ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายบำเรอ

โซ่เสน่หานายบำเรอ

เมื่อมนัสยาถูกคู่หมั้นทรยศไปทำหญิงอื่นท้อง เธอจึงตัดสินใจสลัดรักลวงตาแล้วหันมาหาความสุขชั่วคราวตามคำแนะนำของเพื่อนสนิท จนได้พบกับหนุ่มโฮสต์สุดฮอตที่แท้จริงคือเพื่อนเก่าในวัยเด็กที่เธอจำไม่ได้ แต่เขากลับจำเธอได้ฝังใจ ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะราบรื่นกลับกลายเป็นความวุ่นวาย เมื่อพบว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว มนัสยาจึงเลือกหนีไปพร้อมกับลูกในท้องเพื่อยุติความเจ็บปวด บทสรุปของรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในเมื่อโซ่เสน่หายังคงผูกพันพวกเขาไว้
ตอน
แชร์

ตอน 2

มนัสยายืนมองส่งด้วยความเสียใจ คาดหวังว่าเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตสักวันคงจะหวนกลับมา แม่จับตัวลูกสาว

“เข้าบ้านได้แล้ว หนูควรจะดีใจนะที่ป้ายากับภีมจะไม่ถูกลุงศักดิ์ทำร้ายอีก เราทำได้แค่ยืนส่งและอวยพรให้กับพวกเขา” จุรีเช็ดน้ำตาตัวเองและก็ก้มลงมาเช็ดน้ำตาให้ลูกสาวด้วย

“นี่ไง... ตุ๊กตาตัวนี้เหมือนภีมมากนะลูก แถมยังมีอีกตัวที่เหมือนหนูอยู่กับภีม หากทั้งสองคนคิดถึงกัน ก็แค่กอดตุ๊กตา และมองหน้าตุ๊กตา ใช่ไหม”

“แม่จ๊ะ มันเหมือนกันเสียที่ไหนล่ะ” ช่างเถียงช่างพูด

“เหมือนสิ ความคิดถึงเป็นสิ่งที่จะหล่อเลี้ยงใจของเรา ภีมจะไม่ไปไหนหรอก จะอยู่ในดวงใจของหนู”

“แม่จ๋า”

“ฮึ...” แม่เลิกคิ้ว

“ทำไมมัสเจ็บตรงนี้ เหมือนมีใครเอามือมาบีบเลย” เด็กหญิงชี้ไปที่หน้าออกข้างซ้ายที่มีก้อนเนื้อเท่ากำปั้นอยู่ภายในนั้น คนเป็นแม่ถึงกับหัวเราะออกมา

“อาการของคนตกหลุมรักเลยนะเนี่ย”

“มันเป็นยังไงคะ” สาวน้อยเริ่มสงสัย อะไรคือตกหลุมรัก

“ไว้โต หนูจะเข้าใจเอง แม่เคยเป็นตอนที่เจอพ่อของมัส”

แม่เริ่มเล่า เรื่องที่ตัวเองเจอกับมนูญ เมื่อครั้งเรียนหนังสือด้วยกัน พอมองสบตากันตอนที่เดินผ่านกัน สองสายตาประสบกัน มันเหมือนมีไฟสปาร์ก จากนั้นหัวใจของจุรีก็เต้นไม่เป็นปรกติอีกเลย

“ยังไง” เด็กหญิงทิ้งความเสียใจ แม้จะเศร้ามาก ๆ แต่พอได้ยินเรื่องที่แม่พูดก็สนใจ

“พ่อหล่อมาก” มนัสยาจับมือแม่

“แม่ต้องเล่าต่อนะ”

“ฮ่า... ได้สิ ๆ เล่าไป ดูทีวีไปด้วย เดี๋ยวละครภาคบ่ายจะมาแล้ว พระเอกคนนี้หล่อ ๆ”

“อ้าว ไหนแม่ว่าพ่อหล่อที่สุดไงคะ”

แม่ชี้ไปที่พ่อตอนนี้ ยืนฉีดน้ำรดต้นไม้อยู่ แดดฟากฝั่งนี้เริ่มร่ม มนูญยืนพุงพลุ้ย น้ำหนักขึ้นมาจากเดิมกว่ายี่สิบกิโลกรัม

