
ท่านประธานขาอย่าดุ
ตอน 2
“ขับรถประสาอะไรเนี่ย! ไม่มีตาใช่ไหม! ฉันจะแช่งให้ตาบอดเลย ขับรถไม่เห็นใจคนเดินเท้า ไม่เห็นหรือไงว่าน้ำขังเยอะแยะ แล้วนี่ฉันเปียกหมดใครจะรับผิดชอบ เอกสารของฉัน ชุดทำงานของฉัน” ปั้นหยาต่อว่ายาวเหยียดด้วยความหัวเสีย
“เอาเท่าไหร่!” ตฤณตัดจบเธอจะได้เลิกบ่น แต่เธอสิอึ้ง
“อะไรนะ! เมื่อกี้คุณว่าอะไร” ปั้นหยาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“ถามว่าจะเอาเท่าไหร่ ค่าเสียหาย จะได้จบๆ ผมเองก็รีบ มีงานสำคัญ ไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วย” ตฤณบอกอย่างหัวเสีย
“คิดว่าขับรถไม่มีมารยาทแล้วจะใช้เงินแก้ปัญหาได้เหรอ เงินมันทำไม่ได้ทุกอย่างหรอกนะ”
“ไอ้ที่บ่นอยู่เนี่ยอยากได้ค่าเสียหายไม่ใช่เหรอ หนึ่งหมื่นหรือห้าหมื่นดี” พอฟังตัวเลขที่เขาให้มา ก็ยิ่งทำให้เธออึ้งไปอีก
“เก็บเงินของคุณเอาไว้ไปล้างรถเถอะ ล้างความสกปรกบนตัวคุณด้วย ฉันไม่อยากได้”
“แล้วกร่นด่าเพื่ออะไร ผมออกมารับผิดชอบแล้วไง”
“ถ้าไม่ด่าจะออกมาไหม คนรวยอย่างพวกคุณนี่โคตรเห็นแก่ตัวเลย”
“ตกลงจะเอาอะไร อยากได้อะไร ถามหาว่าความรับผิดชอบผมก็จะให้ จะได้จบๆ ผมมีงานต้องทำมากกว่าคุณด้วยซ้ำ”
“แล้วฉันไม่ต้องทำงานหรือไง เห็นไหมชุดอะไร ชุดไปสมัครงาน! แล้วนี่เอกสารเสียหายหมดเลย เกิดฉันชวดงานนี้ไปคุณจะรับผิดชอบยังไงไหว” เธอว่าคราวนี้น้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำ
“โอ๊ย! โอเค ตกลงจะเอายังไง ผมขอโทษที่ขับรถไม่ดู รีบไปหน่อย แล้วก็หลบมอร์เตอร์ไซค์ด้วย ถ้าคุณเห็น” ตฤณอธิบายด้วยความใจเย็นลง ขณะที่ปั้นหยาไม่รู้จะเอาผิดเขายังไงดี เงินก็ไม่ได้อยากได้ แต่เขาทำให้เธอเสียเวลา เสียโอกาส มันเป็นความรู้สึกเสียใจมากกว่า โกรธและอยากจะด่ารัวๆ เลย
“เฮ้! ไม่ร้องไห้สิ ผมขอโทษแล้วไง บทจะขี้แยก็ขี้แยซะงั้น เมื่อกี้ยังด่าฉอดๆ อยู่เลย”
“คุณไม่เข้าใจหรอก”
ปั้นหยาบอกพร้อมกับปาดน้ำตา แล้วเก็บเอกสารกับกระเป๋า เขานึกสงสารเพราะเห็นสภาพก็เข้าใจ ว่าทำไมเธอจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้
“มี... มีอะไรให้ผมช่วยไหม” เขาแสดงความมีน้ำใจ ทว่าเธอกลับตวัดหางตามองแบบขวางๆ ทั้งที่น้ำตาอาบแก้ม
“ฉันไม่ต้องการน้ำใจจากพวกคนรวยอย่างคุณ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจใคร ขออย่าให้ฉันเจอคนแบบคุณอีกเลย สาธุ”
“ทำไมคุณพาลแบบนี้เนี่ย ผมก็จะรับผิดชอบแล้วไง”
“ก็ฉันเสียใจ! ฉันหวังจะได้ไปสัมภาษณ์งาน ได้ทำงานหาเงิน แล้วดูคุณทำสิ กว่าจะกลับไปเปลี่ยนชุด เตรียมเอกสารใหม่ เขาก็ตัดสิทธิ์ฉันแล้ว” เธอบอกเสียงสั่นแต่ยังมีน้ำโหอยู่
“หึ งั้นฟังเรื่องผมหน่อยไหม เช้านี้ผมมีประชุมธุรกิจพันล้านของผม คิดดูว่ามันจะเสียหายขนาดไหนถ้าผมไปไม่ทัน คราวนี้คิดว่าผมหรือคุณที่เสียหายกว่ากัน”
