ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นักพฤกษศาสตร์สาวผู้ใช้ชีวิตในห้องวิจัยมานาน ตัดสินใจอาสาเข้าร่วมทีมสำรวจป่าเหอหนานอันตรายที่เคยคร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน แม้เพื่อนร่วมงานจะคัดค้าน แต่เธอก็เลือกเผชิญหน้ากับความเสี่ยงเพื่อเก็บตัวอย่างพืชหายากในพื้นที่ลึกลับที่เทคโนโลยีล้ำสมัยยังเข้าไม่ถึง ทว่าในวันที่เจ็ดของการเดินทาง การค้นพบดอกไม้ประหลาดท่ามกลางป่าลึกกลับนำพาเธอไปสู่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เมื่อการสัมผัสเพียงครั้งเดียวทำให้เธอหมดสติไปพร้อมกับแสงสว่างปริศนาที่เปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 1

ซูเจินตื่นขึ้นอีกครั้ง เพราะเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดของผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อเธอลืมตาขึ้น จึงคิดจะเอ่ยปลอบคนที่ร้องไห้อยู่ คงไม่มีใครนอกจากเสี่ยวชิง

เพราะตัวเธอสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ไปตั้งแต่ยังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษา แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หัวคิ้วของซูเจินก็ขมวดเข้าหากันแน่น

ไม่ ไม่ถูกต้อง ทำไมเธอจึงรู้สึกเหมือนถูกกอดรัดไว้อย่างแน่น ความรู้สึกที่เริ่มจะหายใจไม่ออกทำให้ ซูเจินร้องประท้วงออกมา

“อุแว้” ซูเจินเงียบเสียงลง พร้อมทั้งเสียงของสตรีที่ร้องคร่ำครวญเมื่อครู่ก็หยุดลงเช่นกัน ซูเจินร้องใหม่อีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อครู่ไม่ใช่เสียงของเธอ

“อุแว้” ดวงตาของซูเจินเบิกกว้าง เธอรู้แล้วว่าเสียงร้องของเด็กน้อยเมื่อครู่เป็นเสียงร้องของเธอเอง

มันเหมือนจะยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีก เมื่อสตรีตรงหน้าเปลี่ยนท่าทางที่กอดเธออยู่ เป็นอุ้มออกดูเพื่อจะดูว่าให้แน่ใจเช่นกัน

สิ่งที่ซูเจินเห็นทำให้นางกรีดร้องออกมาเสียงดัง แข่งกับสตรีที่อุ้มเธออยู่

ในความรู้สึกของเธอ เหมือนเธอกำลังโวยวายอย่างบ้าคลั่ง แต่เสียงที่เปล่งออกมาเป็นเพียงเสียงของเด็กน้อยที่ร้องลั่นปานจะขาดใจ

“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรแล้วลูก” เสียงของสตรีตรงหน้าตบห่อผ้าในอ้อมกอด พร้อมทั้งร้องบอกไม่ขาดปาก

แม้ไม่เห็นภาพตรงหน้าแต่ก็พอจะรู้ว่ามีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ยื่นล้อมรอบตัวสองแม่ลูกอยู่ เพราะฟังจากเสียงที่พูดคุยกระซิบกระซาบไม่ขาดสาย

“ต้าหลาง เจ้าก็เห็นด้วยกับภรรยาของเจ้ารึ!!!” เสียงของชายวัยกลางคนตวาดออกมาเสียงดัง

“ท่านผู้นำหมู่บ้าน ข้า ข้า” บุรุษที่ชื่อต้าหลางพูดไม่ออก ได้แต่พูดตะกุกตะกักฟังไม่รู้เรื่อง

“ข้าเองท่านพี่ ข้าแต่งนางให้อาเต๋อ ไม่คิดว่าเมื่อสามีไปรบนางจะขี้เกียจไม่ทำงานในเรือน ในไร่ แล้วผู้ใดจะเลี้ยงนางได้เล่า”

“เหอะ เจ้าลืมที่รับปากอาเต๋อไว้อย่างนั้นหรือ”

“รับปากอันใด ข้ามิได้รับปาก อย่างไรในเรือนก็ต้องมีบุรุษไปร่วมรบ เป็นอาเต๋อก็ถูกต้องแล้ว หรือท่านต้องการให้ต้าหลางไปแทนบุตรชายของเขาเล่า” 

ซูเจินอยากจะยกมือขึ้นปิดหู เพราะรำคาญเสียงแหลมของสตรีที่พูดขึ้นไม่น้อย แต่ก็ไม่อาจจะทำได้ เพราะมือที่เล็กแล้วยังถูกห่อไว้แน่นอีกด้วย

“ไร้เหตุผลสิ้นดี ตอนที่อาเต๋อลงชื่อ สินเดิมของมารดาเขายังมีอยู่มาก พวกเจ้าก็หน้าหนา ไม่ยอมนำมาให้เขาใช้จ่ายให้ทางการ เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าร่วมกองทัพ มาตอนนี้เจ้าจะบอกรึว่าได้พูด” ผู้นำหมู่บ้านยกนิ้วชี้ไปที่ต้าหลาง ที่หลบอยู่ด้านหลังของนางไห่ซื่อ

