
รักไร้ค่า
ตอน 2
ผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้มีมากมายเกินกว่าที่ทีมแพทย์และพยาบาลในพื้นที่จะดูแลได้ทั่วถึง เจียงหว่านที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากราวแขวนเสื้อที่ถูกเผาขาดและหล่นใส่จนเกิดบาดแผลลึกที่น่อง เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ถือว่าเธอยังโชคดีนัก
หลังจากไปทำแผลแบบง่าย ๆ ที่โรงพยาบาลละแวกนั้นแล้ว เจียงหว่านก็นั่งแท็กซี่กลับบ้าน
ณ เดอะเบย์วิลล่า
บ้านหลังนี้เป็นหนึ่งในทรัพย์สินของเผยเสี้ยน ทั้งยังเป็นบ้านที่ใช้เป็นเรือนหอด้วย
เจียงหว่านคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตเพียงลำพัง เพราะเผยเสี้ยนแทบไม่เคยกลับมาที่นี่เลย เธอจึงเลิกจ้างแม่บ้านประจำไปนานแล้ว การใช้บริการเดลิเวอรี่และจ้างแม่บ้านรายชั่วโมงจึงเพียงพอที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเธอได้
ในตอนนี้บ้านหลังใหญ่กลับมีเพียงเจียงหว่านนั่งอยู่คนเดียวบนโซฟา เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
การตกแต่งแบบนอร์ดิกสีเทา-ขาวที่เรียบหรูนี้แสนจะไร้ซึ่งความอบอุ่น
เธอพลันรู้สึกว่า ที่แห่งนี้เหมือนหลุมฝังศพขนาดใหญ่ที่กลืนกินวัยเยาว์ของเธอไปห้าปีพร้อมกับความรักที่ไร้จุดหมาย
ที่แห่งนี้ ต่อให้เธอต้องตายไปก็อาจไม่มีใครสังเกตเห็น
เจียงหว่านถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าและพยายามพยุงตัวเองขึ้น ก่อนเดินประคองกำแพงทีละก้าวไปยังห้องนอนบนชั้นสอง
ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านตั้งแต่เนื้อหนังไปจนถึงกระดูก
บ้านที่กว้างใหญ่เกินไปทำให้เสียงสะท้อนเล็ก ๆ ของการเคลื่อนไหวชัดเจนเกินจริง
ในวันคืนที่ผ่านพ้นมา เจียงหว่านไม่เคยรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวเช่นนี้มาก่อน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าใจว่าความเหงามันชัดเจนได้ถึงเพียงนี้
มีทั้งสัมผัส ทั้งเสียง…… สัมผัสทั้งห้าของเธอคล้ายถูกดึงรั้งไว้ หัวใจเหมือนถูกบีบคั้นด้วยเส้นสายที่มองไม่เห็น แน่นเสียจนเกิดความรวดร้าว
เมื่อกลับมาถึงห้องนอน เธอล้มทั้งร่างลงบนเตียง รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจอย่างแท้จริง
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบของห้อง
“ตอนบ่ายเธอโทรหาฉัน มีเรื่องอะไร?” น้ำเสียงของเผยเสี้ยนยังคงนิ่งเรียบไร้ความอบอุ่นเช่นเคย
เจียงหว่านไม่คาดคิดว่าเขาจะโทรกลับมา เธออ้าปากพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ก่อนที่เธอจะตอบ เสียงอ่อนโยนของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังแทรกมาจากปลายสาย “อาเสี้ยน คุณไปกับฉัน……”
เจียงหว่านหยุดชะงัก มือที่ถือโทรศัพท์กำแน่นขึ้น เธอถามออกไปอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ “คุณอยู่กับใครเหรอ?”
เผยเสี้ยนไม่ได้ตอบคำถามของเธอ เพียงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้ามีเรื่องอะไร ไว้รอฉันกลับไปแล้วค่อยคุยกัน ตอนนี้ฉันมีธุระ แค่นี้ก่อนนะ”
หลังจากพูดจบเขาก็ตัดสายไป โดยไม่รอให้เจียงหว่านพูดอะไรทั้งนั้น
เสียง “ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด” จากสายที่ถูกตัดไปทำให้มุมปากของเจียงหว่านยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ เธอนี่มันน่าสมเพชจริง ๆ ! ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแล้วแท้ ๆ แต่เธอก็ยังอยากได้ยินคำตอบจากปากเขาอยู่ดี
เจียงหว่านเปิดแท็บเล็ตขึ้นมาอีกครั้งราวกับจะทรมานตัวเอง แล้วก็เลื่อนดูอันดับค้นหายอดฮิตของวันนี้
นั่งอ่านความคิดเห็นจากชาวเน็ตที่พากันชื่นชมว่า【ดาราสาวถูกคุกคามทางเพศในงานเลี้ยง แต่แฟนหนุ่มท่านประธานจอมเผด็จการได้ปกป้องเธอไว้อย่างกล้าหาญ ซึ้งเหลือเกิน!】 ทำให้มุมปากของเธอปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
เจียงหว่านเองก็เคยเจอเหตุการณ์คุกคามทางเพศในงานเลี้ยงมาก่อน
ตอนนั้นเธอพึ่งเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง และถูกผู้จัดการส่วนตัวหลอกให้ไปเข้าร่วมงานเลี้ยงกับผู้กำกับและทีมโปรดิวเซอร์ของละครเรื่อง “ชิงทั่น”
ในตอนนั้น เจียงหว่านเพิ่งก้าวเข้าสู่สังคมใหม่ ๆ เป็นครั้งแรกที่เธอต้องร่วมโต๊ะอาหารแบบนี้ ทำให้เธอดูกระวนกระวายเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร
บนโต๊ะอาหาร โปรดิวเซอร์จับจ้องเจียงหว่านด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ก่อนพูดขึ้นว่า “นี่คือเด็กใหม่ที่พวกคุณเพิ่งเซ็นสัญญาด้วยใช่ไหม? ดูหน้าตาใช้ได้เลยนะ แต่ไม่รู้ว่าดื่มเก่งแค่ไหน งั้นเอาแบบนี้ ถ้าคุณดื่มเหล้าขาวขวดนี้ให้หมดในครั้งเดียวได้ ผมจะให้ผู้กำกับจัดโอกาสให้คุณลองแคสบทนางเอกดู”
เจียงหว่านอยากปฏิเสธ แต่ทนแรงกดดันจากผู้จัดการส่วนตัวที่ทั้งพูดจาหว่านล้อมและข่มขู่ไม่ไหว สุดท้ายจึงถูกบังคับให้ดื่มเหล้าขาวขวดนั้นจนหมด
คุณอาจจะชอบ





