ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอสะดุดรัก

คุณหมอสะดุดรัก

เมื่อพริ้งพราวถูกมอมยาในผับโดยไม่ตั้งใจ โชคชะตาทำให้เธอได้พบกับวายุภักษ์ หมอหนุ่มเจ้าเสน่ห์วัย 35 ปี ผู้บริหารโรงพยาบาลที่ต้องย้ายมาประจำการที่กรุงเทพฯ ชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือน้องชายอย่างเหนือเมฆ ซึ่งกลายเป็นคนอารมณ์ร้อนหลังประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้ ในขณะที่วายุและพริ้งพราวเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้นจากการพบกันในคืนนั้น ด้านเหนือเมฆกลับต้องเผชิญหน้ากับข้าวหอม พยาบาลสาวจบใหม่ที่ยอมรับเงื่อนไขพิเศษเพื่อดูแลเขาตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3

หลังจากที่วายุมาเยี่ยมน้องชายได้สักพักใหญ่ๆ เขาก็ขอตัวกลับ เพราะคนไข้คงต้องการการพักผ่อน แล้ววายุเองก็ต้องการพักผ่อนเหมือนกัน เขาจึงกลับมาบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้านได้ไม่นานก็เหมือนจะมีใครบางคนมาหา เพราะเด็กในบ้าน เดินมาตามเขาที่หลังบ้าน บอกว่ามีแขกมาขอพบ

"อ้าวไอ้ชล ไปไงมาไงครับมึง" วายุเอ่ยทักทายเพื่อนทันที ที่เห็นแค่เพียงด้านหลังของมัน ชลธารหรือผู้หมวดชลเป็นคุณตำรวจ ชลธารรับราชการตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ

"ก็มาหามึงนั่นแหละไอ้หมอ" ชลธารหันมาเจอเพื่อนจึงรีบเอ่ยทักทายขึ้นทันที คล้ายกับคนที่คิดถึงเพื่อนมานานแสนนาน

"จมูกดีจริงๆนักนะ กูพึ่งจะถึงนี่แหละ" วายุกับชลธารเป็นเพื่อนกันมานาน เมื่อวายุกลับมาบ้าน ชลธารมักจะมาหาอย่างนี้เป็นประจำ

"นี่เพื่อนนะครับไม่ใช่แมว" วายุหมายถึงสุนัขต่างหาก!

"คงไม่ได้คิดถึงกูใช่มั้ยที่มาเนี่ย" วายุรีบเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน เพราะทุกครั้งที่เขากลับมาบ้าน ชลธารมักจะมาชวนเขาไปเที่ยวด้วยกันอยู่เสมอ

"คืนนี้วางมั้ย" นั่นไง! แบบนี้ทุกทีวายุคิดในใจ จะอะไรซะอีกล่ะ มันชอบมาชวนไปเที่ยวน่ะสิ กิน ดื่ม สังสรรค์ ตามประสาผู้ชายนั่นแหละ

"มึงมีอะไรพูดมาเลยดีกว่า"

"แหมเพื่อน...ก็นานๆที จะได้เจอเพื่อนรักสักครั้ง เราไปสังสรรค์กันหน่อยเป็นไง" หนีเมียไปเที่ยวอีกตามเคยครับ แล้วมันก็จะอ้างกับเมียมันว่ามาหาผม

"ว่างนักหรือไง แม่...เอ๊ย!! แล้วเมียมึงไม่ว่าเหรอ" เมียของมันดุอย่างกับแม่ไม่มีผิด แล้วก็ขี้หึงมากๆด้วย จากคำบอกเล่าของมันนะ

"นี่ไอ้หมอมึงจะพูดถึงเมียทำไม...ไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ" ชลธารกลัวเมียเป็นที่สุด กว่าจะได้เปิดหูเปิดตาสักครั้งก็ต้องรอให้วายุลงมากรุงเทพ แล้วก็อ้างว่ามาหาวายุ ถ้าอ้างเพื่อนคนนี้เมียจะไม่ว่าอะไร

"เออๆ...ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ว่ามา" สุดท้ายแล้ววายุก็ต้องยอมไปด้วยอยู่ดี เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน อีกอย่างเขาก็จะได้ไปเปิดหูเปิดตาด้วย

"ที่เดิมเป็นไง สาวเยอะดี" ชลธารเสนอ นี่ขนาดมันกลัวเมียนะ ถ้าไม่กลัวจะขนาดไหน

"เสียภาพพจน์คุณหมอหมด...ไปก็ได้แล้วเจอกัน" ตอนแรกเหมือนจะบ่นๆ แต่สุดท้ายวายุก็ตกลงไปกับเพื่อนอยู่ดี

"ไม่เอาๆ เดี๋ยวกูมาเจอมึงที่นี่แล้วเราไปด้วยกัน" ชลธารกลัวว่าวายุจะเบี้ยวเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา

"เพื่อ..." วายุเลิกคิ้วสูงถาม จะมาให้มันเหนื่อยทำไม ขับไปขับมาเจอกันที่โน่นก็จบ

"มึงชอบเบี้ยวกู คราวที่แล้วก็ทีนึงและ" ชลธารว่า...

