
แผนรักบุรุษร้าย
ตอน 2
ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนห่ามเท่านี้มาก่อน นอกจากจะวาจาร้ายเหลือแล้วยังเสียมารยาทกับผู้หญิงได้อย่างไม่น่าให้อภัย ไม่อยากเชื่อว่าเรย์มอนด์คบหากับคนประเภทนี้ด้วย ว่าแต่เธอเคยเห็นหน้าเขาที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยเสียเหลือเกิน
“จะเคยเจอที่ไหนก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนเสื้อผ้ายังไง” บ่นกับตัวเองพลางหันรีหันขวาง แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจเสียงประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นพร้อมร่างสมาร์ตในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสุดเท่ก็ปรากฏกาย
“ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอีกหรือคุณ” เสียงกังวานทักทายมาพร้อมส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี แต่ลัลน์นารากลับหน้าตึงเรียวปากสวยเม้มเข้าหากันแน่นยามสบจ้องไปยังคนตัวโตที่ยืนเอามือสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วยืนพิงขอบประตูห้องน้ำ
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ ผมยินดีและเต็มใจ” ไม่วายกระเซ้ามาให้หงุดหงิดใจ
“มีค่ะ” ตอบกลับเสียงแข็ง “เสร็จธุระแล้วก็ช่วยออกไปจากห้องด้วย เชิญค่ะ” ว่าพลางชี้ไปทางประตูห้องด้วยหางตา เมื่อเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วเอียงคอรอคอยคำตอบ เคลวินกระตุกยิ้มไหวไหล่ก่อนสืบเท้าตรงไปยังประตูห้องนอน
“เรื่องแค่นี้เองหรือที่ต้องการให้ช่วย” หันมาถามหลังจากเดินมาถึงหน้าประตู คิ้วทรงดาบเลิกขึ้นสูง
“ผมนึกว่าคุณอยากให้ช่วยแบบว่า... ช่วยติดขอเสื้อในนี่ให้ฉันทีสิคะฉันติดไม่ถึง อะไรแบบนี้เสียอีก” ว่าพลางส่งยิ้มยียวนหรี่ตามองจ้องนิ่งตรงทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลง
“อีตาบ้า! ออกไปเลยนะก่อนที่ฉันจะตะโกนให้เรย์มอนด์รู้ว่าคุณเสียมารยาทเข้ามาในห้องนี้” ตะโกนก้องพร้อมยกมือขึ้นกอดอกหวังปิดบังให้พ้นสายตาวิบวับคู่นั้น
“คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณทำอะไรแบบนั้นเหรอ” ถามกลับเสียงเข้มดวงตาสีน้ำตาลเต็มไปด้วยความดุดันแทนที่จะเปล่งประกายอย่างคนขี้เล่นเช่นเมื่อวินาทีที่ผ่านมา
“หรือคุณจะลองดู”
ลัลน์นาราใจหายวาบกับภาพตรงหน้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขายามนี้ราวดวงตาพญาเสือที่จ้องตระครุบเหยื่อ หญิงสาวฉลาดพอที่จะไม่ต่อกร สองเท้ารีบก้าวยาวๆ เข้าห้องน้ำไปแล้วปิดล็อคประตู เคลวินยิ้มร้ายตามแบบฉบับ หากไม่ติดที่เป็นเพื่อนของเรย์มอนด์ อย่าหวังว่าเขาจะปล่อยให้รอดเงื้อมมือ
ด้านในห้องน้ำลัลน์นารายืนหายใจแรงถี่ยิบ มือน้อยยกขึ้นทาบทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงภายใต้เสื้อคลุมตัวหนา นึกถึงวินาทีที่ต่อปากต่อคำกับผู้ชายแสนร้ายกาจก็ยิ่งใจหาย หวังอย่างยิ่งว่าออกจากห้องไปจะไม่พบเขาอยู่ในงานปาร์ตี้ ไม่เช่นนั้นเธอคงหาความสนุกไม่ได้
แต่คำภาวนาของลัลน์นาราดูจะไม่เป็นผล เพราะภาพที่เธอเห็นเต็มสองตาคือ ผู้ชายคนนั้นยังอยู่ และยามนี้เขาและบรรดาเพื่อนของเธอกำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานภายในห้องโถง
