
หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ
ตอน 3
“อาหนิง ขอโทษที่ทำให้เธอต้องน้อยเนื้อต่ำใจจริง ๆ นะ”
เจียงว่านหนิงกำลังจะเดินเข้าไปในห้องรับแขกของตระกูลเยว่ ก็ถูกชู่ฮัวจับมือเอาไว้ก่อน
ชู่ฮัวอายุห้าสิบกว่าปีแล้ว แต่เนื่องจากดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ดูเหมือนเพิ่งจะอายุสี่สิบต้น ๆ เท่านั้น
ใบหน้าที่ดูแลมาเป็นอย่างดีของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจ
ชู่ฮัวดีกับเจียงว่านหนิงมาโดยตลอด ทุกครั้งที่เยว่เซินก่อเรื่องอะไร ชู่ฮัวก็จะช่วยออกหน้าให้เสมอ
แต่การออกหน้าก็เพียงแค่ตำหนิเยว่เซินแบบขอไปทีไปไม่กี่ประโยค ถึงยังไงเยว่เซินก็เป็นลูกชายแท้ ๆ ของตัวเอง
ก็เหมือนกับในตอนนี้
ทันทีที่ชู่ฮัวพูดจบ ก็มองไปหาเยว่เซินด้วยสายตาโกรธเคืองทันที “ไอ้ลูกไม่รักดี ยังไม่รีบขอโทษอาหนิงอีกเหรอ”
ถ้าเป็นสมัยก่อน เจียงว่านหนิงก็จะบอกว่าไม่เป็นไรเหมือนกับที่ผ่านมา
แต่วันนี้ จู่ ๆ เธอก็หงุดหงิดขึ้นมา ดังนั้น จึงไม่รอให้เยว่เซินพูด เจียงว่านหนิงก็พูดขึ้นมาก่อน “ป้าชู่ หนูรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ”
เมื่อเห็นสีหน้าของเจียงว่านหนิงซีดเซียว ชู่ฮัวก็รีบพยักหน้าทันที “เธอรีบขึ้นไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพอถึงเวลาทานข้าวแล้วฉันจะให้คนไปตามเธอมาทานข้าวเอง”
เจียงว่านหนิงพยักหน้า ก่อนจะขึ้นไปชั้นบนทันที
หลังจากที่เงาของเจียงว่านหนิงหายไปจากบันไดแล้ว ชู่ฮัวถึงได้มองไปหาเยว่เซินด้วยความไม่พอใจ “หัวสมองของแกมีปัญหาไปแล้วหรือไง อยู่ดี ๆ ไปคบกับลูกนอกสมรสคนนั้นอย่างเจียงเหยียนได้ยังไง”
“แม่ แม่อย่าพูดกับเหยียนเหยียนแบบนี้นะ เธอเองก็เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของลุงเจียงเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว ป้าโจวกับลุงเจียงก็คบกันก่อนด้วยซ้ำ”
“นี่แก”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเยว่เซิน ชู่ฮัวก็โกรธจนดวงตาดำมืด
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ถึงจะสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง
ตอนที่มองไปหาเยว่เซินอีกครั้ง สีหน้าของชู่ฮัวก็ใจเย็นลงแล้ว “ฉันไม่สนเรื่องอื้อฉาวระหว่างแกกับเจียงเหยียน แกต้องจำเอาไว้ให้ได้ ว่าคู่หมั้นของแกคืออาหนิง คุณนายน้อยของตระกูลเจียง ก็มีเพียงแค่อาหนิงคนเดียวเท่านั้น”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชู่ฮัวพูดแบบนี้
เยว่เซินได้ยินนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
แต่ว่าครั้งนี้ เยว่เซินอดไม่ได้ที่จะมองไปหาแม่ของตัวเอง “แม่ ที่แม่ดึงดันจะให้เจียงว่านหนิงแต่งงานกับผมให้ได้ มันเป็นเพราะว่าป้าหลี่ หรือเป็นเพราะว่าหุ้นหกสิบเปอร์เซ็นต์ที่เจียงว่านหนิงถืออยู่กันแน่”
นักธุรกิจมักจะให้ความสำคัญกัญกับผลประโยชน์
ชู่ฮัวเองก็ไม่เว้น
ที่เธอตกลงยินยอมการหมั้นหมายในครั้งนี้ แน่นอนว่าเป็นเพราะมิตรภาพระหว่างหลี่หลัวส่วนหนึ่ง แต่มากไปกว่านั้น ก็เป็นเพราะหุ้นที่เจียงว่านหนิงถืออยู่นั่นเอง
หลี่หลัวเป็นคนสร้างอุตสาหกรรมของตระกูลเจียงขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว ถึงแม้ว่าจะเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร แต่ก็ทิ้งหุ้นหกสิบเปอร์เซ็นต์เอาไว้ให้กับเจียงว่านหนิง
“ในเมื่อแกรู้ว่าอาหนิงมีหุ้นหกสิบเปอร์เซ็นต์ของเจียงซือ กรุ๊ป ก็ต้องดีกับเธอหน่อยสิ” อาเชิน แม่ไม่มีทางทำร้ายแกแน่นอน ทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำ ก็เพราะว่าปรารถาดีต่อแกทั้งนั้นนะ”
“ถ้าแกแต่งงานกับอาหนิง แกก็มีแต่ได้กับได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ความสามารถ ไม่ว่าด้านไหน ๆ เจียงเหยียนก็สู้อาหนิงไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าแกยังทำตามอำเภอใจแบบนี้ต่อไป จะทำให้อาหนิงท้อใจในตัวแก ฉันรับประกันได้เลยว่าแกจะต้องเสียใจภายหลังไปตลอดชีวิตแน่นอน แก...”
“พอได้แล้ว แม่เลิกพูดได้แล้ว ผมไม่ได้บอกว่าผมจะไม่แต่งงานกับเจียงว่านหนิงสักหน่อย”
สายตาของเยว่เซินเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เอ่ยตัดบทชู่ฮัวแล้วเดินขึ้นไปบนบ้านทันที
ภายในห้องชั้นสอง เจียงว่านหนิงเอนพิงอยู่บนโซฟาริมหน้าต่าง จ้องมองน้ำพุที่อยู่ข้างนอกหน้าต่างอย่างเงียบ ๆ
จู่ ๆ โทรศัพท์ที่อยู่ด้านข้างก็สั่นขึ้นมา
ดูข้อความที่ส่งเข้ามา ดวงตาของเจียงว่านหนิงเต็มไปด้วยความตกใจ
นั่นคือแหวนแต่งงานสีเงินหนึ่งคู่ สไตล์เรียบง่ายสง่างาม เป็นสไตล์ที่เจียงว่านหนิงชื่นชอบ
“ชอบไหม?”
หลังจากที่เห็นข้อความที่ฟู่จิงเซินส่งมา เจียงว่านหนิงก็รีบตอบกลับไปทันที “นี่มัน?”
“ชอบไหม?”
คนที่อยู่ปลายสายเพียงแค่ย้ำคำถามก่อนหน้านี้อีกครั้งเท่านั้น
เจียงว่านหนิงเงียบไปสองสามวินาที ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปคำเดียว “ชอบ”
หลังจากที่ส่งข้อความไปแล้ว โทรศัพท์ก็ไม่มีเสียงอะไรอีก
เจียงว่านหนิงไม่รู้เลยว่าหลังจากผู้ชายที่อยู่ปลายสายเห็นคำตอบของเธอแล้ว เขาก็ยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย
สิ่งนี้มันทำให้เผยเซี่ยงที่อยู่ข้างเขาสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย “นายเองก็ยิ้มเป็นเหมือนกันเหรอ คงจะไม่ได้ถูกของเข้าหรอกใช่ไหม?”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดเสียดสีของเพื่อนสนิท รอยยิ้มที่มุมปากของฟู่จิงเซินก็จางหายไปทันที
ความรวดเร็วแบบนั้น มันทำให้เผยเซี่ยงเกือบจะคิดว่าเมื่อตะกี้นี้ตาฝาดไปแล้ว
“อาการของยายหลี่เป็นยังไงบ้าง?”
ยายหลี่ที่ฟู่จิงเซินพูดถึง หมายถึงยายของเจียงว่านหนิงนั่นเอง
เมื่อพูดถึงคนไข้ของตัวเอง สีหน้าของเผยเซี่ยงก็จริงจังขึ้นมาไม่น้อย “ยังเหมือนเดิม อัตราการเต้นของหัวใจคนไข้อ่อนลง ต่อให้เป็นฉัน ก็ไม่รับประกันเหมือนกันว่าเธอจะอายุยืนยาว”
“สร้างภาพ”
ไม่มีหมอคนไหนรับได้กับการที่มีคนมาตั้งข้อสงสัยกับทักษะทางการแพทย์ของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นเผยเซี่ยงก็ยังเป็นหมออัจฉริยะที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติอีกด้วย
หมออัจฉริยะที่สุขุมนุ่มลึกมาโดยตลอด หลังจากที่ได้ยินคำพูดของฟู่จิงเซิน ก็ราวกับเป็นแมวที่พองขนด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที “นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ฉันเป็นหมอไม่ได้เป็นเทพเจ้านะ”
“พอพูดถึงยายหลี่ ฉันมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่นายให้ฉันไปรักษายายหลี่ ทำไมต้องให้ฉันตกปากรับคำคนตระกูลเยว่ด้วย”
ทำเหมือนกับหมออัจฉริยะที่แสนสูงส่งแบบเขาขาดแคลนเงินไม่กี่ล้านอย่างไรอย่างนั้น
ฟู่จิงเซินไม่ได้ตอบคำถามของเผยเซี่ยง แต่ก้มหน้ามองแบบร่างที่อยู่บนโต๊ะแทน
นั่นมันคือแหวนหนึ่งคู่ ซึ่งก็คือคู่เดียวกันกับที่ส่งไปให้กับเจียงว่านหนิงดูเมื่อตะกี้นี้
คุณอาจจะชอบ