"คราวที่แล้วกูเจ็บมือขับรถไม่ไหว" วันนั้นวายุเจ็บมือจริงๆ

"เหรอครับคุณหมอ คราวนี้มึงคงจะเจ็บตีน" ชลธารไม่เชื่อว่าวายุเจ็บมือ นี่มันข้ออ้างชัดๆ ชลธารเชื่อแบบนั้น

"เออๆ พูดมากน่า เจอกันที่นี่ก็ได้" ยอมๆไปก็จบ เอาไงก็เอาวายุยังไงก็ได้อยู่แล้ว ดีซะอีกเขาจะได้มีคนขับรถให้นั่ง

"งั้นผมกลับก่อนนะครับ" พอหมดธุระ ชลธารจึงขอตัวกลับ เพราะเขาจะต้องกลับไปทำงานต่อ

"นี่คือธุระ!...มาแค่นี้ ที่หลังมึงโทรมาก็ได้หรือเปล่าวะ" วายุยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆให้เพื่อน

"กูผ่านมาพอดี อยากเห็นหน้ามึงด้วย" ชลธารส่งสายตาระยิบระยับแกล้งเพื่อน

"หยี...ขนลุก! รีบๆ ไปเลย" วายุเอ่ยไล่ ก็ดูมันส่งสายตามาสิ ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนตีนไปแล้ว ไอ้เพื่อนบ้า!

ทางด้านพริ้งพราว

"พราวๆ วันนี้ไปเที่ยวกัน" ต้นหอมเพื่อนที่เช่าห้องอยู่ด้วยกันเอ่ยชวนพริ้งพราวให้ไปเที่ยวด้วยกันคืนนี้

"ไม่ล่ะ ต้มหอมไปเถอะ" พริ้งพราวไม่ค่อยชอบไปเที่ยวในที่แบบนั้นสักเท่าไหร่

"ไปนะพราว วันนี้วันเกิดแฟนเรา เขาเลี้ยง ไปนะๆ" ต้นหอมเพื่อนของพริ้งพราวคนนี้ ที่จริงเธอสองคนก็ไม่ได้สนิทกันสักเท่าไหร่ แค่เจอกันที่ทำงานแล้วชวนกันมาเช่าห้องอยู่ด้วยกัน จะได้ช่วยกันหารค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ประหยัดไปได้เยอะเลย แต่ตอนนี้เพื่อนของเธอลาออกจากโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ไปแล้ว

"ต้นหอม..." พริ้งพราวไม่อยากไป แต่จะปฏิเสธยังไงดีล่ะ

"ไม่ต้องพูดแล้วลุกเลย ไปเปลี่ยนชุดเถอะ เดี๋ยวเสียฤกษ์หมด" ต้นหอมบอก ทำให้พริ้งพราวรู้สึกแปลกๆ ฤกษ์อะไร!

"ฤกษ์อะไรเหรอต้นหอม" เธองงกับคำพูดของเพื่อน แค่ไปเที่ยวต้องมีฤกษ์ด้วยเหรอ

"เปล่าๆ ไม่มีอะไร" เหมือนต้นหอมจะหลุดปากพูดอะไรที่ไม่สมควรพูดออกมา

"ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ต้นหอมก็รู้ว่าเราไม่ชอบไปเที่ยวในที่แบบนั้น" ในเมื่อเธอปฏิเสธไม่ได้ เพราะเพื่อนชวนหลายครั้งแล้ว

"ได้เราสัญญา...ไปเถอะเร็วๆเข้า" แล้วพริ้งพราวก็เข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนชุดใหม่ ชุดที่เธอเลือกใส่ในวันนี้เป็นชุดกางเกงยีนขาสั้น เสื้อเชิ๊ตแขนยาวกระดุมหน้าสีขาวพับแขนขึ้นนิดหน่อยพอน่ารัก

"ชุดนี้น่ะเหรอ เราไปเที่ยวผับนะพราว" ต้นหอมมองเพื่อนที่ดูขัดตากับชุดที่พริ้งพราวเลือกมาใส่