“อ้าว! ลัลน์ ออกมาแล้วเหรอ ว่าจะไปตามอยู่พอดี หายไปนานเลยนะ” เรย์มอนด์ทักทายมาเมื่อเห็นร่างระหงปรากฏกายอีกครั้งด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ ลัลน์นารายิ้มบางๆ ขณะก้าวเข้าไปร่วมวงสนทนาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สบสายตากับดวงตาสีน้ำตาลที่จ้องมาไม่กระพริบ
“แอบอู้แล้วออกมากินทีเดียวน่ะสิ แผนสูงนะลัลน์” เสียงใสของเพื่อนสาวนางหนึ่งกระเซ้ามา เพื่อนๆ คนอื่นพากันขบขัน หากในยามปกติเธอคงร่วมหยอกเย้าไปด้วย แต่นี่เพราะเธอกำลังเผชิญหน้ากับผู้ชายที่สร้างความอับอายให้เธอเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ลัลน์นาราจึงรู้สึกขำไม่ออกได้แต่อมยิ้มให้เพื่อนเท่านั้น
“มานี่เร็ว ผมมีคนที่จะแนะนำให้ลัลน์รู้จัก” เรย์มอนด์กวักมือเรียกให้ไปทางเขาพลางเดินมาจูงแขนดึงให้เดินไปทางคนตัวโตที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงขาข้างหนึ่งเหยียดตรงมาข้างหน้า อีกข้างแตะพักไว้ตรงที่พักเท้า มือหนาถือแก้วแชมเปญไว้ในมือ
“นี่มิสเตอร์เคลวิน อาร์มันโด เจ้าของเรือสำราญชื่อดัง กับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ รู้สึกว่าจะมีที่ประเทศไทยด้วยนะลัลน์” เรย์มอนด์แนะนำทันทีที่พาเพื่อนสนิทมาถึง ลัลน์นาราทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะยิ้มอย่างยินดีหรืออย่างไรดี แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายตีหน้านิ่งเธอก็เบาใจ
“พี่เคครับนี่ลัลน์เพื่อนสนิทผม เธอเป็นคนไทยคนเดียวในรุ่นครับ” หันมาแนะนำตัวหญิงสาวให้ได้รู้จัก
“สวัสดีค่ะ” ลัลน์นารายื่นมือไปทักทายตามฉบับสากล เคลวินยิ้มมุมปากบางๆ ยื่นมามาจับทักทาย
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
หญิงสาวแทบดึงมือกลับเมื่อเคลวินส่งปลายนิ้วโป้งวนไล้เบาๆที่หลังมือ แต่ก็ไม่อาจทำได้ดังใจเพราะเขายึดมือเธอไว้มั่น
“พี่เคเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายผมเอง” เรย์มอนด์ยังคงแนะนำต่ออย่างภาคภูมิใจไม่ได้สังเกตท่าทีอึดอัดใจของเพื่อนสักนิด
“ปกติผมจะอยู่มิชิแกน พอดีช่วงนี้มาดูงานที่ฟลอริด้า รู้ว่าเรย์จัดปาร์ตี้ฉลองเรียนจบเลยแวะมาแสดงความยินดี หวังว่าคุณคงไม่รังเกียจที่จะมีคนนอกอย่างผมมาร่วมสนุกด้วยนะครับ” เคลวินบอกเสียงนุ่มทุ้มขณะที่ยังคงจับมือหญิงสาวมั่น ลัลน์นาราขัดใจแต่ก็ไม่อาจแสดงอาการเกรี้ยวกราดออกไปได้
“คุณเป็นเพื่อนสนิทพี่ชายเรย์นี่คะ คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องรังเกียจ” บอกยิ้มๆ พลางจิกสายตาส่งสัญญาณให้เขาปล่อยมือเธอเสียที
“นั่นสินะ หวังว่าค่ำคืนนี้เราจะมีช่วงเวลาดีๆ ต่อกันนะครับ” ว่าแล้วก็ยิ้มมุมปากก่อนปล่อยมือนุ่มนิ่มอย่างนึกเสียดาย ส่งสายตาให้อย่างที่รู้กันแค่สองคน
ลัลน์นาราหน้าแดงซ่านเพราะเข้าใจความหมายนั้น หญิงสาวทำเมินไม่สนใจ หันไปร่วมวงกับเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล ตลอดเวลาเธอรู้สึกถูกจับจ้องจากสายตาคมกริบไม่วางตา แต่ก็นับว่ายังดีที่เขาวางตัวธรรมดา ไม่แสดงทีท่ายียวนหรือเท้าความถึงเหตุการณ์ชวนอับอายก่อนหน้านี้ หวังว่าเธอจะได้เจอเขาครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต
************************************
ประเทศไทย
ภายใต้เวิ้งฟ้าสีครามบนผืนน้ำทะเลสีเขียวมรกตแห่งท้องทะเลอันดามันอันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยเรือลำน้อยใหญ่ที่สัญจรไปมาตามวิถีแห่งตน หมู่เกาะนับร้อยผุดพรายกระจายอยู่ท่ามกลางท้องทะเลแสนสวย บ้างอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน บ้างกระจายห่างกันออกไป
