ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เด็กสาวสกุลเซี่ย เซี่ยซูเหยา

เด็กสาวสกุลเซี่ย เซี่ยซูเหยา

เนเน่ เนตรนภา ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเพื่อนร่วมสาขา ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างของ เซี่ยซูเหยา เด็กสาววัยสิบขวบที่เพิ่งสิ้นลมจากอาการป่วยไข้ ในโลกใบใหม่นี้เธอไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่มีทั้งบิดาผู้เปี่ยมเมตตา พร้อมด้วยพี่สาวและพี่ชายที่คอยดูแลเอาใจใส่และรักใคร่เธอเหนือสิ่งอื่นใด เนเน่ในร่างซูเหยาจึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางความรักของครอบครัวที่พร้อมจะปกป้องเธอจากภยันตรายทั้งปวงในดินแดนแห่งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

เซี่ยซูเหยาท้าวคางมองหน้าบ้านด้วยความเบื่อหน่าย เข้าวันที่เจ็ดแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ แต่เพราะมีร่างกายที่อ่อนแอจึงถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน แม้แต่แสงแดดก็ห้ามโดนจนกว่าอาการจะดีขึ้น

แต่ยามนี้อาการนางดีขึ้นมากแล้วเพราะได้กินน้ำแกงไก่บำรุงร่างกายเกือบทุกวัน ไหนจะการที่นางลอบออกกำลังกายในห้องนอนอีก อาการต่าง ๆ จึงไม่ค่อยมีแล้ว คงจะมีแต่ความเบื่อนี่แหละ

“พี่สาว อาเหยาเบื่ิอ” เซี่ยซูเหยาหันไปบอกเซี่ยซูเจี๋ยที่ล้างผักอยู่ ผักพวกนี้จะถูกนำไปดองเก็บไว้กิน

“อาเหยาเบื่อหรือ แต่ท่านพ่อไม่ให้อาเหยาออกไปไหน” เซี่ยซูเจี๋ยเงยหน้าขึ้นมอง

แม้ตัวน้องสาวจะบอกว่าหายดีแล้วแต่เซี่ยซูเจี๋ยกับผู้เป็นพ่อและน้องชายก็ไม่เชื่อ อาเหยาชอบบอกว่าหายดีแล้วเพราะไม่อยากให้เป็นห่วง

“เฮ้อ”

เซี่ยซูเหยาถอนหายใจครั้งที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่รู้ นางเบื่อจริง ๆ นะ แม้แต่งานในครัวพี่สาวก็ไม่ยอมให้นางแตะ ให้เหตุผลว่ารอให้อากาศดีกว่านี้เสียก่อน

“งั้นมาช่วยพี่สาวล้างผักดีไหม พรุงนี้พี่สาวจะทำเกี่ยมฉ่าย กับซึงไฉ่ เก็บไว้กินเดือนหน้า” เซี่ยซูเจี๋ยบอกน้องสาว

นางสามารถออกไปไหนมาไหนได้ แต่อาเหยาไม่สามารถออกไปได้เพราะทุกคนเป็นห่วง เซี่ยซูเจี๋ยก็สงสารน้องสาว แต่นางไม่กล้าขัดคำสั่งผู้เป็นพ่อ

“อือ อาเหยาจะช่วยพี่สาวเอง”

บางทีเซี่ยซูเหยาก็อดสงสารพี่สาวเหมือนกัน ทำงานทุกอย่างในบ้าน แต่นางกลับทำตัวสบายมองพี่สาวทำงานตัวเป็นเกลียว

เซี่ยซูเหยามองผักในตะกร้าพลางหยิบออกมาล้าง จริง ๆ นางเห็นพี่สาวถอนผักออกมาหลายชนิด แต่ยามนี้เหลือไม่มากแล้ว

“ท่านพ่อจะกลับยามไหนเจ้าคะ”

“อีกไม่นานคงกลับ” ช่วงนี้ผู้เป็นพ่อกลับบ้านช้ากว่าเดิม เซี่ยซูเจี๋ยจึงไม่กล้าตอบน้องสาว

