…กูรู้แล้ว กูก็เห็นน้องต้าเพิ่งเดินไป ไอ้นี่!!! จะโวยวายทำเพื่อ!!!”

นักมวยรุ่นพี่ตะคอกใส่รุ่นน้องที่ชื่อบอสเสียงดังก่อนที่จะตบหัวเด็กหนุ่มไปหนึ่งทีแล้วแยกย้ายกันไปฝึกซ้อมต่อ บอสไม่กล้าพูดเรื่องที่เขามองเห็นเมื่อสักครู่ออกมา เขากลัวว่าถ้าพูดไปแล้วจะทำให้ทุกคนรู้สึกไม่ดีและไม่สบายใจไปด้วย เขาจึงเลือกที่จะไม่พูดมัน ว่าเขามองเห็นนักมวยสาวดาวรุ่งที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการมวยอย่าง พี่ต้า นางฟ้ามวยไทยไม่มีศีรษะ เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นมาก็พบว่าขนของเขาลุกชัน ถึงจะเพียงแค่แว๊บเดียวมันก็ทำให้เขารู้สึกใจคอไม่ดี

“พ่อจ๋า… กำลังทำอะไรอยู่จ๊ะ”

ต้า หรืออมิตาเดินเข้ามาภายในบ้านก็มองเห็นบิดานั่งเช็ดถ้วยรางวัลของเธอที่ได้มาจากการแข่งขันชกมวยมาตั้งแต่เด็กจึงเอ่ยถามขึ้น ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงข้างๆ ของบิดา

“พ่อกำลังเช็ดถ้วยรางวัลของลูกอยู่น่ะต้า เป็นยังไงซ้อมมวยเหนื่อยไหม”

น้ำเสียงอ่อนโยนดังออกมาจากริมฝีปากหนาของชายวัยสี่สิบ เขาละสายตาจากสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาววัยสิบเก้าปีที่เป็นดังตัวแทนความรักของเขาและภรรยา เขาและภรรยาอายุเท่ากันแต่งงานกันตอนอายุยี่สิบปี และมีบุตรสาวเพียงคนเดียวคือต้า หรืออมิตา ภรรยาจากเขาไปในวัยเพียงสามสิบห้าปี

“กำลังคิดถึงแม่อยู่ล่ะสิ” เธอยิ้มบางๆ ออกมา

“อืม…. ความสำเร็จในวันนี้ของลูก เสียดายที่แม่เขาไม่ได้เห็น”

อรุณเอ่ยออกมาน้ำตาซึมเมื่อนึกถึงภรรยาที่ร่วมกันปลุกปั้นนักมวยกันมา รวมไปถึงบุตรสาวที่ภรรยาสนับสนุนให้ชกมวยมาตั้งแต่ห้าขวบ

“พ่อจ๋า.. ต้าเชื่อว่าแม่จะต้องมองเห็น พ่ออย่าเสียใจไปเลยนะจ๊ะ ถึงเราสามคนจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ยังไงเราก็ยังอยู่ในใจของกันและกันเสมอ ต้าเชื่อว่าแม่กำลังมองมาที่เราสองคนพ่อลูกอย่างมีความสุข และต้าเชื่อว่าแม่ต้องภูมิใจในตัวต้า”

หญิงสาวเมื่อถอดชุดนักมวย ถอดนวมออกนักมวยสาวที่เก่งกาจก็กลายเป็นเพียงบุตรสาวที่น่ารักของบิดาเสมอ อรุณดึงร่างเล็กของบุตรสาวเข้ามาในอ้อมกอด

“ชีวิตของพ่อตอนนี้ก็มีแค่ลูกคนเดียวเท่านั้นที่พ่อเป็นห่วง ถึงลูกจะเก่งกาจขนาดไหน แต่อย่าลืมว่าอย่าใช้ชีวิตประมาท” อรุณบอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“จ้ะพ่อ… ต้าจะใช้ชีวิตให้ดีๆ จะไม่ประมาทและจะคิดก่อนทำเสมอ” อมิตาให้คำมั่นสัญญากับบิดา

สองพ่อลูกนั่งช่วยกันเช็ดถ้วยรางวัลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะขอตัวกลับเข้าห้องไปดูซีรีส์จีนที่เธอชื่นชอบ อรุณมองตามร่างบางที่เดินจากไปด้วยสายตาห่วงใย ทั้งชีวิตนี้เขาก็เหลือบุตรสาวเพียงคนเดียวแล้ว มีเพียงเธอที่เขาเป็นห่วงและอยากพาเธอเดินไปบนเส้นทางความฝันให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่พ่อคนหนึ่งจะสามารถทำเพื่อลูกได้

อมิตาเดินเข้าห้องนอนของตนก่อนที่จะตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคลจากการฝึกซ้อมมวยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดที่สวมใส่สบายๆ เสร็จแล้ว ร่างเล็กที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจึงเดินกลับมายังเตียงนอน เธอเอื้อมมือไปหยิบแทปแล็ตเครื่องบางขึ้นมาแล้วเปิดแอปพลิเคชันเพื่อดูซีรีส์จีนที่ตนชื่นชอบ

“โถ่เว้ย!!! เป็นลูกอนุแล้วยังไงวะ เป็นลูกอนุแล้วไม่ใช่คนหรือยังไงกันวะ”

เสียงหวานสบถออกมาให้กับฉากหนึ่งของซีรีส์จีนที่กำลังดูอยู่ ซีรีส์จีนเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัวของขุนนางที่มีภรรยาหลวงและภรรยาน้อย บุตรของภรรยาน้อยนั้นโดนดูถูกเหยียดหยาม และถูกข่มเหงสารพัด ต่างจากลูกที่เกิดจากภรรยาหลวง การแบ่งชนชั้นในซีรีส์ทำให้เธอรู้สึกโมโหและอินไปกับเนื้อเรื่องด้วย

“ถ้าแม่เป็นนางเอกนะ แม่จะจัดการคนพวกนี้ให้หลาบจำเลย กล้าดียังไงมารังแกนาง คนเขียนบททำไมเขียนให้นางเอกอ่อนแอจังวะหึ่ยๆๆๆ”

เธอยังคงก่นด่าและแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างออกรสออกชาติ เธอปิดแอปพลิเคชันก่อนที่จะวางแทปแล็ตเครื่องบางของตนไว้บนหัวเตียงเช่นเดิม

อารมณ์การดูซีรีส์เรื่องนี้ของเธอหมดไปทันทีที่นางเอกของเรื่องถูกรังแก เธอเอาแต่คิดเล่นๆ อยู่ภายในใจ ถ้าหากเธอเป็นลูกอนุแบบในซีรีส์เธอจะไม่อ่อนแอแบบในซีรีส์เด็ดขาด เธอจะต่อสู้กับทุกอุปสรรคที่เข้ามาและเธอจะปกป้องคนที่เธอรัก แต่พอคิดไปคิดมานี่ก็เป็นแค่ละครที่มีคนเขียนบทขึ้นมา หากเป็นเรื่องจริงนางเอกคงจะไม่ยอมคนง่ายๆ แบบนั้นแน่ๆ เธอล้มตัวลงนอนก่อนที่จะหลับตาลงเพียงไม่นานเธอก็ผล็อยหลับไปเพราะความอ่อนเพลียจากการฝึกซ้อมมวย

ช่วงเย็นหลังจากที่อรุณทำอาหารง่ายๆ ให้ตนเองและบุตรสาวเสร็จเขาจึงหันไปล้างจาน แต่ทว่าเขากลับพลาดไปถูกจานใบโปรดของอมิตาตกลงมาแตกกระจาย บุตรสาวเมื่อได้ยินเสียงของตกแตกดังมาจากในครัวเธอจึงรีบสาวเท้าก้าวเดินไปตามเสียงทันที

“พ่อ!!! เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” เสียงหวานอุทานร้องเรียกบิดา ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นมา

“โอ๊ย!!! อย่าเพิ่งเข้ามาลูก พ่อทำจานตกแตก” อรุณอุทานออกมาเมื่อจานที่แตกบาดเข้าที่มือของตน ก่อนที่จะร้องห้ามไม่ให้บุตรสาวเดินเข้ามาหาตน

“โถ่!!! พ่อจ๋า…. ทำไมไม่ระวังเลยจ๊ะ พ่อรีบไปทำแผลเถอะ เดี๋ยวทางนี้ต้าเก็บกวาดให้”

อมิตารีบบอกบิดาด้วยน้ำเสียงห่วงใย อรุณพยักหน้าก่อนที่จะลุกขึ้นยืน เขามองจานที่แตกก่อนที่จะมองไปยังใบหน้าสวยของบุตรสาวอย่างใจคอไม่ดี

“ต้า… เก็บระวังหน่อยนะลูก อย่าให้เศษจานบาดนะ” เขาบอกเธอด้วยความเป็นห่วง

“จ้ะพ่อ… พ่อรีบไปทำแผลเถอะนะจ๊ะ” อมิตาบอกบิดา อรุณพยักหน้าก่อนที่จะเดินจากไป

อมิตาก้มหน้าลงมองเศษจานที่แตกกระจายบนพื้น จานใบนี้เป็นจานที่เธอชอบมากเพราะเป็นจานที่มารดาซื้อมาให้เธอโดยเฉพาะ ถึงจะรู้สึกเสียดายแต่ในเมื่อของมันแตกไปแล้วมันก็คงไม่สามารถทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ อมิตาเดินไปหยิบที่ตักผงขยะกับไม้กวาดมาจัดการเก็บกวาดเศษแก้วที่อยู่บนพื้นอย่างระมัดระวัง เมื่อเก็บกวาดเสร็จแล้วเธอจึงนำไปเททิ้งลงถังขยะ

