ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หมัดรักสังเวียนหัวใจ

หมัดรักสังเวียนหัวใจ

เมื่อไอริสาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำให้กษิดิศทานดาร์กช็อกโกแลตเพื่อคลายความเครียด เธอกลับไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะใช้มันเป็นสื่อกลางในการมอบจูบที่แสนตราตรึงใจ รสขมของช็อกโกแลตมลายหายไปแทนที่ด้วยความหวานล้ำที่ปลุกเร้าอารมณ์ของทั้งคู่ให้ลุกโชน ท่ามกลางความสับสนและแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทาน ไอริสาเผลอใจตอบรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้น จนกษิดิศไม่อาจหยุดยั้งความปรารถนาและพาเธอเข้าสู่โลกแห่งความรักที่เขาตั้งใจมอบให้เพียงผู้เดียวบนเตียงนอนที่แสนอบอุ่น
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงอื้ออึงของกองเชียร์รอบข้างเริ่มลดน้อยลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นกับนักมวยมุมน้ำเงิน ซึ่งกรรมการกำลังนับเพื่อตัดสินใจจะให้เขาชกต่อไปหรือหยุดเพียงแค่นี้  เขามาที่นี่เพื่อเงินรางวัลจากการชนะและเขาก็ได้มาแล้วก้อนหนึ่ง ขณะที่กำลังจะกลับ เสียงที่ได้ยินก็ทำให้เขาหวนกลับขึ้นมาบนเวทีนี้อีกครั้ง เงินรางวัลของผู้ชนะครั้งนี้มากกว่าก้อนแรกที่ได้หลายเท่าตัวนัก

“นับเจ็ด นับแปด…ยังโอเคไหม สติยังอยู่หรือเปล่า” นี่เป็นคำถามจากกรรมการบนเวที นักมวยผู้ถูกนับแปดเป็นครั้งที่สองส่ายศีรษะแรงๆ เพื่อไล่ความมึนงงกับหมัดฮุกขวาของคู่ต่อสู้เมื่อครู่ เขาจะแพ้ตอนนี้ไม่ได้ แพ้ไม่ได้เด็ดขาด

“ไหว ผมยังไหว” เสียงแหบแห้งเอ่ยตอบกรรมการไป แม้จะฟังดูอู้อี้เพราะกัดฟันยางอยู่ก็ตามที ก่อนจะมองไปยังมุมแดงซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ในครั้งนี้ เขาต้องชนะเท่านั้น เพราะคำว่าชนะมาพร้อมด้วยเงินค่าเดิมพัน ที่เขาต้องใช้เพื่ออนาคตของน้องสาวที่รออยู่ 

“ชก” เมื่อสัญญาณมือจากกรรมการเกิดขึ้น การต่อสู้ครั้งนี้ก็กลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง ผู้ชมรอบข้างต่างส่งเสียงเชียร์นักมวยมุมที่ตนเลือกว่าจะได้รับชัยชนะในครั้งนี้ แต่เสียงนับของกรรมการก็ดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม เมื่อมุมน้ำเงินถูกหมัดเสยเข้าไปเต็มหน้าจนเซถลาไปยืนพิงเชือก

“นับเจ็ด” ในความคิดของมุมน้ำเงิน ทุกอย่างรอบตัวค่อยๆ เลือนหาย เกิดภาพซ้อนจนมองเห็น ไม่ชัดเจน ตอนนี้รู้สึกได้เพียงว่ารอบข้างนั้นมืดไปหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วยังมีแสงไฟเจิดจ้าอยู่รอบๆ เวทีมวย ตัวเขาเองนั้นแม้สายตาจะเบลอแต่ใจก็สู้ไม่ถอย 

“นับแปด” ร่างกายเริ่มโอนเอนแต่ไร้ซึ่งพละกำลังที่จะทรงตัว ขาทั้งสองข้างสั่นเทาด้วยความอ่อนแรง แม้จิตใจอันเข็มแข็งนั้นอยากที่จะสู้ต่อ บอกตัวเองว่าไหวแต่กลับพ่ายแพ้ร่างกายซึ่งกำลังต่อต้าน 