เกาะพยามเป็นเกาะหนึ่งในท้องทะเลอันดามัน เป็นเกาะที่อยู่ในเขตการดูแลของจังหวัดระนอง เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวได้ไม่นาน มีรีสอร์ตจำนวนไม่มากสำหรับเปิดบริการนักท่องเที่ยว ด้วยบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกตัวหลีกหนีความวุ่นวาย ใช้เวลาในการพักผ่อนอย่างเต็มที่
พยาม รีสอร์ต เป็นรีสอร์ตสไตล์วิลล่าทรงกลมหลังคาคลุมด้วยหญ้าถอดแบบมาจากมัลดีฟ เพียงแต่ต่างกันตรงที่ว่าที่นี่อยู่ท่ามกลางป่าโกงกางก็เท่านั้น ท้องทะเลสีเขียวมรกต ท้องฟ้าสีครามที่สดใส ลมทะเลที่พัดผะแผ่วเต็มไปด้วยกลิ่นอายทะเลแสนบริสุทธิ์นั้นราวมีมนตร์ขลังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเวียนวนกันเข้ามาสัมผัสบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกนี้ หลายคนมาแล้วยังกลับมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน คำเล่าลือถึงความสุขที่ได้สัมผัสเมื่อมาเยือน ความงามที่ไม่อาจหาได้จากที่อื่นใด ทำให้ได้รับการขนานนามว่า ‘มัลดีฟเมืองไทย’
พยาม รีสอร์ต เป็นธุรกิจหนึ่งของเคลวิน อาร์มันโด นักธุรกิจหนุ่ม มหาเศรษฐีลูกครึ่งไทยอเมริกัน ที่ชีวิตอยู่ไม่ติดที่ต้องเดินทางไปมาประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก ความจริงแค่ธุรกิจเรือสำราญขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกกับธุรกิจเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศก็ยิ่งใหญ่จนบริหารงานแทบไม่ทันอยู่แล้ว แต่เขายังมีธุรกิจใจไทยอีกหลายส่วนด้วยกันไม่ว่าจะเป็น โรงแรม รีสอร์ต เรือขนส่งสินค้าระหว่างไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะที่มีเส้นทางเดินเรือจากภูเก็ตไปลังกาวี
เขามีธุรกิจที่หลากหลายในประเทศไทยตอนใต้นี้ เพราะพื้นเพของมารดาเป็นคนไทยที่มีต้นตระกูลเป็นตระกูลเก่าแก่ทางภาคใต้ ปัจจุบันมารดากับน้องสาวของเขาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากดูแลธุรกิจทางนี้แทนเขา แม้ว่าจะมีคนสนิทที่คอยดูแลแต่ละส่วนอยู่แล้วก็ตาม ในความเป็นจริงเขารู้ดีว่า คุณแอนนารักและคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนจึงไม่อยากจากไปไหน เพราะตั้งแต่บิดาของเขาจากไป ท่านก็ไม่กลับไปอเมริกาอีกเลย
วันนี้เป็นวันที่สามหลังจากเขามาเหยียบเมืองไทยด้วยความคิดถึงมารดาและน้องสาว เมื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัวจนหายคิดถึงแล้วเคลวินก็ปลีกตัวมาพักผ่อนที่พยาม รีสอร์ต
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆๆ
เสียงคล้ายนาฬิกาปลุกดังมาจากโคมไฟตั้งโต๊ะข้างเตียงนอนดังขึ้นหลังจากที่เขากลับเข้าวิลล่าได้ไม่ถึงห้านาที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันใบหน้าคมเครียดขมึง เพราะรู้ดีว่านั่นคือสัญญาณลับจากลูกน้องที่ใช้กันในยามเกิดเหตุการณ์คับขันที่บรรดาลูกน้องไม่อาจรับมือได้ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าเวลาพักผ่อนของเขาเป็นช่วงเวลาที่ห้ามรบกวน ชายหนุ่มเดินไปเลื่อนโคมไฟออกไว้มุมโต๊ะแล้วกดพื้นโต๊ะเบาๆ มีเสียงดังคลิ๊กก่อนที่พื้นโต๊ะจะเปิดออกกลายเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก
คุณอาจจะชอบ