"ถ้าใส่แบบต้นหอมเราไม่ไปนะ" ก็ชุดที่ต้นหอมใส่เป็นกระโปรงยีนสั้นๆ กับเสื้อสายเดี่ยวสีแดงจัด

"ก็ได้ๆ งั้นไปกันเถอะ" ต้นหอมกลัวพริ้งพราวจะเปลี่ยนใจ เธอก็เลยตามใจอยากใส่อะไรก็ใส่ เพราะต้นหอมมีภารกิจสำคัญรออยู่

ณ ผับชื่อดังกลางใจเมือง

"ที่นี่น่ะเหรอที่ต้นหอมชอบมา" เมื่อมาถึงหน้าพับพริ้งพราวก็เอ่ยถามขึ้น แค่ด้านนอกเสียงก็ดังออกมาจนหูอื้อไปหมด แล้วด้านในเสียงจะดังขนาดไหน ไม่เห็นหน้ามาเที่ยวเลยสักนิด

"ใช่ที่นี่นี่แหละสนุกจะตาย ป่ะเข้าไปด้านในกัน" แล้วต้นหอมก็เดินนำพริ้งพราวเข้าไปด้านใน พริ้งพราวเดินตามต้นหอมเข้าไป ผู้คนแออัดมีทั้งกลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นแอลกอฮอล์ คลุ้งไปหมด เหม็นก็เหม็น

เมื่อทั้งสองเดินผ่านผู้คนที่หนาแน่นเข้าไปด้านในจนสำเร็จ ก็มีผู้ชายอยู่กลุ่มหนึ่งโบกไม้โบกมือเรียก คงจะเป็นกลุ่มแฟนของต้นหอมแน่ๆ เลย

"นั่นไง...โต๊ะนั้น" ต้นหอมรีบจับมือเพื่อนให้เดินตามเธอไปติดๆ ภายในนั้นมีทั้งกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ กลิ่นน้ำหอม มันเหม็นไปหมด คนก็แน่น พริ้งพราวไม่เคยมาเที่ยวในที่แบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรก ถ้าเพื่อนของเธอไม่คะยั้นคะยอให้เธอมา เธอก็คงไม่มีวันที่จะมาเที่ยวในที่แบบนี้แน่นอน

"นั่งก่อนครับคนสวย" ผู้ชายในกลุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเธอสองคนเดินมาถึงที่โต๊ะ

"พราวอยากดื่มอะไรมั้ย" ต้นหอมถามเพื่อน

"ไม่ล่ะ ต้นหอมดื่มเถอะ" พริ้งพราวปฏิเสธ เพราะเธอไม่รู้จะดื่มอะไร แล้วที่วางอยู่บนโต๊ะมันก็มีแต่สิ่งที่เธอคิดว่าไม่น่าจะอร่อยเลยสักนิด

"ได้ยังไงล่ะครับ มาเที่ยวทั้งทีจัดเต็มไปเลยครับ" เสียงผู้ชายคนถัดไป เอ่ยบอกพริ้งพราวพร้อมกับมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ

"ไม่ดีกว่าค่ะ" เธอเห็นสายตา ที่มองมาที่เธอแต่ละคน เธอบอกตามตรงรู้สึกกลัวมากๆ

"พราว...อย่าเรื่องมากน่า พี่เขาให้ดื่มเธอก็ดื่มๆไปเถอะ" ต้นหอมพูดเสริมทันที

"งั้นขอน้ำเปล่าก็ได้ค่ะ" พริ้งพราวไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ก็เลยขอเป็นแค่น้ำเปล่า ดีกว่าจะต้องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเธอไม่ถนัดเอาเสียเลย

"น้ำเปล่า...เฮ้ยมึงจัดให้น้องเค้าหน่อยสิ" ผู้ชายอีกคนพูดพร้อมกับพยักหน้าให้กัน

"ได้เลยครับคนสวย ใหม่ๆก็งี้แหละ อีกหน่อยเดี๋ยวก็ชินไปเองแหละครับ" ทำไมพริ้งพราวถึงได้รู้สึกว่าตัวเองไม่ชอบสถานการณ์อะไรแบบนี้เลย กลัวก็กลัวแล้วคนที่พริ้งพราวรู้จักก็มีแค่ต้นหอมคนเดียวเท่านั้น แล้วตอนนี้ต้นหอมก็ไปนั่งข้างๆ ผู้ชายอีกคนซึ่งน่าจะเป็นแฟนของเธอ ตอนนี้พริ้งพราวก็เลยเคว้ง เหมือนนั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้ชายที่เธอไม่รู้จักเลย