“หากพวกเจ้าจะไล่อาเม่ยออกจากเรือนก็ย่อมได้ แต่สินเดิมของมารดาอาเต๋อต้องให้นางติดตัวไปด้วย”

“ไม่ได้ ข้าไม่ยอม เงินที่เป็นสินเดิมของนางมีมากสักเพียงใด ใช้เลี้ยงดูอาเต๋อมาจนเติบใหญ่ ทั้งยังแต่งภรรยาให้เขาก็หมดลงแล้ว” นางไห่ซื่อกรีดร้องออกมาอย่างไม่ยอม

“หึ จริงอย่างที่นางพูดหรือไม่ต้าหลาง” ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยถามเสียงเข้ม

“จะ จริงขอรับ” ต้าหลางเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันเบา เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองสบตาของชาวบ้านที่มองมาทางเขา

“ดีดี อาเม่ย เจ้าจะเอาอย่างไร”

“ข้า ข้า ขอเพียงสินเดิมที่ท่านแม่ยึดไว้คืนก็พอเจ้าค่ะ” นางเอ่ยออกอย่างหวาดกลัว

เพราะสูญเสียบิดามารดาไปตั้งแต่เยาว์วัย อาศัยอยู่กับท่านปู่ท่านย่า แต่ก่อนที่นางจะออกเรือนได้สามปี ทั้งคู่ก็มาสิ้นใจทิ้งนางไว้เพียงลำพัง

แต่ยังดีที่ทั้งสองทิ้งเงิน และที่นาไว้ให้นางใช้จ่ายและทำกินอย่างไม่ขัดสน ตอนที่นางแต่งเข้าเรือนตระกูลชุยมีสินเดิมติดตัวมาถึงหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ทั้งยังที่นาอีกสิบหมู่ โฉนดเรือน ทั้งหมดล้วนถูกนางไห่ซื่อยึดไปทั้งสิ้น

ที่นาของนางที่ใช้ปลูกข้าว เงินที่ได้จากการขายผลผลิตล้วนแต่ถูกเก็บเข้ากองกลางจนหมด ทั้งที่ข้าวก็ปลูกได้มาก แต่นางกับชุยเต๋อกลับได้กินเพียงวันละสองมื้อ หากไม่ทำงานก็จะได้กินเพียงมื้อเดียว

แต่คนทั้งเรือนได้กินเต็มที่สามมื้อ นางทนทุกข์ในตระกูลชุยถึงสองปี หากไม่เป็นเพราะสามีของนางคอยปลอบใจและทำงานหนักแทนนาง นางคิดว่านางคงได้ตายตั้งแต่ในปีแรกที่แต่งเข้ามาแล้ว

ยามที่นางตั้งครรภ์ยังต้องทำทั้งงานในไร่และในเรือน สองวันมานี้ เพราะบุตรสาวที่เพิ่งคลอดได้เพียงแค่ห้าเดือนล้มป่วย นางจึงไม่ได้ไปที่นา อยู่ดูแลบุตรสาว นางไปขอเงินแม่สามีเพื่อพาบุตรสาวไปหาหมอ นางไม่ยอมให้

ที่เกิดเรื่องมาถึงขั้นตัดขาดในวันนี้ เพราะจิ่วเม่ยโวยวาย เมื่อเห็นว่าบุตรสาวของนางหายใจรวยริน แต่พ่อสามีก็เพียงปรายตามอง ทั้งแม่สามียังด่าทอนางไม่ยอมให้เงินพาบุตรสาวไปหาหมอ

“ข้าไม่ได้เอาไป จะมีคืนได้อย่างไร” ไห่ซื่อเชิดหน้าขึ้น

“เหอะได้ เช่นนั้น ข้าจะไปแจ้งทางการให้จัดการเรื่องนี้”

เมื่อเห็นว่าผู้นำหมู่บ้านเอาจริงและเริ่มจะเดินกลับไปที่เรือน ต้าหลางก็ดึงแขนเสื้อของไห่ซื่อ และส่งสายตาให้นางยอมคืนไป

“ช้าก่อน ข้าจะลองไปหาดูว่ามีหรือไม่” นางไห่ซื่อรีบร้อนกลับเข้าไปในเรือนของนาง ก่อนไปยังส่งสายตาอาฆาตมามองจิ่วเม่ยอีกด้วย

แต่มีหรือที่นางจะยอมคืนทั้งหมดที่ยึดมาได้ นางไห่ซื่อนำเงินเพียงสามสิบตำลึงเงินและโฉนดเรือน โฉนดที่ดินมาโยนให้จิ่วเม่ยเท่านั้น

ป้าหวงภรรยาผู้นำหมู่บ้านเดินเข้ามาตรวจดูสินเดิมของจิ่วเม่ยก็ร้องโวยวายออกมา

“รังแกเกินไปแล้ว เจ้าคืนมาเพียงแค่สามสิบตำลึงได้อย่างไร” 

