ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักไม่ได้ถ้าไม่ร้ายแบบนี้

รักไม่ได้ถ้าไม่ร้ายแบบนี้

ค่ำคืนอันเร่าร้อนจบลงด้วยความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ เมื่อชายหนุ่มพบว่าหญิงสาวที่เขาเพิ่งร่วมเตียงด้วยไม่ใช่เด็กไซด์ไลน์ที่ผู้ช่วยจัดหามาให้ เธอหายตัวไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงเงินสามพันบาทและกางเกงในซีทรูเป็นของต่างหน้า ฝั่งหญิงสาวที่ตื่นจากอาการเมาค้างเพิ่งรู้ตัวว่าเรื่องแซ่บที่คิดว่าเป็นฝันคือความจริง เธอตัดสินใจจ่ายทิปทิ้งไว้แล้วหนีออกมาทันทีโดยไม่รู้เลยว่าชายคนนั้นเป็นใคร ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เริ่มต้นด้วยความผิดพลาดกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 2

ร่างบางเริ่มรู้สึกตัวแล้วขยับพลิกกายเข้ามาใกล้เขา เธอยังสะลึมสะลืออย่างคนสติไม่เต็มร้อย หน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่เพียงฝ่ามือกั้น

‘อยากผูกปิ่นโต’ นั่นคือความคิดแรกของเขาเมื่อเห็นใบหน้าหวานชัด ๆ เขาคงบ้าไปแล้วที่คิดเรื่องแบบนี้ แต่ทำไมเขาถึงเพิ่งคิดได้นะ พรุ่งนี้เช้าเขาจะลองยื่นข้อเสนอกับเธอดู การผูกปิ่นโตไว้คงดีกว่าการซื้อกินไปทั่วแน่ ๆ อย่างน้อยเขาก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

“ไม่เคยเหรอ” เขาถามคนที่ยังสะลึมสะลือ

“อือ ไม่เคย”

เธอเอ่ยตอบเสียงแผ่วเบา ส่ายหน้าดิก พร้อมปรือตามองคนถาม ใบหน้าเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ คราวนี้เธอพอจะเห็นเค้าหน้าเขาเลือนราง เธอรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าหล่อเหลาเอาการอยู่เหมือนกัน จัดว่างานดีใช้ได้ เธอยิ้มให้ตัวเอง ขนาดในฝันยังได้ผู้หล่อขนาดนี้ ชีวิตจริงขอให้ได้อย่างนี้ทีเถ๊อะ!! สาธุ...อีกไม่นานเธอคงไม่ต้องโหนคานเป็นสาวโสดอีกแล้ว เธอเอื้อมมือบางไปแตะแก้มสากเบา ๆ

“หล่อจัง แต่ช่วยเบา ๆ หน่อยนะคะ ปิ๊งเจ็บ”

เธอว่าพร้อมส่งยิ้มหวานหยดไปให้เขา มันเจ็บแหละแต่ก็วาบหวามเหลือเกินสำหรับเธอ ถึงจะเจ็บแต่รู้สึกดีเป็นบ้า เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขา ทาบทับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของตนเข้ากับริมฝีปากหยักของเขาอย่างที่เคยฝันมาตลอดว่า ถ้ามีแฟนคนแรกจะทำแบบนี้ Kiss เบา ๆ แล้วถอยห่างออกมา จากนั้นก็ใช้มือปิดหน้าตัวเอง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความเขินอาย

“คริคริ ยายบ้าเอ๊ย!”

ชายหนุ่มที่เพิ่งโดน kiss ไปหยก ๆ ได้แต่นิ่งอึ้ง แบบนี้ก็มีด้วยเหรอเขาไม่เคยเจอ คนร่างสูงระบายยิ้มผ่านทางริมฝีปากออกมา เธอคนนี้ให้ความรู้สึกที่แปลกและแตกต่างออกไป ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาเคยซื้อกินเลยแม้แต่น้อย เจอเธอคนนี้เข้าไป เขารู้สึกติดใจอย่างประหลาด อายุสามสิบสี่ลองเลี้ยงเด็กดูบ้างก็คงไม่เลว

‘ตั้งแต่ได้เธอเขาก็คิดเรื่องผูกปิ่นโตไปหลายรอบแล้วนะเนี่ย’ สงสัยเขาจะติดใจเธอเข้าให้แล้วจริง ๆ

“จูบได้ไหม เคยจูบใครรึเปล่า?”

