
ประธานคนนี้สามีของฉัน
ตอน 3
“เออ เล่าแล้ว ขี้วีนเป็นคนวัยทองไปได้” สุดท้ายช่อแก้วก็ต้องเอ่ยเล่าเรื่องที่เธอไปเจอมาเมื่อตอนที่ไปเที่ยวสระบุรีให้ยาหยีได้ฟัง
“หา!...” ยาหยีฟังเรื่องราวทุกอย่างก็นั่งอ้าปากค้าง ตกใจพอสมควร เพราะที่ยุให้ช่อแก้วไปเที่ยวเพื่อไปผ่อนคลายความเครียดไม่คิดว่าเพื่อนรักจะต้องไปเสียตัวที่นั่น
“หาอะไรฉันช่วยไหม”
“ไอ้แก้ว! มันใช่เวลาตลกไหม นี่... นี่แกเสียตัวให้ใครก็ไม่รู้งั้นเหรอ”
“เออ... แต่เค้าก็หล่อดี หล่อมาก หล่อมากๆ เลย อายุน่าจะ 28 - 29 ประมาณนี้มั้ง”
“ป้องกันไหม”
“จำอะไรไม่ได้ ชื่อเค้าฉันยังไม่รู้เลย”
“อายุเท่านี้ แถมหล่อมาก แล้วก็ลากแกไปนอนด้วยง่ายๆ ท่าทางจะช่ำชองเรื่องนี้ ไม่แน่อีตาคนนั้นที่เรากำลังพูดถึงอยู่อาจจะเป็นโรคติดต่อก็ได้” ยาหยีลุกขึ้นเดินกอดอกทำหน้าครุ่นคิด
“กะ...แก มะ...หมายถึงเอดส์น่ะเหรอ” ช่อแก้วที่นั่งหน้าห่อเหี่ยวคราแรก ตอนนี้เธอเริ่มจะห่อเหี่ยวกว่าเดิม
“ก็เออดิ ตกลงแกจำไม่ได้จริงๆ เหรอว่าป้องกันหรือเปล่า”
“หึ... ไม่ได้คิดมาก่อนเลยนะเนี่ย คิดแค่เสียตัวให้คนที่ไม่ใช่แฟนก็หดหู่มาหลายวัน มาปรึกษาแกได้เรื่องหดหู่มาอีกเรื่องนึงอีก ฉันจะหายเครียดวันไหน” เจ้าของเรื่องวุ่นวายนั่งชันข้อศอกกับโต๊ะหินอ่อนกุมขมับหนึบ
“ฟังดูแกดีใจใช่ไหมเนี่ยที่มีฉันเป็นเพื่อน”
“เออ แกเตือนเรื่องที่ฉันคิดไม่ค่อยได้ไง เอาไงดีอะ”
“ไปปรึกษาหมอตรวจโรคติดต่อไหม”
“ที่ไหนอะ ถ้าที่โรงพยาบาลในอำเภอฉันไปตรวจเรื่องได้ถึงหูแม่กับพ่อแน่” เธอไม่สามารถไปตรวจโรคที่โรงพยาบาลในอำเภอได้แน่นอนเพราะญาติเธอเป็นพยาบาลที่นั่น แม้เธอจะเชื่อว่าแพทย์หรือพยาบาลมีจรรยาบรรณในการปกปิดข้อมูลแต่เธอก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี
“งั้นไปกรุงเทพไหม บอกพ่อกับแม่แกว่าไปเยี่ยมเอมไง”
“อ่อ... ก็ดีนะ” ช่อแก้วพอจะเห็นว่าทางที่ยาหยีเสนอเป็นวิธีที่ดีที่เธอสามารถทำได้อย่างสบายใจ ส่วนเรื่องตรวจเจออะไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คิดย้อนกลับไปก็อยากจะตบหน้าตัวเองเป็นร้อยครั้งที่เมาจนไม่ได้สติและเผลทำอะไรที่ไม่ควรทำลงไป ตอนนี้ไม่ได้เครียดแต่เรื่องเสียตัวแล้ว แต่เป็นเรื่องผลที่จะตามมาหลังจากนี้ต่างหาก
“ป้าเอาไปทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วนะคะ” บังอรเห็นเจ้านายเธอกลับมาจากทำงานได้ก็รีบเดินเอาของบางอย่างไปให้ขณะที่เขากำลังจะเดินขึ้นชั้นบน
“ขอบคุณครับป้าอร” ชนกันต์รับถุงกระดาษถุงเล็กที่แม่บ้านส่งให้ก่อนจะแง้มดูชิ้นของด้านในเล็กน้อย
“เอ่อ... ว่าแต่ มันเป็นของผู้หญิงไม่ใช่เหรอคะ” แม่บ้านวัยเกือบ60เอ่ยถามเจ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอึกอัก
“ครับ ไม่นานป้าอรก็น่าจะเจอเจ้าของ”
“เจ้าของ? หมายถึง...”
