ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หมัดรักสังเวียนหัวใจ

หมัดรักสังเวียนหัวใจ

เมื่อไอริสาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำให้กษิดิศทานดาร์กช็อกโกแลตเพื่อคลายความเครียด เธอกลับไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะใช้มันเป็นสื่อกลางในการมอบจูบที่แสนตราตรึงใจ รสขมของช็อกโกแลตมลายหายไปแทนที่ด้วยความหวานล้ำที่ปลุกเร้าอารมณ์ของทั้งคู่ให้ลุกโชน ท่ามกลางความสับสนและแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทาน ไอริสาเผลอใจตอบรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้น จนกษิดิศไม่อาจหยุดยั้งความปรารถนาและพาเธอเข้าสู่โลกแห่งความรักที่เขาตั้งใจมอบให้เพียงผู้เดียวบนเตียงนอนที่แสนอบอุ่น
ตอน
แชร์

ตอน 3

ส่วนเกศนีนั้นเรียนด้านกายภาพบำบัด เหตุผลของ เธอก็เหมือนกับไอริสา เพราะมีคนที่อยากดูแล ซึ่งสาขาวิชาที่เลือกเรียนนี้หญิงสาวไม่ได้บอกที่บ้านให้รับรู้ มีเพียงผู้เป็นลุงเท่านั้นที่เห็นชอบมาตั้งแต่ต้น ยิ่งมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ การมีเพื่อนที่มาจากประเทศเดียวกันจึงทำให้เปิดใจคบหาได้เร็วยิ่งขึ้น ไปไหนมาไหนจึงติดกันเป็นตังเม จนผู้ชายหลายคนคิดว่าเธอสองคนเป็นคู่เลสเบี้ยน แรกๆ พวกเธอสองคนก็คอยแก้ข่าวว่านั่นคือการเข้าใจผิด แต่หลังๆ มานี้กลับเฉยปล่อยให้ทุกคนคิดแบบนั้น เพราะต่างคนต่างความคิดใครจะห้ามได้ 

“หัวเราะผู้ชายหน้าหม้อนะสิ เดินตูดบิดตัวปลิวไปโน่นละ” คำพูดของไอริสาเริ่มห้าว เกศนีก็พลอยมองหาคนที่เพื่อนเอ่ยถึงไปด้วยอีกคน

“ไหนๆ คนไหน”

“นู่นนะ ผู้ชายสวมเชิ้ตสีน้ำเงินคนนู้น แน่ะมีหันกลับมามอง อย่างนี้ต้อง…” ว่าแล้วก็ขโมยหอมแก้มเกศนีไปหนึ่งฟอด ให้ผู้ชายคนนั้นเห็นชัดๆ ว่าเธอไม่ได้โกหกที่บอกความลับให้ว่าเธอนั้นเป็นเลสเบี้ยนชอบผู้หญิงเหมือนกัน 

“ยายเฌอ ฉันขายไม่ออกกันพอดี” เกศนีได้แต่ลูบแก้มฝั่งที่ไอริสาหอมป้อยๆ นี่สงสัยจะเล่นมุขฉิ่งฉับไล่ผู้ชายอีกแล้วละซิ ชายหนุ่มรายนั้นเมื่อเห็นภาพชัดเจนซะขนาดนี้ถึงกับสะดุดขาตัวเอง ก่อนจะหายไปกับฝูงชน ไอริสาบางครั้งก็เป็นสาวห้าวชอบเล่นอะไรแผลงๆ บางครั้งก็เป็นสาวหวานน่าทะนุถนอม เรียกได้ว่าเธอมีหลายอารมณ์หลายบุคลิกแล้วแต่ว่าจะอยู่กับใครและสนิทกันมากน้อยแค่ไหน 

“เออนะ ขายไม่ออกเดี๋ยวให้พี่ชายฉันไปขอแกเอง สินสอดอย่าเยอะ เดี๋ยวคานจะถามหา”ไอริสาพออกพอใจกับสิ่งที่พูด เพราะเธอนั้นหมายมั่นปั้นมือว่าอยากให้เอกณัฐได้รู้จักกับเกศนี หวังไปไกลถึงขั้นให้ทั้งคู่แต่งงานกันด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นจริงอย่างที่คิด เธอคงมีความสุขมากถึงมากที่สุด 

“ทะลึ่ง” คนฟังหน้าตาแดงก่ำ ยามได้ยินไอริสาเอ่ยถึงพี่ชายของเธอ เพราะเพื่อนคนนี้มักจับคู่ให้เธอกับพี่ชายอยู่เป็นประจำ แม้จะเคยเห็นหน้าฝ่ายนั้นผ่านรูปถ่ายที่ไอริสาเคยให้ดู แต่เธอก็ไม่เคยได้พูดคุยกับเขาสักครั้ง มีเพียงการรับรู้ข่าวทางอีเมลที่สองพี่น้องมักจะเขียนถึงกันเป็นประจำ ซึ่งเมื่อเอกณัฐตอบกลับมาไอริสาก็มักจะมาเล่าให้เธอฟังเสมอ 

การเขียนอีเมลของสองพี่น้อง เธอมองว่านั่นคือเสน่ห์อย่างหนึ่งรองลงมาจากการเขียนจดหมาย แรกๆ ไอริสานั้นอยากใช้วิธีเขียนจดหมายหาพี่ชายแต่เธอมักจะบ่นถึงความล่าช้าในการส่งหรือการรอรับ บางครั้งจดหมายก็หายไปดื้อๆ นั่นทำให้เพื่อนเธอเปลี่ยนมาใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือเรียกสั้นๆ ว่าอีเมลแทน 

แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ได้ เพียงแค่ได้รับรู้เรื่องราวของเอกณัฐจากไอริสา ชื่อนี้ทำไมถึงทำให้หัวใจเธอเต้นแรงยามจนยากที่จะควบคุม บางครั้งยังเก็บชายหนุ่มไปฝันถึงเป็นตุเป็นตะเสียด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะความฝันซ้ำๆ ที่เธอมักจะฝันเห็นว่าเขานอนอยู่บนเตียงสีขาว สภาพรอบข้างๆ คล้ายกับโรงพยาบาล ไม่ว่าเธอจะปลุกเท่าไหร่ชายหนุ่มก็ไม่รู้สึกตัว ความฝันนี้เกศนีไม่เคยเล่าให้ไอริสาฟัง เพราะถ้าขืนเล่าไปก็กลัวว่าจะทำให้เพื่อนกังวลเสียเปล่าๆ ยังไงนั่นก็เป็นแค่เพียงความฝัน ถ้าเอกณัฐป่วยจริงๆ เขาจะตอบอีเมลของเพื่อนเธอได้ยังไงกัน เพราะการติดต่อของทั้งคู่ก็ไม่เคยขาดหาย

เสียงฝีเท้าที่ก้าวย่างอย่างสม่ำเสมอ เดินเข้ามาภายในห้องที่ถูกสร้างขึ้นมาแบบพิเศษ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ เตียงนอนภายในห้อง สายตามองไปยังแผงอกหนาของคนบนเตียงที่กำลังขยับขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ นี่คือสัญญาณชีพที่บ่งบอกว่าผู้ชายคนนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ จังหวะเต้นของหัวใจยังคงสม่ำเสมอ แม้บางครั้งจะอ่อนแรง จนผู้นั่งมองกลัวว่าสักวันจังหวะอันสำคัญนี้จะหยุดลงก็ตามที 

‘สมองได้รับการกระทบกระเทือนมาก อัตราการรอดชีวิตมีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็น’ 

นี่คือประโยคของหมอที่เขายังจำได้ฝังใจในคืนนั้น ตลอดครึ่งปีมานี้ กษิดิศมักจะมานั่งมองใบหน้าของคนบนเตียง ด้วยแววตาของความกังวล แต่ไม่ว่าจะนั่งมองนานเพียงแค่ไหน ใบหน้านี้ก็ไม่เคยลืมตาแล้วสบตาเขากลับมาเลยสักครั้ง ความหวังเดียวของชายหนุ่มคือทำอย่างไรก็ได้ให้เจ้าชายนิทราที่นอนอยู่ตรงหน้าฟื้นคืนสติ เขาทำทุกวิถีทางแล้ว แต่สุดท้ายทางเดียวที่เขาทำได้คือรอคำว่าปาฏิหาริย์ แม้จะเป็นเพียงความหวังคล้ายฟางเส้นสุดท้าย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกที่จะหวัง อย่างน้อยเขาก็จะทำอย่างสุดกำลังเพื่อเอกณัฐและไอริสา

“ผมต้องทำยังไง คุณถึงจะฟื้นขึ้นมาได้” นี่คือคำถามที่กษิดิศมักจะเอ่ยออกมายามอยู่กับเจ้าชายนิทราสีหน้าของผู้เอ่ยถามช่างเจ็บปวด ก้าวที่ผิดพลาดไม่ว่าจะพยายามแก้ไขอย่างไร ความรู้สึกผิดก็ยังคงอยู่ในจิตใจไม่จางหาย ทางเดียวที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น นั่นคือการหมั่นดูแลคนบนเตียงให้ดีที่สุด เพื่อรอวันให้เขาฟื้นคืนสติกลับมา

แม้ชายตรงหน้าจะนอนนิ่งบนเตียงมานานหลายเดือน ถ้ามองผิวเผินคล้ายกับว่าเพียงแค่นอนหลับไปเท่านั้น เพราะร่างกายยังคงสมบูรณ์แถมดูจะอวบขึ้น เพราะอาหารบำรุงที่รับทางสายยางซึ่งได้ผ่าตัดส่งผ่านเข้าไปทางช่องท้องตามร่างกายก็ไม่มีรอยแผลใดๆ กดทับ เนื่องจากผู้ดูแลจ้างพยาบาลมาอยู่ด้วยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง รวมทั้งยังให้หมอเข้ามาดูอาการทุกอาทิตย์ ไหนจะอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เขาก็จัดหามาให้ ค่าใช้จ่ายจะมากแค่ไหนเขาก็ยอมจ่าย

“เฌอ” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยชื่อที่เขาไม่มีวันลืม หัวใจชายหนุ่มรับรู้ถึงแรงบีบอันเจ็บปวด เขาจำได้ว่าตอนยังเรียนมัธยมนั้น ได้หลงรักเด็กผู้หญิงคนหนึ่งตั้งแต่แรกพบก็ว่าได้ เธอมักผูกเปียสองข้างเสมอ ทุกวันเขาจะเห็นเธอมารอพี่ชายอยู่หน้าโรงเรียน ซึ่งเขาและพี่ชายเธอนั้นเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ความเป็นเด็กและอยากรู้ ทำให้เขาตามสองพี่น้องนั้นไปกระทั่งถึงบ้านของคนทั้งคู่ ครอบครัวเธออบอุ่นด้วยพ่อ แม่ และลูกชายหญิงช่างแตกต่างจากครอบครัวเขานัก และดูเหมือนว่าพี่ชายเธอจะชื่นชอบการชกมวยมาก ทุกวันหลังเลิกเรียนเด็กผู้หญิงจะคว้าจักรยานออกไปปั่นตามพี่ชายที่วิ่งออกกำลัง เพื่อไปซ้อมที่ค่ายมวยใกล้บ้านในตอนเย็น 

ขณะที่คิดถึงเรื่องนี้กษิดิศก็เผลอยิ้มมุมปากออกมา หญิงสาวบอกในอีเมลที่ส่งให้เอกณัฐเสมอว่าจะตั้งใจนำความรู้ที่ได้เรียนมาคอยดูแลพี่ชาย ผู้ซึ่งหวังจะเป็นนักมวยสากลระดับโลกตามรอยพ่อ สองพี่น้องอายุห่างกันสี่ปี พ่อและแม่เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากนั้นไอริสาก็เดินทางไปเรียนต่อ เพราะนี่คือสิ่งที่พ่อและแม่เธอได้กำหนดไว้ในพินัยกรรมเหมือนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FSG” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FSG
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เร้นรักเงาลวง
9.1
ฐิตานันท์พยายามอ้อนวอนขอความเมตตาเมื่อร่างกายเริ่มอ่อนแรง แต่เรย์กลับไม่ยอมหยุดยั้งความปรารถนาอันรุ่มร้อนของเขาลงได้ แม้เธอจะเหนื่อยล้าเพียงใด ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าผู้เป็นพ่อของลูกกลับยังคงยัดเยียดบทบาทนางบำเรอให้เธออย่างเอาแต่ใจ สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าอารมณ์ให้เธอต้องครวญครางอย่างไม่อาจต้านทาน นำพาเธอย้อนกลับไปสู่ความทรงจำในคืนแรกที่พบกันด้วยความบังเอิญ คืนที่แสนเร่าร้อนนั้นยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจและคอยตอกย้ำความสัมพันธ์อันแสนเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาลวง
หน้าปกนวนิยาย สัญญารักลวงใจ
9.2
เพื่อหาเงินรักษาพ่อ ฟางจิ้งหร่านยอมสวมรอยเป็นน้องสาวเพื่อแต่งงานกับชายผู้มีข่าวลือเสียหายและพิการทางการได้ยิน ทว่าคืนเข้าหอเขากลับประกาศกร้าวว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงพันธะทางสัญญาเท่านั้น เธอต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงท่ามกลางอารมณ์ที่แปรปรวนของสามี ขณะที่คนรอบข้างต่างรอซ้ำเติม แต่เขากลับกลายเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของเธอ เมื่อถึงเวลาต้องจากลาตามข้อตกลง ชายที่เคยเย็นชากลับรั้งเธอไว้ด้วยความเจ็บปวดและคำขอร้องไม่ให้ทิ้งเขาไป
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม
9.3
นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย มั่นรักดวงใจเสน่หา
9.3
ความผูกพันที่มั่นคงไม่เคยจืดจางไปตามกาลเวลาสำหรับโมกข์ ชายหนุ่มผู้มอบหัวใจรักเดียวให้แก่นิ่ม สาวน้อยที่ครอบครัวของเขาให้ความอุปการะมาโดยตลอด ขณะที่นิ่มเองก็เฝ้ารอคอยการกลับมาของเขาด้วยความภักดี เมื่อทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง โมกข์จึงพยายามแสดงความรู้สึกผ่านคำพูดที่แสนอ่อนหวานและการหยอกเย้าที่ทำให้หัวใจดวงน้อยต้องสั่นคลอน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเขินอาย เขาพร้อมจะพิสูจน์ว่าสำหรับเขาแล้ว นิ่มคือสิ่งสวยงามเพียงหนึ่งเดียวที่น่ามองยิ่งกว่าทิวทัศน์ใดในโลก
หน้าปกนวนิยาย เมื่อรักดับ แค้นก็เริ่ม
8.9
หลังสูญเสียลูกชายจากเหตุชนแล้วหนี เอวา นักข่าวสาวกลับถูกเดวิดสามีอัยการร่วมมือกับคารินผู้ก่อเหตุใส่ร้ายจนต้องติดคุกสามปี เธอเสียลูกอีกคนในเรือนจำขณะที่เพื่อนรักหักหลังเข้าข้างศัตรู เมื่อพ้นโทษเอวาพบว่าเดวิดสร้างครอบครัวใหม่กับคารินอย่างหน้าไม่อาย แผนทวงคืนความยุติธรรมจึงเริ่มขึ้นท่ามกลางความแค้นที่สุมอกเพื่อทำลายทุกคนที่พรากทุกสิ่งไปจากเธอและลูกชายในกองเพลิงแห่งความริษยาและอำนาจมืดที่บิดเบือนความจริง
หน้าปกนวนิยาย ซาตานร้ายเดิมพันรัก
9.0
เมื่อฟ้าใสต้องเผชิญกับเทพประทาน ชายหนุ่มจอมเผด็จการที่คอยรุกรานทั้งตัวและหัวใจ แม้เธอจะพยายามขัดขืนต่อต้านเพียงใด แต่เขากลับใช้กำลังและเสน่ห์อันร้ายกาจพันธนาการเธอไว้ในฐานะคนรัก พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือสมบัติส่วนตัวที่เขาแสนหวงแหนและห้ามใครหน้าไหนเข้ามายุ่งเกี่ยวเด็ดขาด ท่ามกลางการโต้เถียงและบทลงโทษอันเร่าร้อน ฟ้าใสต้องหาทางรับมือกับความเอาแต่ใจของซาตานร้ายที่จ้องจะครอบครองเธอทั้งคืนโดยไม่ยอมให้พักผ่อน