ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจองครักษ์เถื่อน

ดวงใจองครักษ์เถื่อน

ความต่างของฐานะและหน้าที่อันหนักอึ้งบีบบังคับให้ 'ฮะมีส' ต้องสะกดกลั้นความรักที่มีต่อ 'จัสทีน่า' ไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครองเธออยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจากไปโดยไร้คำร่ำลา ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจที่กรีดกินความรู้สึกของหญิงสาว การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างแสนสาหัส จนเกือบจะพรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายในอดีต
ตอน
แชร์

ตอน 3

"งานเข้าแล้วไง เสด็จพ่อทำไมทำกับลูกสาวแบบนี้....จาห์เนียก็ไม่รู้ไปไหนไม่สนใจพี่สาวเลยสักนิด ฮึ้ย!!" สบถเสียงกร้าวเมื่อไม่ได้ดั่งใจ พาลไปยังน้องชายที่ไม่รู้ไปอยู่หนแห่งไหน

"เดี๋ยวกระหม่อมจะให้พี่เลี้ยงเอาโอสถมาถวาย" ฮะมีสที่ยืนมองเอ่ยขึ้นอย่างอาสา เมื่อก่อนหน้าเห็นว่าองค์หญิงนั้นบอกไม่สบาย มีอาการปวดหัวจากความเครียดในการซ้อมการแสดง

"จะเอามาทำไมล่ะ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย เพราะนายคนเดียวเลยฮะมีส ที่ทำให้มันวุ่นวายแบบนี้ ทำให้เสด็จแม่กับเสด็จพ่อ ต้องตำหนิเราแค่ไม่เปิดประตูทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย ไอ้คนป่าเถื่อน" องค์หญิงจัสทีน่าหันมาต่อว่า ด่าทอองครักษ์ฮะมีสที่ยืนหน้านิ่ง คอยเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ขององค์หญิงจอมแก่น

"ก็กระหม่อมได้ยินเสียงองค์หญิงกรีดร้อง..." ฮะมีสเอ่ยขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเกิดจากความห่วงใยทั้งนั้น แต่มันกับสร้างความไม่พอใจแก่องค์หญิงจัสทีน่าเสียอย่างนั้น

"ร้องเพลงไม่ได้หรือไงล่ะ" หล่อนแย้ง

"ร้องเพลง?" และเขาก็ต้องย้อนถามเพื่อย้ำชัด ว่านั่นคือการร้องเพลงตามที่องค์หญิงว่าจริงหรือ?

"ก็ใช่ไง" หล่อนยืนยันเสียงแข็ง สายตาจ้องมองหน้าฮะมีสอย่างเชือดเฉือน

"ร้องอย่างกับเจ็บตัว ใครจะไปคิดว่าร้องเพลงกันพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสเอ่ยขึ้น เป็นใครที่ได้ยินก็คงเห็นตามกับหัวหน้าองครักษ์เช่นกัน

"นี่จะบอกว่าเราร้องเพลงห่วยแตกงั้นสิ" องค์หญิงจัสทีน่าว่าขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์หมาย เดินดุ่มเข้าไปใกล้ แล้วหยุดยืนตรงหน้า เอ่ยวาจากระด้างใส่หน้าฮะมีสอย่างไม่คิดเกรงกลัว แม้ตัวจะเล็กกว่าทว่ากับใจใหญ่ยิ่งนัก

"กระหม่อมเปล่าพ่ะย่ะค่ะ" และก็เป็นฮะมีสที่หลบสายตา เพราะว่าไม่อยากมีปากเสียงกับองค์หญิง เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาเถียงต่อคำให้ตายก็ไม่มีวันเอาชนะได้ แม้จะมีเหตุผลมากมายก็ตามที

"จะเปล่าอะไร ก็สื่ออยู่ว่าเป็นแบบนั้น นายนี่มัน มัน วุ้ย! ไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย...จะไปไหนก็ไป รำคาญสายตา" องค์หญิงจัสทีน่าแสดงวาจาหงุดหงิดใส่ ก่อนจะเอี้ยวตัวหันหลังให้แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เทียบเทียมกุลสตรีนั้นหามีไม่ แก่นแก้วยิ่งกว่าผู้ชาย จนทำให้คนรอบกายนั้นปวดหัวไปตาม ๆ กัน

"แต่ว่าท่านเชคฮให้กระหม่อมเฝ้าดูองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสชี้แจงตามหน้าที่อันได้รับมอบหมาย ทว่านั่นกับทำให้องค์หญิงจัสทีน่ากลอกสายตามองบน แม้จะนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ท่านอนที่ไม่พิสมัย ทำเอาฮะมีสนั้นต้องหันมองไปทางอื่น

"นี่ท่านหัวหญ้า เอ้ย! หัวหน้าองครักษ์ ฉันไม่หนีไปไหนหรอกนะคะ จะนอนพักในห้องนี่แหละ เข้าใจไหมคะ คะ คะ" องค์หญิงจัสทีน่าดีดตัวลุกนั่ง แถมยังให้คำตอบอย่างยียวน เปล่งเสียงสะท้อนประหนึ่งเอคโค่จนดังก้อง ทำให้ฮะมีสนั้นต้องขบฟันแน่นอย่างควบคุมอารมณ์ที่มี ความภักดีก็มีแต่นี่ก็ยากนักจะควบคุมได้ บางครั้งการอยู่ใกล้องค์หญิงจัสทีน่าก็ทำให้เขาปวดหัว จนต้องพึ่งยาแก้ปวดเลยทีเดียว

"กระหม่อมจะเฝ้าอยู่ด้านนอกพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสบอกกล่าว ก่อนจะเอี้ยวตัวหันหลังตั้งท่าเดินออกจากห้องไป

"จะเฝ้าไหนก็เรื่องของนาย จะไปเฝ้าที่ดาวอังคารก็เชิญตามสบาย...อย่าลืมซ่อมประตูให้เราด้วย" องค์หญิงว่าขึ้น กวนประสาทองครักษ์ไม่หยุดหย่อน ตอนสั่งก็ช่างเอาแต่ใจ แต่ตอนไหนที่ยียวนก็ทำเอาฮะมีสอยากจะตายวันละสิบรอบ ได้แต่เดินส่ายหัวและถอนหายใจอย่างระอาออกจากห้องไป

เป็นทุกอย่างให้องค์หญิงแล้วจริง ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งช่างซ่อมประตู

--------------

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงปรารถนา (ภาคต่อรักร้อนเพลิงริษยา)
8.0
กัญติญาถูกจองจำในพันธนาการเพื่อรับบทลงโทษทัณฑ์อันป่าเถื่อนจากรัฐศาสตร์ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและแรงหึงหวง เขาใช้กำลังขืนใจเธออย่างไร้ความปรานีเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ พร้อมทั้งใช้ชีวิตของเคนจิโร่และบิดาเป็นเครื่องมือข่มขู่ไม่ให้เธอคิดหนี แม้กัญติญาจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจจนแทบขาดใจ แต่เธอก็จำต้องอดทนต่อสู้กับชะตากรรมที่โหดร้ายนี้ ท่ามกลางความสับสนในใจของรัฐศาสตร์ที่ทวีความหวงแหนในตัวเธออย่างรุนแรงจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 1
9.0
หลังจบชีวิตลงในโลกที่ล่มสลายเพราะฝูงซอมบี้ ฉินหลิวซีก็ได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้แสนอาภัพ เธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองและคนในบ้าน โดยตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ความสามารถที่มีนำพาครอบครัวก้าวข้ามความลำบากและสร้างฐานะให้มั่งคั่งร่ำรวยเหนือใครให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
9.7
เฉียวลู่ดาราสาวชื่อดังต้องพักงานเพราะข่าวฉาวจึงเลือกกลับบ้านเกิดจนพบเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้านฉีหมิงเยี่ยนอนุชาฮ่องเต้แคว้นฉีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนความจำเสื่อมขณะปฏิบัติภารกิจลับและได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉียว ส่วนเซียวยิ่นฮ่องเต้แคว้นเซียวผู้ไร้ทายาทได้สั่งทหารออกตามหาอดีตฮองเฮาและโอรสตามคำทำนายอย่างลับๆ ขณะที่ฉินอี้เหยาต้องแสร้งลืมอดีตหลังพาลูกน้อยหนีตายจากเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย นางมารหมื่นบุปผา
9.0
เฉิงจิ้นเหอ ยอดแม่ทัพผู้เก่งกล้าได้รับภารกิจสำคัญให้เดินทางเข้าสู่ดินแดนลี้ลับเพื่อปราบปรามขุมกำลังของเหล่ามารร้าย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการล้างแค้น นางมารหมื่นบุปผา สตรีเลือดเย็นผู้พรากชีวิตคู่หมั้นของเขาไปอย่างโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อการเผชิญหน้าเริ่มต้นขึ้น ความแค้นที่เคยแผดเผากลับสั่นคลอน เมื่อนางมารผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูตัวร้ายกลับทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของจอมทัพหนุ่มเริ่มหวั่นไหวและเบ่งบานด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย นางฟ้าของนักฆ่า
8.6
ท่ามกลางวังวนแห่งการล้างแค้นและอันตราย หญิงสาวผู้มีจิตใจบริสุทธิ์และงดงามต้องตกเป็นเป้าหมายในเงื้อมมือของนักฆ่าเลือดเย็นผู้ไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าความไร้เดียงสาและดวงตาคู่งามที่แสนตราตรึงกลับสั่นคลอนโลกที่เคยเงียบเหงาของเขาอย่างรุนแรง ทุกวินาทีที่ได้ใกล้ชิดกลายเป็นบททดสอบหัวใจ เมื่อความอ่อนโยนเริ่มหลอมละลายความเย็นชาให้จางหายไปในที่สุด เรื่องราวความรักท่ามกลางวิถีมือสังหารจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย บุปผางามซ่อนรัก
9.7
เมื่อศิษย์สาวสำนักเต๋าผู้เรียบร้อยดุจผ้าขาวต้องเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักเสือขาวผู้ดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ ความอดทนของกุลสตรีเช่นนางจึงพังทลายลงไม่หยุดหย่อน แม้เขาจะเป็นถึงบุตรบุญธรรมของข่านเผ่าทูเจวี๋ยที่มีทั้งรูปโฉมและวรยุทธ์ล้ำเลิศ แต่นางกลับไม่ไยดีแม้แต่น้อย ความโกลาหลยิ่งทวีคูณเมื่อเขาจงใจเปลื้องผ้าต่อหน้านางอย่างหน้าไม่อายเพื่อกลั่นแกล้งให้หญิงสาวต้องอับอายจนสติกระเจิงและหนีไปพร้อมกับเสียงก่นด่าในความไร้ยางอายของบุรุษผู้นี้