“เดี๋ยวก็รู้ครับ ตอนนี้ผมยังบอกอะไรไม่ได้” พูดจบก็เดินยิ้มอารมณ์ดีขึ้นบันไดไป
บังอรอมยิ้มตามหลังชนกันต์ เพราะเดาไปทางอื่นไม่ได้เลยว่าชุดชั้นในสีชมพูนั้นเป็นของใคร นอกเสียจากแฟนของเจ้านายหนุ่ม ท่าทางไม่นานนี้บ้านหลังนี้คงจะมีความครึกครื้นหลังจากเงียบเหงามานานแน่นอน
“ทำไมถึงจะไปเยี่ยมน้องกะทันหันล่ะลูก” ชบาค่อนข้างตกใจที่จู่ๆ หลังรับประทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยช่อแก้วก็มาบอกเธอว่าจะไปกรุงเทพมหานครกะทันหัน
“แก้วอยากไปเที่ยวด้วยจะ แก้วเบื่อๆ อะ ดีไม่ดีอาจจะหางานทำที่โน่นเลยก็ได้”
“อยากทำงานประจำแล้วเหรอ”
“จะแม่ บางทีเส้นทางการเป็นนักเขียนของแก้วอาจจะไม่รุ่งก็ได้”
“แม่อยากให้เราทำตามความฝัน ขอโทษนะลูกที่ภาระทางบ้านเรามันบีบคั้นเหลือเกิน”
“แม่ไม่ต้องขอโทษหรอก ถึงเราไม่มีปัญหาหนี้สินแก้วก็เริ่มท้อกับการทำตามฝันแล้วจริงๆ” ช่อแก้วเข้าไปมุดหน้าซุกอยู่กับอกคนเป็นแม่ เธอไม่อยากให้แม่ได้มองสีหน้าที่หดหู่ของตัวเองนัก เพราะรู้ว่าแม่มีเรื่องเครียดในหัวมากมายพออยู่แล้ว
“ถ้ามันไม่ลำบากเกินไป ทำงานประจำไปด้วยเขียนนิยายเวลาว่างไปด้วยก็ได้นี่ลูก ไม่ต้องรีบร้อนกับมัน ไม่แน่ลูกแม่อาจจะประสบผลสำเร็จตามใจหวังในนิยายแค่เรื่องเดียวก็ได้” ชบารู้สึกไม่สบายใจเพราะรู้ว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกสาวของเธอเริ่มท้อต่อการทำตามความฝันคือภาระทางบ้านที่เธอและสามีไม่สามารถจัดการเองได้จนส่งผลให้ช่อแก้วต้องลำบากหาเงินมาได้ก็ต้องมาช่วยใช้หนี้
“ขอให้พรของแม่เป็นจริงนะจ๊ะ” ช่อแก้วภาวนาให้พรจากปากแม่ของเธอเป็นจริง ตอนนี้เธอรู้สึกเครียดไปหมด เพราะคิดว่าไปเที่ยวเมื่อครั้งก่อนหน้าจะทำให้เธอได้คลายเครียดและเกิดปัญญาคิดหาทางออกอะไรได้ แต่เหมือนว่าการไปเที่ยวของเธอจะสร้างปัญหาให้ตัวเองเสียมากกว่า
“พี่แก้ว คิดถึงจังเลยเย็นนี้ไปกินหมูกระทะกันนะ” เชอเอมเห็นพี่สาวมาหาถึงหน้าห้องได้ก็รีบกระโดดกอดคอพี่เธอเอาไว้แน่น ยิ้มร่าหน้าระรื่นเพราะรู้ตัวว่าจะหายเหงาแล้ว
“ดูท่าจะไม่ค่อยคิดถึงพี่เท่าไหร่เล้ย มาถึงก็ให้พาไปเลี้ยงหมูกระทะ” เชอเอมผละออกจากตัวได้ ช่อแก้วก็ขมวดคิ้วมองจ้องน้องสาวให้รู้ว่าตัวเองกำลังน้อยใจ ที่ดูเหมือนว่าเชอเอมจะคิดถึงหมูกระทะมากกว่าคิดถึงเธอ
“คิดถึงพี่แก้วแล้วก็คิดถึงหมูกระทะด้วยนี่คะ ไม่ได้กินนานแล้ว” เชอเอมดึงแขนพี่สาวเข้ามาในห้องพร้อมกับช่วยลากกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาเก็บด้านในห้องเช่าเล็กๆ ของเธอ
“เพื่อนๆ ไม่เคยชวนไปกินเลยหรือไง”
“ชวน แต่เอมอยากประหยัดตัง”
“อ๋อ... ก็เลยรอขอตังพี่ว่างั้น”
“อิ อิ”
