ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เธอคือลมหายใจของฉัน

เธอคือลมหายใจของฉัน

โฮว่หลิงเฉินประธานหนุ่มผู้เย็นชาสั่งขับไล่เหนียนหย่าเสวียนอย่างไม่ใยดีโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือใคร จนกระทั่งผู้ช่วยคนสนิทได้เตือนสติว่าหญิงสาวที่เขาหยาบคายใส่คือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสด้วยกัน เมื่อความจริงปรากฏเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือหันมาปรนเปรอและทะนุถนอมเธออย่างที่สุด ทว่าท่ามกลางความรักที่หวานชื่นและชีวิตที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบนั้น กลับไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจุดจบของความสัมพันธ์นี้จะนำไปสู่การหย่าร้างในที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ลุงโจว๋คะ นี่ค่ะ หนังสือข้อตกลงการหย่า ฉันเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วค่ะ รบกวนลุงโจว๋ เอาให้โฮว่หลิงเฉินด้วยนะคะ”

เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่เหนียนหย่าเสวียน จะตัดสินใจเซ็นชื่อลงในหนังสือข้อตกลงการหย่า ก่อนจะนำมาให้อี้จูน พ่อบ้านประจำตระกูล

อี้จูนอ่านเอกสารดูคร่าว ๆ แต่อ่านได้เพียงแค่สองสามคำก็ถึงกับถอนหายใจออกมา “เฮ้อ หย่าเสวียน! ทำไมคุณถึงได้ซื่อขนาดนี้นะ? ผมเข้าใจ ถ้าคุณต้องการหย่ากับคุณชาย เพราะตลอดระยะเวลาสามปีมานี้คุณก็ไม่เคยเจอคุณชายเลยสักครั้ง แต่ทำไมคุณถึงเลือกที่จะไปตัวเปล่า ไม่เรียกร้องอะไรเลยล่ะ?”

หย่าเสวียนเป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยเท่านั้น พ่อของเธอเสียชีวิตในขณะที่เธอไม่รู้ว่าแม่ของเธอเป็นใคร อี้จูนคิดว่า การที่เธอตัดสินใจหย่า เป็นการตัดสินใจที่ผิด แล้วนี้เธอยังเลือกที่จะไม่เรียกร้องอะไรเลย

หย่าเสวียนเกาหัวอย่างเขิน ๆ อี้จูนดูแลเธอเหมือนเป็นลูกสาวแท้ ๆ ดังนั้นเธอจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องปิดบังอะไรเขา “ฉัน... ฉันอยากลาออกจากมหาวิทยาลัยค่ะ” เธอพูดตะกุกตะกัก

“อะไรนะ? หย่าเสวียน ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากลาออกล่ะ? มีอะไรรึป่าว? หรือว่ามีอะไรที่ทำให้เธอลำบากใจ ?” อี้จูนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ! ลุงโจว๋คิดมากไปได้ ลุงก็รู้อยู่แล้วว่า ฉัน...ไม่ชอบเรียนหนังสือ ฉันแค่ไม่อยากเสียเวลาก็เท่านั้น” เธออธิบาย

แท้ที่จริงแล้ว การลาออกจากมหาวิทยาลัยนั้นเป็นแค่ข้ออ้างที่เธอกุขึ้นมาเท่านั้น เหตุผลที่แท้จริง มีแต่เธอเท่านั้นที่รู้

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ความคิดหลายอย่างแล่นเข้ามาในหัวของเธอ พรุ่งนี้เป็นวันเกิดอายุยี่สิบเอ็ดปีของเธอ และยังเป็นวันครบรอบวันแต่งงานปีที่สามของเธออีกด้วย

เธออายุเพียงแค่ยี่สิบเอ็ดปี ถือว่ายังเด็ก เธอไม่อยากเสียเวลา ไปกับการแต่งงานเพียงแค่ในนามอีกต่อไป

เธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าสามีของเธอ เพราะงั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์อะไร ตอนแรกที่เธอตัดสินใจแต่งงาน เป็นเพราะความประสงค์ของพ่อเท่านั้น

ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ต้องการพูดอะไรอีก อี้จูนจึงรับปาก “ถ้าคุณคิดดีแล้ว ผมจะ...” เขาหยุดรอให้เธอพูด “พรุ่งนี้ผมจะเอาใบหย่าไปให้คุณชายหลิงเฉิน” อี้จูนพูดพลางถอนหายใจ เมื่อเธอไม่พูดอะไรต่อ

“ขอบคุณมาก ๆ นะคะลุงโจว๋” หย่าเสวียนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เขา

อี้จูนลุกขึ้นยืน และพูดกับเธอด้วยความหวังดีว่า “หย่าเสวียน คุณชายหลิงเฉินเขาเป็นคนดีนะ ผมว่าพวกคุณเหมาะสมกันมาก ผมหวังว่าคุณจะคิดให้รอบคอบอีกครั้งนะ ถ้าคุณเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ โทรหาผมได้เสมอนะ”

คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ เหมาะสมกันงั้นเหรอ? วันนั้นโฮว่หลิงเฉินกำลังร่วมรับประทานอาหารกับท่านประธานาธิบดีอยู่ที่ต่างประเทศ ตัวเขาแทบไม่ต้องทำอะไร ทะเบียนสมรสก็ถูกจัดการเรียบร้อย รวมทั้งรูปคู่ในทะเบียนสมรสของพวกเขา ก็เป็นรูปที่ตัดต่อขึ้น

ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา มันชัดเจนแล้วว่า เขาเองก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับเธอ ทำไมลุงโจว๋ถึงพูดว่าเหมาะสมกัน? หย่าเสวียนรู้สึกสับสนไปหมด

หลังจากได้สติ เธอก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดต่อ เธอตั้งใจจะพูดว่า “ฉันคิดดีแล้ว” แต่เธอกลับไม่ได้พูดมันออกมา เพราะไม่ต้องการให้อี้จูนต้องเป็นห่วง เธอจึงตอบสั้น ๆ ว่า “ค่ะ” แทน

อี้จูนรอเธอจนถึงบ่ายของวันถัดมา แต่เขาก็ต้องผิดหวังเมื่อหย่าเสวียนไม่ได้โทรหาเขา เขาจึงค่อย ๆ หยิบมือถือออกมา แล้วต่อสาย “คุณชายครับ ผมมีเอกสารต้องการส่งให้คุณเซ็นครับ” เขากล่าวอย่างนอบน้อม

“เอกสารอะไร” โฮว่หลิงเฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ที่แฝงไปด้วยความเย็นชา อี้จูนรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่เรียบเฉยของหลิงเฉิน

เขาลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบว่า “ข้อตกลงการหย่าครับ”

มือที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดการเอกสารได้หยุดชงักลง หลิงเฉินหลับตาลงพลางขมวดคิ้วราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง

ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขามีภรรยาแล้ว ถ้าอี้จูนไม่เตือน เขาคงลืมแล้วด้วยซ้ำว่าเขาแต่งงานและมีภรรยาแล้ว

“เอาไปวางไว้ที่ห้องทำงานผม ผมจะกลับเมืองเยว่อีกสองสามวันนี้” หลิงเฉินพูดอย่างเย็นชา

“ครับ คุณชาย” อี้จูนรับคำแล้ววางสาย

ในขณะเดียวกัน ณ บลูไนท์บาร์ในเมืองเยว่ บาร์นั้นสว่างไสวและเต็มไปด้วยผู้คน

เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดมิดหนุ่มสาวต่างพากันมารวมตัวที่บาร์แห่งนี้

ภายในห้องห้าศูนย์หนึ่ง

บนโต๊ะเต็มไปด้วยเบียร์ เหล้าขาว แชมเปญ รวมไปถึงของกินเล่นต่าง ๆ โดยเจ้าของงานก็คือหย่าเสวียน ซึ่งมีอายุครบยี่สิบเอ็ดปีในวันนั้น

เมื่อก่อนเพื่อน ๆ มักจะเรียกเธอว่า “เฮียเหนียน” เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ เธอเลยสวมชุดลูกไม้สีชมพู เป็นอะไรที่ไม่ค่อยเห็นได้บ่อยนัก เพราะปกติเธอมักจะใส่เสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์ เลยมีผู้มาร่วมงานจำนวนมากหยิบมือถือขึ้นมา เพื่อต้องการที่จะถ่ายรูปกับหย่าเสวียน

หลังจากที่ปลีกตัวออกมาจากกลุ่มผู้หญิงพวกนั้นได้ หย่าเสวียนก็ไปดื่มกับเพื่อน ๆ ของเธออย่างมีความสุข ของขวัญที่หย่าเสวียนได้รับจากเพื่อน ๆ นั้นมีจำนวนมาก วางซ้อนกันอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง

ห้วยหมิงที่เริ่มจะมึน ๆ เล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่เพื่อน แล้วร้องเพลง “รักเกลียดพลิกผันเพียงพริบตา ยกจอกตั้งสัตย์ต่อจันทร์เฉกฟ้า...” เสียงร้องของเขา

นั้นแหลมเล็ก ทำเอาสาว ๆ หลายคนถึงกับปิดหู

“นี่ ห้วยหมิง มานี่มา เลิกร้องเพลงก่อน เรามาเล่นเกมกันดีกว่า” เสี่ยวเคอเป็นคนอัธยาศัยดี เขาเรียกเพื่อนที่กำลังร้องเพลงอยู่ทั้งสองให้มานั่ง

คนในหอพักของหย่าเสวียนต่างเรียกเธอว่าพี่ใหญ่ เพราะว่าเธอมีอายุมากกว่าคนอื่น

เสียงตะโกนของเธอทำให้ภายในห้องเงียบลง หนุ่มสาวกว่าสิบคนต่างพากันไปล้อมวงอยู่ที่โต๊ะตัวยาวสองตัวพลางมองเสี่ยวเคออย่างใจจดใจจ่อ

เธอเป็นสาวสายปาร์ตี้ และฮอตที่สุดในบรรดาเพื่อนร่วมชั้น

เสี่ยวเคอมองทุกคนอย่างมีเลศนัยก่อนจะพูดขึ้นว่า “เรามาเล่นเกมพูดความจริงหรือเลือกรับคำท้า กันเถอะ!”

เพื่อน ๆ หลายคนมองเธอด้วยสายตาผิดหวัง “พี่เสี่ยวเคอ เกมนี้เล่นจนเบื่อแล้ว!” ขณะเดียวกันห้วยหมิงทายาทมหาเศษฐีผู้ร่ำรวย ก็หันมามองเสี่ยวเคอ เขาเหลือบตาทั้งสองขึ้นด้านบนอย่างเบื่อหน่อย เขาคิดว่ามันเป็นเกมที่ไม่สร้างสรรค์เอาซะเลย

เสี่ยวเคอจ้องห้วยหมิงกลับอย่างท้าทาย และพูดต่อ “วันนี้เป็นวันเกิดปีที่ยี่สิบเอ็ดของ หย่าเสวียน เพราะงั้นเรามาเล่นอะไรที่น่าตื่นเต้นกันเถอะ!” เธอยิ้มเหมือนมีลับลมคมใน ทำเอาคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกหวาดกลัวไปตาม ๆ กัน

เนื่องจากทุกคนในงานยังเป็นนักศึกษา หลายคนจึงยังไร้เดียงสาอยู่ เมื่อก่อนหากเล่มเกมพูดความจริง หรือเลือกรับคำท้า ถ้าเลือกรับคำท้าอย่างมากก็แค่ ท้าให้ร้องเพลงเสียงสูง หรือแบกเพื่อนที่เป็นเพศตรงข้ามไปรอบ ๆ ห้อง ไม่ก็ร้องเพลงรักกับเพื่อนที่เป็นเพศตรงข้ามอะไรทำนองนี้

เกมพูดความจริงหรือเลือกรับคำท้า ที่ทุกคนรอคอยกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เสี่ยวเคอเห็นหย่าเสวียนที่กำลังถือแก้วไวน์ในมือ เขาได้ขยิบตาให้คนอื่น ๆ ซึ่งทุกคนก็เข้าใจอย่างรวดเร็วว่าเธอกำลังวางแผนอะไรอยู่

“ผู้แพ้ในรอบนี้ ต้องเดินออกไปที่ประตู เลี้ยวขวา แล้วจูบเพศตรงข้ามที่เจอเป็นคนแรก ต้องจูบปากเท่านั้นนะ หากใครไม่ยอมทำละก็ ต้องดื่มเหล้านี่ทั้งหมดสิบแก้วเป็นการลงโทษ” เสี่ยวเคอกล่าวขึ้น

ทุกคนต่างพากันตื่นเต้นกับเกม บรรยากาศก็เริ่มคึกคักขึ้นมา ในสายตาของพวกเขา มันช่างน่าตื่นเต้นซะเหลือเกิน ห้วยหมิงยิ้มออกมา และไม่ได้กล่าวอะไรต่อ เขารู้ดีว่าคนพวกนี้เป็นยังไง

หลังจากที่เป่ายิ้งฉุบกันเสร็จแล้ว สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่หย่าเสวียนที่กำลังงุนงงอยู่

เธอเหลือบมองตัวเองที่ออกกรรไกร และมองไปที่เสี่ยวเคอที่กำลังยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอออกค้อน และคนที่แพ้ก็คือเธอนั่นเอง เธอเบิกตากว้างด้วยความอึ้ง

“ฉันเกลียดเธอ เสี่ยวเคอ!” เธอตะโกนออกมา เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องทำ มันทำให้เธอรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา ตอนนี้เธอเมาจนแทบจะเดินตรงไม่ไหว คงไม่สามารถจะดื่มเหล้าได้ถึงสิบหรอกนะ

ทุกคนกำลังหัวเราะ มองหย่าเสวียนที่กำลังเดินไปที่ประตูอย่างมึน ๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดประตูออกไป

เธอเลี้ยวขวาตามที่บอก

แล้วก็พบกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาค่อนข้างสูง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสบาย ๆ กางเกงสแล็คสีดำ และรองเท้าหนังสีดำที่เงาวับ

เขาน่าจะอายุยี่สิบต้น ๆ และสูงประมาณร้อยแปดสิบเซนติเมตร ดวงตาของเขาดำขลับ คิ้วเข้มและหนา จมูกของเขาโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสวยได้รูป ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารูปลักษณ์ของเขานั้นโดดเด่นและดูสง่ายิ่งนัก

ทว่า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา จนคนที่ไม่เคยกลัวอะไรอย่างหย่าเสวียน รู้สึกกลัวและอดไม่ได้ที่จะถอยหลังกลับมา

“ว้าว เขาหล่อมาก! เฮียเหนียน เร็วเข้า! พวกเรากำลังดูอยู่นะ” เสี่ยวเคอที่แอบอยู่หลังประตูกระซิบเบา ๆ หย่าเสวียนยืนตัวแข็งอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้ดูคุ้นมาก เหมือนว่าจะเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน?

เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวเคอ เธอจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าและเข้าไปขวางเขาไว้

พอเริ่มเข้าไปใกล้ ๆ ก็รู้สึกว่า ‘ตัวเองเคยเจอกับผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่ก็ช่างเถอะ ฉันควรจะรีบทำให้มันจบ ๆ ไป’

เธอเดินเข้าไปหาผู้ชายคนนั้นอย่างกล้าหาญ ยิ้มหวานให้เขา ยืนเขย่งปลายเท้าและโน้มคอของเขาลงมา กลิ่นโคโลญจน์ของเขาเตะจมูกเธออย่างจัง

หลิงเฉินกำลังมองหาที่เงียบๆเพื่อโทรศัพท์ แต่กลับถูกผู้หญิงคนนึงขวางไว้

เขาขมวดคิ้วขึ้นเมื่อเธอเริ่มจะเข้าใกล้เขา

และก็มีบางอย่างแล่นเข้ามาในใจเขา ‘ผู้หญิงคนนี้ ทำไมช่างคุ้นเหลือเกิน? ดวงตาคู่นั้น...! หลิงเฉินพยายามคิด

ขณะที่เขากำลังคิดว่าเธอเป็นใคร หย่าเสวียนก็จูบไปที่ริมฝีปากของเขาเบา ๆ โดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักที่ซ่อนแค้น
9.4
โชคชะตานำพาเฮเลน่ามาพบกับชาร์ลีผู้ทรงอิทธิพล แม้ฉากหน้าเธอจะดูเป็นสาวน้อยผู้อ่อนโยน แต่แท้จริงกลับซ่อนตัวตนที่แข็งแกร่งและอำนาจลึกลับไว้มากมาย ชาร์ลีคอยปกป้องเธออย่างดุดันจนไม่มีใครกล้าขัดใจ แม้แต่ตระกูลใหญ่ที่เคยพ่ายแพ้ต่อเธอก็ต้องยอมศิโรราบ เมื่อเฮเลน่าพยายามหนีไป ชาร์ลีจึงเริ่มออกตามล่าเธอไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อพาเธอกลับมา โดยเขามุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญเพื่อให้เธอได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะหงส์ผู้สง่างาม
หน้าปกนวนิยาย ปลาห้องบอส จะตอดมั้ยคะ
9.6
คีรติ บอสหนุ่มจอมเฮี๊ยบผู้รักสันโดษกลับพลาดท่าเสียตัวให้นักศึกษาฝึกงานอย่างวิเวียน แต่เธอกลับทำเฉยเมยจนเขาเสียศูนย์และต้องตามหาคำตอบว่าเหตุใดตนถึงลุ่มหลงสาววิศวะคนนี้ได้เพียงนั้น แม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดและสมบูรณ์แบบ ทว่ากลับพ่ายแพ้ลูกอ้อนของเด็กสาวที่เขาตั้งใจส่งมาดูแลห้องพักเป็นกรณีพิเศษ แต่เธอดันทำปลาล้ำค่าของเขาตายไปถึงเก้าตัว วิเวียนจึงต้องรับหน้าที่ชดใช้ความผิดนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวเกินห้ามใจ
หน้าปกนวนิยาย สามีในมุมมืด
9.2
หลังหายหน้าไปสามปี หนานจืออินกลับมาพร้อมลูกชายเพื่อรับมรดกและเข้าพิธีวิวาห์กับโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยพิรุธ เมื่อสามีมักอ้างเรื่องเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนและบอกว่าของหรูที่ซื้อให้เป็นเพียงของเลียนแบบราคาถูก จนกระทั่งเธอพบความจริงกลางห้างสรรพสินค้าว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กู้จิ่งเฉินอ้อนวอนขอโทษพร้อมเปิดเผยความลับสุดช็อกว่าพวกเขามีลูกด้วยกันถึงสองคน ซึ่งสร้างความมึนงงให้เธออย่างมากว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักเจ้านายใจร้าย
9.8
เมื่อนพรดาตั้งท้องกับเจ้านายใจร้ายที่ยืนกรานว่าไม่ต้องการมีพันธะหรือรับผิดชอบเธอในฐานะภรรยา ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี แม้เขาจะยื่นข้อเสนอเพียงเรื่องเงินหรือการรับเลี้ยงเด็กโดยปราศจากความรัก แต่เธอกลับประกาศกร้าวว่าจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังและให้เขาตายไปจากใจ หากวันใดที่ลูกต้องการพ่อ เธอพร้อมจะหาคนใหม่มาแทนที่เขา บทเรียนราคาแพงครั้งนี้คนใจดำอย่างเขาจะต้องเป็นฝ่ายเสียดายไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รักอันบ้าระห่ำของเขา ชีวิตที่พังทลายของเธอ
8.6
ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา ชีวิตของกอหญ้าถูกผูกมัดไว้กับธาวิน อัศวโภคิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เธอถูกขายให้ครอบครัวเขาตั้งแต่อายุสิบหกเพื่อหาเงินรักษาแม่ จากเพื่อนเล่นสู่เลขาและกลายเป็นคนรักในที่สุด ทว่าความสัมพันธ์กลับพังทลายเมื่อเคนซี่ รักแรกของเขากลับมา ธาวินตัดสินใจแต่งงานกับหญิงคนนั้นพร้อมยื่นเงินก้อนโตเพื่อเขี่ยเธอทิ้งอย่างเลือดเย็น เงินเพียงไม่กี่ร้อยล้านกลับถูกนำมาใช้แลกกับเวลาทั้งชีวิตที่เธอสูญเสียไปให้เขาเพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ติดอำนาจครอบงำ: ประธานาธิบดี จงอ่อนโยน
7.8
เมื่อจ้าวฉีหมิงมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทำสัญญาจ้างชินซือหยู่ที่ปรึกษากฎหมายสาวมาทำงาน ความสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วคราวกลับกลายเป็นพันธนาการที่เขาไม่ยอมสลัดทิ้ง แม้เขาจะทำลายชื่อเสียงและหน้าที่การงานของเธอเพื่อบีบคั้นให้ยอมสยบ แต่เธอกลับโต้กลับอย่างเย็นชาว่าเขาเป็นเพียงสินค้าราคาแพงเกินเอื้อม ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงปรารถนา เขาประกาศกร้าวต่อหน้าเธอว่าผู้หญิงที่เป็นของเขาจะไม่มีชายหน้าไหนกล้าแตะต้องเด็ดขาด