ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนรักเจ้าสาวริมทาง

เถื่อนรักเจ้าสาวริมทาง

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างหยาดฝนและหลุยส์ก่อตัวขึ้นจากข้อตกลงลับที่เธอเต็มใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินตรา ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้หญิงสาวริมทางก้าวสู่ตำแหน่งภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ระยะห่างและอุปสรรคจะทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจาก แต่ความโหยหาในส่วนลึกยังคงผูกพันพวกเขาไว้ในฐานะความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน นับจากนี้ทั้งสองพร้อมจะฝ่าฟันทุกบททดสอบเพื่อร่วมกันสร้างความประทับใจครั้งใหม่และถักทอสายใยรักอันมั่นคงให้คงอยู่ตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ไป ไปได้แล้ว จะมาเรียกน้ำตาฉันหรือ ไม่มีวันหรอก” เจ๊อวยพรไล่หลัง เพราะความเป็นคนขี้สงสาร นางพานจะร้องไห้ออกมา

หยาดฝนน้ำตากลบใบหน้า ตอนนั้นฝนก็ตั้งเค้ามาแล้ว มันคงจะหลงฤดูเป็นแน่ เธอรีบวิ่งไปหลบที่ป้ายรถเมล์ที่ขึ้นประจำ แต่ด้วยความรีบเร่งทำให้ไม่ได้มองทาง หยาดฝนชนกับใครเข้าอย่างจัง ร่างแกร่งรีบใช้มือของเขาจับเธอเอาไว้

“ขอโทษค่ะ” ก้มหัวโค้งแทบแตะพื้น อายด้วยเพราะกลัวคนจะเห็นน้ำตาของเธอเอง รีบวิ่งตรงไปในทันที โดยไม่ได้เงยหน้ามองคู่กรณี

เขาได้แต่มองตามหลังเธอไป สะดุดกับใบหน้าสาวใส แต่น้ำตาอาบสองแก้ม คิดแค่ว่า เธอจะรีบไปไหนกัน สุดท้ายฝนเจ้ากรรมก็ลงเม็ดหนา ทำให้เขาต้องเข้าไปหลบในร้านสะดวกซื้อ

ในคืนนั้นหยาดฝนกลับไปที่พักด้วยร่างกายที่เปียกปอน

หยาดฝนยืนกะพริบตาปริบ ๆ อยู่ที่หน้าร้าน ตอนนั่งรถประจำทางมาก็แน่ใจเหลือเกินว่าจะไม่เปลี่ยนใจอย่างแน่นอน แต่เมื่อมาถึงที่หน้าร้านแล้ว จากที่เคยคิดว่าตัวเธอเองนั้นทำใจได้ แต่ไม่ใช่เลย

ในส่วนลึกของหัวใจแล้ว หยาดฝนเธอกลัวมาก กลัวจนสั่น มือเท้าเย็นจนเจ้าตัวก็รับรู้ได้ เพราะความหนาวยะเยือกมันแล่นเข้าไปจนร่างกายของเธอรับรู้

หมับ... ฝ่ามือของใครบางคนกระทบลงที่หัวไหล่ของเธอ หยาดฝนออกอาการสะดุ้ง

“มาไวเหมือนกันนี่ ฉันนึกว่าเธอจะเปลี่ยนใจเสียแล้ว ตามมาสิ”

วาว่านั้นเอง นางเปรี้ยวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ชุดที่ใส่ก็วาบหวิวชวนมอง เสียอย่างเดียว นางแต่งหน้าจัดจ้านไปหน่อย จนปกปิดผิวพรรณดี ๆ ไป เครื่องสำอางที่ฉาบใบหน้าอาจจะทำให้ตัววาว่าเองกล้าหน้าด้านขึ้นมาก็ได้

หยาดฝนก้มมองดูตัวเอง ชุดที่เธอหามาใส่ได้ มันเป็นเพียงเด็กสาวที่เริ่มใจแตก แต่ก็ยังคงมีความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ

“ตามมาเร็ว” วาว่าหันมาจับมือของหยาดฝนที่เย็นเฉียบเหมือนกับน้ำแข็ง จนวาว่าเองก็ต้องหันมามองหน้าของหยาดฝนเต็มตาอีกที

“แน่ใจแล้วหรือ” นางถามย้ำอีกครั้ง

“แน่ใจจ้ะพี่ ฝนต้องการใช้เงิน”

“หื้อ” พยักหน้าแบบเข้าอกเข้าใจ จะว่าไปใครอยากทำอาชีพแบบนี้กันบ้าง หากไม่เข้าตาจน

วาว่าเปิดประตู แล้วผลักหลังของหยาดฝนให้เข้าไปในห้อง ซึ่งเป็นห้องทำงานของเจ๊ใหญ่ของที่นี่

“ถ้าเจ๊ออกมาให้เรียก เจ๊ใหญ่นะ”

“ค่ะ” หยาดฝนรับปาก

เธอมองตามมือของวาว่าที่จัดการช่วยถอดเสื้อคลุมด้านนอกให้ออกหมด ตอนนี้หยาดฝนอยู่ในชุดที่เธอคิดว่าเจ๋งที่สุดแล้ว วาว่าเมื่อได้เห็นก็ออกอาการหัวเราะ

“คิดเอาไว้แล้วไม่ผิด” ยังคงขบขันอยู่

“พี่หัวเราะอะไรคะ” สาวน้อยออกอาการงงงวย

“ก็ชุดที่เธอนุ่งมันทั้งเฉิ่มและก็เชยนะสิ แบบนี้เขาก็นึกว่าเด็กกวาดพื้น” วาว่าใช้นิ้วจิ้มลงไปตามเนื้อตัวของหยาดฝนด้วย

“ฝนไม่ค่อยมีเสื้อผ้าแบบพี่หรอกจ้ะ”

“เอ่อ... ก็เข้าใจได้ แต่จะมาทำงานอย่างนี้ ชุดคลุมมิดจี้รี่อย่างนี้ มันไม่เหมาะ” พูดจบก็จับตัวของหยาดฝน ปล้นเอาเสื้อนอกของเธอออกไป

เด็กสาวก็พยายามยกมือห้าม แต่ก็ถูกวาว่าตีมือ เสื้อสีขาวตัวนอกถูกถอดออกไปอีกชิ้นหนึ่ง เหลือแต่เสื้อชั้นในสีขาวสะอาดที่อยู่ข้างใน

หยาดฝนอายมากจนต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดสองเต้า แม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าอับอาย

“ใส่เสื้อของพี่นี่”

วาว่าถอดเสื้อซีทรูสีดำตัวที่นางใส่ออกมา แล้วจับแต่งเข้าไปในบนเนื้อตัวของหยาดฝน ยังไม่พอยังจับกรรไกรที่อยู่บนโต๊ะของเจ๊ใหญ่มาตัดกระโปรงยีนที่หยาดฝนสวมใส่จนขาดวิ่น แต่มันก็ดูมีสไตล์

“ว้าว! มันต้องอย่างนี้” ชมไป แล้วเดินวนเวียนรอบ ๆ ตัวของหยาดฝน

วาว่ายังคงไม่หยุด หยิบเอาเครื่องสำอางในกระเป๋าของเธอออกมาละเลงบนใบหน้าของหยาดฝนด้วย

“พี่อย่าให้มันแดงฉูดฉาดไปนะ”

“นี่คุณน้องขา ปากไม่แดง มันจะไม่มีแรงเดินล่ะสิ คิดสิคิด การแต่งหน้ามันก็กลบความอายได้ มันทำให้เราหน้าด้าน”

ปากพร่ำไป ก็ใช้มือจับใบหน้าของหยาดฝน ทั้งปัดแก้ม ทั้งทาตา ลงสีชาดที่ริมฝีปาก ใช้มือทำการขยี้ขยำไปบนผมสีดำของหยาดฝนจนยุ่งเหยิง

นางหยิบหนังยางรัดผมออกมาจากกระเป๋าเกล้ารวบผมของหยาดฝนลวก ๆ และใช้นิ้วกรีดเส้นผมตรงด้านหน้าออกมาเป็นปอยระปิดใบหน้านิด ๆ

วาว่าหมุนร่างของหยาดฝนให้หันไปมองตัวเองอีกครั้งในกระจกบานใหญ่ที่อยู่ในห้องนั้น

“เป็นอย่างไง ต่างจากเมื่อกี้ราวฟ้ากับเหว ใช่ไหม” ยิ้มอย่างภาคภูมิใจในผลงานการสร้างสรรค์ของตัวเอง

“ค่ะ” หยาดฝนเริ่มเห็นตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเองอยู่ในกระจกนั้นแล้ว เธอเห็นตัวเอง ก็ยังแทบจะจำไม่ได้

“โอม มะโม นะโม มะโม วันนี้ อีวาว่าจะของลง ณ หน้าทอง องค์กะหรี่ องค์วันทอง องค์หลายผัว นางกากี จงมาลงที่อีนางคนนี้ ให้มันได้ ให้มันโดน ให้มันได้ ให้มันโดน ให้มันได้ ให้มันโดน เพี้ยง” วาว่าเป่าลมลงไปกลางกระหม่อมของหยาดฝนด้วย

ผลัวะ... เจ๊ใหญ่เปิดประตูเข้ามา

“คนนี้เหรอที่แกบอก” เจ้าของสถานบริการมองหยาดฝนอย่างวิเคราะห์ ปากก็ถามวาว่าไปด้วย

“ใช่จ้ะเจ๊ รับเถอะเจ๊ เด็กมันจำเป็นต้องใช้เงิน อยู่ไปเดี๋ยวก็เก่งเองแหละ”

“อ่อนประสบการณ์หรือ ยังไม่เคยมีผัว ว่างั้น” ปากตรง ๆ เล่นเอาคนฟังยังสะดุ้ง

“โอ้ย! มันก็ได้มาหลายอันแล้วล่ะ ดูทรงมันสิเจ๊ เด็กสาว ๆ เดี๋ยวนี้ หอ มอ ออ ยอ ยังไม่ทันแทงขน มันก็มีผัวกันแล้วจ้าเจ๊” วาว่ากลัวว่าเจ๊ใหญ่จะไม่รับ

เจ๊ใหญ่ยังคงเดินวนไปวนมารอบ ๆ ตัวของหยาดฝน

“ชื่ออะไร”

“เรนนี่” วาว่าชิงตอบ

“อื้อ พอไปวัดไปวา”

“บ้าน่า เจ๊... เด็กมันออกจะอวบจะอั๋น หน้าตาก็สวย ๆ จะบอกแค่ว่าไปวัดไปวาได้อย่างไร”

“ก็มันขาวนี่นา ฝรั่งมังค่ามันชอบตัวดำ ขอบเขียว ๆ”

“แหมพูดเสียเห็นภาพเลย แต่ทรงนี้ ทางแขกดูไบ แขกอาหรับ มันว่าเด็ดน่า”

“เอ่อ... เอ้า ลองดูก็ได้ เริ่มงานเลย วาว่าก็สอนน้องหน่อยก็แล้วกัน เวลาคุยกับลูกค้าต้องทำอย่างไร อย่าให้มีปัญหาก็แล้วกันนะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แซ่บสยิว
7.8
โชคชะตาของคนทั้งคู่ถูกขีดเส้นเอาไว้ล่วงหน้าด้วยพันธะแห่งการคลุมถุงชน เมื่อเขากับเธอต้องตกอยู่ในสถานะคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่ยังเยาว์วัยตามความต้องการของผู้ใหญ่ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อผูกมัดในอดีตกำลังจะถูกทดสอบในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันร้อนแรง ท่ามกลางความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งสองจะจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นและพันธนาการที่ถูกผูกไว้ตั้งแต่เด็กนี้ได้อย่างไรในเส้นทางรักสุดแซ่บ
หน้าปกนวนิยาย ระทวย
9.6
เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของหญิงสาวคนหนึ่งที่ลอบเก็บความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อชายในฝันเอาไว้ในใจเพียงลำพัง โดยที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าฝ่ายชายเองก็แอบมีใจและเฝ้ามองเธออยู่เช่นเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างซ่อนความรู้สึกเอาไว้กำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อความบังเอิญนำพาให้หัวใจสองดวงที่ตรงกันได้โคจรมาพบกันในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด จนนำไปสู่เรื่องราวความโรแมนติกที่ทำให้หัวใจต้องสั่นไหวและระทวยไปกับความรักที่ต่างฝ่ายต่างถวิลหามานานแสนนาน
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักไฟพิศวาส
8.4
เมษาหญิงสาวผู้ยึดมั่นในคำสัญญาและรักเพียงเขาคนเดียว กลับต้องเผชิญกับความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อชายหนุ่มปักใจเชื่อว่าเธอคือคนทำร้ายคนรักของเขา จนนำไปสู่การจับตัวเธอไปกักขังไว้บนเกาะเพื่อลงทัณฑ์อย่างเลือดเย็น แม้เขาจะพร่ำบอกว่าเกลียดชังและขยะแขยงเธอเพียงใด ทั้งยังข่มขู่จะไล่ส่งเธอไปให้พ้นหน้าหลังจบสิ้นการล้างแค้นครั้งนี้ แต่ลึกๆ เขากลับสับสนเมื่อไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดที่มีต่อเธอได้ ท่ามกลางไฟแค้นที่แผดเผา ความรักที่ไร้ค่าในสายตาเขาจะลงเอยเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
9.7
ตลอดสามปีที่หลูเฉียนหนิงอยู่เคียงข้างโจวเป่ยจิ้ง เขาคิดเพียงว่าเธอคือผู้ช่วยที่ยอมแลกตัวเพื่อเงินรักษาแม่ จนกระทั่งความอดทนสิ้นสุดลงเมื่อเธอขอหย่าและตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วที่มีคนอื่นในใจ ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาลึกลับที่จดทะเบียนกันเมื่อหกปีก่อน จากท่านประธานผู้เย่อหยิ่งจึงต้องกลายเป็นคนคลั่งรักที่ยอมทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อตามง้อเมีย แม้ใครจะดูถูกว่าเธอต่ำต้อย แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นประธานหลูผู้มั่งคั่งที่ทำเอาเขาถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เสน่หาวิวาห์ป่วน
8.1
เมื่อก้องทวีป จิตรกรหนุ่มผู้ยึดติดกับความรักครั้งเก่า ต้องมาเข้าพิธีวิวาห์กับอันดามัน สาวห้าวที่เป็นคู่ปรับตัวฉกาจตามความประสงค์ของพรหมลิขิต การใช้ชีวิตใต้ชายคาเดียวกันของคนสองคนที่ไม่ลงรอยกันจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ การปะทะคารม และความพยายามเอาชนะใจกันอย่างบ้าคลั่ง ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความไม่ชอบหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เร่าร้อนและซาบซึ้งได้หรือไม่