“นับเก้า” เสียงตึงเพราะร่างไร้สติล้มกระแทกพื้นเวทีดังไปทั่วบริเวณ แต่ทว่าเสียงตะโกนโห่ร้องของผู้ชมรอบข้างที่ยังไม่อยากให้เกมการแข่งขันครั้งนี้จบลง กลับกลบเสียงนั้นเสียหมด ก่อนจะตามมา ด้วยแรงยุส่งและคำสบประมาทต่อผู้พ่ายแพ้ 

“ลุกขึ้นสิ ลุกขึ้นสิวะ ไอ้เวรเอ้ย อ่อนฉิบหาย” ผู้ชมข้างเวทีมวยซึ่งอารมณ์ลุกโชนด้วยความไม่พอใจเอ่ยขึ้น คำผรุสวาทนี้ช่างเสียดแทงหัวใจยิ่งนัก

“นับสิบ” เมื่อกรรมการนับสิบนั่นหมายถึงยุติการแข่งขัน ผู้ชนะชูมืออย่างมีชัยท่ามกลางเสียงชื่นชม ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างรายล้อมเข้ามาเอ่ยคำยินดี เพราะนั่นหมายถึงพวกเขาชนะพนันในครั้งนี้เช่นกัน ในขณะที่ผู้แพ้นอนราบกับพื้นไร้ซึ่งผู้คนมาสนใจ นานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้จนกระทั่งสายตาของผู้ชนะที่กำลังเดินลงจากเวทีเหลือบไปเห็นภาพนั้นเข้า 

“ทำไมเขายังนอนอยู่ตรงนั้น” เสียงทุ้มเอ่ยถามกับคนที่พาเขามาชกที่นี่ หลังได้ปล่อยหมัด เขาก็รู้สึกผ่อนคลายได้มากกว่าที่คิด 

“คงอายที่แพ้ ก็เลยไม่อยากลุกมั้ง” ผู้ได้รับชัยชนะขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจในคำตอบที่ได้ยิน เพราะคู่ชกเขานอนแน่นิ่งเกินไป ก่อนจะก้าวลงจากเวทีจึงเดินเข้าไปหาเพื่อดูอาการ เนื่องจากเอะใจบางอย่าง

“คุณ คุณ!” มือหนาที่แข็งกระด้างจากการชกมวยยื่นไปเขย่าร่างที่นอนฟุบอยู่กับพื้นเวทีแต่ก็ไร้ซึ่งการตอบสนอง เมื่อพลิกตัวให้หงายขึ้นกลับเห็นเลือดสดๆ ไหลออกมาจากจมูกและอีกมากที่ซึมอยู่กับพื้นเวที น้อยคนจะสนใจนักมวยผู้พ่ายแพ้ แต่ถึงอย่างไรนั้นก็ถือว่าโชคดีที่ร่างของผู้ไร้สติยังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

“เรย์…กลับกันเถอะค่ะ มากิง่วง เหนื่อยมากด้วย” เสียงๆ หนึ่งเอ่ยขึ้น นั่นคือเสียงของมากิซึ่งเธอนั่งอยู่ข้างๆ เขา ก่อนเกิดเรื่องวุ่นๆ หญิงสาวเห็นว่ากษิดิศเครียดเรื่องที่พ่อพึ่งเสียอย่างกะทันหันจึงชวนมาเที่ยวพักผ่อนซึ่งก็ไม่ได้ไปไหนไกลจากตัวเมืองมากนัก และบังเอิญใกล้ๆ กันนั้นกำลังจัดงานคล้ายงานวัดและมีเวทีมวยให้คนกล้าขึ้นประลองฝีมือ ซึ่งค่าตอบแทนของผู้ชนะในค่ำคืนนี้ก็มากโข มากิรู้ว่ากษิดิศชื่นชอบการชกมวย เขามีฝีมือแต่กลับไม่เคยได้ขึ้นชกจริงๆ สักครั้ง ยามใดที่ชายหนุ่มเครียดเขาก็มักจะออกแรงด้วยการชกมวยกับคู่ต่อสู้จริงๆ ไม่ใช่กระสอบทรายหรือเป้าล่อ

การขึ้นชกครั้งนี้กษิดิศเพิ่มเงินรางวัลให้อีกเท่าตัวแต่กลับไม่มีใครขึ้นชกกับเขา กระทั่งชายคนหนึ่งเดินออกมาและบอกว่าเขาจะขึ้นชกเพื่อเงินรางวัลนั่น มวยคู่ดุดันจึงเริ่มขึ้นยิ่งเงินรางวัลของผู้ชนะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดผู้ชม การพนันเสี่ยงโชคว่าฝ่ายใครจะชนะในค่ำคืนนี้ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อได้คู่ชกครบเสียงระฆังข้างเวทีจึงดังขึ้นกษิดิศปล่อยอาวุธแบบไม่ยั้งมือ กระทั่งทุกอย่างมาจบที่หน้าห้องฉุกเฉินแบบนี้ 

“มากิกลับไปก่อน ผมขอรอดูอาการเขาสักพัก” 

“อะไรกันคะ แค่คุณพาเขามาส่งโรงพยาบาล ไม่ปล่อยให้ตายคาเวทีมวยนั่น แค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”น้ำเสียงไม่พอใจของมากิดังขึ้น เธอชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด 

“มากิ!” น้ำเสียงดุดันและแววตาที่แข็งกร้าวของกษิดิศยามสบตาเธอ ทำให้มากิหน้าเสียทันที กษิดิศไม่เคยทำแบบนี้กับเธอมาก่อน แต่ในเวลานี้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเขาไม่เหมือนคนที่เธอเคยรู้จัก

“เอ่อ…งั้นมากิกลับก่อนดีกว่า ไว้พรุ่งนี้มากิจะมาหาเรย์ใหม่นะคะ” มากิยอมถอย น้ำเสียงของเธอฟังดูอ่อนลงมาก 

“ไม่ต้อง ผมอยากอยู่คนเดียว” คำตอบแบบไร้เยื้อใยของกษิดิศทำให้มากิคิ้วขมวด และคิดว่าที่เขาพูดแบบนี้ออกมาก็คงเพราะกำลังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ความน้อยอกน้อยใจก็ทำให้นางแบบสาวพูดในสิ่งที่ไม่ควรออกไป 

“อยากอยู่คนเดียว หมายความว่ายังไง เรย์จะเลิกกับมากิอย่างนั้นเหรอหรือจะโทษว่านี่เป็นความผิดของมากิที่ชวนคุณไปชกมวยที่นั่นจนทำให้ผู้ชายคนนั้นเข้าไอซียูแบบนี้” 

“มากิ ตอนนี้ผมไม่มีกะจิตกะใจจะมาคุยเรื่องแบบนี้กับคุณนะ ผมอยากอยู่คนเดียว!” ชายหนุ่มเน้นประโยคหลังชัดเจน หลายวันมานี้เขาต้องพบเจอกับการสูญเสียและในวันนี้เขามัวแต่ทำอะไรอยู่ เขาทำอะไรลงไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บ่วงเล่ห์บำเรอรัก
7.9
แวงซ็อง ออกัสตัส มหาเศรษฐีหนุ่มทรงเสน่ห์ทายาทตระกูลดังผู้ไม่เคยถูกปฏิเสธ กลับต้องเสียหน้าเมื่อ เมวิกา หญิงสาวแสนจนท่าทางเย็นชาทำเหมือนไม่สนใจในตัวเขา แผนการล่อลวงเพื่อเอาชนะใจจึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าหลังค่ำคืนอันเร่าร้อนเขากลับหายตัวไป ทิ้งให้เธอเผชิญความโดดเดี่ยวในฐานะนางซินตกสวรรค์ แต่แล้วข่าวฉาวสั่นสะเทือนปารีสก็บีบให้เขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง บ่วงเล่ห์ที่เขาวางไว้เพื่อหวังเพียงความใคร่ กลับกลายเป็นบ่วงรักที่ผูกมัดหัวใจของทั้งคู่ไว้ด้วยโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
หน้าปกนวนิยาย ไฟวิวาห์พญามาร
8.6
เมื่อลีลวัตรถูกบีบให้เข้าพิธีวิวาห์อย่างไม่เต็มใจด้วยเล่ห์เหลี่ยมแบล็คเมล์ ชายหนุ่มผู้ดิบเถื่อนจึงเปลี่ยนกรงทองให้กลายเป็นนรกบนดินเพื่อแก้แค้น ปลายฟ้าหญิงสาวผู้ถือทะเบียนสมรสต้องเผชิญกับพายุอารมณ์และความโหดร้ายของสามีที่มองว่าเธอเป็นเพียงสินค้ามูลค่าสองล้านบาทที่เขาต้องลิ้มลองให้คุ้มค่าก่อนจะสลัดทิ้ง ท่ามกลางความเกลียดชังและสัมผัสที่ป่าเถื่อนเพื่อเอาชนะ เธอจะรอดพ้นจากวิวาห์ไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจลครั้งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ลุ่มหลง
8.0
เมื่อเรถลำลึกสู่บ่วงกามารมณ์ที่ยากจะถอนตัว ยิ่งพยายามหักห้ามใจกลับยิ่งลุ่มหลงในสัมผัสอันเร่าร้อน แม้ปากจะพร่ำบอกให้หยุดสัมพันธ์ลับกับพี่อาร์ม แต่ร่างกายกลับทรยศและโหยหาอ้อมกอดนั้นอย่างไม่อาจต้านทาน ท่ามกลางความรัญจวนใจในคืนครบรอบแต่งงานที่สุดเหวี่ยง เธอต้องเผชิญกับบทรักอันดุดันจากชายหนุ่มทั้งสามที่ถาโถมเข้าใส่บนรถทัวร์อย่างไม่หยุดหย่อน ทุกร่องรอยแห่งความปรารถนาถูกเติมเต็มด้วยความสุขสมที่เอ่อล้น กลายเป็นของขวัญสุดสยิวที่จองจำเธอไว้ในวังวนแห่งราคะตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รวมเรื่องสั้น_เรื่องราวความรัก อ่านเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ
9.0
สัมผัสรวมเรื่องสั้นหลากรสชาติที่เต็มไปด้วยไฟรักและแรงปรารถนา เริ่มจากมายหญิงสาวผู้ยอมจำนนต่อความต้องการของคุณอาหนุ่มอย่างเร่าร้อนโดยไม่คิดปฏิเสธ ต่อด้วยความสับสนของพี่ชายที่ต้องรับมือเมื่อน้องสาวที่เขาหมายปองกำลังจะไปมีรักกับชายอื่น อีกด้านหนึ่งกานต์เด็กหนุ่มวัยละอ่อนต้องกลายเป็นของกำนัลเพื่อชดเชยหนี้มาเฟียให้แก่เชอร์รี่สาวสวยสุดเซ็กซี่ และปิดท้ายด้วยบทพิสูจน์ใจสามีที่แต่งงานมาห้าปีแต่กลับถูกภรรยาขอให้เขาไปมีสัมพันธ์กับหญิงอื่นเพื่อกำเนิดทายาทแทนเธอ
หน้าปกนวนิยาย Uncle on my moon คุณอากับหนูขา
9.6
จากความทรงจำวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นกับ ‘คุณอา’ ในวันวาน ‘จันทร์เจ้าขา’ กลับเติบโตขึ้นพร้อมหัวใจที่หวั่นไหวให้กับ ‘อินทัช’ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความรู้สึกที่มีให้ชายหนุ่มไม่ใช่เพียงแค่ความผูกพันแบบอาหลานอีกต่อไป แต่คือความรักที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจะพิชิตใจเขา หญิงสาวพยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสายตาที่เขามองมาให้กลายเป็นความเสน่หา ไม่ว่าจะต้องพิสูจน์ความเป็นผู้หญิงหรือใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใด เพื่อให้อินทัชเลิกเห็นเธอเป็นเพียงเด็กน้อยและหันมารักเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย ไฟแค้นลวงรัก
9.5
เมื่อความแค้นบดบังความจริง ความสัมพันธ์ที่เคยลึกซึ้งจึงพังทลายลงในพริบตา จากคนรักที่แสนดีกลับกลายเป็นคนใจร้ายที่สร้างบาดแผลลึกไว้ในใจของเขมิกา กว่าชายหนุ่มจะลดทิฐิและสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป ทุกอย่างก็เกือบจะสายเกินไปเสียแล้ว แม้เขาจะพยายามอ้อนวอนขอโทษเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับทำให้เขมิกาเลือกที่จะหันหลังและตัดความสัมพันธ์ให้เหลือเพียงเรื่องงานเท่านั้น ท่ามกลางสายตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา เขาจะสามารถคว้าโอกาสสุดท้ายเพื่อดึงหัวใจเธอกลับมาได้หรือไม่