"นี่ครับน้ำเปล่า แถมน้ำแตงโมปั่นด้วยแก้วนึงครับ" แล้วน้ำเปล่ากับน้ำแตงโมผสมแอลกอฮอล์ก็ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้าพริ้งพราว สีสันสวยงามน่าดื่ม

"ขอบคุณค่ะ" แล้วเธอก็รับสองแก้วนั้นมาวางไว้ตรงหน้า

"พราวดื่มน้ำหน่อยสิ" ต้นหอมอีกแล้ว ทำไมถึงอยากให้เธอดื่มมันนักนะ พริ้งพราวเริ่มไม่ค่อยพอใจ

"เรายังไม่หิว" ก็เธอไม่อยากดื่ม พริ้งพราวเป็นคนขี้กลัว กลัวไปเสียหมด แล้วสถานการณ์แบบนี้มันก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้น

"ดื่มเถอะน่า...ดื่มแล้วรับรองเธอจะได้ขึ้นสวรรค์" อุ๊ย! ต้นหอมหลุดปาก

"หมายความว่ายังไง" พริ้งพราวรู้สึกถึงสีหน้าและท่าทางของเพื่อนที่แปลกๆไปแต่เธอก็ไม่ค่อยมั่นใจ

"เราหมายความว่า มันอร่อยมากยังไงล่ะไม่มีอะไรหรอกดื่มสิ" พริ้งพราวเธอทนเพื่อนคะยั้นคะยอไม่ไหว ก็เลยยกแก้วขึ้นดื่มไปหน่อยนึง แล้วก็วางแก้วลง อีกสักพักต่อมา...

"เอ๊ะ! ทำไมรู้สึกร้อนๆ ต้นหอมเธอร้อนมั้ย" พริ้งพราวเริ่มรู้สึก ถึงความผิดปกติของร่างกายตัวเอง

"ก็ไม่นี่ เธอใส่เสื้อแขนยาวมาหรือเปล่า" ต้นหอมพูดกับเพื่อน แต่สายตามองหน้าผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันอย่างมีพิรุธ

"งั้นเราขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" ครั้งนี้พริ้งพราวไม่ฟังเสียง รีบหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นออกจากตรงนั้นไปทันที เธอกำลังรู้สึกกลัวอะไรบางอย่าง เพราะสีหน้าและแววตาของผู้ชายที่นั่งอยู่ด้วยกันมองเธอแปลกๆ ตั้งแต่เธอมานั่งแล้ว

"คนสวยเดี๋ยวพี่พาไป" ผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มเสนอตัวที่จะเดินไปเป็นเพื่อน

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปคนเดียวได้" เธอเดินออกไป โดยมีผู้ชายคนนั้นเดินตามเธอมาติดๆ ตอนนี้เธอรู้สึกกลัว เพื่อนของเธอทำอะไรกับเธอกันแน่ ทำไมรู้สึกร้อนแปลกๆอย่างนี้ แล้วผู้ชายคนนั้น หนึ่งในกลุ่มที่นั่งอยู่ด้วย สายตาที่มองเธอมาตั้งแต่ที่เธอเข้ามานั่ง เธอรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ

"อย่าตามมานะ" ตอนนี้พริ้งพราวเริ่มวิ่งแล้ว แต่ด้วยความที่ผู้คนแน่นมาก เธอเลยไปได้ไม่ไวเท่าไหร่

"อย่าเล่นตัวหน่อยเลยน่า เธอกำลังต้องการผมนะสาวน้อย" ผู้ชายคนนั้นเดินตามเธอจนทัน แล้วคว้ามาที่ข้อมือของเธออย่างแรง

"ไอ้บ้า...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ" เธอผลักผู้ชายคนนั้นอย่างแรง จนผู้ชายคนนั้นเซไปทางด้านหลังเมื่อเธอได้โอกาส เธอจึงรีบวิ่งหนีสุดแรงอีกครั้ง

"ปัก...โอ๊ย!!"