“ทำไมล่ะคะแม่”

“เฮ้อ...” แม่ถอนใจ และใช้มือหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดทีวี

“บอกให้หยุดกินก็ไม่เชื่อ กินข้าวทีสองสามจาน” ใบหน้าของแม่ระอาใจ

“ก็แม่ทำกับข้าวอร่อยเองนี่คะ” มนัสยาหัวเราะออกมา

“เออน่าจะจริง ต่อไปแม่จะทำให้อร่อยน้อยลงดีกว่า พ่อจะได้ผอม” สาวน้อยได้แต่หัวเราะดังขึ้นกว่าเดิม สองตามองไปที่ทีวี พร้อมกับกระชับกอดตุ๊กตาที่เปรียบเป็นเสมือนตัวแทนของภีม

ในรถ ภีมก็กอดรัดตุ๊กตาที่หน้าเหมือนมนัสยาเอาไว้แน่น นี่คือกำลังใจของเด็กตัวน้อย ๆ ที่คิดว่า เขาจะดูแลแม่ได้ไหม แม้จะอายุยังน้อย แต่ก็เข้าใจแม่ที่สุด

แม่พร่ำพูดว่า “เราเหลือกันสองคนแล้ว เราจะดูแลกันและกัน” ภีมใช้มือน้อย ๆ จับมือของแม่แล้วบีบ

“ต่อไปภีมจะปกป้องและดูแลแม่เองครับ”

ทั้งสองคนกอดกันร้องไห้ แม้จะไม่มีใครบนโลกใบนี้รักทั้งคู่ แต่ทั้งสองคนก็สัญญาว่าจะรักและดูแลกันให้ถึงที่สุด แม้วันข้างหน้าโลกจะโหดร้าย หรือว่าดีกว่าที่เคยผ่านมาก็ตาม

แต่ก็โชคดีแล้วที่ทั้งสองคนหลุดพ้นจากขุมนรกจากคนที่รักที่สุด และได้เลือกเขาให้มาเป็นผู้นำ แต่นิสัยการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ก็ไม่อาจจะทำใจให้รักและอยู่ด้วยกันได้อีก

คำพูดที่แม่ชอบพูดกับภีม “เราสองแม่ลูกจะไปตายเอาดาบหน้า” แม้ภีมจะไม่เข้าใจความหมายนัก แต่เขาก็พยักหน้ารับ ขอแค่มีแม่อยู่ข้าง ๆ ตัวเขาเท่านั้น

ในผับหกเก้าอินเตอร์ บนหน้าจอแอลอีดีขนาดกว้างเกือบหกสิบนิ้ว เสนอข่าวการประสบอุบัติเหตุเมื่อสองอาทิตย์ก่อนบนถนนต่างระดับทางเข้าเขตเมือง เสียงผู้ประกาศข่าวฟังอู้อี้ไม่ได้ศัพท์ หรือเพราะว่าหูของคนเมาที่นั่งกอดขวดเหล้าอยู่ในสภาพที่หมดสภาพอย่างหนัก

มนัสยาในวัยยี่สิบสี่กำลังทุกข์ใจแสนสาหัส คนที่จะแต่งงานกัน เริ่มจัดเตรียมทุกอย่าง แต่ก็มาบอกกับเธอว่าทำผู้หญิงอีกคนท้อง

ทำให้เธอต้องแบกความอับอายความสัมพันธ์กับผู้ชายใจโลเล แถมยังนอกใจนอกกายเธออีก ธาราบอกเลิกกับเธอ เขาจะไปแต่งงานกับภรดี เพื่อรับผิดชอบลูกในท้องของเธอ

อีกสิ่งหนึ่งที่เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้ เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อภรดีเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบริษัทใหญ่โตด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ธาราเพิ่งได้เข้าไปทำงานด้วย

มนัสยาค่อย ๆ ฉีกการ์ดงานแต่งตัวเองที่พิมพ์ล่วงหน้าเอาไว้ถึงสี่เดือนแบบอันต่ออัน หญิงสาวเอาติดกระเป๋ามาเพราะจะเอาไปแจกเพื่อน ๆ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นอาวุธที่ทำร้ายหัวใจของเธอให้แหลกลาญ

หญิงสาวฉีกกระดาษ แล้วปล่อยกระดาษพวกนั้นให้ร่วงเกลื่อนพื้น ปากก็สบถด่าถ้อยคำร้าย ๆ และหยาบคาย การถูกทิ้งทำให้เธอเสียเซลฟ์ คำไหนไม่เคยพูด คำด่าแทบไม่มี มันก็หลุดปากออกมา

“ไอ้คนชั่ว ให้คนสารเลว ทำกันแบบนี้ได้ยังไง”

น้ำตานองหน้า ที่มนัสยาเจ็บปวดเพราะคำว่าหักหลังนี่แหละ ดวงตาของเธอเลื่อนลอยทั้งด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ อีกทั้งไม่อาจทนรับความเจ็บปวดที่กัดกร่อนหัวใจอย่างรวดร้าวได้ไหว

ปลายฟ้าเพื่อนที่มาด้วยของเธอหายวับไปกับหนุ่มคนไหนสักคน ที่ปลายฟ้าพามนัสยามาเพื่อให้เห็นว่า ผู้ชายมีมากกว่าฝูงลิงที่ลพบุรีเสียอีก

ที่นี่มีแต่พนักงานชายหล่อ ๆ และทำอาชีพเสริมเป็นโฮสต์รับจ้าง ที่สาวโสด และไม่โสดรู้กันดีว่า อดอยากปากแห้ง หรือต้องการคนเอาอกเอาใจ หรือจะเอาอย่างอื่นด้วย ก็ต้องมาที่นี่ แล้วเลือกชี้เอาเลย ความสนุกที่ซื้อหาได้ด้วยเงิน

มนัสยาหันไปมองรอบ ๆ แขกในผับนี้เริ่มทยอยหายออกไปกันเกือบจะหมดแล้ว

“ยายฟ้าหายไปไหนอีกล่ะเนี่ย ยายคนนี้ทิ้งฉันอีกแล้วหรือ อีบ้ามาทิ้งกันได้ลงคออีกแล้วนะ เห็นตัวผู้ไม่ได้จริง ๆ สงสัยจะไปหาหิ้วเด็ก เฮ้อ...”

มนัสยาพ่นลมหายใจอย่างอ่อนใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกตั้งแต่คบหากัน ปลายฟ้าไม่ยอมมีแฟนเป็นตัวเป็นตน เพราะมองว่าเป็นตัวถ่วงและภาระ รักสนุกแต่ไม่ผูกพันคือสโลแกนของปลายฟ้า มนัสยายังคงมองหาเพื่อน แต่ก็ไร้วี่แวว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากที่เธอไปต่างประเทศ พี่ชายของเพื่อนบ้านของเธอเสียใจมากจนเป็นบ้า
7.8
ฉินหยานแอบคบหาลับๆ กับลู่จื่อเหยียน พี่ชายข้างบ้านสุดอบอุ่นที่คอยติวบทเรียนและมอบสัมผัสอ่อนโยนให้จนเธอเชื่อมั่นในความรัก ทว่าในวันที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยตามที่เขาสัญญา ความจริงอันเจ็บปวดก็ถูกเปิดเผย เมื่อเขาบอกใครต่อใครว่าเธอเป็นเพียงตัวแทนของหญิงสาวที่เขาโหยหา ลู่จื่อเหยียนเข้าหาเธอเพียงเพราะใบหน้าที่คล้ายกับคนรักเก่าที่ไปต่างประเทศ เมื่อตัวจริงกลับมา เขาจึงเขี่ยเธอทิ้งอย่างไร้เยื่อใยพร้อมคำดูถูกที่กรีดลึกถึงหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย คุณกู้ คุณนายทอดทิ้งท่านไปแล้ว
9.1
หลังครองรักมาสองปี เจียงเนี่ยนอันตั้งท้องด้วยความดีใจ แต่สามีกลับมอบใบหย่าให้แทน ท่ามกลางแผนร้ายที่ทำให้เธอต้องเสียเลือดอย่างโดดเดี่ยว เธอพยายามติดต่อเขาเพื่อรักษาชีวิตลูกในท้องแต่ไร้การตอบรับ ความผิดหวังผลักดันให้เธอหนีไปต่างประเทศ หลายปีผ่านไปเธอกลับมาเพื่อเริ่มต้นใหม่ในพิธีวิวาห์ของตนเอง ทว่าอดีตสามีอย่างคุณกู้กลับบุกมาคุกเข่าอ้อนวอนด้วยความคลุ้มคลั่งและดวงตาที่แดงก่ำ พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอจะแต่งงานกับใครไม่ได้ทั้งนั้นในเมื่อยังมีลูกของเขาอยู่
หน้าปกนวนิยาย ดันรัก
9.0
นิยายเรื่องนี้ประกอบด้วยสองคู่ชูรส เริ่มด้วยจารุณาที่ต้องรับมือกับความคลั่งไคล้ของหนุ่มรุ่นน้องอย่างเป๊ก ผู้หลงใหลในเสน่ห์ความอวบอัดของเธอจนทำเอาเธอเขินอายแทบวางตัวไม่ถูก ต่อด้วยเรื่องราวคืนวิวาห์ของพิกเจอร์และป๊อกจี้ เมื่อเจ้าบ่าวตัวแสบเริ่มรุกหนักด้วยคำพูดหยอกล้อกึ่งห่ามจนจีจี้ต้องประท้วงในความหมกมุ่นเกินพิกัดของเขา แม้เธอจะพยายามขัดขืนด้วยความอายเพียงใด แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความเร่าร้อนและข้อเสนอสุดทะเล้นที่เขาขยันหยิบยื่นให้ไม่หยุดหย่อน
หน้าปกนวนิยาย หนี้เสน่หาจอมมาร
7.9
อารัญต้องทนทุกข์เจียนตายเมื่อถูกรัชนีกรทิ้งไป ความแค้นที่ฝังลึกทำให้เขาตั้งมั่นจะเอาคืน แม้เธอจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เขากลับเลือกชำระหนี้แค้นกับ พรบุหลัน ลูกสาวผู้ไร้เดียงสาแทน หญิงสาวหลงรักอารัญตั้งแต่แรกเห็นโดยไม่รู้เลยว่าไมตรีที่เขาหยิบยื่นให้คือกับดักแสนอันตราย เขาพร้อมทวงคืนทั้งต้นและดอกอย่างเร่าร้อน ทว่าท่ามกลางเพลิงแค้นกลับมีความเสน่หาที่หอมหวานแทรกซึมเข้ามา จนอารัญเริ่มหวั่นไหวกับเหยื่อสาวที่เขาตั้งใจทำลาย สุดท้ายแล้วรักหรือแค้นจะเป็นฝ่ายชนะในเกมหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เมียบำเรอมาร
9.2
ฟ้าลดาพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาและยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าเธอมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ทว่าความโกรธแค้นกลับบดบังใจของชายหนุ่มจนหมดสิ้น เขาตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงแพศยาที่ไม่รู้จักพอ พร้อมสาดคำพูดดูถูกเหยียดหยามใส่เธออย่างรุนแรงด้วยความหึงหวงที่เห็นเธอนัดแนะกับพี่ชายนอกคอก ความเชื่อใจที่เคยมีพังทลายลงทันทีเมื่อเขาปักใจเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่าคำอธิบายใดๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและแรงแค้น
หน้าปกนวนิยาย บ่วงปรารถนานายหัวเมฆินทร์
8.5
ชีวิตของเมฆินทร์ นายหัวหนุ่มแห่งเกาะมายาเปลี่ยนไปเมื่อเขาช่วยปรายฟ้าจากการถูกทำร้าย หลังแต่งงานความสัมพันธ์เริ่มร้าวราน เมื่อภรรยาสาวไฮโซโหยหาชีวิตเมืองและซุกซ่อนความลับกับหนุ่มบาร์โฮสต์ ท่ามกลางความขัดแย้งยังมีชัญญาที่ถูกภูผาหลอกใช้ อรปรียาที่จ้องทำลาย และรินรดาที่ริษยาจนอยากแย่งชิงเมฆินทร์ เกาะที่เคยสงบกลายเป็นสมรภูมิแห่งการทรยศหักหลังและการต่อสู้เพื่ออำนาจที่เดิมพันด้วยความปรารถนาอันตรายจนนำไปสู่จุดจบที่ยากจะคาดเดา