“ได้ เช่นนั้นก็นำเรื่องไปแจ้งทางการเสีย” เสียงชาวบ้านเริ่มด่าทอสองสามีภรรยาออกมา

ต้าหลางที่ทนอับอายไม่ไหว วิ่งเข้าไปในเรือนแล้วนำเงินออกมาให้จิ่วเม่ยจนครบ

“หมดเงินแล้วอย่าได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากข้าอีก” ไห่ซื่อกรีดร้องออกมา

ที่ต้าหลางกับไห่ซื่อยอมตัดขาดกับสองแม่ลูกง่ายเพียงนี้ เพราะข่าวของชุยเต๋อขาดหายไปได้เกือบสองเดือนแล้ว ทั้งสองจึงคิดว่าชุยเต๋อตายตกในสนามรบไปเรียบร้อยแล้ว

จึงไม่คิดอยากจะเก็บสองแม่ลูกไว้ในเรือนให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำ ระหว่างที่กำลังคิดหาวิธีเพื่อขับไล่ ทั้งยังยึดสินเดิมไว้ด้วย จิ่วเม่ยที่สงบปากสงบคำก็โวยวายเรื่องบุตรสาวของนางออกมาเสียก่อน

ชาวบ้านที่ได้ยินเรื่องที่นางสาธยายความเลวร้ายตลอดสองปีที่ได้รับออกมาก็รีบไปเรียกผู้นำหมู่บ้าน ด้วยเห็นนางไห่ซื่อคว้าไม้ทุบตีจิ่วเม่ยอยู่ด้วย

ผู้นำหมู่บ้านรีบเขียนหนังสือตัดขาดทันที พร้อมทั้งเขียนของชุยเต๋อออกมาด้วยอีกฉบับ เขาจึงเชื่อว่าคนดีเช่นชุยเต๋อจะไม่ตายตกไปอย่างง่ายดายแน่นอน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย กลร้ายทรายเสน่หา
8.0
มิลินถูกจับตัวไปผจญภัยในทะเลทรายอันร้อนระอุโดยพระเอกหนุ่มที่ต้องการเอาคืนหลังถูกเธอใส่ร้ายจนเสียชื่อเสียง แม้จะรู้ภายหลังว่าเป็นความเข้าใจผิด แต่เขาก็ยังบังคับให้เธอทำงานหนักเพื่อแลกกับอาหารและที่พัก ท่ามกลางอันตรายจากโจรทะเลทรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด ความใกล้ชิดในกระโจมพักกลับค่อยๆ เปลี่ยนความบาดหมางให้กลายเป็นความเสน่หา จากคู่กัดที่พร้อมจะข่วนหน้ากันจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่อบอวลไปทั่วผืนทราย
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ
8.6
จากชีวิตที่แสนสุขสบาย หญิงสาวกลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อประสบอุบัติเหตุจนหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางครอบครัวที่ยากลำบาก ทั้งมารดาที่ล้มป่วยและบิดาที่พิการไร้ความสามารถในการทำงาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตทุกคนให้รอดพ้นจากความอดอยากในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้
หน้าปกนวนิยาย เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังเผชิญความตายที่แสนอนาถ ชายหนุ่มกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ทั้งเนื้อตัวเหม็นโฉ่และผมเผ้ารุงรังจนดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาดูแคลน เขากลายเป็นความหวังสุดท้ายของไทเฮาที่ปรารถนาจะดัดนิสัยและเปลี่ยนโฉมองค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะเอาตัวรอดจากความคาดหวังและสถานะสุดรันทดในโลกใหม่นี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลตัดสินใจเดินทางกลับสู่อารันดาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เพื่อพบกับชี้คฟีรอสชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักต่อเธอ ทว่าค่ำคืนแรกกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากห้องนอนไปตื่นขึ้นในกระโจมกลางทะเลทราย พร้อมกับร่างโชกเลือดของชี้คหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางอุปสรรคและหญิงสาวมากมายที่จ้องจะแย่งชิงเขา น้ำตาลต้องพิสูจน์ว่าความรักและความเชื่อใจของเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ากระแสลมร้อนและอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
7.9
เซียนสาววัยเยาว์นามหนี่ว์อ้ายปิงจับพลัดจับผลูเปิดระบบปริศนาจนถูกส่งมาทำภารกิจบนโลกมนุษย์ที่แสนทุรกันดาร เธอต้องจุติในตระกูลขุนนางที่กำลังตกอับ โดยมีบิดาเป็นเพียงรองแม่ทัพในสังกัดของอ๋องสือผู้ดูแลชายแดน ท่ามกลางไฟสงครามและการรุกรานจากศัตรู แม้เธอจะปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตสงบสุขเพื่อหาทางกลับสู่สวรรค์ แต่สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เธอต้องรับภาระหนักอึ้งจนกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยากนี้