
แม่ทองพันชั่ง
ตอน 2
“เขาก็อยู่ใกล้กันมาแต่เด็กแล้วนะครับคุณแม่ ผมก็เห็นตีกันมาตลอด” ลูกชายคนโตยังไม่หยุดขัดคอมารดา
“พ่อโต!”
คุณนายสุจิตราเริ่มฉุนจึงเรียกชื่อเชิงเอ็ด ด้วยกลัวว่ายิ่งลูกชายคนโตพูดมากเข้าทองพันชั่งจะยิ่งเกลียดขี้หน้านรธิป
คุณนายสุจิตราไม่รู้อะไร เพราะถ้ารู้ว่าลูกชายคนเล็กทำอะไรไว้กับทองพันชั่งเมื่อ2เดือนก่อนเธอคงไม่พูดว่านรธิปไม่ได้เลวร้าย
แล้วสาเหตุที่นรธิปเร่งทำเรื่องย้ายมาอยู่ที่ชัยนาทก็เพราะทองพันชั่ง ไม่ใช่เพราะคิดถึงแม่ เป็นห่วงแม่ อย่างที่แม่กับพี่ชายเข้าใจ
“อูย....พอได้นวดแล้วมันก็รู้สึกดีขึ้นมาทันตาเห็นเลยนะแม่หนูทอง ลูกประคบของคุณนายหมอก็ดีสมที่แกอวดจริงๆ ได้ประคบแล้วเหมือนเส้นมันคลายเลยนะ ดีมากๆ เลย”
หลังจากนวดจับเส้นเสร็จแล้วทองพันชั่งก็เอาลูกประคบมาประคบให้คุณนายสุจิตราต่อ ท่าทางผู้มากวัยแลผ่อนคลายจนสังเกตได้ เห็นอย่างนั้นทองพันชั่งก็เบาใจ จึงปล่อยให้ท่านนอนหนุนลูกประคบเอาไว้ ส่วนเธอเริ่มเก็บอุปกรณ์ใส่ตะกร้าหวายเตรียมตัวกลับบ้าน
“เดี๋ยวอาทิตย์หน้าหนูทองจะเอาลูกประคบมาให้อีกนะจ๊ะ ยายพึ่งทำสูตรนี้ขึ้นมาไม่กี่ลูก ก็เลยได้เอามาให้แค่ลูกเดียว ช่วงนี้ทำได้น้อยเพราะว่าเปลือกไม้แดงหายากจ้ะ แต่อาทิตย์หน้าก็น่าจะได้มาก เดี๋ยวจะเอามาให้ป้าสมัยกับป้าอำนวยได้ลองประคบด้วยนะจ๊ะ”
ทองพันชั่งหันมาทางป้าอำนวยที่กำลังถือปิ่นโตใส่ห่อหมกปลากรายเข้ามาในห้องนั่งเล่น เวลานี้ในห้องนั่งเล่นมีเพียงทองพันชั่งกับคุณนายสุจิตราส่วนธนาธิปกลับเข้าห้องของตนไปแล้ว
“ขอบใจแม่หนูทองมากเลยนะจ๊ะที่นึกถึงป้ากับป้าสมัยด้วย อ่ะนี่จ้ะห่อหมกปลากราย ป้าสมัยแกพึ่งทำเสร็จใหม่ๆ”
ป้าอำนวยยื่นปิ่นโตใส่ห่อหมกปลากรายให้ทองพันชั่ง เธอยิ้มพร้อมรับปิ่นโตมาไว้ในมือ
“ขอบคุณจ้ะ หอมมากเลยนะจ๊ะ หนูทองชักหิวแล้วสิ”
“ฉันก็หิว ฮ่าๆๆ” คุณนายสุจิตราพูดขึ้นพลางหัวเราะ
“ขอบคุณนะจ๊ะคุณนายสำหรับห่อหมก งั้นเดี๋ยวหนูทองกลับก่อนนะจ๊ะ” ทองพันชั่งยกมือไหว้ไปทางคุณนายสุจิตราอย่างอ่อนน้อม
“อุ๊ย! เกือบลืม แม่อำนวยไปหยิบกระเป๋าสตางค์มาสิ ฉันจะให้ค่าขนมแม่หนูทอง” คุณนายสุจิตราเอ่ยอย่างนั้น พลางค่อยๆ ขยับลุกขึ้นรอรับกระเป๋าสตางค์
ป้าอำนวยก็รีบเร่งทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะคุณนาย หนูทองก็ต้องพึ่งพาอาศัยคุณนายอยู่บ่อยๆ เงินทองไม่ต้องหรอกจ้ะ แค่กับข้าวอร่อยๆของป้าสมัยก็เกินพอแล้ว”
“เอาไปเถอะ เอาไปเก็บไว้ เป็นสาวเป็นนางมีเงินมีทองติดตัวเสริมดวงชะตาราศีได้ดีนักแล”
ผู้ใหญ่เต็มใจและตั้งใจให้หากไม่รับก็คงเสียมารยาททองพันชั่งจึงรับเงินจำนวนนั้นเอาไว้แล้วยกมือไหว้ผู้ให้ ก่อนจะร่ำลาทุกคนและขอตัวกลับบ้าน
ระหว่างเดินลงบันได และแล้วผู้ชายที่ทองพันชั่งไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในโลกก็ขับรถเก๋งวอลโว่สีบรอนด์ทองคันใหม่เอี่ยมเข้ามาภายในอาณาบริเวณบ้านของคุณนายสุจิตรา
เมื่อเห็นทองพันชั่งนรธิปก็ลดกระจกลงมาแต่ไกลพร้อมส่งยิ้มหวานแกมเจ้าเล่ห์ให้อย่างจงใจ
ทองพันชั่งไม่แม้แต่จะชะลอฝีเท้าหยุดมองเขา เธอรีบสวมรองเท้าแล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนดูคล้ายวิ่งหนีใคร ตัดสินใจทำตัวเสียมารยาทเพื่อจะได้ไม่ต้องพูดคุยกับผู้ชายสารเลวคนนั้นให้เป็นแสลง
ธนาธิปเดินลงมาจากบ้านทันได้เห็นท่าทางนั้นของทองพันชั่งและสายตาไม่น่าไว้ใจของเจ้าน้องชาย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะเดิมทีสองคนนี้ไม่ชอบหน้ากันอยู่แล้ว
ทองพันชั่งเกลียดน้องชายของเขา ส่วนเจ้าตัวดีก็ชอบกลั่นแกล้งเธอ จนคนเป็นพี่ชายคิดไม่ตกหากคุณนายสุจิตราหมายให้สองคนนี้แต่งงานกันจริงจังจะเป็นอย่างไร
“อ้าว! ไงโผล่มาวันนี้ล่ะไอ้เสือ คิดว่าจะมาพรุ่งนี้”
“ไหนๆ วันนี้ก็ไม่มีอะไรทำ กลับมากินข้าวเย็นที่บ้านแม่ดีกว่าพี่ ประหยัดสตางค์” คนที่พึ่งก้าวลงมาจากรถตอบแบบนั้น แล้วเดินไปยังท้ายรถเปิดกระโปรงหยิบกระเป๋าใบใหญ่ออกมา
“เหอะ! ฉันเห็นแกไปบาร์เต้นรำกับสาวๆประจำไม่เห็นเสียดายสตางค์”
“นั่นมันเป็นอดีตไปแล้วพี่ ตอนนี้ไม่อยากไปบาร์เต้นรำแล้ว อยากนอนฟังเสียงจิ้งหรีดอยู่ในสวนส้มโอมากกว่า”
“เออ! ให้มันอยู่ได้จริงเถอะ ไม่ใช่อยู่ไม่ถึงเดือนแล้วขอย้ายอีกนะ”
“ไม่ย้ายแน่ กลับมาคราวนี้ ผมตั้งใจจะอยู่ที่นี่อย่างถาวร” พูดแล้วนรธิปในวัย 25 ปี ก็หิ้วกระเป๋าเดินขึ้นบ้าน ผ่านหน้าพี่ชายไปพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แดดร่มลมตกหลังจากจัดการเรื่องสำรับอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทองพันชั่งในชุดผ้าถุงรัดอกคลุมไหล่ด้วยผ้าขนหนูก็เดินถือตะกร้าเครื่องอาบน้ำไปที่ท่าน้ำหลังบ้าน
ปกติหากวันไหนเสร็จงานเร็วและยังไม่มืดค่ำเธอจะลงมาอาบน้ำที่ท่าน้ำเป็นประจำ ชาวบ้านแถวนั้นส่วนใหญ่ก็อาบน้ำกันในคลอง
วันนี้อารมณ์ไม่ค่อยดี แค่เห็นรอยยิ้มของปีศาจร้ายชั่วพริบตาเดียวทองพันชั่งก็พอเดาได้ว่าชีวิตของเธอต่อจากนี้ต้องไม่สงบสุข
เขา! ผู้ชายสารเลวคนนั้นตั้งใจจองล้างจองผลาญเธอมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กว่าร้ายกาจแล้ว ตอนนี้เขากลับเลวยิ่งขึ้นไปอีก สวนทางกับฐานะชาติตระกูลและหน้าที่การงาน ถึงได้มีคำพูดว่าคนเรายากจะตัดสินตัวตนด้วยภาพลักษณ์ภายนอก
ทองพันชั่งยืนมองกระแสน้ำอยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แขวนผ้าถุงอีกผืนซึ่งเอาไว้สำหรับผลัดเปลี่ยนและผ้าขนหนูไว้บนราวจับ แล้วนั่งลงบนตั่งเล็กๆ วางตะกร้าเครื่องอาบน้ำไว้ข้างตัว ก่อนใช้ขันตักน้ำขึ้นมาราดเรือนกาย
น้ำอุ่นจากแดดที่แผดเผามาทั้งวันช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้น หลังจากฟอกสบู่จนทั่วแล้วทองพันชั่งจึงค่อยๆ พาตัวเองลงไปในคลองตั้งใจจะว่ายน้ำเล่นครู่หนึ่งค่อยขึ้นบ้าน
แต่ทันใดนั้น!
กลับมีมือของใครบางคนดึงร่างหญิงสาวลงไปใต้น้ำ ทองพันชั่งดิ้นรนสุดแรงเพื่อให้หลุดจากพันธนาการแต่ไม่เป็นผล บุคคลอันตรายกอดรัดร่างบางเอาไว้ พร้อมฉวยโอกาสจูบริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอุกอาจ
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังดึงปมผ้าถุงจนหลุดและพยายามถอดมันออกจากร่างแบบงาม เมื่อได้อย่างใจก็ยึดผ้าถุงผืนนั้นเอาไว้ในมือ โดยที่เจ้าตัวไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย ด้วยรสจูบที่เขาเพียรส่งมอบฤทธานุภาพรุนแรงเกินต้าน
คุณอาจจะชอบ





