
เทพบุตรพรากพรหมจรรย์
ตอน 2
“เขาลาออกไปแต่งงานนะจ้ะ หนูแหวนเห็นไหมล่ะว่าที่ทำงานเรามีแต่ฝรั่งตาน้ำขาวเดินกันให้ขวักไขว่ นิดาเขาโชคดีที่เจ้านายชอบ เลยลาออกไปแต่งงานกับCEOคนเก่าที่มาคุมในโรงถลุง กลายเป็นคุณนายไปแล้วล่ะ พี่ยังเสียดายเลย...ว่าตัวเองไม่น่ารีบแต่งงานไวแบบนี้ ไม่อย่างนั้นคงมีสิทธิ์ลุ้นเมื่อคนที่มาห้องพยาบาลนะล้วนแล้วแต่คนหน้าตาดีๆ ตำแหน่งหน้าที่ก็ไม่ใช่น้อยๆ”
พิชญ์สินีคุยเรื่อยเปื่อยกับศรีนวลอยู่นาน เธอช่วยพยาบาลรุ่นพี่ทำงานที่พอช่วยได้อย่างไม่คิดเกี่ยงงอน จนมีเสียงร่ำลือกระฉ่อนไปทั่วบริษัทในเวลาไม่นาน หลังจากพิชญ์สินีกลับไปแล้ว ถึงความอ่อนโยนใจดีของพยาบาลใบหน้าหวานคนใหม่ ที่กำลังจะมาเริ่มงานที่บริษัทไทยรามานเอ็นเตอร์ไพรส์เร็วๆ นี้...
บ้านเช่ากลางเมืองใหญ่...
บ้านหลังน้อยที่พิชญ์สินีเช่าไว้อยู่อาศัยราคาไม่แพงนัก หญิงสาวจัดบ้านหลังน้อยเสียหน้าอยู่ ทำความสะอาดบ้านให้สะอาดสะอ้านจนดูน่าพักผ่อนน่ามอง ผู้หญิงตัวคนเดียวบนโลกใบใหญ่ไร้ญาติขาดมิตร มีเพียงพี่น้องร่วมโลกที่เติบโตมาพร้อมกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทุกวันหยุดว่างๆ พิชญ์สินีจะไปคลุกอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็ก ช่วยผ่อนแรงอาจารย์ผู้ดูแล ช่วยสอนหนังสือน้องๆ จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกคน
“เย้ๆ พี่หนูแหวนมา มีขนมเต็มเลย...” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อย ยามที่ชะโงกใบหน้าออกจากหน้าต่างห้องพัก พวกเขาทั้งหมดมองเห็นพิชญ์สินีเดินหิ้วถุงเต็มสองมือ พะลุงพะลังเต็มไปหมด เดินเข้ามาภายในบริเวณสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
“ลงไปรับพี่หนูแหวนกันเถอะนะ ครูคะหนูไปช่วยพี่หนูแหวนถือของนะคะ” เสียงขออนุญาตกับประกายสายตาตื่นเต้นรุ้งแก้วสาวใหญ่ที่ดูแลเด็กๆ นับสิบคนจึงอนุญาตโดยดี เด็กๆ จึงวิ่งกรูลงไปรับพิชญ์สินีด้านล่างอย่างกระตือรือร้น เสียงวิ่งตึงตังโครมครามดังก้องจนสาวใหญ่ส่ายใบหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
“พี่หนูแหวนคะ พวกหนูมาช่วย...” เสียงหัวเราะร่ากับการแย่งชิงสิ่งของในมือพิชญ์สินี เพื่อช่วยพี่สาวคนสวยถือถุงขนม ทำให้เกิดการจลาจลย่อมๆ พิชญ์สินีจึงกระซิบดุเสียงอ่อนๆ
“เบาๆ จ้ะ เกรงใจคนอื่นที่กำลังทำงานอยู่ เขาอาจจะเสียสมาธิเพราะเสียงดังๆ ของพวกเรา”
“ค่ะๆ ครับๆ” หลายเสียงรับคำแล้วจึงรีบหุบปากเงียบ ต่างกุลีกุจอช่วยหญิงสาวถือถุงใส่ของคนละมือละไม้ เดินนำหน้าพิชญ์สินีไปยังห้องทำงานของรุ้งแก้วอย่างรู้หน้าที่ สิ่งของที่มีคนใจบุญนำมาให้จะต้องถูกจัดสรรปั่นส่วนให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อความเสมอภาคกับทุกๆ คน แม้จะอยากได้ใจแทบขาดก็ต้องอดทนรอ เมื่อทุกๆ คนล้วนแล้วแต่ขาดและต้องการอยากได้อยากมีเหมือนๆ กัน
“สวัสดีค่ะครู” หญิงสาวประนมมือไหว้ทำความเคารพรุ้งแก้วด้วยความเคารพนับถือ
“คราวนี้อะไรอีกล่ะหนูแหวน ดูซิขนซื้อมาเสียมากมายก่ายกอง อดข้าวอดปลาจนผอมแทบจะปลิวลมอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงเด็กๆ พวกนี้หรอก อยู่ที่นี่ยังไงก็มีข้าวกิน” รุ้งแก้วมองถุงใส่สิ่งของที่เด็กแสบทะโมนทั้งหลายนำมากองวางไว้ตรงด้านหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน
“นิดหน่อยเองค่ะครู หนูแหวนกลัวน้องๆ จะไม่มีใช้ คราวที่แล้วระบายสีลงสมุด ดินสอสีก็สั้นกุดจนแทบจะไม่สีเหลืออยู่พอให้ระบายได้ พอดีกับที่ห้างสรรพสินค้าลดราคาลงมามากอยู่นะคะ หนูแหวนกับเพื่อนๆ จึงรวบรวมหามาให้ จะได้มีใช้ไม่ต้องแย่งกัน”
“ใจดีกับพวกทะโมนตามเคย หาอะไรดีๆ กินบ้างเถอะนะหนูแหวน ครูเป็นห่วง ไม่ต้องอดเพื่อให้พวกนี้มีกินมีใช้หรอกนะ ที่นี่ยังมีผู้คนใจบุญแวะเวียนเข้ามาบริจาคอยู่เรื่อยๆ”
“น้องๆ หนูแหวนทั้งนั้นนะค่ะ หนูแหวนไม่มีใครก็มีแต่พวกน้องๆ เท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วงหนูแหวนหรอกค่ะครู หนูแหวนได้งานใหม่แล้ว เงินเดือนแพงมากๆ คงสามารถปันส่วนมาให้ครูเพิ่มขึ้น น้องๆ จะได้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิม”
“อ้าวเหรอ! ที่ไหนล่ะหนูแหวน งานหนักมากหรือเปล่า”
“บริษัทไทยรามานเอ็นเตอร์ไพรส์ค่ะ งานไม่หนักอะไรค่ะมันเป็นบริษัทของชาวต่างชาติรู้สึกเจ้าของจะเป็นคนรัสเซีย แค่จ่ายยาในห้องพยาบาลและทำแผลเล็กๆ น้อยๆ”
คุณอาจจะชอบ





