
สวาทรักนายหัวภูตะวัน (ซีรีส์เมียข้าใครอย่าแตะ)
ตอน 2
“โทรศัพท์หาใครบุญรอด”
“นายหัวก็ ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกณเดชๆ” เจ้าของชื่อบุญรอดที่เปลี่ยนมาเป็นณเดชได้หลายเดือนหน้ามุ่ย เพราะมีอยู่คนเดียวที่มักจะชอบเรียกชื่อเก่าและเป็นเพียงคนเดียวที่เขาไม่อาจขึ้นเสียงได้
“ก็คนมันไม่ชินปาก สรุปโทรหาใคร” ภูตะวันเท้าสะเอวถามลูกน้องตัวดีที่พักนี้ดูมีลับลมคมนัย
“เปล่าครับนายหัว”
“ฉันให้นายตอบอีกครั้ง โทรหาใคร” ชายหนุ่มถามย้ำโดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่เน้นทีละคำจนทำให้ณเดชรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ “ถ้าไม่บอกก็ไปเก็บของ”
“ผมบอกแล้วครับนายหัว บอกแล้ว” พอได้ยินว่านายหัวหนุ่มสั่งให้ไปเก็บของณเดชก็ลนลานแทบจะลงไปกราบ เพราะไม่อยากไปลงเรือปล่อยเกาะหรือไม่ก็ขึ้นเขาอยู่เฝ้าสวนยาง
“งั้นก็พูดมาว่าโทรหาใคร”
“แม่นายหัวครับ”
“แม่ฉันเหรอ” หัวคิ้วหนาของภูตะวันขมวดเข้าหากันทันที นั่นเพราะไม่คิดว่าลูกน้องจะมีธุระอะไรถึงต้องโทรไปหาแม่เขาแบบนั้น
“ครับ” ณเดชยอมรับพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้หวังลึกๆ ว่ารอยยิ้มแสนจริงใจของตนจะทำให้โทษลดน้อยลงไปบ้าง
“โทรไปหาทำไม” น้ำเสียงของภูตะวันนั้นห้วนรวมถึงแววตาก็แข็งกระด้างคาดโทษ
“คือว่าผมแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นนะนายหัว ต่อไปนี้ผมจะไม่ทำแล้วครับ ไม่ทำแล้ว”
“ไอ้ณเดช กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ไอ้นี่” ภูตะวันส่ายหน้าให้ลูกน้องตัวดี แรกเริ่มตั้งแต่เกิดมาลูกน้องเขาชื่อบุญรอดเพราะมันเกือบตายหลายหนแต่พอเห็นว่าคนชื่อณเดชหล่อเป็นถึงพระเอกชื่อดัง มันก็อยากหล่อแบบนั้นบ้างเลยลงทุนไปเปลี่ยนชื่อให้เหมือนกันเสียอย่างนั้น ก่อนจะกำชับให้ทุกคนเรียกว่าณเดชๆ
นายหัวหนุ่มถอนหายใจออกมาหนักๆ เพราะเดาออกว่าผู้เป็นแม่ไหว้วานให้ณเดชทำเรื่องอะไร บอกกี่ครั้งถึงจะเชื่อว่าเขาไม่ได้เป็นเกย์ส่วนเรื่องผู้หญิงเขาเฉยๆ อาจเพราะยังไม่เจอคนที่ใช่มากกว่าเลยไม่มีเวลาไปสนใจ เพราะถ้าเกิดเขาสนใจหล่อนขึ้นมาเขาจะทำทุกทางเพื่อให้เจ้าหล่อนอยู่ข้างตัว
ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือจะดังขึ้น
“ว่าไง”
“คนที่นายหัวพามาวันก่อนเป็นไข้ครับ” ไต้ก๋งเรือรีบรายงาน
“ให้กินยาหรือยัง”
“เรียบร้อยครับ”
“รอพายุสงบก่อนพาเข้าฝั่ง แต่ถ้าตายก็โยนลงทะเลได้เลย” นั่นคือคำสั่งจากปากของภูตะวัน ปกติเขาไม่ใช่คนใจร้ายใจดำหรือฆ่าแกงใครง่ายๆ แต่เคสนี้ขอยกเว้นเพราะอยากให้บทเรียนที่ณดลจะต้องจำใส่สมองไปจนวันตายว่าอย่าได้แตะต้องครอบครัวเขาอีก
เขามีพี่น้องรวมตัวเองด้วยก็สามคนเป็นแฝดสามของครอบครัวนี้ พี่คนโตอยู่ภาคเหนือน้องคนเล็กอยู่ต่างประเทศส่วนเขาอยู่ภาคใต้ เหตุผลที่เขากับบรรดาพี่น้องต้องอยู่ไกลกันคงมีจุดเริ่มต้นจากความรักของพ่อและแม่
หนุ่มใต้สุดห้าวตกหลุมรักกับสาวเหนือสุดอ่อนหวาน พอมีลูกก็ส่งไปดูแลธุรกิจของทั้งสองครอบครัวแต่ก็มีคนหนึ่งที่โบยบินไปอยู่ต่างประเทศเพราะชอบเรื่องเหมืองทองเป็นพิเศษ
ในที่สุดก็ถึงวันที่นับพันดาวต้องออกเดินทาง หญิงสาวก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนหรือหนักใจอะไรเพราะเรื่องที่ต้องไปทำนั้นง่ายกว่าที่คิด อีกอย่างการที่เธอใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกมาหลายปีจึงมั่นใจว่าดูแลตัวเองได้ หลังจากลาบิดามารดาและพี่ชายอีกสองคนหญิงสาวก็ออกเดินทางไปที่สนามบินจากนั้นก็ขึ้นเครื่องไปลงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พอไปถึงก็โทรหาคนที่จะมารับ
“ณเดชเหรอ”
“ใช่ครับ ผมณเดช” เจ้าของชื่อเอ่ยรับอย่างภูมิใจ นับพันดาวส่งยิ้มให้เจ้าของชื่อที่ยิ้มโชว์ฟันขาวๆ ให้เธอ
“อ้อ หล่อสมชื่อดีนะ”
“ครับ” พอถูกชมว่าหล่อณเดชก็แทบจะตัวลอยก่อนจะพานับพันดาวไปที่รถจากนั้นก็พาไปยังอาณาจักรยางพาราของนายหัว
ณเดชรู้เพียงแค่ว่าวันนี้ต้องมารับคนที่สนามบินตามคำสั่งของคุณนายอำพร ซึ่งเธอชื่อนับพันดาวเป็นญาติห่างๆ กับนายหัวภูตะวันเห็นว่าจะมาฝึกงานอะไรสักอย่าง แม้จะสงสัยแต่ณเดชก็ไม่กล้าถามอะไรมากนัก
“จากสนามบินไปสวนยางไกลไหมณเดช”
“ประมาณชั่วโมงครับ”
“ฉันหิว แถวนี้มีอะไรอร่อยๆ แนะนำไหม” เพราะไม่รู้ว่าจะกินอะไรนั่นทำให้นับพันดาวถามกับเจ้าถิ่นออกไป แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้คนฟังท้อแท้
“ไม่มีครับ”
“ไม่มีเลยเหรอ” นับพันดาวถามย้ำพร้อมกับกวาดสายตามองหาร้านอาหารริมทางสักร้าน
“ครับ”
“แล้วเวลามาแถวนี้ณเดชกินอะไร”
“ไม่กินครับ” คำตอบของณเดชทำเอานับพันดาวยกมือขึ้นกุมขมับ
“โอเค งั้นจอดร้านข้าวข้างหน้าให้ฉันหน่อย หิวจนไส้จะขาดแล้ว” ยิ่งถามนับพันดาวก็ยิ่งปวดหัว ส่วนเหตุผลของณเดชที่บอกว่าไม่กินเพราะทุกครั้งที่จะออกจากสวนยางเขาจะกินข้าวให้อิ่มท้องมาแล้วนั่นเอง ถ้าต้องออกมาทำธุระนานทั้งวันก็จะเอาข้าวใส่ปิ่นโตติดตัวมาด้วย
ไม่ใช่เพราะไม่อยากกินข้าวที่อื่นแต่เขาติดรสมือแม่ครัวของสวนมากกว่า นอกจากรสมือแล้วก็ยังชอบแม่ครัวที่ชื่อว่าหนูเล็กมากอีกด้วย พยายามเวียนไปขายขนมจีบทุกวันหวังให้ใจอ่อนยอมเป็นเมีย
“ครับ” ณเดชเอ่ยรับก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าร้านขายอาหารที่ขนาดใหญ่โตพอสมควร เมื่อรถจอดสนิทนับพันดาวก็ชวนณเดชให้ลงไปกินข้าวด้วยกันแต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธเธอจึงลงไปหาอะไรกินเพียงคนเดียว
อาหารที่นี่อร่อยแม้รสจะเผ็ดร้อนมากจนเธอต้องกินน้ำตามไปหลายแก้วก็ตาม ก่อนจะตบท้ายด้วยต้มสาคูเปียกมะพร้าวอ่อนข้าวโพดซึ่งนับพันดาวพึ่งเคยกินขนมหวานที่ทำมาจากสาคูต้นแบบนี้ครั้งแรก ซึ่งรสชาติของมันก็หวานมันอร่อย
พอท้องอิ่มก็เดินกลับมาที่รถโดยไม่ลืมซื้อของฝากติดไม้ติดมือมาให้ณเดชด้วย จากนั้นก็ออกเดินทางกันต่อกระทั่งถึงอาณาจักรยางพาราของภูตะวัน นับพันดาวกะพริบตาปริบๆ กับความกว้างขวางของสวนยางตรงหน้า จะว่าไปแล้วตรงทางเข้าสวนก็มีอุโมงค์ต้นยางด้วย รอจังหวะเหมาะๆ ค่อยไปถ่ายรูป
คุณอาจจะชอบ





