ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ประธานคนนี้สามีของฉัน

ประธานคนนี้สามีของฉัน

เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งเริ่มถอดใจจากเส้นทางน้ำหมึก ในคืนที่เมามายจนขาดสติ เธอจึงตะโกนประกาศกร้าวว่าอยากขายตัวแทนการเขียนนิยาย คำพูดพลั้งปากนั้นนำพาเธอไปสู่การป่าวประกาศกลางงานวิวาห์ว่า ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่คือสามีของเธอ! สำหรับเขาผู้เป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งและเชื่อมั่นในรักแรกพบ เมื่อสาวในดวงใจเสนอขายตัวให้มีหรือที่เขาจะปฏิเสธโอกาสนี้ ความสัมพันธ์วุ่นๆ ระหว่างท่านประธานหนุ่มและนักเขียนช่างฝันจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เออ เล่าแล้ว ขี้วีนเป็นคนวัยทองไปได้” สุดท้ายช่อแก้วก็ต้องเอ่ยเล่าเรื่องที่เธอไปเจอมาเมื่อตอนที่ไปเที่ยวสระบุรีให้ยาหยีได้ฟัง

“หา!...” ยาหยีฟังเรื่องราวทุกอย่างก็นั่งอ้าปากค้าง ตกใจพอสมควร เพราะที่ยุให้ช่อแก้วไปเที่ยวเพื่อไปผ่อนคลายความเครียดไม่คิดว่าเพื่อนรักจะต้องไปเสียตัวที่นั่น

“หาอะไรฉันช่วยไหม”

“ไอ้แก้ว! มันใช่เวลาตลกไหม นี่... นี่แกเสียตัวให้ใครก็ไม่รู้งั้นเหรอ”

“เออ... แต่เค้าก็หล่อดี หล่อมาก หล่อมากๆ เลย อายุน่าจะ 28 - 29 ประมาณนี้มั้ง”

“ป้องกันไหม”

“จำอะไรไม่ได้ ชื่อเค้าฉันยังไม่รู้เลย”

“อายุเท่านี้ แถมหล่อมาก แล้วก็ลากแกไปนอนด้วยง่ายๆ ท่าทางจะช่ำชองเรื่องนี้ ไม่แน่อีตาคนนั้นที่เรากำลังพูดถึงอยู่อาจจะเป็นโรคติดต่อก็ได้” ยาหยีลุกขึ้นเดินกอดอกทำหน้าครุ่นคิด

“กะ...แก มะ...หมายถึงเอดส์น่ะเหรอ” ช่อแก้วที่นั่งหน้าห่อเหี่ยวคราแรก ตอนนี้เธอเริ่มจะห่อเหี่ยวกว่าเดิม

“ก็เออดิ ตกลงแกจำไม่ได้จริงๆ เหรอว่าป้องกันหรือเปล่า”

“หึ... ไม่ได้คิดมาก่อนเลยนะเนี่ย คิดแค่เสียตัวให้คนที่ไม่ใช่แฟนก็หดหู่มาหลายวัน มาปรึกษาแกได้เรื่องหดหู่มาอีกเรื่องนึงอีก ฉันจะหายเครียดวันไหน” เจ้าของเรื่องวุ่นวายนั่งชันข้อศอกกับโต๊ะหินอ่อนกุมขมับหนึบ

“ฟังดูแกดีใจใช่ไหมเนี่ยที่มีฉันเป็นเพื่อน”

“เออ แกเตือนเรื่องที่ฉันคิดไม่ค่อยได้ไง เอาไงดีอะ”

“ไปปรึกษาหมอตรวจโรคติดต่อไหม”

“ที่ไหนอะ ถ้าที่โรงพยาบาลในอำเภอฉันไปตรวจเรื่องได้ถึงหูแม่กับพ่อแน่” เธอไม่สามารถไปตรวจโรคที่โรงพยาบาลในอำเภอได้แน่นอนเพราะญาติเธอเป็นพยาบาลที่นั่น แม้เธอจะเชื่อว่าแพทย์หรือพยาบาลมีจรรยาบรรณในการปกปิดข้อมูลแต่เธอก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี

“งั้นไปกรุงเทพไหม บอกพ่อกับแม่แกว่าไปเยี่ยมเอมไง”

“อ่อ... ก็ดีนะ” ช่อแก้วพอจะเห็นว่าทางที่ยาหยีเสนอเป็นวิธีที่ดีที่เธอสามารถทำได้อย่างสบายใจ ส่วนเรื่องตรวจเจออะไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คิดย้อนกลับไปก็อยากจะตบหน้าตัวเองเป็นร้อยครั้งที่เมาจนไม่ได้สติและเผลทำอะไรที่ไม่ควรทำลงไป ตอนนี้ไม่ได้เครียดแต่เรื่องเสียตัวแล้ว แต่เป็นเรื่องผลที่จะตามมาหลังจากนี้ต่างหาก

“ป้าเอาไปทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วนะคะ” บังอรเห็นเจ้านายเธอกลับมาจากทำงานได้ก็รีบเดินเอาของบางอย่างไปให้ขณะที่เขากำลังจะเดินขึ้นชั้นบน

“ขอบคุณครับป้าอร” ชนกันต์รับถุงกระดาษถุงเล็กที่แม่บ้านส่งให้ก่อนจะแง้มดูชิ้นของด้านในเล็กน้อย

“เอ่อ... ว่าแต่ มันเป็นของผู้หญิงไม่ใช่เหรอคะ” แม่บ้านวัยเกือบ60เอ่ยถามเจ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอึกอัก

“ครับ ไม่นานป้าอรก็น่าจะเจอเจ้าของ”

“เจ้าของ? หมายถึง...”

“เดี๋ยวก็รู้ครับ ตอนนี้ผมยังบอกอะไรไม่ได้” พูดจบก็เดินยิ้มอารมณ์ดีขึ้นบันไดไป

บังอรอมยิ้มตามหลังชนกันต์ เพราะเดาไปทางอื่นไม่ได้เลยว่าชุดชั้นในสีชมพูนั้นเป็นของใคร นอกเสียจากแฟนของเจ้านายหนุ่ม ท่าทางไม่นานนี้บ้านหลังนี้คงจะมีความครึกครื้นหลังจากเงียบเหงามานานแน่นอน

“ทำไมถึงจะไปเยี่ยมน้องกะทันหันล่ะลูก” ชบาค่อนข้างตกใจที่จู่ๆ หลังรับประทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยช่อแก้วก็มาบอกเธอว่าจะไปกรุงเทพมหานครกะทันหัน

“แก้วอยากไปเที่ยวด้วยจะ แก้วเบื่อๆ อะ ดีไม่ดีอาจจะหางานทำที่โน่นเลยก็ได้”

“อยากทำงานประจำแล้วเหรอ”

“จะแม่ บางทีเส้นทางการเป็นนักเขียนของแก้วอาจจะไม่รุ่งก็ได้”

“แม่อยากให้เราทำตามความฝัน ขอโทษนะลูกที่ภาระทางบ้านเรามันบีบคั้นเหลือเกิน”

“แม่ไม่ต้องขอโทษหรอก ถึงเราไม่มีปัญหาหนี้สินแก้วก็เริ่มท้อกับการทำตามฝันแล้วจริงๆ” ช่อแก้วเข้าไปมุดหน้าซุกอยู่กับอกคนเป็นแม่ เธอไม่อยากให้แม่ได้มองสีหน้าที่หดหู่ของตัวเองนัก เพราะรู้ว่าแม่มีเรื่องเครียดในหัวมากมายพออยู่แล้ว

“ถ้ามันไม่ลำบากเกินไป ทำงานประจำไปด้วยเขียนนิยายเวลาว่างไปด้วยก็ได้นี่ลูก ไม่ต้องรีบร้อนกับมัน ไม่แน่ลูกแม่อาจจะประสบผลสำเร็จตามใจหวังในนิยายแค่เรื่องเดียวก็ได้” ชบารู้สึกไม่สบายใจเพราะรู้ว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกสาวของเธอเริ่มท้อต่อการทำตามความฝันคือภาระทางบ้านที่เธอและสามีไม่สามารถจัดการเองได้จนส่งผลให้ช่อแก้วต้องลำบากหาเงินมาได้ก็ต้องมาช่วยใช้หนี้