“โอเค... ได้ วันนี้พี่จะพาไปเลี้ยง”
“เย่” เมื่อได้ยินว่าคนเป็นพี่จะเลี้ยงของโปรดเชอเอมก็รีบกระโดดกอดคอช่อแก้วอีกรอบ คนเป็นน้องที่กำลังดีใจไม่รู้เลยว่าพี่สาวกำลังน้ำตาจะไหลเพราะอาหารแค่ไม่กี่ร้อยน้องสาวของเธอยังต้องอดเพราะขัดสนเรื่องเงิน
สองศรีพี่น้องมาถึงร้านหมูกระทะที่ไม่ห่างจากหอพักได้ก็ไปหยิบอาหารมาวางเรียงรายเต็มโต๊ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะกินทุกอย่างไม่หมด เพราะกระเพาะของพวกเธอรองรับอาหารได้เยอะอยู่แล้ว
“แล้วอาทิตย์ที่แล้วทำไมพี่โทรหาเราไม่ติดเลย” หลังจากนั่งรับประทานหมูย่างกันมาพักใหญ่ช่อแก้วก็ไม่ลืมที่จะถามถึงเรื่องที่เธอติดต่อเชอเอมไม่ได้เป็นอาทิตย์ เชอเอมที่กำลังมีความสุขกับการกินเธอก็เริ่มหน้าเจื่อนเพราะมีเรื่องบางเรื่องในใจที่ไม่ได้อยากจะบอกใคร
“อ๋อ...โทรศัพท์มันไม่ค่อยดี แต่เอาไปซ่อมแล้ว”
“อืม... เครื่องนี้ก็ใช้มานานแล้วนี่เนอะ เดี๋ยวพี่พาไปซื้อใหม่” ช่อแก้วหยิบมือถือของน้องสาวขึ้นมาดูก็เห็นว่าเครื่องมันถลอกไปหมดแล้วแถมหน้าจอก็ลายจนไม่รู้จะลายยังไงจึงอยากจะเปลี่ยนให้เชอเอมใหม่
“ไม่เอา เครื่องนี้ยังใช้ได้ ให้มันพังจริงๆ แล้วค่อยซื้อ”
“งกเหมือนกันนะเราเนี่ย” อันที่จริงเชอเอมก็อยากจะมีมือถือเครื่องใหม่ๆ ใช้อย่างวัยรุ่นคนอื่นๆ ทั่วไปที่เค้าใช้กัน แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ควรใช้อะไรฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นในขณะที่ตัวเองยังหาเงินได้ไม่มาก เงินจากงานพาร์ทไทม์ก็ต้องเอามาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพราะไม่อยากรบกวนเงินของพี่สาวตัวเองมากนัก
“พี่แก้วมาอยู่กี่วันเหรอ”
“พี่กะว่าจะอยู่สักอาทิตย์ ถ้าหางานได้ก็จะอยู่ถาวรเลย”
“จะทำงานประจำแล้วเหรอ” เชอเอมวางตะเกียบมองจ้องหน้าพี่สาวตัวเองด้วยแววตาฉงน
“อืม พี่คิดว่าพี่ควรหางานประจำทำได้แล้วล่ะ”
“พี่แก้วทิ้งความฝันเพราะเอมหรือปล่า”
“ไม่ใช่ พี่แค่ต้องหางานมั่นคงทำก่อนเพราะรายได้การขายนิยายมันไม่พอใช้แล้ว ตอนแรกพี่ก็ว่าจะไม่เขียนนิยายแล้ว แต่แม่พี่ว่าไม่ให้พี่ทิ้ง ให้เขียนตอนเวลาว่างๆ ไม่ต้องรีบร้อน แม่ยังบอกอีกว่าพี่อาจจะประสบผลสำเร็จในนิยายเล่มที่ไม่ต้องเร่งรีบก็ได้”
“ขอให้คำพูดของแม่เป็นจริงนะจ๊ะพี่แก้ว”
“พี่ก็ขอให้เป็นแบบนั้น”
เชอเอมรู้สึกสงสารช่อแก้วพอสมควร เพราะรู้ว่าพี่ไม่เคยคิดอยากจะทำงานประจำแต่ก็ต้องทำเพราะการเงินของครอบครัวบังคับ แล้วแบบนี้จะให้เธอตอบรับของที่จะให้พี่สาวซื้อมือถือให้ได้ยังไง นึกแล้วก็เสียดายเงินที่เธอไม่ได้จากงานที่ทำ หากได้เงินก้อนนั้นมาบ้านของเธอก็จะได้ไม่ลำบากไปอีกหลายเดือนแน่
คุณอาจจะชอบ