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยซูเหยาล้างผักช่วยพี่สาวไม่นานก็เสร็จ ก็มันเหลือไม่มากแล้วนี่ จากนั้นก็นั่งรอเซี่ยซูเจี๋ยเอาผักที่ล้างไปตากแดดให้ผักเฉาก่อนจะนำไปดอง

เซี่ยห้าวไห่เป็นนายพรานมาตั้งแต่ยังเด็กจนกระทั่งได้แต่งงานเขาก็ยังทำอยู่ แม้จะไม่ค่อยได้อะไรแต่ก็พอขายได้เงินมาซื้อสมุนไพรให้ลูกสาว ส่วนเงินที่ใช้จ่ายในบ้านจะเป็นเงินที่ออกไปรับจ้างชาวบ้าน ไม่ก็หาฟืนไปขายกับลูกชาย ยังดีที่เซี่ยห้าวไห่ไม่คิดที่จะมีภรรยาใหม่ ไม่เช่นเซี่ยซูเหยาคงไม่รอด

แต่สำหรับเซี่ยซูเหยาแล้วนางคิดว่าเงินใช้จ่ายมันไม่พอ ตั้งแต่ที่นางได้มาอยู่ที่นี่ก็มีเพียงนางเท่านั้นที่กินอิ่มคนเดียว จะเหลือไว้ให้คนอื่นก็ไม่ได้เพราะพี่สาวน้ำตาคลอเพราะคิดว่าน้องสาวไม่ชอบฝีมือการทำอาหาร

เซี่ยซูเหยานั่งตีขาไปมาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่เพิ่งทำขึ้นมา พ่อของนางกลัวว่าแคร่ตัวเก่าจะมีฝุ่นจับเลยทำขึ้นมาใหม่ แม้นางจะห้ามแล้วก็ตาม

นางกำลังคิดว่าต่อจากนี้นางควรจะทำอะไรต่อ อย่าลืมว่าชีวิตก่อนนางเป็นใคร นางเป็นลูกสาวคนจีนที่ต้องทำงานในบ้านทุกอย่าง พอมาอยู่ที่นี่จะให้เพียงพี่สาวทำก็ไม่ใช่

นอกจากงานบ้าน กวาด ปัด ถูก ซักผ้า ทำอาหาร รดน้ำผักหรือแม้กระทั่งออกไปทำงานนอกบ้าน เพื่อแลกเงินไม่กี่อีแปะ เซี่ยซูเจี๋ยก็ยอมออกไปทำงาน ต่างจากนางที่วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร

จากที่เคยดูละครช่องหลากสี อ่านนวนิยายจนชิน เซี่ยซูเหยาก็นึกไม่ออกว่านางควรจะทำอะไร ถ้าเป็นหมอ คนไข้น่าจะตายเสียก่อน เป็นพระชายาก็อย่างหวังเลย นางเป็นลูกสาวชาวบ้าน ไหนจะอายุเพียงสิบหนาว คิดแล้วก็ปวดหัว

“อาเหยา ทำไมไม่เข้าไปในบ้าน ลมเริ่มแรงแล้ว”

ไม่รู้ว่าเซี่ยซูเหยาเหม่อนานแค่ไหน รู้สึกตัวก็ยามที่ผู้เป็นพ่อร้องเรียกนั่นแหละ เซี่ยซูเหยาละสายตาจากพื้นมองตรงไปยังเสียง นางเห็นเซี่ยห้าวไห่กับเซี่ยซูเหยียนถือไก่ป่ากลับมา

ไก่ป่าอีกแล้ว ใจคอจะให้นางกินแต่ไก่ป่าหรืออย่างไรกัน เซี่ยซูเหยาถอนหายใจก่อนจะเอ่ยถาม

“ท่านพ่อได้ไก่ป่ากลับมาอีกแล้วหรือเจ้าคะ”