“ขอให้พรของแม่เป็นจริงนะจ๊ะ” ช่อแก้วภาวนาให้พรจากปากแม่ของเธอเป็นจริง ตอนนี้เธอรู้สึกเครียดไปหมด เพราะคิดว่าไปเที่ยวเมื่อครั้งก่อนหน้าจะทำให้เธอได้คลายเครียดและเกิดปัญญาคิดหาทางออกอะไรได้ แต่เหมือนว่าการไปเที่ยวของเธอจะสร้างปัญหาให้ตัวเองเสียมากกว่า

“พี่แก้ว คิดถึงจังเลยเย็นนี้ไปกินหมูกระทะกันนะ” เชอเอมเห็นพี่สาวมาหาถึงหน้าห้องได้ก็รีบกระโดดกอดคอพี่เธอเอาไว้แน่น ยิ้มร่าหน้าระรื่นเพราะรู้ตัวว่าจะหายเหงาแล้ว

“ดูท่าจะไม่ค่อยคิดถึงพี่เท่าไหร่เล้ย มาถึงก็ให้พาไปเลี้ยงหมูกระทะ” เชอเอมผละออกจากตัวได้ ช่อแก้วก็ขมวดคิ้วมองจ้องน้องสาวให้รู้ว่าตัวเองกำลังน้อยใจ ที่ดูเหมือนว่าเชอเอมจะคิดถึงหมูกระทะมากกว่าคิดถึงเธอ

“คิดถึงพี่แก้วแล้วก็คิดถึงหมูกระทะด้วยนี่คะ ไม่ได้กินนานแล้ว” เชอเอมดึงแขนพี่สาวเข้ามาในห้องพร้อมกับช่วยลากกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาเก็บด้านในห้องเช่าเล็กๆ ของเธอ

“เพื่อนๆ ไม่เคยชวนไปกินเลยหรือไง”

“ชวน แต่เอมอยากประหยัดตัง”

“อ๋อ... ก็เลยรอขอตังพี่ว่างั้น”

“อิ อิ”

“โอเค... ได้ วันนี้พี่จะพาไปเลี้ยง”

“เย่” เมื่อได้ยินว่าคนเป็นพี่จะเลี้ยงของโปรดเชอเอมก็รีบกระโดดกอดคอช่อแก้วอีกรอบ คนเป็นน้องที่กำลังดีใจไม่รู้เลยว่าพี่สาวกำลังน้ำตาจะไหลเพราะอาหารแค่ไม่กี่ร้อยน้องสาวของเธอยังต้องอดเพราะขัดสนเรื่องเงิน

สองศรีพี่น้องมาถึงร้านหมูกระทะที่ไม่ห่างจากหอพักได้ก็ไปหยิบอาหารมาวางเรียงรายเต็มโต๊ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะกินทุกอย่างไม่หมด เพราะกระเพาะของพวกเธอรองรับอาหารได้เยอะอยู่แล้ว

“แล้วอาทิตย์ที่แล้วทำไมพี่โทรหาเราไม่ติดเลย” หลังจากนั่งรับประทานหมูย่างกันมาพักใหญ่ช่อแก้วก็ไม่ลืมที่จะถามถึงเรื่องที่เธอติดต่อเชอเอมไม่ได้เป็นอาทิตย์ เชอเอมที่กำลังมีความสุขกับการกินเธอก็เริ่มหน้าเจื่อนเพราะมีเรื่องบางเรื่องในใจที่ไม่ได้อยากจะบอกใคร

“อ๋อ...โทรศัพท์มันไม่ค่อยดี แต่เอาไปซ่อมแล้ว”

“อืม... เครื่องนี้ก็ใช้มานานแล้วนี่เนอะ เดี๋ยวพี่พาไปซื้อใหม่” ช่อแก้วหยิบมือถือของน้องสาวขึ้นมาดูก็เห็นว่าเครื่องมันถลอกไปหมดแล้วแถมหน้าจอก็ลายจนไม่รู้จะลายยังไงจึงอยากจะเปลี่ยนให้เชอเอมใหม่