“แหงล่ะ มันจะเทียบกันได้ยังไงกับชนชั้นใต้ล่างสุดของห่วงโซ่แบบฉัน” พูดจบเธอก็เดินกลับเพื่อจะไปบ้าน ทว่าเขาเรียกเอาไว้ก่อน
“นี่! เดี๋ยวคุณ คุณ!” เขาเรียกพร้อมกับเดินตาม ทว่าเพราะความโกรธอยู่ เธอจึงหันไปผลักอกเขาแรงๆ มองตาขวางๆ
“ขออย่าให้เราเจอกันอีก” เธอว่า พร้อมกับน้ำตาร่วง แล้วเดินจากไป ต้องให้เขารู้สึกยังไงบ้างวะเนี่ย เขาถามตัวเองพลางถอนใจ จะโกรธหรือสงสาร ให้ตายสิ สุดท้ายได้แต่เดินกลับไปขึ้นรถดังเดิม
“ว่ายังไงบ้างครับคุณท่าน”
“จะให้ว่ายังไง ทะเลาะกันจนคนมอง ออกรถเถอะ” ตฤณตัดบทอย่างเครียดๆ พลางเอามือกุมขมับ แต่อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเธอที่กำลังเดินจากไป
กริ้ง! กริ้ง! กริ้ง! ขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์ของปั้นหยาดังขึ้น ทำให้เธอหยุดเดินแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพาย
“สวัสดีค่ะ” ปั้นหยารับสายด้วยน้ำเสียงหม่น
“สวัสดีค่ะ คุณปั้นหยาใช่ไหม ดิฉันจะโทรมาแจ้งให้ทราบว่า ฝ่ายบุคคลขอเลื่อนนัดสัมภาษณ์ออกไปจาก 8.30 น.เป็น 9.30 น. ค่ะ” เสียงนี้ดั่งเสียงสวรรค์ ทำให้ปั้นหยาดีใจมากเพราะมีโอกาสต่อเวลาอีกครั้ง
“ขยายเวลาออกไป ดีจัง” ปั้นหยาดีใจจนพลั้งปาก
“อะไรนะคะ” ปลายสายถามย้ำอีกครั้ง
“ออเอ่อ เปล่าค่ะ คือ ฉันบอกว่าดีจัง เพราะตอนนี้รถติดมากค่ะ อาจจะไปช้านิดนึง”
“ค่ะ พอดีเช้านี้มีประชุมด้วย เกรงว่าจะกินเวลานาน แล้วทางเจ้านายก็ให้ผู้บริหารประชุมทั้งหมด ซึ่งมันชนกับตารางสัมภาษณ์พอดี”
“ขอบคุณนะคะ ยังไงฉันจะไปให้ทันเวลาค่ะ”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นแล้วเจอกันนะคะ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ” ปั้นหยารับคำพร้อมกับวางสาย อย่างน้อยในความแย่ยังมีเรื่องดีมาต่อชีวิตให้อีกสักหน่อยก็ยังดี ว่าแล้วจึงรีบเดินจ้ำอ้าวกลับไปที่บ้านเพื่อเปลี่ยนชุดให้เร็วที่สุด แต่เอกสารนี่สิมันเป็นสำเนาที่ต้องถ่ายเอกสารใหม่ ทำให้เสียเวลามาก กว่าจะเรียบร้อยก็ครึ่งชั่วโมง
จากนั้นก็ออกจากบ้าน คราวนี้ไม่เดินมันแล้ว นั่งวินฯ ไปเลยจะดีกว่า แม้จะขับอันตรายแต่ก็ต้องยอม เรียกว่าเหมาไปเลยละกัน
“พี่ หนูเหมาไปบริษัทศิริทรัพย์ พร้อพเพอร์ตี้เลยได้ไหมพี่”
“มันไกลนะน้อง ต้องเหมาแล้วเนี่ย”
“ไกลดีกว่ารถติดน่า เหมาก็เหมา หนูกลัวไปไม่ทัน นี่สายมากแล้ว”
“เออๆ งั้นขึ้นมาใส่หมวกด้วย” ว่าแล้วปั้นหยาก็ขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายด้วยการนั่งเบี่ยงและใส่หมวกกันน็อกเป็นอย่างดี จากนั้นคนขับก็ บิดตามที่เธอต้องการ เรียกว่าขับเหมือนที่เธอบ่นนั่นแหละ “รีบไปตาย” สุดท้ายตัวเองก็ได้มานั่งเองเพราะต้องรีบไปให้ทันเวลา
คุณอาจจะชอบ