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HMP” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HMP
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากหย่าแล้ว ฉันจะกลับบ้านไปรับมรดกของครอบครัว ร้องไห้ทำไม
8.8
เวิน เสวี่ยหนิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีตัดสินใจยุติความสัมพันธ์เจ็ดปีที่เธอเป็นฝ่ายยอมทุกอย่างเพื่อความรักที่ไร้ค่า หลังรู้ซึ้งว่าเวิน ซือเหนียน พี่ชายบุญธรรมไม่เคยมีใจให้และสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการหลอกตัวเอง เธอจึงโทรหาพ่อเพื่อยอมรับความผิดพลาดในอดีตที่เคยตัดขาดครอบครัวไปแต่งงานกับเขา เมื่อตาสว่างจากความฝันที่เจ็บปวด เธอจึงเลือกทิ้งอดีตและเตรียมตัวหย่าร้างเพื่อกลับไปสืบทอดมรดกของตระกูลตามความต้องการของพ่อและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่คู่ควร
หน้าปกนวนิยาย เสน่หาเมียรัก
9.7
นิตยาต้องเผชิญกับพฤทธิ์ ว่าที่คู่หมั้นที่ตราหน้าว่าเธอเป็นต้นเหตุให้ผู้ชายทะเลาะวิวาทกันในงาน แม้พฤทธิ์จะแสดงออกว่าเกลียดชังเธออย่างชัดเจน แต่เขากลับเป็นฝ่ายให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอเธอตามความต้องการของครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยทัดเทียมกัน นิตยาทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการหมั้นหมายตามคำสั่งของผู้เป็นย่า แม้หัวใจจะเจ็บปวดจากการถูกดูหมิ่นและต้องตกอยู่ในพันธะสัญญาที่ปราศจากความรักจากชายหนุ่มที่คอยจิกกัดและเหยียดหยามเธอทุกครั้งที่มีโอกาส
หน้าปกนวนิยาย หวงรักจอมบงการ
8.0
เมื่อทอปัด นักข่าวสาวสุดแสบถูกธันน์ เจ้าของอาณาจักรจอมบงการกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในคดีลักลอบขโมยอัญมณีล้ำค่า เพราะความใจร้อนและคำพูดที่พลั้งปากออกไป ทำให้เธอต้องตกหลุมพรางยอมรับเงื่อนไขชดใช้ความผิดตามที่เขาเรียกร้อง ทอปัดคิดเพียงว่ามูลค่าความเสียหายอาจจบลงด้วยเงินทอง แต่เธอกลับคาดไม่ถึงว่าบทลงโทษที่มหาเศรษฐีหนุ่มต้องการครอบครองแท้จริงคือร่างกายและพรหมจรรย์ของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย ความจริงเกี่ยวกับเมียน้อยของเขา
8.9
ช่างภาพสาวตั้งท้องสี่เดือนต้องใจสลายเมื่อพบความจริงในงานเลี้ยงว่า ภาคิน สามีผู้มั่งคั่งแอบสร้างครอบครัวซ้อนกับสิตา เมียน้อยใจอำมหิตที่กล้าทำร้ายเธอต่อหน้าฝูงชน แทนที่จะปกป้องเขากลับขับไล่เธออย่างไร้เยื่อใยเพราะมั่นใจว่าเมียที่แตกสลายคนนี้จะยอมจำนนต่อโชคชะตา ทว่าความแค้นที่สั่งสมทำให้เธอลุกขึ้นสู้ด้วยกลยุทธ์อันเยือกเย็น ภายใต้ท่าทีที่ดูสงบนิ่งคือแผนการทำลายภาพลักษณ์ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาให้พินาศคามือ เพื่อตอบแทนความทรยศที่เขาทำไว้ให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
เมื่อฮั่วเยี่ยนสือทิ้งเธอไปหาคนรักเก่าในวันครบรอบ ซูหว่านหนิงจึงเลือกหย่าขาดและกลับเข้าสู่วงการบันเทิงจนโด่งดัง เธอฉีกหน้ากากดอกไม้พลาสติกของมือที่สามอย่างไม่ใยดี ขณะที่อดีตสามีผู้หยิ่งผยองกลับต้องร้อนรนเมื่อเห็นชายหนุ่มโปรไฟล์ดีมากมายรุมล้อมอดีตภรรยา จากคนเย็นชาเปลี่ยนเป็นคนคลั่งรักที่คอยตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่ชายตามองพร้อมประกาศกร้าวว่าคนอย่างเขาไม่คู่ควรกับเธออีกต่อไป และเธอจะไม่มีวันหวนกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย อสูรเสน่หา
8.0
ความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนที่ควรจบลงกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เมื่อชายแปลกหน้าคนนั้นคือเจ้านายคนใหม่ของมีนา และเขายังมีฐานะเป็นพี่ชายของแฟนเก่าที่เธอเคยเลิกรากันไปอีกด้วย ค่ำคืนแห่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความเมามายและความขาดสติกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจสลัดหลุดได้ง่ายๆ เมื่อเขาประกาศชัดว่าเธอกำลังทำให้เขาคลั่งจนแทบเสียการควบคุมตัวเอง ท่ามกลางความอัปยศที่ตามหลอกหลอน มีนาต้องเผชิญหน้ากับแรงดึงดูดและฐานะที่ซับซ้อนเกินกว่าจะถอยหลังกลับได้