“ไม่เอา เครื่องนี้ยังใช้ได้ ให้มันพังจริงๆ แล้วค่อยซื้อ”

“งกเหมือนกันนะเราเนี่ย” อันที่จริงเชอเอมก็อยากจะมีมือถือเครื่องใหม่ๆ ใช้อย่างวัยรุ่นคนอื่นๆ ทั่วไปที่เค้าใช้กัน แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ควรใช้อะไรฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นในขณะที่ตัวเองยังหาเงินได้ไม่มาก เงินจากงานพาร์ทไทม์ก็ต้องเอามาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพราะไม่อยากรบกวนเงินของพี่สาวตัวเองมากนัก

“พี่แก้วมาอยู่กี่วันเหรอ”

“พี่กะว่าจะอยู่สักอาทิตย์ ถ้าหางานได้ก็จะอยู่ถาวรเลย”

“จะทำงานประจำแล้วเหรอ” เชอเอมวางตะเกียบมองจ้องหน้าพี่สาวตัวเองด้วยแววตาฉงน

“อืม พี่คิดว่าพี่ควรหางานประจำทำได้แล้วล่ะ”

“พี่แก้วทิ้งความฝันเพราะเอมหรือปล่า”

“ไม่ใช่ พี่แค่ต้องหางานมั่นคงทำก่อนเพราะรายได้การขายนิยายมันไม่พอใช้แล้ว ตอนแรกพี่ก็ว่าจะไม่เขียนนิยายแล้ว แต่แม่พี่ว่าไม่ให้พี่ทิ้ง ให้เขียนตอนเวลาว่างๆ ไม่ต้องรีบร้อน แม่ยังบอกอีกว่าพี่อาจจะประสบผลสำเร็จในนิยายเล่มที่ไม่ต้องเร่งรีบก็ได้”

“ขอให้คำพูดของแม่เป็นจริงนะจ๊ะพี่แก้ว”

“พี่ก็ขอให้เป็นแบบนั้น”

เชอเอมรู้สึกสงสารช่อแก้วพอสมควร เพราะรู้ว่าพี่ไม่เคยคิดอยากจะทำงานประจำแต่ก็ต้องทำเพราะการเงินของครอบครัวบังคับ แล้วแบบนี้จะให้เธอตอบรับของที่จะให้พี่สาวซื้อมือถือให้ได้ยังไง นึกแล้วก็เสียดายเงินที่เธอไม่ได้จากงานที่ทำ หากได้เงินก้อนนั้นมาบ้านของเธอก็จะได้ไม่ลำบากไปอีกหลายเดือนแน่

