ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวเบอร์ตอง

เจ้าสาวเบอร์ตอง

ชานนท์พยายามหาทางเลี่ยงการคลุมถุงชนที่ปู่จัดหาให้ จนได้พบกับปุณณิศา สาวบาร์ที่กำลังขัดสนเรื่องเงินค่ารักษาพยาบาลอย่างหนัก เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตู้กระจกในฐานะสาวเบอร์ตองเพื่อแลกกับเงินก้อนโต ชานนท์ที่แอบสนใจเธออยู่แล้วจึงฉวยโอกาสนี้จ้างเธอมาสวมบทบาทแฟนกำมะลอเพื่อตบตาครอบครัว ทว่าความใกล้ชิดกลับทำให้ความรู้สึกจอมปลอมเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เขาอยากครอบครองไว้คนเดียวตลอดไป โดยไม่ยอมให้สถานะนี้เป็นเพียงแค่เรื่องสมมติอีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เก่งมากเลยน้องชายพี่ แบบนี้ต้องฉลองกันหน่อยแล้ว” ปุณณิศามองผลการสอบคัดเลือกเขาเรียนของน้องชายแล้วกล่าวชมด้วยความดีใจ

“แม่ก็ดีใจด้วยนะปั้น ลูกแม่เก่งมากๆ เลย”

“แต่ผมต้องไปเรียนที่ญี่ปุ่นนะครับแม่” ปุณณพัฒน์รีบบอกพี่สาวกับมารดา

“จริงเหรอลูก แบบนี้แม่ก็คุยโม้ได้ทั้งตลาดแล้วสิว่าลูกชายของแม่จะได้ไปเรียนเมืองนอก” ปนัดดายิ้มด้วยปลาบปลื้ม

แม้เธอจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แทบไม่มีเวลาดูแลลูกเลย แต่ลูกทั้งสองคนก็ไม่เคยทำให้ต้องเสียใจเลยสักครั้ง ปุณณิศาลูกสาวคนโตเรียนครุศาสตร์เพราะเธออยากจะเป็นครู ส่วนลูกชายคนเล็กก็เพิ่งสอบชิงทุนเข้าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้

“ผมคิดว่าจะสละสิทธิ์ครับแม่”

“อะไรนะปั้น” ปนัดดาตกใจ

“ผมจะสละสิทธิ์ครับแม่” ปุณณพัฒน์ย้ำอีกครั้ง

“ทำไม่ละปั้น พี่เห็นเราอ่านหนังสือเตรียมสอบตั้งนานนะ นั่นความฝันของเราเลยนะ มีอะไรหรือเปล่าบอกพี่กับแม่มานะ” ปุณณิศามองหน้าน้องชายอย่างสงสัย

“ผมได้ทุนไปเรียนก็จริงครับ แต่ก่อนไปผมก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม” เสียงนั้นฟังดูไม่สดใสสมกับคนที่เพิ่งสอบชิงทุนได้เลยสักนิด

“ปั้น แม่ไม่เข้าใจหรอกนะว่าเตรียมตัวที่ว่ามันคืออะไร แล้วทำไมเราถึงต้องสละสิทธิ์ด้วย มีคนตั้งเยอะแยะที่เขาอยากจะได้ทุนเหมือนปั้นนะลูก”

“แม่ครับ พี่ปุณครับ รุ่นพี่ที่เคยไปเรียนเขาบอกว่าก่อนไปเราต้องเรียนภาษาเพิ่ม ไหนจะเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวที่ต้องเตรียมไปอีก ผมว่าค่าใช้จ่ายมันเยอะเกินไป”

“เรื่องแค่นี้เอง พี่พอมีเงินเก็บเดี๋ยวพี่ช่วยเองนะไม่ต้องห่วงหรอก”

“ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนเดี๋ยวแม่จะทำขนมไปขายเพิ่ม ยังไงแม่ก็จะหาเงินให้ปั้นได้ไปเรียนแน่ๆ”

“ผมว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน ให้คนที่เขาพร้อมไปดีกว่าครับแม่”

“ถ้าเรียนที่ไหนก็เหมือนกันทำไมปั้นถึงได้ตั้งใจจะสอบชิงทุนตั้งแต่แรกล่ะ แล้วโอกาสดีๆ แบบนี้ถ้าปั้นไม่รีบคว้าไว้พี่ว่าปั้นจะมานั่งเสียใจทีหลังนะ เราเสียเงินแค่ส่วนหนึ่งแต่มันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ปั้นจะได้เรียนรู้นะ”

“ผมก็แค่ลองสอบไม่คิดว่าตัวเองจะได้”

“พี่รู้ว่าปั้นอยากไปเรียนที่นั่น ถึงได้ตั้งใจอ่านหนังสือ เรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วงนะ พี่กับแม่จะจัดการเอง”

“แต่มันเยอะนะครับพี่ปุณ แค่ค่าเรียนภาษาแบบเร่งด่วนคอร์สหนึ่งก็เกือบหมื่นแล้วครับแม่”

“แล้วมันต้องเรียนกี่คอร์สล่ะปั้น” ปุณณิศาถามน้องชายเพราะเธอเองก็ไม่รู้เรื่อง

“รุ่นพี่บอกว่าต้องเรียนอย่างน้อยสองคอร์สเพราะเวลาไปที่นั่นจะได้มีปัญหาเวลาเรียน ไหนจะต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มอีก ผมว่างานนี้แค่ค่าเรียนอย่างเดียวก็คงไม่ต่ำกว่าสามหมื่นแน่ๆ ไหนจะค่าเสื้อผ้าของใช้อีก ผมว่ามันมากเกินไป ครอบครัวเราไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้นนะครับ” เด็กหนุ่มรู้ดีว่าสภาพการเงินของบ้านตนเองนั้นเป็นอย่างดี ที่เขาไปสอบชิงทุนก็คิดว่าจะได้ช่วยประหยัดค่าเรียนแต่ก็ไม่คิดมาก่อนว่าก่อนไปเรียนต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วย

“แม่ไหวจ้ะ ปั้นไปหาที่เรียนภาษาเพิ่มได้เลย”

“ช่วงนี้ปิดเทอมตั้งสี่เดือนพี่จะหางานพิเศษเพิ่ม ปั้นอย่ากังวลไปเลย ตัวเองมีหน้าที่เรียนก็เรียนให้เต็มที่อย่าให้สิ่งที่เราลงทุนลงแรงไปหลายเสียเปล่า”

“แต่...”

“เชื่อแม่นะปั้น แม่กับพี่บอกว่าไหวก็คือไหว”

“ครับแม่ ถ้าอย่างนั้นผมขอไปคุยกับรุ่นพี่ก่อนว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ขอบคุณนะครับแม่ ขอบคุณนะครับพี่ปุณ”

พอปุณณพัฒน์วิ่งเข้าบ้านไปแล้วปนัดดากับปุณณิศาก็มองหน้ากันแล้วถอนหายใจ

“แม่คะ หนูมีเงินเก็บอยู่ประมาณสองหมื่น ให้ปั้นเอาไปเรียนภาษาก่อนนะคะ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เหลือเดี๋ยวหนูเบิกค่าแรงล่วงหน้าจากพี่อรและเจ๊ช่อ” ปุณณิศาหมายถึงเจ้าของร้านกาแฟและร้านหมูกระทะที่เธอทำงานอยู่

“นั่นมันเงินค่าเทอมของหนูนะปุณ”

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ อีกสี่เดือนกว่าจะเปิดเทอมเรายังพอมีเวลาหาค่ะ”

“ถ้ารวมกับเงินเก็บของแม่ก็คงจะพอ”

ปนัดดามีเงินเก็บสำรองอยู่ไม่มาก เพราะเธอต้องส่งลูกเรียนถึงสองคน ไหนจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่แอบไปกู้มาอีก ซึ่งเรื่องนี้ปุณณิศาและปุณณพัฒน์ไม่รู้

ปนัดดาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ก่อนเธอเป็นพนักงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนก็พอส่งเสียให้ลูกทั้งสองคนเรียนได้ แต่เมื่อปีก่อนบริษัทประสบปัญหาขาดทุนจึงบีบให้พนักงานออกและเธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากถูกให้ออกปนัดดาก็มาทำขนมขาย

เวลาเช้าเธอจะขายขนมหวานในตลาด พอสายหน่อยก็กลับมาเตรียมของไปขายที่หน้าโรงเรียน เวลาว่างก็จะทำขนมเค้ก คุกกี้หรือพวกแซนด์วิชไปฝากขายตามร้านกาแฟ เธอทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มรายได้ แต่มันก็ยังไม่ทันกับรายจ่าย

แม้ว่าปุณณิศาลูกสาวคนโตจะไปทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟในวันหยุด ส่วนตอนเย็นก็ไปเป็นเด็กเชียร์เบียร์ที่ร้านหมูกระทะของเจ๊ช่อซึ่งอยู่ถัดจากบ้านของเธอไปเพียงซอยเดียวเท่านั้น

ที่ทุกคนพยายามหาเงินเพื่อให้ปุณณพัฒน์ได้ไปเรียนต่างประเทศก็เพราะรู้ว่าเขาเป็นเด็กดีและตั้งใจเรียน ที่ผ่านมาปุณณพัฒน์ไม่เคยเสียเงินค่าเรียนพิเศษที่ไหนเลย แต่เขาก็ยังมุมานะจนสามารถสอบชิงทุนได้ ปนัดดาเลยไม่อยากให้ลูกชายเสียโอกาส เพราะการจะไปเรียนต่างประเทศนั้นเป็นความฝันของลูกชายมาตั้งแต่เด็ก

ถ้าเงินที่มีมันไม่พอค่าใช้จ่าย ปนัดดาก็คงจะไปยืมเจ๊น้ำซึ่งเป็นเจ้าของตลาดเพิ่ม ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะโหดไปหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเงินพอให้ลูกชายไปเรียน เพราะค่าใช้จ่ายพวกนี้คงจะจ่ายแค่ก่อนไปเพียงครั้งเดียว พอได้ไปเรียนที่นู่นค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางโรงเรียนเจ้าของทุนก็จะจ่ายให้ แม้ต้องแลกด้วยเงินเก็บทั้งหมดที่มีและต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาให้ ปนัดดาก็คิดว่ามันคุ้มค่ากับอนาคตของลูกชาย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จะไม่ขอทนอีกต่อไป
8.1
ม่านไหมต้องตื่นจากฝันหวานที่ก้องเกียรติจงใจสร้างขึ้น เมื่อความรักที่เคยสวยงามกลับกลายเป็นความเจ็บปวดจากการถูกทรยศโดยคนที่เธอไว้ใจที่สุดในชีวิต โลกทั้งใบพังทลายลงในพริบตาเมื่อเขาแอบมีคนอื่นและทำลายความซื่อสัตย์ที่เธอมีให้เสมอมา ในวันที่หัวใจบอบช้ำเกินทน เธอต้องเลือกระหว่างการอดทนจมอยู่กับความเสียใจเพื่อให้อภัยคนเลว หรือจะกล้าก้าวเดินต่อไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครอีกคนที่คอยมอบความหวังดีให้เธอมาโดยตลอด มาร่วมลุ้นไปกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของเธอ
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม
8.3
พราวนารีเคยเผชิญกับชีวิตที่แสนลำบากในอดีตชาติ ทั้งความยากจน การพลัดพรากจากครอบครัว และการต้องทิ้งอนาคตทางการศึกษาเพราะตั้งครรภ์ในวัยเรียนจนนำไปสู่ชีวิตคู่ที่ล้มเหลว เมื่อได้รับโอกาสเกิดใหม่ในตระกูลที่ร่ำรวยและเพียบพร้อม เธอจึงตั้งใจใช้ความทรงจำจากชาติก่อนเป็นบทเรียนเพื่อลิขิตชะตาตนเองใหม่ พราวนารีมุ่งมั่นกับการเรียนและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่เคยผิดพลาดในอดีต เพื่อสร้างชีวิตที่มั่นคงและไม่กลับไปซ้ำรอยเดิมอีกครั้งในชาตินี้
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรัก..ประธานขา
8.5
เมื่อนางเอกถูกดูหมิ่นเรื่องรูปลักษณ์จากหญิงสาวที่พึ่งพาเพียงศัลยกรรม เธอจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าความงามที่แท้จริงคืออะไร ทว่าความขัดแย้งในใจกลับทวีคูณเมื่อเธอเข้าใจผิดว่าถูกพระเอกล่วงเกินทางเพศ ความอัปยศและความเสียใจทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติพันธะสัญญาทั้งหมดที่มีต่อเขา เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและการเผชิญหน้าท่ามกลางโลกของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
หน้าปกนวนิยาย มิตรรักลวงใจ X เรือนใจนายอคิน
8.3
มิตรรักลวงใจถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทที่แอบซ่อนความรู้สึกลึกซึ้งมานาน จนกระทั่งความเมามายเป็นเหตุให้ทั้งคู่ข้ามเส้นความเป็นเพื่อน และไม่อาจหยุดยั้งความโหยหาที่มีต่อกันได้อีกต่อไป ในขณะที่เรือนใจนายอคินเล่าถึงชายหนุ่มผู้หลงรักการอ่านที่เฝ้าติดตามคุณครูสาวอย่างเงียบเชียบมาเป็นเวลาแรมปี เพียงแค่ได้ขับรถผ่านหน้าโรงเรียนเพื่อมองเห็นรั้วที่เธอทำงานอยู่ก็เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงหัวใจของเขาในทุกวัน
หน้าปกนวนิยาย อ้อนรักอาเสือ
8.4
เมื่อความปรารถนาเริ่มอยู่เหนือขอบเขตความสัมพันธ์เดิม อาเสือจึงตัดสินใจทลายกำแพงคำว่าอาหลานทิ้งไป เขาย้ำเตือนให้เจ้าเอยมองความจริงว่าทั้งสองไม่มีพันธะทางสายเลือดต่อกัน แต่เป็นเพียงชายหญิงที่มีความต้องการลึกซึ้งตรงกันในค่ำคืนนี้ หากเขาปล่อยให้เธอกลับห้องไปเฉยๆ โดยไม่สานต่อความเร่าร้อนที่เกิดขึ้น เขาคงกลายเป็นผู้ชายที่โง่ที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดเกินจะต้านทานไหวในนิยายรักโรแมนติกเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอในมือมาร
8.5
ภคินโกรธแค้นที่บิดาคิดเชิดชูแม่เล้าเป็นภรรยาและยังส่งลูกสาวของเธอมาฝึกงานในบริษัทเขาด้วย แม้จะไม่อยากยุ่งกับคนใต้ปกครองแต่เสน่ห์ของหญิงสาวกลับยั่วยวนจนยากจะต้านทาน เมื่อความเกลียดชังปนเปกับความปรารถนา เขาจึงตัดสินใจมอบบทเรียนสุดอัปยศเพื่อดัดหลังสองแม่ลูกที่หวังรวยทางลัด ภคินเปลี่ยนสถานะนักศึกษาฝึกงานให้กลายเป็นนางบำเรอส่วนตัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อขยี้หัวใจและร่างกายของเธอให้แหลกคามือภายใต้แผนการล้างแค้นที่เขากำหนดเอง