
ล้วงรักจอมวายร้าย
ตอน 2
ทริปในฝันหรือมันคือ ‘กับดัก’
ย้อนกลับไปสัปดาห์ก่อนหน้า
อาคารสำนักงานของบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอันดับต้นๆ ของไลน์ธุรกิจ บริษัทก่อตั้งที่สหรัฐอเมริกา ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วทุกมุมโลก และหนึ่งในนั้นที่มีเม็ดเงินมากมายมหาศาลตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านสาทร
ภายในห้องประธานบริษัทผู้บริหารระดับสูง เขาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทและบริหารมานานหลายสิบปี หากในวันนี้ เขาคิดอยากจะวางมือและส่งมอบธุรกิจสู่รุ่นลูก แต่ติดตรงที่ลูกที่เขาเห็นว่าเหมาะและสมควรกุมบังเหียนอาณาจักรโลกการเงินนี้ กลับไม่ใยดีบริษัทที่ผู้เป็นพ่อปลุกปั้นมา เช่นนั้นแล้ว... ความหวังทั้งหมดของชายสูงวัยอย่างเขาจึงตกอยู่ที่...
“ท่านประธานเรียกพบดิฉันหรือคะ?” ศลิษาเอ่ยขึ้นหลังจากเข้ามาในห้องผู้บริหารและทิ้งตัวนั่งลงอย่างเรียบร้อย
“ใช่ ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้รับเลือกให้ไปดูงานที่เนเธอร์แลนด์เป็นเวลาสองสัปดาห์”
“โอ... ดิฉันดีใจมากค่ะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวตื่นเต้นดีใจออกนอกหน้า ความพยายามของเธอสำเร็จแล้ว เป็นความพยายามที่ไม่สูญเปล่าจริงๆ เมื่อศลิษารู้ว่าทางบริษัท จัดทริปพิเศษเพื่อเป็นรางวัลล่อใจสำหรับพนักงานขายที่ทำยอดขายได้ทะลุเป้า ให้ไปดูงานที่สำนักงานใหญ่ยังประเทศเนเธอร์แลนด์ เท่านั้นยังไม่พอตลอดทริปนี้สามารถไปเที่ยวได้หลังจากดูงานเสร็จ ที่พัก อาหารแล้วยังมีพ็อกเก็ตมันนี่ให้ด้วยจำนวนหนึ่ง คือมันเร้าใจสุดๆ แต่ใครจะรู้ว่า เจตนาสำคัญที่ซ่อนอยู่ใต้ความเร้าใจนั้นหญิงสาวต้องการไปตามหาพ่อ
“ผลงานคุณเข้าตาน่ะ ผมพอใจผลงานของคุณมาก คนของผมชมคุณไม่ขาดปากว่าขยัน เอางานเอาการ” จากที่ได้รับฟังรายงานจากคนใกล้ชิด ต่างชมสาวน้อยคนนี้เป็นเสียงเดียวกัน ท่านประธานกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง ศลิษาเป็นเด็กสาวที่นอกจากขยันขันแข็ง ทำงานเก่ง ฉลาดมีไหวพริบ รู้จักเอาตัวรอด รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ด้วยคุณสมบัติข้อนี้ เขามั่นใจว่าจะทำภารกิจนสำเร็จตามความต้องการเขา หึหึ
ศลิษา สุนทรทอง ชื่อเล่นลิษา หญิงสาวทำงานบริษัทแห่งนี้มาเป็นเวลาร่วมสามปี ในตำแหน่งพนักงานแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน อย่างเช่นหุ้น กองทุนและตราสารหนี้ต่างๆ ภายใต้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่มีเม็ดเงินลงทุนจากยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ภาวะเศรษกิจในยุโรปไม่สู้ดีนัก เม็ดเงินลงทุนจึงไหลบ่ามาสู่ตลาดเอเชีย และเมืองไทยก็นับว่าเป็นแหล่งพักพิงเงินตราต่างประเทศในรูปของการลงทุนอย่างหลากหลาย สำหรับศลิษาแล้วหน้าที่หลักๆ ก็ชวนคนมาลงทุนนั่นล่ะ แต่ในสามปีนั้นมีการประเมินการทำงานในทุกสามเดือน พนักงานในบริษัทฝรั่งต่อให้เป็นพนักงานประจำแล้วก็ได้แค่เซ็นต์สัญญาจ้าง มีสิทธิ์จะถูกประเมินออกได้ทุกสามเดือนตามที่กล่าวข้างต้นนั่นเอง และที่เร้าใจสำหรับปีนี้คือคนที่ทำยอดขายสูงสุดจะได้ไปดูงานที่เนเธอร์แลนด์เป็นเวลาสองสัปดาห์ พร้อมเงินรางวัลไปด้วย จะว่าไปทริปนี้มันสุดยอดมาก แต่สำหรับเธอแล้ว แรงจูงใจสำคัญมันมากกว่านั้น
ศลิษามีเป้าหมายใหญ่เพื่อออกตามหาบิดาชาวฮอลลันดา[ สัญชาติของชาวฮอลแลนด์ ภูมิลำเนาประเทศเนเธอร์แลนด์]ในช่วงเวลาระหว่างดูงานที่นั่น เธอจดชื่อและที่อยู่ของคุณย่าวัยแปดสิบเก้าเอาไว้ และเชื่อว่าที่นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการตามหาบิดาที่ทิ้งมารดาไป เธออยากให้เขากลับมาเมืองไทยสักครั้ง อยากให้เขารู้ว่าที่นี่มีลูกสาวอยู่อีกคน ถึงเขาจะทอดทิ้งไปไม่ดูดำดูดี ไม่ทำหน้าที่ของพ่อที่ควรจะเป็น แต่อย่างน้อย... ขอให้เขามาทันดูใจแม่ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...
มารดาของเธอป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ หลังจากการผ่าตัดเนื้อร้ายที่งอกขึ้นมาขวางทางเดินท่อน้ำดีออกไป ตามด้วยผ่าตัดตับทิ้งไปครึ่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนับจากนั้น เธอต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษามารดาที่ต้องเข้ารับการรักษาทางเคมีบำบัดตลอดเวลา และตอนนี้แม่รับการให้คีโมเป็นระยะจากทางโรงพยาบาล ซึ่งอาการของท่านทรงตัว นั่นหมายถึงไม่ดีขึ้นหรือทรุดลงแต่อย่างใด นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว เรื่องกำลังใจก็สำคัญ พ่อเป็นรักแรกของแม่และก็รักเดียว หลังจากพ่อทอดทิ้งพวกเราไป จากวันนั้นแม่ก็รอการกลับมาของพ่อ และเลี้ยงดูเธอมาจนเติบใหญ่ จะว่าไป สมัยนี้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมีมากมาย แม่ของเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่แม่ทำหน้าที่ของแม่และพ่อในคราวเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ศลิษาไม่คิดว่าตัวเองมีอะไรที่ขาด แต่ที่เธอตัดสินใจตามหาเขาเพียงเพื่อความสุขสุดท้ายในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของมารดา
‘ถ้าพ่อ... คือการรอคอยทั้งชีวิตของแม่ หนูอยากให้การรอคอยของแม่สิ้นสุดลง แล้วจบด้วยความสุข’
แม่เลี้ยงเธอโดยไม่ทำให้เธอรู้สึกขาด หากกระนั้นเธอก็เฝ้ารอการมาของพ่ออย่างน้อยก็สักครั้งในชีวิต แทนที่จะเห็นหน้าพ่อแค่เพียงจากภาพถ่ายเพียงใบเดียวที่แม่ยังคงเก็บมันเอาไว้อย่างดีราวว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่า แต่การรอคอยที่ไม่มีจุดหมาย ทำให้ศลิษาตัดสินใจออกตามหา อย่างน้อย พ่อต้องมาเป็นกำลังใจให้แม่ในระยะเวลาที่แม่กำลังรักษาตัว ช่วงเวลาที่ความเป็นและความตายมีค่าครึ่งต่อครึ่ง เพราะเธอไม่มีใครอื่นอีกแล้ว หากขาดแม่ไปทั้งคนศลิษาก็ไม่รู้ว่าชีวิตของเธอจะดำเนินต่อไปอย่างไรอย่างมีความหมาย
‘พ่อคะ... หนูได้ไปฮอลแลนด์แล้ว หวังว่าเราจะได้เจอกัน’ หญิงสาวไม่ต้องการเรียกร้องอะไรเลย ขอเพียงพ่อบินมาหาแม่ มาเป็นกำลังใจให้ท่านก็พอ เธอต้องการแค่นั้น
‘ผมจัดการเรื่องที่พักและการเดินทางทั้งหมดให้แล้ว เดี๋ยวทางแจ็คกี้... เลขาฯ ของผมจะคุยกับคุณนะ’ ทางอีวาน ประธานบริหารสูงสุดของบริษัทเอ่ย บริษัทของอเมริกาที่มาตั้งสำนักงานที่กรุงเทพฯ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่สิงคโปร์ และทำธุรกิจอันมีเครือข่ายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ในเวลานี้เขาอายุมากและเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาหลายสิบปีแล้ว ได้เวลาปลดระวางและส่งต่อตำแหน่งอันสูงส่งนี้ให้กับทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล...
‘ค่ะท่าน’
‘แล้วแจ็คกี้จะเป็นคนคอยดูแลและคุยกับคุณทุกอย่างเมื่อถึงที่นั่น’ ท่านประธานย้ำเพื่อสร้างความสบายใจให้พนักงานผู้โชคดี
‘ค่ะ’ หญิงสาวรับคำพร้อมรอยยิ้มหวาน เธอไม่เคยรู้สึกภาคภูมิใจกับความสำเร็จมานานแล้ว หลังจากวันรับปริญญาก็มีครั้งนี้นี่ล่ะที่เป็นเรื่องน่าเชิดชูแก่วงตระกูล เธอทำผลงานขึ้นอันดับหนึ่ง เข้าตากรรมการ ได้รางวัลไปดูงานต่างประเทศ พนักงานในบริษัทต่างอิจฉาเธอเป็นแถว แบบนี้ไม่ภาคภูมิใจได้เรอะ
‘ขอให้เป็นทริปที่สนุกนะศลิษา’ ท่านประธานกล่าวถ้อยคำอวยพร แต่ใต้คำอวยพรนั้น... เธอไม่รู้เลยจริงๆ ว่ามีความซับซ้อนซ่อนอยู่
“ขอบคุณท่านที่มอบโอกาสให้ดิฉันค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้างขวาง ดวงตาเป็นประกายเริงร่า เหมือนหมาน้อยกำลังจะได้ท่องโลกกว้างโดยมีกระดูกอัดเม็ดแพคใส่กระเป๋าไปด้วย...
“ด้วยความยินดีศลิษา” ท่านยังคงยิ้มกว้าง... ผู้ใหญ่ใจดีที่เวลายิ้ม ยิ้มทั้งปากและดวงตา โอย... ท่านประธานสายเปย์ชัดๆ เกิดกี่ชาติก็ขอมีนายจ้างแบบนี้ หญิงสาวคิด
หลังจากนั้น ศลิษาก็พูดคุยกับแจ็คกี้เรื่องแผนการดูงานตลอดจนเรื่องการเตรียมเอกสารการเดินทางทุกอย่างส่งให้เขาเพื่อทำเรื่องเดินทาง วีซ่าและการขอพำนักในเนเธออร์แลนด์ ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อถึงวันเดินทาง ศลิษาก้มกราบลงแทบเท้าของมารดา เพื่อเอ่ยคำล่ำลาเป็นการชั่วคราว เธอจะรีบไปรีบกลับ เต็มที่ก็เพียงสองอาทิตย์เท่านั้นตามโปรแกรมที่แจ็คกี้ให้เธอดู เมื่อกราบลาผู้เป็นมารดาแล้ว หญิงสาวก็ไม่ลืมที่จะนำชายผ้าถุงของมารดาติดตัวไปด้วย เหมือนคนไทยโบราณยามจะออกศึกก็ทำแบบนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะแม่คือพระอรหันต์ของลูกเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สัมผัสได้ เวลาสวดมนต์ก่อนนอนที่นั่นเธอจะระลึกถึงพระคุณมารดา ไม่รู้ล่ะ ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาห่างไกลบ้านแบบนี้ ไม่รู้แต่ละคืนจะข่มตาหลับได้หรือเปล่า ยิ่งแม่ไม่สบายอยู่ด้วย แต่ละนาทีที่ล่วงเลยผ่าน ศลิษามีแต่เฝ้าภาวนาขอพรให้ท่านมีสุขภาพดีโดยเร็ววัน และเธอเองก็จะมีกำลังใจ ทุกความเหน็ดเหนื่อย เธอรู้อยู่แก่ใจว่าเหนื่อยเพื่อใคร...
กว่าสองสัปดาห์ที่เธอจะต้องอยู่ที่นั่น และหวังอย่างยิ่งว่า การตามหาบิดาบังเกิดเกล้าจะไร้อุปสรรค เธออยากพาพ่อมาเจอแม่อีกสั้กครั้งในชีวิต เธอสัญญาว่าจะไม่ถามว่าทำไมพ่อถึงทิ้งพวกเราไปโดยไม่หันหลังกลับมาสักครั้ง
...สัญญาจริงๆ ว่าจะไม่เอ่ยถามให้เสียความรู้สึก เธอเพียงต้องการเจอหน้าพ่อ และพาท่านกลับมาเยี่ยมแม่สักครั้งเท่านั้นจริงๆ...
~$~
คุณอาจจะชอบ



![หน้าปกนวนิยาย สายธารรักซาตาน [โลลิคอน/กินเด็ก/ท้องแล้วหนี]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/4a6920c95001834806831278893/enyIMEGeTNcA.webp!15491.webp)