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HSF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HSF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซาตานร้ายพ่ายใจรัก
8.7
ลิปดา มหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสในอำนาจเงินตรา กล้าเสนอซื้อศักดิ์ศรีของปานรพีด้วยข้อเสนออันน่าอดสูเพื่อให้เธอขึ้นเตียงกับเขา แม้หญิงสาวจะรังเกียจความคิดสกปรกภายใต้รูปลักษณ์เทพบุตรเพียงใด แต่ด้วยวิกฤตความจำเป็นบีบคั้น เธอจึงจำต้องกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อแลกกับเงินห้าล้านบาท ทว่าซาตานร้ายกลับใช้เล่ห์เหลี่ยมยืดระยะเวลาจากความสัมพันธ์เพียงคืนเดียวให้กลายเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ปานรพีที่ตกเป็นเหยื่อในกรงขังเสน่หาทำได้เพียงรอวันเป็นอิสระ โดยไม่อาจรู้เลยว่าลิปดาจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย หวานใจนายเพลย์บอย
9.3
ธันยธรณ์ รองประธานหนุ่มเจ้าของผับหรูวัย 35 ปี ผู้มีภาพลักษณ์เพลย์บอยต้องเผชิญกับบทเรียนครั้งใหญ่ เมื่อความไม่ชัดเจนในอดีตทำให้อลิสา หญิงสาวแสนดีที่รักตัวเองและไม่ยอมเป็นของเล่นใครต้องหลุดมือไป การกลับมาทวงคืนหัวใจครั้งนี้จึงไม่ง่าย เพราะแม้เขาจะร่ำรวยและรักจริงแค่ไหน แต่เธอก็ยังเคลือบแคลงในตัวเขา นิยายโรมานซ์ภาคต่อจาก หวานใจคุณพ่อลูกติด ที่จะพาคุณไปพบกับภารกิจพิสูจน์รักแท้ของชายหนุ่มขี้เล่นเพื่อพิชิตใจสาวสวยผู้เข้มแข็งอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ประกาศหาแฟน
9.3
เมื่อเหวินหญ่าถูกคู่หมั้นและแม่เลี้ยงทรยศเพื่อฮุบสมบัติ เธอจึงจ้างชายหนุ่มสุดหล่อมาฉีกหน้าพวกเขาในงานหมั้นเพื่อล้างแค้น เธอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเพียงคนจนที่เห็นแก่เงิน แต่แท้จริงแล้วหมิ่นซือหางคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่คอยหนุนหลังเธออย่างลับๆ จนโชคชะตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะจบงานเขากลับไม่ยอมจากไปพร้อมประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ก่อนที่เธอจะพบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วเขาคือชายแปลกหน้าผู้พรากพรหมจรรย์ของเธอไปในคืนนั้น
หน้าปกนวนิยาย หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ
9.5
เจียงว่านหนิงยอมทำทุกทางเพื่อเย่เชิน แต่ความรักที่ภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการดูหมิ่น เมื่อเขาบังคับให้เธอคุกเข่าต่อหน้าคนรักเก่าเพื่อรักษาหน้าผู้อื่น เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ขมขื่นแล้วเริ่มต้นใหม่กับฟู่จิงเซิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทันที แม้เย่เชินจะตราหน้าว่าเธอเพียงต้องการใช้ตระกูลฟู่เป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่สามีใหม่ของเธอกลับยินดีมอบทั้งอำนาจและเงินทองให้เธอใช้ตามใจชอบเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขาเลือกเอง
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รักสวาทร้าย
8.4
แม้ฮัมดีนจะเป็นมหาเศรษฐีรูปงามที่เพียบพร้อมด้วยอำนาจและเงินทอง แต่ปัณฑารีย์กลับไม่ได้มองว่าเขาน่าสนใจ เธอตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอของเขาอย่างไร้เยื่อใย พร้อมตอกย้ำว่าชายผู้เพียบพร้อมคนนี้แก่และน่าเบื่อเกินกว่าจะมาเป็นคนดูแลชีวิตเธอ ก่อนจะใช้บทเรียนที่เขาเคยสอนมาจัดการทำร้ายร่างกายเขาเพื่อเอาตัวรอด ทิ้งให้ชายหนุ่มต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและความอัปยศจากการถูกลบเหลี่ยมโดยผู้หญิงที่เขาคิดว่าจะควบคุมได้อยู่หมัด
หน้าปกนวนิยาย ฟ้องหย่า คุณฮั่วถูกลงโทษให้สูญเสียภรรยา
9.1
ซวี่อี้ไม่เคยคาดคิดว่าการเผชิญหน้ากับสามีในรอบสามปีจะจบลงบนเตียงพร้อมความเข้าใจผิดร้ายแรง เมื่อฮั่วฮานยูตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินและผลักไสเธอด้วยใบหย่า แม้เธอจะพยายามตัดขาด แต่โชคชะตากลับเหวี่ยงเธอกลับเข้าสู่ชีวิตเขาอีกครั้งในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท กว่าเขาจะรู้ซึ้งถึงตัวตนที่แท้จริงของอดีตภรรยาและพยายามอ้อนวอนขอโอกาส เธอก็พร้อมที่จะเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้ชายที่เคยเย็นชาต้องจมอยู่กับหยาดน้ำตาและความเสียใจที่สายเกินไป