ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปราณปริยา

ปราณปริยา

ปราณปริยาจำใจตกเป็นผู้หญิงของปรานต์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่งที่เลี้ยงดูเธอไว้เพื่อความใคร่ แต่เมื่อตั้งท้องเขากลับไม่ใยดีจนเธอต้องหนีไปพร้อมลูกในครรภ์ หลายปีผ่านไปปรานต์กลับพบเธออีกครั้งในฐานะว่าที่เจ้าสาวของรุ่นพี่ที่เขาเคารพรัก ความโกรธแค้นและหวงก้างปะทุขึ้นทันที เมื่ออดีตผู้หญิงของเขาที่เคยอุ้มท้องลูกเขาคิดจะชุบตัวเริ่มต้นใหม่กับคนอื่น เขาจึงทำทุกทางเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในตัวเธอคืนมาแม้ว่าเรื่องราวจะเต็มไปด้วยความขัดแย้งก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

ตอบจบจับกระเป๋าเป้ขึ้นพาดปิดหน้าอก ก้มหน้าเดินลิ่วๆ จากไปอย่างว่องไว โชคดีที่มีรถสองแถววิ่งจากหน้าร้านไปจนถึงปากซอยเข้าบ้านของเธอ จึงกระโดดขึ้นไปบนรถ ซึ่งกินเวลาไม่นานถึงได้ออกจากบริเวณนั้นไป

ตงกลับมานั่งที่หลังพวงมาลัยรถยนต์อย่างรู้งาน เมื่อครู่ที่ลงไปชวนกลับบ้านก็แค่หย่อนเบ็ดดูว่าคนที่นายสนใจมีใครมารับหรือไม่เท่านั้น เมื่อเห็นว่ากระโดดขึ้นรถสองแถวไปยิ่งน่าห่วง จึงค่อยๆ เคลื่อนรถตามเป้าหมายไปจนรู้พิกัดของอีกฝ่าย

บ้านเช่าสร้างเรียงติดกันนั่น ทำเอาคนในรถขมวดคิ้วนิ่วหน้ามองอย่างไม่ใคร่พอใจเท่าไรนัก ปรานต์มองสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยสายตาสำรวจ ก่อนมองไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้หินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ พวกนั้นมองหญิงสาวที่เขาตามมาจนหายลับเข้าบ้านไป

ปรานต์ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงสั่งให้คนของตนออกรถจากไปบ้าง ตงรู้ว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะต้องมาตามเฝ้าตามดูหญิงสาวคนนี้ระหว่างร้านของซ้อเสียงและที่บ้านเช่าของเธอ ไปจนกว่านายของตนจะได้ลิ้มชิมรสนั่นเองถึงหมดหน้าที่ของตนในที่สุด

“กลับมาแล้วหรือลูก”

เสียงถามงัวเงียจากโทรทัศน์จอเล็กที่เปิดเอาไว้ฟังข่าวสาร และสลับดูละครจนเคลิ้มหลับไปตอนไหนไม่รู้ได้ มารู้ตัวอีกทีเมื่อเห็นว่าบุตรสาวกลับมาแล้ว

ปรียามองดูเลือดเนื้อของตนเองที่ดิ้นดั้นด้นออกไปหางานทำด้วยสายตาสงสารจับหัวใจ

“จ้ะแม่ เขาจ่ายค่าแรงรายวันด้วยนะ นี่...นิ่มให้แม่”

เจ้าตัวล้วงเอาเงินออกจากกระเป๋ายื่นส่งให้มารดาด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับอย่างคนมีความหวังเต็มเปี่ยม

คนเป็นแม่ไม่ได้รับ นางดันมือลูกเป็นเชิงว่าให้เก็บไว้ ถามยิ้มๆ

“เขาจ้างวันละเท่าไรกันเชียว”

“ห้าร้อยแน่ะแม่

“แล้วให้แม่หมดนี่ หนูจะเอาที่ไหนไว้ใช้ล่ะลูก”

“นิ่มได้ทิปอีกตั้งเยอะเลยนะแม่” ว่าจบล้วงเอาเศษเงินกำออกมาให้มารดาดู ปรียายิ้มมองบุตรสาวคนเดียวด้วยสายตาภาคภูมิใจปนสังเวชในชะตาชีวิตของตนและลูก ก่อนจะย้ายตามสามีคนหนึ่งมาอยู่ในมหานครแห่งนี้ นางเคยอยู่ที่ต่างจังหวัดกับสามีคนก่อนหน้าที่เป็นชาวสวนไม่ลำบากเท่าตอนนี้ แต่แล้วอีกฝ่ายก็เสียชีวิตไป

‘ปราณปริยา’ เป็นบุตรสาวคนเดียวของนาง

จากเด็กหญิงตัวเล็กๆ บัดนี้เติบใหญ่เป็นสาวสะพรั่ง ที่สำคัญดูโตเกินวัยไปจนคนเป็นแม่ใจหาย ผิวพรรณไม่ได้ขาวดั่งสำลีแต่เนียนละเอียดนิ่มละมุน

ปราณปริยาเป็นเด็กขยันขันแข็ง อดออม ทำงานเก่ง นางจำได้แม่นยำ เมื่อตอนที่ปราณปริยาอายุได้เพียงห้าขวบก็เริ่มหาของไปขายกับนางที่ตลาดแล้ว บ้างก็รับจ้างทำความสะอาดบ้านให้เหล่าคนมีอันจะกินในละแวก ถากหญ้า ปลูกต้นไม้ หรืองานเก็บผลผลิตในสวนก็ทำมาแล้วทั้งนั้น งานหนักเอางานเบาสู้ไม่ถอย คิดๆ แล้วสงสารลูกไม่น้อยที่ต้องมาลำบากเช่นนี้

พลันความคิดของคนเป็นแม่ก็จางหายไปกับอากาศ เมื่อมีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังที่หน้าบ้าน

บ้านที่เป็นของสามีคนปัจจุบัน

“มีใครอยู่บ้าง หาข้าวให้กูกินหน่อยโว้ย ทำงานทั้งวันจนเมื่อยไปหมดแล้วเนี่ย”

ปรียานิ่ง มองจนเจ้าของเสียงที่เป็นชายหนุ่มหน้าตาคมสัน ผิวพรรณขาวสะอาดเหมือนผู้ดีที่เปิดประตูเดินโซเซเข้ามายืนอยู่ตรงกลางบ้านแล้วจึงถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“งานอะไรของเอ็งยุทธ ทำไมเมากลับมาแบบนี้”

คนเมาไม่ตอบแล้วมองไปทางอีกคนด้วยสายตาจาบจ้วง

ปราณปริยาหลบตาไม่มองตอบ แล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ

“นิ่มไปนอนก่อนนะแม่”

แล้วรีบผละไปจากตรงนั้นทันที

ปราณปริยาไม่เคยรังเกียจสามีใหม่ของมารดา แม้ว่าท่านจะเปลี่ยนหน้ามากกว่าสามครั้งสามคนแล้วก็ตามที แต่ละคนที่มารดาคบหาไม่น่าหวั่นใจเท่าคนปัจจุบันสักคนเดียว

เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับยุทธนา ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่ามารดาร่วมสิบปีนั่น มองเธอด้วยสายตาน่ากลัวและขยะแขยงเหลือเกิน จึงปลีกตัวไปยังห้องของตนเองที่อยู่เยื้องไปอีกนิดจากห้องนอนของท่าน

เข้าห้องแล้ว หยิบผ้าขนหนูและชุดใส่นอน ค่อยรี่ไปยังห้องน้ำที่มีเพียงห้องเดียวที่ด้านหลัง จัดแจงอาบน้ำโดยไวเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอยุทธนา พ่อเลี้ยงของเธอ เรียบร้อยดีแล้วจึงเข้าห้องปิดลงกลอนอย่างแน่นหนาเตรียมตัวนอนพักเพื่อที่จะได้ตื่นไปเรียนในเช้าของอีกวัน

ในความมืดนั่นเองที่เด็กสาวนอนคิดถึงเงินที่ตัวเองกำลังจะได้รับ หากไปทำงานติดกันทุกวันหนึ่งเดือน เธอจะมีเงินเป็นหมื่นๆ และมันมากพอที่จะให้แม่ แม่ของเธอทำงานไม่ได้แล้วในตอนนี้

ท่านเจ็บป่วยบ่อยและล้มหมดสติต่อหน้าเธอสามครั้งได้

โชคดีที่พอมีคนแนะนำงานในร้านของซ้อเสียงให้ เธอจึงรีบไปสมัครเอาไว้ ไม่คิดว่าทางนั้นจะรับเข้าทำงานด้วยซ้ำ และหากได้ทำที่นี่ไปอีกระยะ ว่าจะลองขอให้แม่ย้ายออกจากบ้านหลังนี้ ไปเช่าที่อื่นอยู่กันสองคนแม่ลูก เธอไม่เคยกีดกันหากแม่จะมีสามีใหม่แต่ต้องไม่ใช่แบบนายยุทธนา

ยุทธนาขี้โอ่ และชอบข่มเหงมารดาของเธอ ปราณปริยาเคยร้องไห้และขอร้องให้ท่านย้ายไปอยู่ที่อื่นหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่มารดาก็เงียบไม่ยอมตอบรับคำของเธอ

ถอนหายใจออกยืดยาวอย่างปลงไม่ตก ก่อนปิดตาลงเตรียมนอน พลันพอดีกับที่มีข้อความเข้ามายังโทรศัพท์ที่มารดายกให้เธอไว้ใช้

‘ขอโทษครับที่ส่งข้อความมาตอนนี้ แต่ทนคิดถึงไม่ไหวจริงๆ อยากให้เช้าไวๆ จะได้เจอหน้ากัน’

อ่านจบอดขมวดคิ้วไม่ได้ เมื่อนึกถึงคนที่ส่งข้อความมา แล้วถึงวางโทรศัพท์ลง หลับตานอนไม่นานความอ่อนเพลียที่สั่งสมมาตลอดทั้งวันก็ครอบงำสติพาเข้าสู่นิทรารมณ์ได้ในที่สุด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาผู้ถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์ เจียงซิงซิงยอมทนความเย็นชาจากคุณชายเซียวแห่งเมืองบีเพื่อความรัก จนกระทั่งความจริงปรากฏว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตคนรักของเขา เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา สามปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนผู้สง่างามจนอดีตสามีที่เคยเมินเฉยต้องอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไปอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ห้องลับ..ประธานหื่น
8.2
หญิงสาวเฝ้าติดตามหาชายหนุ่มผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อสองปีก่อน จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เธอได้พบกับเขาอีกครั้งในฐานะประธานบริหารสูงสุดของโรงแรมที่เธอเพิ่งเข้าทำงาน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อเธอได้ล่วงรู้ความลับอันเร่าร้อนว่าแท้จริงแล้วเจ้านายหนุ่มผู้นี้คือคนเดียวกับชายปริศนาในห้องลับที่กำลังตามจีบเธอผ่านเซ็กซ์โฟนอย่างหนักหน่วง เรื่องราวความรักและความลับสุดสยิวระหว่างประธานหนุ่มกับพนักงานสาวจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย หลังจากเลิกกัน พี่ชายที่รวยที่สุดของไอ้สารเลวก็ตกหลุมรักฉัน
9.3
ลั่วหว่านเมามายในงานหมั้นแฟนเก่าจนเผลอไปมีความสัมพันธ์กับชียั่นโจวพี่ชายของเขา เธอประกาศจะขยับฐานะเป็นพี่สะใภ้เพื่อแก้แค้น แม้ตอนแรกเขาจะปฏิเสธและตกลงกันว่าจะไม่มีความผูกพัน แต่ความหึงหวงกลับเริ่มก่อตัวเมื่อเขาทนไม่ได้ที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ ท่ามกลางการปกป้องที่แสนอบอุ่น ลั่วหว่านเริ่มเผลอใจ แต่แล้วเขากลับขอยุติความสัมพันธ์ เธอจึงเดินจากไปอย่างสง่างาม ทว่าในวันที่เธอจะแต่งงานใหม่ ชียั่นโจวกลับเสียสติและบุกมาชิงตัวเธอคืนพร้อมคำสารภาพที่สายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย Black Boss ร้ายนักแต่รักนะ
8.6
เขาก็แค่อยากได้หล่อนมาบำบัดความใคร่ หล่อนก็แค่อยากได้เงินเพื่อให้ชีวิตหลุดพ้นความลำบาก ฉากหน้าเป็นเจ้านายกับเลขา ฉากหลังคือหน้าที่พิเศษบนเตียง โดยมีข้อตกลงสำคัญที่มีเนื้อใหญ่ใจความว่า ‘ ห้ามมีคนอื่นในระหว่างนั้น ห้ามทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ห้ามรู้สึกอะไรกับผมนอกจากอารมณ์ทางเพศ ห้ามตกหลุมรักผม ’ มันคงจะง่ายหากเขาไม่ได้เพอร์เฟคไปทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งหล่อ ล่ำ กำยำ สูงใหญ่ สายเปย์ ที่ร้ายสุดคือบทรักเร่าร้อนที่ทำให้หล่อนหลงใหล แถมเขายังเป็นผู้ชายคนแรกในชีวิตอีก ..งานยากแล้วคราวนี้.. ตัวอย่างจากในเล่ม : เขาลุกขึ้นยืนเหยียดเต็มความสูงเมตรแปดสิบห้า อวดเรือนร่างเปลือยเปล่ากำยำแห่งวัยฉกรรจ์อันอัดแน่นไปด้วยลอนกล้าม มันงดงามราวรูปสลักไปทุกส่วนสัด งดงามและน่าเกรงขาม ทำให้หล่อนรู้สึกชื่นชม ตื่นกลัว คอแห้งผากกระสันใคร่ใฝ่รู้ สับสนไปหมดแล้ว... โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนนั้น ตรงใจกลางระหว่างขาที่ยื่นออกมาจากหน้าขากำยำ มันช่างดูเข้มแข็ง คุกคาม ยิ่งใหญ่ และน่ากลัว แต่กลับสะกดสายตาไม่ให้หล่อนละเลยไปได้ อริสาจ้อง จ้อง และจ้องจนตาเป็นมัน... พยัคฆินเลื่อนฝ่ามือใหญ่มากำส่วนนั้นไว้แล้วขยับข้อมือสาวเข้าออกช้า ๆ นั่นมันทำให้ลมหายใจของหล่อนติดขัด “ Do you wanna be mine , Little girl ? ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบห้าวเจือสั่นพร่าด้วยฤทธิ์ราคะ หล่อนนั่งอ้าปากค้าง ราวกับกล้ามเนื้อในเรือนกายได้ตายไปหมดแล้ว เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้อีกก้าว จนสิ่งนั้นมันห่างจากปากของหล่อนเพียงไม่ถึงฟุต แล้วปล่อยมือให้มันเป็นอิสระ ก่อนจะใช้มือข้างเดียวกันนั้นประคองใบหน้าหวานไว้ในอุ้งมือ ไล้นิ้วโป้งเบา ๆ บนริมฝีปากนุ่มนิ่ม แล้วเอ่ยถามอีกครั้ง “ พร้อมจะเป็นของผมหรือยัง ที่รัก ”
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย ชะตาลิขิต
8.1
พันธสัญญาหมั้นหมายเก่าแก่ระหว่างตระกูลหรงและตระกูลเหร่วนนำพาคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน หรงเฮ่าชวนทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสแสดงความรังเกียจเหร่วนฉิงอย่างชัดเจน เขาถึงขั้นประชดให้ไปขุดบรรพบุรุษขึ้นมาจัดงานแต่งเองเพราะมองว่าเธอไร้คุณสมบัติ ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมถอยง่ายๆ เธอตัดสินใจเข้าพิธีโดยหวังเพียงส่วนแบ่งจากทรัพย์สินมหาศาลหากต้องแยกทางกันในอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้งและผลประโยชน์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของชีวิตคู่ครั้งนี้