เขาถามออกไปด้วยความอยากรู้ เธอซิง ก็จริงแต่อาจจะเคยผ่านการมีแฟนมาบ้างก็เป็นได้ ก็คนตรงหน้าทั้งสาวและสวยขนาดนี้ เขาถามเพราะค่อนข้างระมัดระวังตัวเรื่องนี้มาก ปกติเขาจะไม่จูบกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะสาว ๆ ที่เขาใช้เงินซื้อมายิ่งไม่เคยทำ แต่ตอนนี้ในเมื่อเธอถึงขนาดดื่มย้อมใจเพื่อที่จะขึ้นเตียงกับเขา และเขาก็เป็นคนแรกของเธอ ก็ในเมื่อของตรงหน้ามันทั้งสดทั้งใหม่ เขาก็แค่อยากจะลองจูบดูสักครั้ง

“ไม่เคย จูบไม่เป็นสอนหน่อยได้ไหมคะ ในฝันก็ยังดี”

เธอว่าพร้อมยิ้มตาปรือ ชีวิตจริงไม่มีแฟนให้จูบ อย่างน้อยการได้จูบในฝันก็คงไม่เลว แขนเรียวเอื้อมไปโอบรอบคอหนาไว้แน่น เอ่ยกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ เป็นภาษาอังกฤษที่กำลังจะได้ใช้บ่อย ๆ ในเร็ววันนี้

“I wanna kiss you.” ว่าแล้วก็หลับตาพริ้มลงในทันที ‘เธอพร้อมแล้ว พร้อมมาก โปรดจูบมาได้เลย’

สิ้นเสียงหวาน เขาก็ไม่รอช้ารีบประกบริมฝีปากเข้าหาริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงระเรื่อที่แสนยั่วยวนใจในทันที เพียงแค่สัมผัสเบา ๆ ก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มลื่น ยิ่งสัมผัสก็พบกับความหวานหอม กลิ่นลมหายใจของเธอให้ความรู้สึกดีอย่างเหลือเชื่อ เป็นกลิ่นที่คละคลุ้งมากับกลิ่นไวน์ เธอคงดื่มไวน์มาเป็นแน่

เขาขยับริมฝีปากจุมพิตเธออย่างเพลิดเพลิน นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้จูบใครสักคน ไม่ใช่ไม่มีให้จูบแต่คนอย่างเขาเลือกที่จะจูบต่างหาก กับเธอคนนี้เมื่อได้สัมผัสแล้วชวนให้เขาอยากจะสัมผัสอีก เขาขบเม้มและดูดดึงริมฝีปากบางอย่างหลงใหล ลิ้นสากค่อย ๆ ขยับรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานละมุนอย่างเผลอไผล เฝ้าคลอเคลียกับลิ้นเล็กอยู่ไม่ห่าง เธอเป็นคนหัวไวจูบตอบเขากลับมาด้วยท่าทีเงอะงะ แต่ก็ถูกใจเขาใช้ได้ เด็กคนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว และคราวนี้ก็คงไม่จบลงแค่การจูบอย่างเดียวเสียแล้ว แต่เขารู้สึกว่า ‘อยากได้เธออีกรอบ”

ตอนนี้เลือดลมในกายชายสูบฉีดแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน แกนกลางกายพองโตชูชัน มีเส้นเลือดปูดโปนจนเห็นได้ชัดเจน ลูกชายเขาพร้อมชูคอผงาดขึ้นมาอีกครั้งแล้ว รู้สึกว่าวันนี้มันจะคึกคักเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะได้เจออะไรที่ทั้งสดทั้งใหม่อย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน เขาผละริมฝีปากออก เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มหายใจไม่ทัน ก่อนจะกลับมาดอมดมซอกไซ้ซอกคอขาวผ่องที่ส่งกลิ่นหอม กรุ่นกลิ่นกายสาวเย้ายวนใจเขาอย่างมิอาจต้าน เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากเมื่อได้สูดดมกลิ่นกายของเธอ ร่างสูงขยับหอมดอมดมลงมายังยอดทรวงอวบอิ่มที่แสนจะพอดีมือ ก่อนจะใช้ปากหยอกเย้าและดูดดึงยอดทรวงสีหวานที่แสนล่อตาล่อใจอย่างอดใจไม่อยู่ ลิ้นหนาเริ่มตวัดเลียไปมาช้า ๆ ก่อนจะเริ่มดูดดึง ขบเม้มเบา ๆ กระทั่งยอดทรวงเธอเปียกชื้น และหดเกร็งตั้งยอดชูชัน เขาจึงบีบมันเสียเต็มมือ แล้วใช้ปากหยักเข้างับยอดทรวงอย่างโหยหาราวกับว่าเขาเป็นทารกน้อยที่หิวกระหายเป็นนักหนา เมื่อหนำใจแล้วก็ผละออกไปสัมผัสกับอีกข้างอย่างเท่าเทียมกัน ขบเม้ม ดูดดึง จนเต้านุ่มหยุ่นที่เคยขาวผ่องกลับมีรอยสีกุหลาบเต็มไปหมด

มือหนาผละออกจากอกอวบ ก่อนจะมุ่งตรงไปสำรวจช่องทางรักของเธอ เพียงสัมผัสก็รับรู้ได้ถึงน้ำหล่อเลี้ยงกลีบกลางกายสาว เขารับรู้ได้ว่าเธอพรั่งพร้อมแล้วในเวลานี้ จึงเอื้อมมือไปหยิบซองฟอยล์สีดำออกมาจากลิ้นชักอีกครั้ง ในขณะที่ปากเขาก็ยังไม่ละออกจากก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นที่แสนจะทำให้เขาเพลิดเพลินเจริญใจ กระทั่งหยิบเครื่องป้องกันมาได้เขาจึงผละริมฝีปากออกห่างจากซาลาเปาคู่งาม แล้วใช้ปากฉีกซองฟอยล์ก่อนจะสวมใส่เครื่องป้องกันอย่างชำนิชำนาญเพราะทำอยู่เป็นนิจ

ร่างหนาขยับไปอยู่กลางหว่างขาเรียวสวยของคนที่กำลังนอนเคลิบเคลิ้มรอคอยในสิ่งที่เขากำลังจะมอบให้ เขาจับความเป็นชายที่ชูคอแข็งขึง เข้าไปคลอเคลียกับช่องทางรักที่มีน้ำหล่อลื่นมารออยู่ก่อนแล้ว เธอสะดุ้งเฮือกเมื่อเจ้าลูกชายของเขาแตะสัมผัสทำความรู้จักกับกลางกายสาวอีกครั้ง เขาขยับแกนกลางกายขึ้นลงไปตามร่องรักที่เปียกแฉะ ทำแบบนั้นอยู่สองสามครั้งก่อนจะส่งมันเข้าไปยังช่องทางรักที่เขารู้ว่าทั้งคับและแน่นอย่างระมัดระวัง

“อื้อ”

เธอส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ เมื่อเขาส่งตัวตนของเขาเข้าไปจนสุดทาง ร่างอรชรเริ่มแอ่นกายโค้งดั่งคันสร เขาสอดมือโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่นโดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะขยับสะโพกสอบเข้าหาร่องรักอย่างเนิบช้า เพื่อให้ได้สัมผัสกับความอุ่นนุ่มในกายสาวอย่างชัดเจน ภายในของเธอทั้งอุ่น ทั้งนุ่ม เมื่อแกนกลางกายของเขาครูดผ่านผิวนุ่มด้านในช่างให้ความรู้สึกที่หวามหวิวและกำซ่าน ร่องรักของเธอตอดรัดเขาเสียแน่นจนแกนกลางกายของเขาแทบจะปริแตก เขาขบฟันแน่นจนเห็นสันกลามนูนขึ้นชัดเจน ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกสอบให้เร็วขึ้น เร็วขึ้น แล้วกระแทกกระทั้นจนเธอนั้นหัวสั่นหัวคลอน คนสะลึมสะลือได้แต่ขบเม้มริมฝีปากเพื่อระบายความรู้สึกที่มันสุดจะกลั้นเอาไว้ได้ ใช้มือเรียวกำผ้าปูที่นอนไว้จนเห็นข้อนิ้วขึ้นริ้วสีขาว และเมื่อเธอปล่อยมือผ้าปูที่นอนก็ยับย่นไม่มีดี เธอหรี่ตามองเมื่อเขาหยุด แต่ก็ต้องอ้าปากหวอและร้องออกมาด้วยความตกใจ

“อุ๊ย”

ร่างสูงจับปลายขาเรียวทั้งสองข้างขึ้นสูง ก่อนจะพาดไว้บนบ่าแกร่งของตน และเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าหาเธออย่างไม่ปรานี เขาใส่ไม่ยั้งกระทั่งตอนนี้เขาเห็นเธอกัดริมฝีปากแน่นยิ่งกว่าเดิม และในที่สุดเขาก็ส่งเธอไปแตะขอบฟ้าได้ก่อน

“อื้อ..อ๊าย”

เธอส่งเสียงร้องออกมา ภายในกระตุกตอดแกนกายเขาตุบ ๆ จนเขารู้สึกได้ ในขณะที่ร่างสูงยังขยับสะโพกสอบพร้อมเพิ่มความเร็ว และแรงขึ้นเรื่อย ๆ เขากระแทกกระทั้นเข้าหาร่างบางครั้งแล้วครั้งเล่าจนในที่สุดเขาก็แตะขอบฟ้าตามเธอไปติด ๆ เวลานี้เขาได้ปลดปล่อยอย่างที่ใจปรารถนาแล้ว

“อ๊ะ”

เขาฟุบกายลงทาบทับร่างบางอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน ต่างรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของอีกฝ่าย ตัวเขาและเธอชื้นไปด้วยเหงื่อ

“พอยังคะ ปิ๊งเหนื่อยแล้วนะ หนักด้วย”

ร่างระหงที่หายใจเหนื่อยหอบ เอ่ยปากถาม เธอเหนื่อยแล้ว สู้ไม่ไหวจริง ๆ รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมดแล้ว แค่ฝันยังขนาดนี้ ถ้าทำจริง ๆ จะขนาดไหน ไม่เหนื่อยแย่เหรอ เธอไม่อยากจะคิดเลย คนไม่เคยมีแฟนมาก่อนแบบเธอก็คงได้แค่ฝันสินะ เธอได้แต่นอนยิ้มกริ่มกับฝันอันแสนทะลึ่งตึงตังของตน เธอไม่ได้ลามกนะมันฝันไปเอง เพิ่งรู้ว่าการกินไวน์ทำให้หลับฝันดีแบบนี้ ต่อไปเธอว่าเธอจะกินอีก หุหุ!!

ร่างสูงลุกและขยับแกนกลางกลายออกจากร่องรักอันคับแน่นของเธอ เขาขยับมานั่งลงข้างเตียง แล้วจัดการก้มหน้าลงมือถอดเครื่องป้องกันออกจากแกนกลางกาย ซึ่งเห็นว่ามันยังมีคราบเลือดติดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะทิ้งลงถังขยะไปอีกอัน เขาหันกลับไปจ้องมองเธอที่ตอนนี้นอนหลับตายิ้มกริ่ม ไม่รู้ว่าไปโดนตัวไหนมา ยิ้มอยู่ได้นานสองนาน คออ่อนหรืออย่างไรกัน เมามายขนาดนี้ หรือไม่ใช่แค่เมาแต่เป็นเพราะเขาทำให้เธอถูกอกถูกใจ เธอถึงยิ้มได้ รับรองต่อไปเธอได้เจอเขาอีกแน่ คนนี้เขารับเลี้ยงแน่นอน เขามองเธอพร้อมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเอง

เมื่อออกจากห้องน้ำเขาก็ล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เธอก่อนจะชำเลืองสายตาไปมองเธอที่ตอนนี้นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนาอย่างเรียบร้อย ดูไร้เดียงสาไม่มีพิษมีภัยแต่ทำไมถึงมาทำงานแบบนี้ได้ ในหัวเขาก่อเกิดคำถามในใจ ปกติเขาไม่ให้ใครนอนร่วมเตียง แต่คืนนี้แปลกไปจากเดิม เขาแค่อยากจะใจดีกับบางคนสักครั้ง ปากหยักยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะบ่นพึมพำ

“พรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะคนสวย”

เวลานี้เขาต้องพักแล้ว ยังมีภารกิจอีกมากที่รอเขาอยู่ ว่าแล้วเขาก็หลับตาลงก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามคนข้าง ๆ ไปอย่างง่ายดาย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สวาทรักสลักใจ
9.2
"รอวันที่ 'รุ้งอ้วน' จะเชื่อมแผ่นดินและผืนฟ้าไว้ด้วยรัก" ‘แผ่นภพ เคลย์ วิลคินสัน’ ฝันว่าได้ร่วมรักกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างถึงพริกถึงขิง เมื่อตื่นก็พบว่าฝันเป็นจริง เธอคือ ‘อิงฟ้า’ เด็กในปกครองของเขาเอง ไฟโกรธโชนแสงพร้อมกับไฟราคะโลดแล่น เมื่ออิงฟ้าทำงานแต่งของเขาล่มไม่เป็นท่า วางแผนให้คู่หมั้นของเขามาเห็นฉากร่วมรักอัปยศ เธอต้องชดใช้อย่างสาสม! อยากเป็นเมียฉันนักใช่มั้ย! ได้!! ‘เมียเก็บ’ เท่านั้นที่เธอจะได้เป็น อิงฟ้าจะได้รู้ว่าอย่าคิดมาเล่นกับไฟ คนอย่างเขา ดีมาดีตอบ แต่ถ้าร้ายมา เขาจะร้ายกลับไปเป็นร้อยเท่า “ปล่อยฟ้านะ! ปล่อย!” “ทำไม! ทีอยู่กับผัวทำสะดีดสะดิ้ง ทีอยู่กับชู้ สั่นสู้ไม่ถอย ร่าน!” “ใช่! ฟ้าร่าน! รู้อย่างนี้แล้วอาภพจะมายุ่งกับฟ้าทำไม ปล่อยฟ้า! อย่ามายุ่งกับฟ้าอีก ปล่อย! อยากมากก็ไปหาผู้หญิงไม่ร่านของอาภพ อย่ามายุ่งกับผู้หญิงร่านๆ อย่างฟ้า ปล่อยนะ! ปล่อย! ปล่อยฟ้า!” “ทำไมล่ะ คันมากฉันก็จะช่วยยังไงล่ะ เธอจะได้ไม่ไปเสนอให้ใครเกาซ้ำอีก และอย่าหวังว่าจะมีไอ้เด็กเวรนั่นออกมาด้วย เพราะฉันไม่มีวันมีลูกกับผู้หญิงร่านอย่างเธอแน่ เธอก็จะไม่มีวันท้อง! จำเอาไว้อิงฟ้า! เธอจะไม่มีวันท้องกับฉัน ไม่มีวัน!” #เด็กในปกครองกลายเป็นเมีย #ไม่รักแต่ขาดไม่ได้ #ตบจูบ #เจ้านายร้าย
หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)
9.3
ราเฟเอล มาเฟียหนุ่มทรงอิทธิพลจากอิตาลีเดินทางมาไทยเพื่อทำภารกิจสำคัญเกี่ยวกับอัฐิของมารดาพร้อมวางแผนสร้างเครือข่ายธุรกิจฟอกเงิน กีณรินที่ต้องการเจรจาเรื่องที่ดินของลุงจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นหญิงบริการเพื่อเข้าหาเขา แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเป้าหมายไม่ใช่ชายแก่แต่เป็นมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ศรัทธาในรัก แม้ราเฟเอลจะพยายามควบคุมเกมความสัมพันธ์นี้เพียงใด ทว่าเขากลับติดบ่วงหัวใจตัวเองเสียเองท่ามกลางพันธะที่ถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือต่อรองทางธุรกิจ
หน้าปกนวนิยาย เขาคิดว่า ฉันจะยอมทนเงียบๆ
8.9
ในวันครบรอบห้าปี ฉันพบความลับในแฟลชไดรฟ์ของสามีที่ใช้รหัสเป็นวันเกิดรักแรกของเขา ตลอดเวลาที่แต่งงานกัน ฉันเป็นเพียงเงาของคนอื่นที่ไม่มีตัวตนในใจเขาเลย เมื่อเขานำผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำงานและยกโปรเจกต์ที่ฉันทุ่มเทให้เธอ พร้อมทั้งตวาดใส่ฉันต่อหน้าทุกคนเพื่อปกป้องเธอ ความอดทนของฉันก็สิ้นสุดลง เขาคิดว่าฉันจะยอมก้มหน้าแบกรับความเจ็บปวดอย่างเงียบงัน แต่เขาคิดผิด ฉันตัดสินใจเทแชมเปญรดหัวเขาต่อหน้าพนักงานทุกคนเพื่อประกาศจุดยืนว่าฉันจะไม่ทนอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย Uncle on my moon คุณอากับหนูขา
9.6
จากความทรงจำวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นกับ ‘คุณอา’ ในวันวาน ‘จันทร์เจ้าขา’ กลับเติบโตขึ้นพร้อมหัวใจที่หวั่นไหวให้กับ ‘อินทัช’ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความรู้สึกที่มีให้ชายหนุ่มไม่ใช่เพียงแค่ความผูกพันแบบอาหลานอีกต่อไป แต่คือความรักที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจะพิชิตใจเขา หญิงสาวพยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสายตาที่เขามองมาให้กลายเป็นความเสน่หา ไม่ว่าจะต้องพิสูจน์ความเป็นผู้หญิงหรือใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใด เพื่อให้อินทัชเลิกเห็นเธอเป็นเพียงเด็กน้อยและหันมารักเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบร้ายพ่ายรัก
9.5
เมื่อสาวสวยวัย 30 สุดมั่นต้องมาปะทะกับ CEO หนุ่มรุ่นน้องวัย 27 ที่เธอสุดแสนจะเกลียดขี้หน้า เพราะเขามักจะคอยจับผิดและสั่งงานนอกเหนือหน้าที่อยู่เสมอ ความขัดแย้งพุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อยัสซันถูกเธอถีบหน้าจนแทบล้มคว่ำ ความโกรธแค้นทำให้เขาตัดสินใจรวบตัวเธอที่กำลังดิ้นรนขัดขืนกลับไปยังเตียงกว้างเพื่อชำระความผิดที่เธอได้ก่อไว้ด้วยบทลงโทษอันเร่าร้อนตามแบบฉบับของเขาเอง งานนี้สาวปากร้ายที่เคยถือดีจะรอดพ้นเงื้อมมือของท่านประธานหนุ่มขี้แกล้งไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เงาพรางนางบำเรอ
9.7
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นจากข้อตกลงที่ต่างฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ หญิงสาวก้าวเข้ามาในชีวิตเขาเพื่อหวังเพียงเงินตรา ในขณะที่ชายหนุ่มผู้แสนเบื่อหน่ายต้องการแค่ความสนุกชั่วคราวเพื่อเติมเต็มความใคร่ ทั้งคู่ต่างพอใจในความสัมพันธ์ที่ไร้ข้อผูกมัดและฉาบฉวยเช่นนี้ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกกลับเริ่มแปรเปลี่ยน เมื่อชายที่เคยเย็นชากลับกลายเป็นฝ่ายหวาดกลัวเสียเองว่าเธอจะเบื่อหน่ายเขาเข้าสักวัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งในใจที่ยากจะถอนตัว