ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

ภัทรียา นักมวยสาวผู้แบกภาระค่ายมวยและหนี้สินมหาศาลจากพ่อที่จากไป ยอมตกลงทำสัญญาวิวาห์กำมะลอกับธัชธรรม มหาเศรษฐีหนุ่มที่ต้องการหนีการคลุมถุงชน แม้ต้องเผชิญหน้ากับการดูถูกเหยียดหยามจากแม่สามีและน้องสาวผู้เย่อหยิ่ง แต่นักมวยสาวหมัดหนักอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้ ท่ามกลางสงครามประสาทในบ้านหลังใหญ่ ความใกล้ชิดจากการจดทะเบียนและใช้ชีวิตร่วมกันเริ่มเปลี่ยนความสัมพันธ์จอมปลอมให้กลายเป็นความผูกพันที่ธัชธรรมหวังจะเปลี่ยนให้เป็นรักแท้ตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

2

“หัววันที่ไหน นี่มันเที่ยงแล้วนะ ที่ฉันมาก่อนเวลาเพราะกะว่ากินส้มตำเสร็จจะชวนแกไปดูหมอดูไงล่ะ” สุมณฑาตอบเพื่อน

“อีกแล้วเหรอ แกเพิ่งไปดูมาเมื่อเดือนที่แล้วเองนะ จะไปดูอะไรบ่อยๆ”

“แต่หมอดูคนนี้เขาว่ากันว่าแม่นมากเลยนะแก แม่นอย่างกับตาเห็น” หญิงสาวตอบขณะเดินไปหยิบภาชนะมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะแกะถุงอาหารที่ซื้อมาเทใส่จาน

“แกจะดูอะไรหนักหนา ดูไปก็เท่านั้น ถ้าดูแล้วดวงแกดีก็ดีไป แต่ถ้าไม่ดีแกก็ต้องมานั่งกลุ้มใจ สู้ไม่ดูซะเลยดีกว่า”

ภัทรียาพูดจบก็จกข้าวเหนียวกับส้มตำใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เชื่อเรื่องโหราศาสตร์ แต่เธอคิดว่าการไม่รู้อนาคตล่วงหน้าจากคำทำนายที่ไม่รู้ว่าแม่นจริงหรือไม่ มันเป็นทุกข์อย่างหนึ่ง หากคำทำนายดีก็ดีไป แต่ถ้าผลลัพธ์เป็นไปทางตรงข้ามล่ะ มันคือความทุกข์พุ่งเข้าในใจ

“แต่หมอดูคนนี้ พี่เอิบบอกว่าแม่นมากๆ เลยนะ แม่นเหมือนตาเห็น ขนาดดารา นักร้อง หรือนักการเมืองคนดังๆ ยังมาดูเลยนะแก” สุมณฑาเล่าเรื่องหมอดูที่มีความน่าเชื่อถือให้เพื่อนรักฟัง

“ถ้าแม่นขนาดที่แกว่ามา ค่าหมอดูมันไม่แพงหูฉี่เหรอ แกมีปัญญาจ่ายหรือไง”

“แพงเพิงที่ไหนกัน ราคาย่อมเยา ค่าครูแค่ 59 บาทเอง”

คนที่กำลังจะเอาไก่ย่างใส่ปากถึงกับชะงักค้าง จำนวนเงินค่าหมอดูที่เพื่อนรักบอกว่าแม่นสุดแม่นมันถูกมากหากเทียบกับกิตติศัพท์ที่เพื่อนกล่าวมา

“เฮ้ย! 59 บาทจริงเหรอแก แกฟังมาผิดหรือเปล่า อาจจะ 5,999 บาทก็ได้นะ”

“59 บาทจริงๆ แก พี่เอิบไปดูมาราคานี้ ไม่ผิดหรอก”

สุมณฑากินส้มตำไปด้วยตอบเพื่อนไปด้วย

“แล้วแม่นจริงหรือเปล่า”

ตอนแรกภัทรียาทำเหมือนไม่สนใจ แต่พอสุมณฑายืนยันราคาค่าหมอดูที่ตัวเธอเองจ่ายได้ จึงเกิดความสนใจขึ้นทันควัน

“แม่นสุดๆ พี่เอิบบอกว่า ทายอะไรมาถูกหมดเลย เป๊ะมากๆ เลยนะแก” สุมณฑาย้ำ “โดยเฉพาะเรื่องเนื้อคู่นะแกเอ๋ย แม่นยิ่งกว่าแม่น พี่เอิบเล่าให้ฉันฟังว่าหมอดูคนนี้บอกได้เลยนะว่าจะได้เจอเนื้อคู่วันไหน คนไทยหรือต่างชาติ บางรายก็บอกเลยนะว่าจะเจอกันที่ไหน”

“ขนาดนั้นเชียวเหรอ มันจะแม่นเกินไปหรือเปล่าเนี่ย”

“แม่นจริงแก ฉันถึงชวนแกไปพิสูจน์ให้รู้กับตัวไงว่ามันแม่นจริงไหม เพราะฉะนั้นกินส้มตำเสร็จเราไปดูหมอดูกัน”

สุมณฑาสรุป

“โอเค ตามนั้นเพื่อน” ภัทรียารับคำง่ายดายเพราะอยากพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า หมอดูคนนี้จะมีความแม่นยำมากน้อยแค่ไหน

สองสาวเพื่อนรักก้าวลงจากรถประจำทางเมื่อถึงจุดหมาย ทั้งคู่เดินเข้าไปในซอยใกล้ป้ายรถเมล์ และโดยสารต่อด้วยรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไม่น่เชื่อเลยว่าจะมีสังคมต่างชนชั้นอยู่ในซอยเดียวกัน ต้นซอยถึงกลางซอยจะเป็นย่านคนมีฐานะ เต็มไปด้วยหมู่บ้านจัดสรร ราคาแต่ละหลังไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท พ้นกลางซอยไปแล้วก็เป็นบ้านเดี่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นไม้ทั้งหลัง ซึ่งเป็นบ้านของคนที่อยู่มาดั้งเดิมหลายสิบปี ก่อนจะมีหมู่บ้านชื่อดังเสียอีก แต่พอผ่านไปเกือบถึงท้ายซอยก็จะเป็นชุมชนไก่แจ้ ซึ่งคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้มีคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยไม่ดีนัก ส่วนใหญ่จะเป็นคนหาเช้ากินค่ำหรือผู้ใช้แรงงาน

“แกแน่ใจนะกระแต ว่าหมอดูที่แกบอกอยู่ในชุมชนนี้”

ภัทรียาถามเพื่อความมั่นใจหลังจากพี่วินมอเตอร์ไซค์จอดรถหน้าปากทางเข้าชุมชนไก่แจ้ เพื่อนรักบอกเธอว่ามีดารา นักร้อง และนักการเมือง รวมทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงพากันมาดูหมออย่างต่อเนื่อง ภัทรียาจึงคิดว่าที่อยู่ของหมอดูคนนั้นน่าจะเป็นบ้านหลังใหญ่ ห้องแถว หรือสถานที่ที่ดูดีกว่านี้ ซึ่งตอนแรกเธอคิดว่าน่าจะอยู่ละแวกบ้านจัดสรรราคาแพงหรือไม่ก็แถวกลางซอย แต่มันผิดคาดอย่างสิ้นเชิง

“ที่นี่แหละ ไม่ผิดหรอก” สุมณฑาตอบเพื่อน

“อยู่ในชุมชนนี้เนี่ยนะ” ภัทรียาถามด้วยน้ำเสียงที่คาดไม่ถึง “ชัวร์หรือเปล่าแก”

“ชัวร์สิ พี่เอิบบอกว่าเดินเข้าไปในชุมชนจนเจอแยกแรกก็เลี้ยวขวา เดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงลานกว้างของชุมชน หมอดูจะนั่งอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะยม หมอดูคนนี้ก็เลยถูกเรียกว่า หมอดูมะยม”

“หมอดูมะยม” ภัทรียาทวนชื่อหมอดูเสียงค่อนข้างดัง “ชื่อไม่น่าเชื่อถือเลยนะแก”

“เราก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเองไงว่าจะแม่นจริงหรือเปล่า ฉันว่าเรารีบไปกันเถอะ เผื่อคิวยาว มาก่อนได้ดูก่อน”

สุมณฑาจูงมือเพื่อนรักที่มีสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็เดินตามเข้าไปในซอย เพราะถึงอย่างไรก็มาถึงที่นี่แล้ว เข้าไปพิสูจน์ความแม่นก็ไม่มีอะไรน่าเสียหาย

สองสาวเดินมาถึงจุดหมายในอีกไม่กี่นาทีต่อมา สายตาของทั้งคู่มองต้นมะยมที่มีชายสูงวัยกำลังนั่งสูบยาเส้นอยู่บนแคร่ ด้านบนมีผืนผ้าใบกั้นกันแดดกันฝน แต่ที่น่าแปลกในสายตาภัทรียาก็คือ หมอดูที่เพื่อนรักบอกว่าแม่นนักแม่นหนา เหตุใดตอนนี้ถึงไม่มีลูกค้ามาดูดวงเลยสักคน

“กระแต แกมาถูกที่หรือเปล่า ทำไมไม่มีคนมาดูดวงเลยสักคนล่ะ” ภัทรียาถามเพื่อนเมื่อเดินเข้าไปหาหมอดูแม่นๆ

“คนที่มาดูดวงอาจจะกลับแล้วก็ได้นะ” สุมณฑาก็แปลกใจเช่นกัน “คนไม่มีก็ดีเหมือนกันนะ เราจะได้ไม่ต้องคอยคิวไง”

สุมณฑาจูงเพื่อนเดินไปหาชายสูงวัยที่มองมายังลูกค้ารายใหม่ พอเดินมาถึงที่หมายทั้งคู่ก็นั่งลงบนแคร่ ไหว้หมอดูต้นมะยมเป็นอันดับแรก

“หนูสองคนมาดูดวงค่ะคุณลุง” สุมณฑาบอกความตั้งใจ

“แล้วใครจะดูก่อนล่ะ เอ็งรึนังหนูคนนี้ แต่ข้าอยากดูให้เอ็งก่อน” หมอดูพูดคล้ายจะตัดสินใจแทน “ได้ค่ะ ดูให้หนูก่อนก็ได้” สุมณฑารีบแบมือทั้งสองข้างยื่นไปตรงหน้าชายสูงวัย

“ใครว่าข้าจะดูลายมือให้เอ็ง ข้าดูลายเท้าต่างหาก”

สุมณฑาเก็บมือกลับมาแทบไม่ทัน ยิ้มเจื่อนแก้เก้อ ก่อนจะยื่นฝ่าเท้าให้หมอต้นมะยมดูดวงให้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่รักตรวนร้าย
8.3
วิวาห์รินทร์ต้องหนีความช้ำกลับบ้านเกิดหลังจับได้ว่าแฟนหนุ่มนอกใจ แต่โลกกลมส่งให้เธอต้องมาเป็นเลขาของพารัน นักธุรกิจหนุ่มมาดขรึมที่เคยถูกคนรักหักหลังจนกลายเป็นคนเย็นชา ท่ามกลางการปะทะอารมณ์และหน้าที่ที่ค้ำคอ อีกด้านคือวรรณวารี สาวสวยขี้เล่นที่ต้องรับภารกิจพาพรรณฤกษ์ หนุ่มเพลย์บอยผู้ปล่อยตัวประชดรักกลับไปทำงาน จนกลายเป็นข้อตกลงรักหลอกๆ เพื่อประชดแฟนเก่า ทว่าความใกล้ชิดกลับทำให้หัวใจของทั้งสองคู่เริ่มสับสนระหว่างความจริงกับความลวงที่พวกเขาสร้างขึ้น
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักประธานร้าย
8.8
เมื่อภาระอันหนักอึ้งบีบคั้นให้ต้องดิ้นรน หญิงสาวจึงตัดสินใจสวมหน้ากากนักลวงโลกยอมให้สังคมประณามว่าเห็นแก่เงินเพื่อความอยู่รอด ทว่าแผนการร้ายกลับสั่นคลอนหัวใจของท่านประธานหนุ่มผู้เคยปิดตายจากความรัก ความอ่อนโยนที่เธอแสดงออกช่วยทลายกำแพงในใจเขาลงอย่างช้าๆ จนกลายเป็นความผูกพันที่แสนงดงาม แต่ความจริงที่โหดร้ายกลับรอวันเปิดเผย เมื่อความสัมพันธ์นี้เริ่มต้นขึ้นจากผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว กลายเป็นโซ่ตรวนแห่งความเจ็บปวดที่ผูกมัดเขากับคำลวงของเธอไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไอรอนมองว่าอัญชันเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่หวังทางลัดสู่ความสบาย ทว่าเสน่ห์ของเธอกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำเพลิงปรารถนาในใจเขาให้ลุกโชนอย่างคาดไม่ถึง อุบัติเหตุในห้องน้ำนำไปสู่สัมผัสแนบชิดที่ทำให้สาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องหวั่นไหวไปกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบ สายตาคมกล้าของเขาตรึงเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนรุ่มร้อน จนอัญชันเผลอปล่อยตัวใจไปกับเสน่หาและหวังเพียงว่าสักวันจะสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไว้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย สามีเจ้าเล่ห์ อย่าเลวเกินไปนะ
8.3
เมื่อแพ้พนันในเกมสุดป่วน ฉู่ซือจำต้องเดินเข้าไปถามคนแปลกหน้าเรื่องสีชุดชั้นใน แต่เธอกลับต้องช็อกเมื่อชายคนนั้นคือสามีมหาเศรษฐีที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานถึงครึ่งปีหลังแต่งงาน ฝ่ายคุณฟู่ที่เพิ่งกลับมาถึงก็ต้องกุมขมับ เมื่อพบว่าภรรยาตัวแสบกำลังรนหาที่สวมเขาให้เขาต่อหน้าต่อตา เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและทะเบียนสมรสให้มั่นคง เขาจึงตัดสินใจเดินหน้าใช้แผนการเปย์และตามใจเธอแบบจัดหนักเพื่อมัดใจภรรยาไม่ให้คิดปันใจให้ชายใดให้ชายอื่น
หน้าปกนวนิยาย บ่วงสวาท CEO คลั่งรัก
8.8
เมื่ออุบัติเหตุกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความคลั่งไคล้ ปุณณภพ ซีอีโอหนุ่มจอมบงการจึงเดินหน้าเปิดเกมล้างแค้นที่แฝงไปด้วยไฟปรารถนาเพื่อกำราบ มธุสร หญิงสาวผู้ทะนงตนให้ยอมจำนนภายใต้อำนาจของเขา ท่ามกลางบทเรียนรักอันเร่าร้อนที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ มธุสรต้องเลือกว่าจะใช้เสน่ห์เย้ายวนเพื่อสยบเขา หรือจะพ่ายแพ้ให้กับความลับที่ซ่อนอยู่จนทำลายทุกอย่างในชีวิต บทสรุปของเกมแห่งตัณหาครั้งนี้ใครจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้แก่ความรักที่ยากจะควบคุม
หน้าปกนวนิยาย กำราบรักมัดใจนางบำเรอ
9.7
พลอยชมพูต้องเผชิญกับความหวาดหวั่นเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของเอเดน มหาเศรษฐีรุ่นใหญ่ผู้มีแววตากระหายและท่าทางดุดัน เขาตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในตัวเธอด้วยวาจาเชือดเฉือนประหนึ่งเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ แม้เธอจะหวาดกลัวในความป่าเถื่อนของชายคราวพ่อที่มีหนวดเคราปกคลุมใบหน้า แต่เสน่ห์อันเหลือร้ายและความหล่อเหลาของเขากลับทำให้เธอเริ่มหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด หากต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ให้ชายผู้นี้ เธอก็พร้อมจะปล่อยใจไปกับแรงปรารถนาที่เขามอบให้