“พ่อจ๋า… ทำแผลหรือยังจ๊ะ” เธอเอ่ยถามบิดาหลังจากที่ทิ้งเศษจานที่แตกเรียบร้อยแล้ว

“ทำแล้วลูก แผลนิดเดียวไกลหัวใจ” อรุณชูมือที่ทำแผลเรียบร้อยให้บุตรสาวดู

“ไปกินข้าวเย็นกันดีกว่านะลูก พ่อหิวแล้ว”

อมิตาพยักหน้าก่อนที่จะเดินนำไปที่ห้องครัว แล้วเป็นฝ่ายตักผัดและแกงใส่จานชามวางลงบนโต๊ะบริการบิดาที่บาดเจ็บเพราะล้างจานแทนเธอ ทุกทีเธอจะเป็นฝ่ายล้างจานด้วยตนเองแต่ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นเพราะเหตุใดเธอจึงนอนหลับลึกจนเลยเวลาที่ต้องล้างจาน พอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงของที่ตกแตกพอดีจึงได้เห็นว่าบิดาทำจานใบโปรดของเธอตกแตก แต่เธอก็ไม่ได้โกรธเขา เพราะตัวเขามีค่ากับเธอมากกว่าจานใบนั้นหลายเท่า

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายสีเพลิง
8.6
เมื่อนักฆ่าสาวผู้เชี่ยวชาญได้รับภารกิจสำคัญในการปลิดชีพสุลต่านหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งดินแดนอันมั่งคั่ง ทว่าแผนการลอบสังหารกลับนำไปสู่การเปิดเผยความลับอันดำมืดจากอดีตที่ถูกซุกซ่อนไว้มานานแสนนาน ท่ามกลางอันตรายและการหักหลังที่รายล้อมอยู่รอบตัว ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเขากับเธอก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ บทสรุปของความแค้นและการทรยศในครั้งนี้จะจบลงเช่นไร ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้นที่น่าติดตามจนหยดสุดท้าย
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฉันเกิดใหม่ ได้ซุกซนอยู่ในอ้อมแขนของชายผู้คลั่งรัก
8.7
[การแก้แค้น + ซ่อนตัวตน + เนื้อเรื่องสะใจ + หวานละมุนเอาใจซึ่งกันและกัน] หลังจากได้เกิดใหม่อีกครั้ง ชิจิวเหนียน มองดูสามีสุดหล่อที่อยู่ตรงหน้า หล่อจนแทบทำให้เธอหน้ามืดไป กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ชาติที่แล้วเธอตาบอดไปหรืออย่างไร ถึงไม่เห็นค่าของสามีที่ดีขนาดนี้ กลับไปเชื่อคำของชายชั่วหญิงเลว สุดท้ายครอบครัวพังพินาศ ชีวิตพังไม่เหลือชิ้นดี! ชาตินี้เธอจะกลับมาทั้งความงามและสติปัญญา เริ่มต้นเส้นทางการเหยียบย่ำคนเลวและเกาะขาคนมีอำนาจ! แต่พลาดไปแค่นิดเดียว ดันกลายเป็นคนใหญ่คนโตเสียเอง! ปลอกบังหน้าเยอะสุดๆ! เบื้องหลังหนาแน่นเป็นกอง!องค์กรนักฆ่าที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องสะดุ้ง: ใครกล้าท้าทายเจ้านายเรา ฉันจะยิงให้เป็นรูเลย! เหล่าตระกูลใหญ่ว่ากันว่าขัดแย้งกันหนัก: ใครกล้าแกล้งคนโปรดของเรา จะให้ปืนใหญ่ถล่มเขา! ตระกูลชั้นสูงลึกลับ: ยินดีต้อนรับคุณหนูผู้ยิ่งใหญ่กลับบ้าน!ชายผู้มีเสน่ห์ร้ายกาจยิ้มนิด ๆ โอบเอวสาวน้อยไว้ แล้วพูดว่า “ขอแนะนำ นี่คือภรรยาของผม!”
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจองครักษ์เถื่อน
9.4
ความต่างของฐานะและหน้าที่อันหนักอึ้งบีบบังคับให้ 'ฮะมีส' ต้องสะกดกลั้นความรักที่มีต่อ 'จัสทีน่า' ไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครองเธออยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจากไปโดยไร้คำร่ำลา ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจที่กรีดกินความรู้สึกของหญิงสาว การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างแสนสาหัส จนเกือบจะพรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายในอดีต