ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียลับนายหัว

เมียลับนายหัว

ตอน
แชร์

ตอน 2

“นุ่นค่ะนุ่นค่ะหนูชื่อนุ่นมากับเจนและก็มากับโบว์”

ท่อนนี้กัญญาภรณ์เป็นคนร้อง เธอสะบัดเอวพลิ้วไหวอย่างสวยงาม ราวกับว่าเป็นนักเต้นมืออาชีพ

“โบว์ค่ะโบว์ค่ะหนูชื่อโบว์มากับนุ่นและก็มากับเจน” เจ้าของท่อนนี้คือชุติมา ก่อนที่ทั้งสามจะร้องเพลงพร้อมกัน เต้นท่วงท่าเหมือนกัน จนกระทั่งจบเพลง

“น้าขอไปดูก่อน” ชุติมาเดินไปหยิบมือถือมาเปิดดูคลิปที่อัดไว้ “โห...เพอร์เฟ็กสุดๆ”

“ไหนๆ ขอดูหน่อย” กัญญาภรณ์มายืนข้างชุติมา ก้มหน้าดูคลิปที่อัดไว้เมื่อครู่ “เพอร์เฟ็กจริงด้วย”

“แม่จ๋า น้อนขนมหิวข้าว” มีเพียงคนเดียวที่ไม่ได้เข้าไปดูคลิป เนื่องจากท้องร้องประท้วงหิว กัญญาพัชรมีปัญหาเรื่องออกเสียง ง.งู ซึ่งออกเสียงไม่ได้ คำว่าน้องจึงเป็นคำว่าน้อน เวลาเรียกแทนตัวเสียงที่ออกมาคือ น้อนขนม

“น้าทำไข่พะโล้ไว้ เดี๋ยวน้าไปตักให้นะ” ชุติมาบอกหลาน

“น้อนขนมไปเอากะมังให้ค่ะ” กัญญาพัชรรีบวิ่งเข้าไปในครัว โดยมีชุติมาเดินตามไป เด็กหญิงหยิบชามข้าวใบโตที่ใหญ่กว่าชามปกติและทำจากสแตนเลสที่ตัวเองเรียกว่า กะมังที่ย่อมาจากกะละมังมาวางไว้ใกล้หม้อหุงข้าว

“เมื่อไหร่จะเลิกกินในชามใบนี้สักที รู้ไหมว่ามันใหญ่มาก” ชุติมาถามหลาน

“น้อนขนมชอบ เหมือนไอ้ด่านไงคะ มันก็กินในกะมังใบใหญ่”

คนเป็นน้าส่ายหัวและยิ้มกับคำพูดของหลานสาว เป็นเพราะเธอแท้ๆ กัญญาพัชรถึงได้ยึดชามสแตนเลสใบนี้เป็นชามข้าวประจำตัว วันนั้นเธอนั่งกินข้าวอยู่หน้าบ้านกับหลานสาว ป้ายุ่งข้างบ้านนำข้าวมาให้ไอ้ด่างหมาบ้านฝั่งตรงข้ามที่เจ้าของบ้านไว้วานให้ป้ายุ่งเอาข้าวมาให้หมาตัวเอง เป็นเพราะเจ้าของบ้านกลับบ้านไม่เป็นเวลาจึงห่วงหมาของตน กัญญาพัชรเมื่อเห็นกะละมังข้าวที่ป้ายุ่งวางไว้ก็พูดตามประสาเด็ก

“ไอ้ด่านกินข้าวเยอะจัง กินชามเบ้อเริ่ม”

“ไอ้ด่างมันกินจุไง กินจุเหมือนขนมน่ะ แต่มันกินทีเดียวใส่กะละมัง ไม่เหมือนขนมที่กินหลายชามก็ต้องตักหลายครั้ง”

“ถ้างั้นน้อนขนมก็กินทีเดียวเหมือนไอ้ด่าน น้ายูจะได้ไม่ต้อนเหนื่อยตักหลายครั้น” พูดจบเด็กหญิงก็วิ่งเข้าไปในบ้านกลับมาพร้อมกับชามสแตนเลสที่เอาไว้สำหรับทำยำ ทำขนมและแช่ผักมาให้ชุติมา “น้ายูเทข้าวใส่กะมังให้น้อนขนมหน่อย”

“ใส่ทำไมคะ” ชุติมาถามหลาน

“น้อนขนมจะกินเหมือนไอ้ด่านค่ะ กินในกะมัง กินจุกินทีเดียว” ชุติมาอมยิ้มกับคำพูดช่างจ้อของหลานสาว และนับตั้งแต่นั้นกัญญาพัชรก็มีชามข้าวประจำตัว

“กินจุแบบนี้ระวังอ้วนนะ อ้วนแล้วไม่สวยนะจะบอกให้”

“น้อนขนมไม่กลัวอ้วน น้อนขนมกลัวอดตาย” เด็กหญิงพูดไปเรื่อย ชุติมาส่ายหัวก่อนส่งชามข้าวให้หลานสาวที่รีบวิ่งไปนั่งกินตรงโต๊ะหน้าทีวี ชุติมามองหลานสาวแล้วหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้หลายรูป ทั้งหน้าตรง ด้านข้างทั้งข้างซ้ายและขวา ยืนยิ้มกับภาพที่อยู่ในมือถือ

“ยืนยิ้มแบบนี้จะส่งไปให้เขาอีกล่ะสิ” กัญญาภรณ์ถามอย่างรู้ทัน

“ก็ใช่น่ะสิ นี่ก็ไม่ได้ส่งให้ดูปีกว่าแล้วนะ กระตุ้นให้นายหัวสิงห์ดิ้นพล่านซะหน่อย สะใจพี่ไม่ใช่เหรอ”

“ก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้ส่งไปนานแล้ว ป่านนี้คงดูแต่รูปเก่าๆ ส่งไปครั้งนี้เอารูปนี้นะ ไม่ต้องให้เห็นหน้า เห็นแต่ข้างๆ เหมือนครั้งก่อน จะได้ดิ้นเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวก”

ตั้งแต่ส่งไปครั้งแรกตอนกัญญาพัชรได้สามวัน กัญญาภรณ์ได้ส่งภาพลูกสาวไปให้สิงหนาททุกสามเดือน แต่มาห่างตอนลูกสาวได้ขวบกว่า มาส่งให้ดูหน้าลูกสาวอีกครั้งตอนสองขวบสามเดือน จากนั้นอีกสี่เดือนก็ส่งให้ดูอีกหนึ่งภาพ ห่างอีกเจ็ดเดือนก็ส่งอีกภาพหนึ่ง แล้วต่อจากนั้นก็ไม่ได้ส่งอีกเลย

ทุกครั้งที่กัญญาภรณ์ส่งรูปน้องขนมให้สิงหนาทดู สิงหนาทจะมาบ้านพจน์ทุกครั้งเพื่อถามหาตน ทว่าพจน์ไม่รู้ว่ากัญญาภรณ์อยู่ไหน คุยกันแต่ละครั้งลูกสาวคนโตจะเป็นฝ่ายโทรหาด้วยเบอร์ใหม่ พอคุยเสร็จก็หักซิมทิ้ง ทำอย่างกับว่าไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ใด หายเข้ากลีบเมฆพร้อมลูกสาวและชุติมา

ความรู้สึกของสิงหนาทตอนนี้เหมือนปลากำลังว่ายอยู่ในคลองเกือบแล้งน้ำ จะตายก็ตายไม่ได้ จะอยู่ก็อยู่แบบทรมาน เห็นหน้าลูกแต่ไม่ได้ชิดใกล้และอุ้มชู มันคือความทรมานอันเจ็บปวด กัญญาภรณ์รู้เรื่องนี้ดี เธอไม่สงสารสิงหนาท กลับสะใจที่เขาเป็นเช่นนี้

คิดพรากลูกไปจากตนเหรอ...ไม่มีทาง

ขณะที่ชุติมากำลังส่งภาพไปให้สิงหนาทด้วยวิธีเดิม คือสร้างแอปโคลนขึ้นมาในมือถือ ก่อนสมัครไลน์ใช้เข้าระบบด้วยเฟสบุ๊กที่สร้างขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ใช้วิธีนี้เขาไม่มีทางสืบหาคนส่งได้ พอส่งเสร็จก็ทำการบล็อกทันที สิงหนาทเปิดอ่านข้อความได้แต่ไม่สามารถโต้ตอบกลับมาจนกว่าชุติมาจะปลดบล็อก ซึ่งชุติมาจะปลดบล็อกก็ต่อเมื่อส่งภาพให้พ่อของน้องขนมดู แล้วที่รู้ว่าสิงหนาทคลั่งยามได้ดูหน้าลูกเป็นเพราะ กัญญาภรณ์มีสายสืบคอยดูความเคลื่อนไหวของสิงหนาท ที่รายงานทั้งเสียงและส่งภาพให้ดู ระหว่างที่ชุติมากำลังส่งภาพให้สิงหนาทดู กัญญาภรณ์เดินมานั่งใกล้บุตรสาวที่กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย พรางนึกถึงเรื่องราวในอดีต เรื่องที่ทำให้ตนต้องพบเจอกับสิงหนาท

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กุหลาบในเปลวไฟ
9.2
สามปีกับชีวิตสมรสที่เย็นชาและถูกหักหลังโดยฮั่วเป่ยอวี๋ ทำให้เสิ่นเจียงหนานตัดสินใจหย่าขาดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะหญิงแกร่งผู้เพียบพร้อม ทั้งด้านการออกแบบ การแพทย์ และแฮ็กเกอร์ จนกลายเป็นที่หมายปองของทุกคน เมื่ออดีตสามีคิดจะตามง้อ เธอกลับก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์สุดยิ่งใหญ่กับเผ๋ยเหยียนหลี่ ชายผู้ประกาศก้องผ่านสื่อทั่วโลกว่าเธอคือสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวของเขา พร้อมคำขาดถึงใครก็ตามที่คิดจะล่วงเกินภรรยาสุดที่รักคนนี้
หน้าปกนวนิยาย จำนนรักจอมเผด็จการ
9.0
แสงเหนือ เจ้าของฟาร์มหนุ่มโสดสุดเนี้ยบผู้เกลียดเด็ก ต้องจำใจรับดูแลแคทรียา ลูกสาววัยยี่สิบสองของเพื่อนรุ่นพี่เพื่อดัดนิสัย แม้ตอนแรกจะปฏิเสธแต่ความลับบางอย่างทำให้เขาเลี่ยงไม่ได้ ด้านแคทรียาคุณหนูจากเมืองกรุงต้องระเห็จมาตรากตรำทำงานฟาร์มเพื่อหนีการคลุมถุงชนที่แม่ยัดเยียดให้ แต่การหนีร้อนมาพึ่งเย็นครั้งนี้กลับทำให้หัวใจเธอสั่นคลอน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้าของฟาร์มจอมเผด็จการที่ขยันบริหารเสน่ห์จนเธอเริ่มใจอ่อนและหวั่นไหวอย่างไม่คาดคิด
หน้าปกนวนิยาย เธอคือลมหายใจของฉัน
7.9
โฮว่หลิงเฉินประธานหนุ่มผู้เย็นชาสั่งขับไล่เหนียนหย่าเสวียนอย่างไม่ใยดีโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือใคร จนกระทั่งผู้ช่วยคนสนิทได้เตือนสติว่าหญิงสาวที่เขาหยาบคายใส่คือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสด้วยกัน เมื่อความจริงปรากฏเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือหันมาปรนเปรอและทะนุถนอมเธออย่างที่สุด ทว่าท่ามกลางความรักที่หวานชื่นและชีวิตที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบนั้น กลับไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจุดจบของความสัมพันธ์นี้จะนำไปสู่การหย่าร้างในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย รักไร้ค่า
9.2
เจียงหว่านติดอยู่ในกรงขังของการแต่งงานตามข้อตกลงที่ไร้รัก แม้เธอจะมอบหัวใจให้เผยเสี้ยน แต่เขากลับเลือกอยู่กับผู้หญิงอีกคนในยามที่เธอต้องการเขามากที่สุด ความเจ็บปวดทำให้เธอตัดสินใจหย่าเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง ทว่าเมื่อเธอจากไป เขากลับเพิ่งรู้ซึ้งถึงค่าของเธอ ท่ามกลางคู่แข่งมากมายที่รอขายขนมจีบ มหาเศรษฐีหนุ่มจึงยอมทุ่มเงินร้อยล้านเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว และหวังจะพาภรรยาคนเดิมกลับมาแต่งงานใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ศึกรักแสงสว่าง
9.5
จุดเริ่มต้นจากความเมตตาที่หนิงซีมีต่อเด็กชายแปลกหน้า นำพาให้เธอได้พบกับลู่ถิงเซียว ชายหนุ่มรูปงามผู้เป็นบิดา ซึ่งตัดสินใจตอบแทนบุญคุณด้วยการมอบความรักและอุทิศตนให้อย่างหมดหัวใจ เมื่อแต่งงานกัน ชีวิตของเธอก็ได้รับการปรนเปรออย่างเหนือจินตนาการ ความสัมพันธ์ของพวกเขาหวานล้ำจนลูกชายตัวน้อยแทบจะกลายเป็นคนนอก ลู่ถิงเซียวพร้อมตอบสนองทุกความต้องการของภรรยาอย่างไร้เงื่อนไข ไม่สนใจเสียงคัดค้านใดๆ แม้เธออยากยึดหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็ยินดีมอบให้ สำหรับเขาแล้ว รอยยิ้มของเธอคือสิ่งที่มีค่าสูงสุด ไม่ว่าสถานการณ์จะวุ่นวายเพียงใด เธอก็คือที่หนึ่งเสมอ
หน้าปกนวนิยาย อัจฉริยะฝาแฝด
9.5
สวี่รั่วฉิงต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือน้องสาวที่หวังฮุบทุกสิ่ง ซ้ำยังพบว่าพ่อแม่ที่เทิดทูนเป็นเพียงครอบครัวบุญธรรม โชคชะตาพลิกผันให้เธอฟื้นคืนชีพเพื่อชำระแค้น โดยมีลูกแฝดอัจฉริยะเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ลูกชายคนโตคือยอดนักเจาะระบบที่คอยกวาดล้างศัตรู ส่วนลูกสาวคนเล็กเป็นนักปรุงน้ำหอมชื่อก้องโลกที่สร้างความมั่งคั่ง ทว่าแผนทวงคืนความยุติธรรมต้องสะดุด เมื่อชายลึกลับปรากฏตัวและดึงดันว่าเธอคือภรรยาที่หายไปเพราะกลิ่นกายคุ้นเคย แม้เธอจะตบหน้าปฏิเสธและอ้างว่ามีลูกแล้ว แต่แฝดน้อยกลับทักว่าเขาหน้าเหมือนพ่อไม่มีผิด