ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ร้างใจ ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

วิวาห์ร้างใจ ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

เตยหอมจำต้องสวมรอยเป็นเจ้าสาวในคืนวิวาห์เพื่อมอบพรหมจรรย์ให้มหาเศรษฐีแทนลูกสาวผู้มีพระคุณ หลังค่ำคืนอันน่าอดสูเธอถูกส่งตัวไปต่างแดนจนเวลาผ่านไปสี่ปี การกลับมาไทยเพื่องานศพทำให้เธอได้พบกับอเล็กซิส โอคอนเนอร์อีกครั้ง เขาคือพ่อของลูกสาวที่เธอแอบซ่อนไว้ แต่ความลับเริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาปรากฏตัวพร้อมต่างหูที่หายไปในคืนนั้น พร้อมรอยยิ้มคุกคามที่ยืนยันว่าเขาจำรสสัมผัสบนเตียงเมื่อสี่ปีก่อนได้แม่นยำและเขากำลังไล่ต้อนเธอให้จนมุม
ตอน
แชร์

ตอน 3

“สวัสดีตอนเช้าครับคุณพ่อ”

ฟาเบียนเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังอ่านข่าวเศรษฐกิจอยู่ มองลูกชายที่เปิดประตูห้องทำงานเข้ามาทักทาย

“สวัสดีไอ้ลูกรัก ว่าแต่ทำไมวันนี้หน้าตาแช่มชื่นนักล่ะ”

ผู้เป็นลูกชายเดินผิวปากเข้ามาหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาตัวยาวริมหน้าต่างกระจก

“คงเพราะผมได้กินอาหารเช้าตรงเวลามั้งครับ”

ฟาเบียนหัวเราะชอบใจ “นี่แกไปเอามุกตลกฝืดๆ แบบนี้มาจากที่ไหนวะ”

“มันไม่ใช่มุกนะครับคุณพ่อ แต่มันคือเรื่องจริง เมื่อตอนเจ็ดโมงผมจอดรถข้างทาง และรับประทานอาหารเช้าครับ”

“ผีเข้าแกหรือไงวะ ปกติเห็นดื่มแต่กาแฟดำ”

ผู้เป็นลูกชายไหวไหล่น้อยๆ ใบหน้ามีรอยยิ้มละไม “ก็มันอยากขึ้นมากะทันหันนี่ครับ”

คนเป็นพ่อหัวเราะร่วนอยู่สักพักก็เอ่ยถาม “เมื่อเช้าแม่แกคุยอะไรด้วยหรือเปล่า”

“เปล่านี่ครับ มีอะไรหรือครับพ่อ”

“ก็เรื่องแต่งงานกับหนูเจนจิราไง”

สีหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของอเล็กซิสจางหายไป และก็มีความเบื่อหน่ายเข้ามาแทนที่

“ไหนว่ารอยายนั่นเรียนจบก่อนไงครับ”

“ก็รอตามนั้นนั่นแหละ แต่เรื่องที่แม่จะคุยกับแกน่ะ น่าจะเป็นเรื่องสินสอดมากกว่า”

“อย่ามาปรึกษาผมเรื่องนี้เลยครับ ผมไม่มีความเห็น สำหรับผม แค่แต่งงานตามหน้าที่ลูกที่ดีของพ่อกับแม่พอครับ”

อเล็กซิสผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ก่อนจะเอ่ยกับบิดา

“ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”

“ตามสบายเถอะ แล้วเย็นนี้อย่าลืมว่าแกมีนัดรับประทานอาหารค่ำกับครอบครัวหนูเจนล่ะ”

“ครับ”

ฟาเบียนมองตามร่างสูงใหญ่ของลูกชายเพียงคนเดียวไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรอเล็กซิสได้ เมื่อเมียรักดันไปให้คำสัญญากับเพื่อนซี้ของตนเองเอาไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน

“นังเจน... ทางนี้”

เจนจิราที่เพิ่งก้าวลงจากรถสปอร์ตสีแดงเพลิง หันไปตามเสียงเรียกก็เห็นปัทมายืนกวักมือเรียกอยู่

“นี่แกไม่เข้าเรียนหรือไงนังยุ้ย”

“แหม ก็เหมือนแกนั่นแหละยะ ที่โดดเรียนไปครึ่งค่อนวันน่ะ ว่าแต่ถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดไปกี่ยกล่ะ” ปัทมาถามอย่างรู้ทัน

เจนจิรายิ้มรับหน้าตาเบิกบาน “เท่าที่นับนะ สามหรือสี่รอบนี่แหละ จะบอกอะไรให้นะแก พี่อ๊อดใหญ่มาก แถมเอวดุฉิบหาย ฉันนี่ร่อนตามแทบไม่ทันเลย แต่ฟินว่ะ”

“แกก็มัวแต่ร่อนรับจ็อบพิเศษอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวจ็อบหลักก็ถูกขโมยไปจนได้หรอก”

“แกหมายถึงอะไรวะนังยุ้ย”

“ก็พ่อคู่หมั้นสุดหล่อของแกไงล่ะ”

คำพูดของปัทมาทำให้เจนจิราสนใจขึ้นมาทันที “แกหมายถึงพี่อเล็กเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ นี่แกรู้ไหมว่าเมื่อเช้าฉันเจอพี่อเล็กของแกด้วยล่ะ”

“เจอที่ไหนวะ”

“ที่ร้านอาหารตอนเช้า กับที่มอนี่”

คิ้วโก่งที่ผ่านการเขียนทับมาอย่างดีของเจนจิราเลิกสูงด้วยความประหลาดใจ

“พี่อเล็กมาทำอะไรแถวนี้วะ”

“ก็มาส่งขี้ข้าของแกไงนังเจน”

เจนจิรายังไม่ค่อยเข้าใจนัก “แกหมายความว่ายังไงวะนังยุ้ย พูดให้เคลียร์ๆ สิวะ”

“เมื่อเช้าฉันเห็นพี่อเล็กของแกพานังเตยไปกินข้าวเช้า แถมยังขับมาส่งมันที่นี่อีก”

“ฮะ?!”

“ไม่ฮะหรอก มันเรื่องจริง ฉันเห็นกับตาเลยล่ะ” ปัทมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก

เจนจิรากำมือแน่น กัดฟันจนแทบจะหักคาปาก

“อีเตยยยย...”

“นั่นแกจะไปไหนวะ นังเจน” ปัทมารีบเดินตามเจนจิรามาติดๆ เมื่ออีกฝ่ายก้าวเดินเร็วๆ

“ฉันก็จะไปชำระความกับน้องเตยไงล่ะ”

ปัทมาหัวเราะสะใจ และรีบสนับสนุน “ดีเลย ตบมันให้ตายคามือเลยนะ เห็นเงียบๆ เรียบร้อยแบบนั้น แม่งแรดฉิบหาย”

“แกไม่ต้องกังวลหรอกนังยุ้ย เพราะถ้าวันนี้เลือดนังเตยมันไม่กบปาก อย่ามาเรียกฉันว่าเจนจิราเลย”

เพล้งงงง!

จานอาหารที่เตยหอมกำลังกินอยู่ถูกกระชากเหวี่ยงทิ้งลงไปกับพื้น

“คุณเจน...!”

“อีแมวขโมย!”

เส้นผมของเตยหอมถูกกระชากด้วยอุ้งมือของเจนจิราเต็มแรง หล่อนเจ็บระบมคล้ายกับหนังศีรษะแทบจะฉีกขาด ก่อนที่ใบหน้าจะถูกฟาดไม่ยั้ง

เพียะๆๆๆ

ใบหน้าของเตยหอมถูกกระแทกด้วยฝ่ามือของเจนจิราจนสะบัดหลายครั้ง เลือดสีแดงสดไหลออกมาซึมที่มุมปาก รัชนกพยายามเข้าห้ามปราม แต่เจนจิราไม่สนใจ จับศีรษะของเตยหอมขยี้กับจานอาหารของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ จนเปื้อนเปรอะ

“หยุดนะ อย่าทำอะไรเตยนะ...”

“มึงหุบปากไปเลยอีนก ก่อนที่จะถูกตบอีกคน”

ปัทมาชี้หน้าด่ารัชนก และกันไม่ให้เข้าไปช่วยเตยหอมที่กำลังถูกเจนจิรายำ

เวลาผ่านไปหลายนาที เตยหอมก็ยับเยินอยู่แทบเท้าของเจนจิราทั้งน้ำตา ท่ามกลางสายตาตื่นตกใจของผู้คน แต่กลับไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย

“จำเอาไว้นะมึงอีเตย มึงเป็นขี้ข้ากู ดังนั้นอย่าสะเออะมายุ่งกับผู้ชายของกู!”

เจนจิรากระทำย่ำยีทั้งจิตใจและร่างกายของเตยหอมจนพอใจแล้วก็พากันเดินออกไปพร้อมกับปัทมา

“เตย... เป็นยังไงบ้าง... มาฉันช่วย...”

รัชนกช่วยพยุงเตยหอมที่สภาพสะบักสะบอมขึ้นจากพื้น และรีบพาไปล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำ

“ทำไมเธอยอมให้มันตบแบบนั้นล่ะ สู้มันสิ ให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย” รัชนกพูดอย่างแค้นแทน

“ฉัน... เป็นคนใช้ของคุณเจน... หน้าที่คือรับใช้คุณเจน ห้ามขัดใจเด็ดขาด”

“แต่เธอก็เป็นคนเหมือนกันนะเตย”

“ความเป็นคนของฉัน มันหมดสิ้นไปตั้งแต่ตอนที่แม่พาฉันมาฝากเอาไว้ที่บ้านหลังนั้นแล้วล่ะ”

“โธ่ เตย...” รัชนกมองเพื่อนรักอย่างแสนจะเวทนา

ตกเย็นเจนจิราก็เดินหน้ายุ่งกลับเข้ามาในบ้าน ก่อนจะถูกเกรียงไกรเรียกเข้าไปพบ

“นังเตยมันมาฟ้องพ่ออีกใช่ไหมคะ”

“เด็กเตยไม่ได้ฟ้องอะไรพ่อหรอก พ่อถามยังไม่ยอมบอกเลยว่าหน้าตาไปโดนอะไรมา”

“แล้วพ่อเรียกเจนเข้ามาหาทำไมคะ”

“ถึงเด็กเตยไม่ได้ฟ้อง แต่น้องเจนคิดว่าพ่อจะไม่รู้เลยเหรอว่าเด็กเตยไปถูกใครตบมา”

เจนจิราจ้องหน้าบิดาอย่างไม่พอใจ “นี่พ่อคิดจะปกป้องมันเหรอคะ”

“พ่อไม่ได้จะปกป้องใคร พ่อแค่ไม่อยากให้น้องเจนเอาแต่ใจมากเกินไปนัก เพราะถ้าน้องเจนยังเป็นแบบนี้ไม่เลิก แต่งงานแต่งการไปก็คงอยู่กันไม่ยืด”

“นี่พ่อแช่งเจนเหรอคะ!”

“น้องเจน... พ่อหวังดีกับลูกนะ”

เจนจิราจ้องหน้าเกรียงไกรอย่างไม่เคารพ เพราะปิยนุชกรอกหูกรอกหัวมาตั้งแต่เด็กว่าเกรียงไกรแอบมีเมียน้อย และก็อาจจะรักลูกเมียน้อยมากกว่าหล่อน

“ถ้าพ่อรักเจนจริงๆ นังเตยก็คงไม่ได้เกิดมาบนโลกนี้หรอกค่ะ”

“น้องเจน...”

เจนจิราลุกขึ้นยืน “แล้วพ่อก็ไม่ต้องมาเป็นห่วงอะไรเจนหรอกนะคะ เพราะเจนน่ะมีเสน่ห์พอที่จะทำให้พี่อเล็กหลงหัวปักหัวปำ ขอตัวค่ะ เจนจะไปหาแม่”

เกรียงไกรมองลูกสาวสุดที่รักที่เพิ่งเดินกระแทกเท้าออกไปด้วยความเสียใจ

“นี่มันคงเป็นเวรเป็นกรรมของฉันสินะ”

แล้วภาพน้ำตานองหน้าของสุดาก็ผุดขึ้นมาในสมอง ตอกย้ำให้ชายสูงวัยยิ่งเจ็บปวดทรมาน

“น้องเจน... กลับมาแล้วเหรอลูก” ปิยนุชที่นั่งเช็ดถูเครื่องประดับอยู่ในห้องรับแขกเอ่ยทักทายลูกสาว

เจนจิราเดินเข้ามาหามารดา ก่อนจะฟ้อง “พ่อเรียกเจนเข้าไปตำหนิค่ะ เรื่องที่ทำร้ายนังเตยที่มอ”

ปิยนุชละมือจากการทำความสะอาดเพชรเม็ดงาม ขึ้นมองหน้าลูกสาว ก่อนจะให้ท้าย

“อย่าไปสนใจพ่อเขาเลย น้องเจนอยากทำอะไรก็ทำเลยนะลูก แม่อยู่ข้างลูกเสมอ”

“ก็มีแต่คุณแม่คนเดียวนี่แหละค่ะที่รักเจนจริงๆ”

“ถูกต้องแล้วล่ะน้องเจน มีแม่คนเดียวเท่านั้นแหละที่รักและหวังดีกับน้องเจน”

“เจนทราบค่ะ”

“น้องเจนขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าเถอะ แล้วก็แต่งตัวสวยๆ ด้วยล่ะ วันนี้พี่อเล็กจะมากินมื้อค่ำที่นี่”

“จริงเหรอคะคุณแม่”

เจนจิรายิ้มกว้างอย่างดีใจ เนื้อสาวเต้นระริกด้วยความแรดร่าน เพราะอเล็กซิสน่ากินเหลือเกิน

“จริงสิ แม่จะไปโกหกน้องเจนทำไมล่ะ ไปอาบน้ำเถอะ”

เจนจิรากำลังจะเดินออกไป แต่ก็คิดอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับมาหามารดาอีกครั้ง

“คุณแม่ เจนมีเรื่องจะฟ้อง”

“มีอะไรเหรอน้องเจน”

“ก็เมื่อเช้าน่ะค่ะ นังเตยมันแรดนั่งรถไปกับพี่อเล็กค่ะ เพื่อนๆ ของเจนเห็นกันตั้งหลายคน”

“อ้าว ก็แม่เห็นมันออกไปกับน้องเจนตอนเช้าไม่ใช่หรอกเหรอ”

“ก็พอดีเจนไล่มันลงข้างทางน่ะค่ะ แต่มันก็ดันขึ้นรถมากับพี่อเล็กได้ยังไงก็ไม่รู้”

“พ่ออเล็กคงขับผ่านมาพอดีหรือเปล่า ก็เลยมีน้ำใจพามันมาด้วยน่ะ”

“ก็อาจจะเป็นอย่างที่คุณแม่พูดนั่นแหละค่ะ แต่ยังไงซะ เจนก็ไม่ไว้ใจนังเตย เจนเห็นมันมองพี่อเล็กตาเป็นมัน”

“พ่ออเล็กไม่มีทางตาต่ำไปเอามันหรอก เชื่อแม่สิน้องเจน”

“ว่าได้เหรอคะ ขนาดคุณพ่อยังตาต่ำไปคว้าแม่นังเตยมาทำเมียได้เลย เจนไม่มีทางยอมให้อดีตมันซ้ำรอยหรอกค่ะ”

เมื่อถูกลูกสาวย้อนแย้งด้วยความจริงที่ชวนเจ็บปวด ปิยนุชก็ยิ่งคั่งแค้น

“เดี๋ยวแม่จะเรียกนังเตยมาเฆี่ยนให้หลังขาดเลย ให้สาสมกับที่มันบังอาจมายุ่งกับคู่หมั้นของน้องเจน”

“ทำมันไปก็ตายเปล่าค่ะคุณแม่” เจนจิรายิ้มเยาะ ดวงตาเป็นประกายร้ายกาจ

“แล้วน้องเจนจะให้แม่ทำยังไง”

“เจนต้องการเลื่อนการแต่งงานระหว่างเจนกับพี่อเล็กให้เข้ามาเร็วที่สุดค่ะ”

“แต่น้องเจนยังเรียนไม่จบเลยนะลูก แม่ว่ารอให้เรียนจบก่อนไม่ดีเหรอ”

เจนจิราส่ายหน้าดิก สายตามุ่งมั่น “ไม่รอค่ะ เจนอยากมีผัวแล้ว”

ปิยนุชฟังคำพูดของลูกสาวแล้วก็รู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก นี่หล่อนเลี้ยงลูกมาแบบผิดๆ ใช่ไหมเนี่ย

“น้องเจนก็มีอยู่ตลอดไม่ขาดมือไม่ใช่เหรอลูก เรื่องพี่อเล็กเอาไว้ก่อนดีกว่า”

“เจนต้องการแต่งงานกับพี่อเล็กเร็วๆ ค่ะ และคุณแม่ก็ต้องช่วยเจนด้วย ไม่อย่างนั้นเจนจะไม่ไปเรียนหนังสือแล้ว” เจนจิรายื่นคำขาดอย่างเด็กเอาแต่ใจ

“น้องเจน...”

“คุณแม่รับปากเจนสิคะว่าจะไปเร่งคุณป้าเจสให้เจน รับปากเจนสิคะ”

ปิยนุชถอนใจออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับความเอาแต่ใจของลูกสาวบังเกิดเกล้า

“แม่รับปากก็ได้ แม่จะพูดให้ แต่ถ้าคุณป้าเจสไม่ยอม แม่ก็ไม่รู้จะทำยังไงนะน้องเจน”

“ถ้าคุณแม่ออกปาก ยังไงป้าเจสก็ต้องยอมค่ะ” เจนจิราเต็มไปด้วยความหวัง ก่อนจะรีบก้มลงหอมแก้มมารดาอย่างประจบประแจง “เจนขอตัวไปอาบน้ำให้ตัวหอมๆ ก่อนนะคะ”

“ไปเถอะลูก”

ปิยนุชมองตามร่างของลูกสาวไปด้วยความไม่สบายใจเลย นับวันเจนจิราก็ยิ่งเอาแต่ใจ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KAK” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KAK
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากหย่าแล้ว ฉันจะกลับบ้านไปรับมรดกของครอบครัว ร้องไห้ทำไม
8.8
เวิน เสวี่ยหนิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีตัดสินใจยุติความสัมพันธ์เจ็ดปีที่เธอเป็นฝ่ายยอมทุกอย่างเพื่อความรักที่ไร้ค่า หลังรู้ซึ้งว่าเวิน ซือเหนียน พี่ชายบุญธรรมไม่เคยมีใจให้และสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการหลอกตัวเอง เธอจึงโทรหาพ่อเพื่อยอมรับความผิดพลาดในอดีตที่เคยตัดขาดครอบครัวไปแต่งงานกับเขา เมื่อตาสว่างจากความฝันที่เจ็บปวด เธอจึงเลือกทิ้งอดีตและเตรียมตัวหย่าร้างเพื่อกลับไปสืบทอดมรดกของตระกูลตามความต้องการของพ่อและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่คู่ควร
หน้าปกนวนิยาย สยบรักยัยคู่หมั้นตัวร้าย
8.2
ซนซน สาวน้อยร่างเล็กต้องตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวาย เมื่อเธอถูกจับหมั้นหมายกับเอคาร์ มาเฟียหนุ่มมหาเศรษฐีผู้ทรงเสน่ห์ แม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น แต่ดูเหมือนความรักครั้งนี้จะมีอุปสรรคชิ้นใหญ่ เพราะคู่หมั้นหนุ่มนอกจากจะเย็นชาและปากร้ายแล้ว เขายังแสดงท่าทีรังเกียจเธออย่างชัดเจน ซนซนจะสามารถทลายกำแพงหัวใจและเอาชนะความโหดเถื่อนของมาเฟียหนุ่มคนนี้เพื่อมัดใจเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่มีท่าทีจะสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย ราคีรักรอยสวาท
9.5
ห้าปีแห่งความแค้นของแมทเทียส คอสแทนทิโน สิ้นสุดลงเมื่อเขาตามหาลักษณ์นาราจนพบ อดีตคนรักที่เคยหลอกเอาเงินก้อนโตหนีหายไปพร้อมลูกแฝดในท้อง มหาเศรษฐีหนุ่มจึงยื่นคำขาดบีบบังคับให้เธอกลับมาอยู่ในคฤหาสน์เพื่อชดใช้ความผิดในฐานะเมียที่ไร้ค่า เขาต้องการเพียงแค่ลูกแฝดทั้งสองและตั้งใจจะเฉดหัวเธอทิ้งทันทีที่ครบกำหนดหนึ่งปี ลักษณ์นาราต้องทนแบกรับความเจ็บปวดในอเวจีที่เขาหยิบยื่นให้เพื่อแลกกับการได้อยู่ใกล้ชิดลูกก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย คำสัญญาวิวาห์ลวง
8.0
ดานันตอบตกลงรับข้อเสนอสุดท้าทายเพื่อแลกกับอิสระจากพันธนาการของผู้เป็นพ่อ โดยเธอต้องทำภารกิจปราบพยศ คราม ทายาทมหาเศรษฐีผู้เกรี้ยวกราดที่เพิ่งสูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุ แม้ต้องเผชิญกับอารมณ์ที่รุนแรงและเอาแต่ใจของว่าที่สามีในนาม แต่ดานันกลับพบโอกาสสำคัญในการช่วยเหลือเขา เพราะอาการตาบอดของเขานั้นยังมีหนทางรักษาให้หายเป็นปกติได้ หน้าที่ของเธอจึงไม่ใช่แค่การดูแล แต่ต้องโน้มน้าวใจให้เขายอมเข้ารับการรักษาเพื่อกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ
8.8
เมื่อหนี้สินบีบให้กุลนิภาต้องเลือกชดใช้ด้วยร่างกายแก่ชนกันต์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาที่เกลียดความอ่อนแอของสตรี เขาเตือนเธอให้รักษาหัวใจไว้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไร้ความรัก ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ลับที่ซ่อนเร้น ความหึงหวงกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนเขากล้าขู่จะกักขังเธอไว้ตลอดกาล แม้กุลนิภาจะพยายามดึงสติเขาด้วยเรื่องผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วย แต่ความจริงที่ได้รับกลับสั่นคลอนความหวังในการได้รับอิสรภาพของเธอให้เลือนลางยิ่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายคุณชายหมอ (Dentist love)
9.2
เวกัส ทันตแพทย์หนุ่มทายาทธุรกิจโรงพยาบาลผู้เย็นชาและไม่คิดจริงจังกับใครหลังผิดหวังจากรักครั้งเก่า ต้องโคจรมาพบกับซิน บัณฑิตบัญชีจบใหม่ที่แอบหลงรักเขามาตลอด แม้เธอจะก้าวเข้าสู่สถานะแฟนอย่างไม่คาดฝัน แต่ความสัมพันธ์กลับตึงเครียดเมื่อเขาปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเด็กในท้องอย่างเลือดเย็น พร้อมยื่นเงินให้เธอไปกำจัดสายใยนี้ทิ้งเสีย เพราะเชื่อว่าทั้งหมดคือแผนการจับคนรวยของหญิงสาว ท่ามกลางความเจ็บปวดซินต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เธอรักแต่เขากลับไร้เยื่อใย