“ใช่แล้วอาเหยา ช่วงนี้ไก่ป่าติดกับดักสัตว์ของพ่อหลายตัว นำไปขายแล้วเหลือกลับมาเพียงหนึ่งตัว” เซี่ยห้าวไห่ตอบลูกสาว

ช่วงนี้เขาโชคดีมาก หากไม่ได้ไก่ป่าก็จะได้สัตว์ชนิดอื่นอย่างกระต่าย หรือสัตว์ตัวเล็ก และก็นำไปขายหมดแล้ว เงินที่ไม่มีเหลือยามนี้ก็สามารถซื้อข้าวสารได้ แต่เซี่ยห้าวไห่ยังไม่วางใจ ลูกสาวของเขาอาการดีขึ้นก็จริงแต่ก็ป่วยแบบนี้มาตั้งแต่เกิด

“อาเหยาเบื่อ”

หนทางที่จะออกจากรั้วบ้านได้ก็คงต้องให้ผู้เป็นพ่อพาออกไป เซี่ยซูเหยาไม่คิดที่จะลักลอบออกไป นางไม่รู้ทางที่นี่ ถ้าไปแล้วกลับมาไม่ได้จะทำยังไง

“หื้อ” เซี่ยห้าวไห่ไม่เข้าใจ ปกติลูกสาวคนเล็กจะเก็บตัวเงียบในห้อง คงมีเพียงหายป่วยรอบนี้ที่นางชอบออกมานั่งตากลมจนเป็นห่วง

“อาเหยาอยากไปกับท่านพ่อ”

ยามนี้ไม่มีชาวบ้านจ้างงานอะไร เซี่ยห้าวไห่ก็เข้าป่าล่าสัตว์ตามปกติไม่มีวันไหนที่หยุด เซี่ยซูเหยาจึงอยากขอไปด้วย อย่างน้อยถ้าไปถึงคงจะคิดอะไรออกบ้าง

เซี่ยห้าวไห่มองลูกสาวด้วยความแปลกใจ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวขอติดตามไปด้วย เพียงแต่คนเป็นพ่อเช่นเขานั้นห่วงลูกสาว

“ในป่ามีสัตว์เล็กเยอะมากอาเหยา พ่อกลัวว่าอาเหยาจะโดนกัด” เซี่ยห้าวไห่ตอบ

“ท่านพ่อ” เซี่ยซูเหยารีบวิ่งมาเกาะแขนเซี่ยห้าวไห่ที่นั่งพักอยู่อย่างออดอ้อน นางไม่เชื่อว่าถ้านางอ้อนท่านพ่อจะไม่พานางไป

“เฮ้อ อาเหยา ช่วงนี้อาการเจ้าแปลก ๆ”

คนเป็นพ่อที่เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงลูกมามีหรือจะไม่สังเกต แค่ลูกสาวไม่เก็บตัวเงียบก็ว่าแปลกแล้ว ยังจะขอติดตามเข้าป่าอีก มันไม่ใช่อาเหยาเลย

“ก็อาเหยาเบื่อ”

“ได้ ๆ เดี๋ยวพ่อจะพาเจ้าไป แต่ไม่ใช่ยามนี้” เซี่ยห้าวไห่พยักหน้า

ยามนี้อากาศมันร้อนมาก ยิ่งเข้าไปในป่าต่อให้อยู่ใกล้น้ำมันก่อนร้อนอยู่ดี รอให้อากาศมันเย็นหรืออากาศดีกว่านี้ก่อนถึงจะพาไปได้ ช่วงนั้นพวกสัตว์เล็กคงไม่ค่อยออกมาแล้ว

“ไม่ได้นะเจ้าคะท่านพ่อ! ถ้ามีแมลงมากัดอาเหยาล่ะ” เซี่ยซูเจี๋ยที่ออกมาตักน้ำได้ยินบทสนทนาผู้เป็นพ่อกับน้องสาวพอดีจึงรีบเอ่ยปากห้าม

นางรู้ว่าอาเหยาเบื่อ แต่ก็สามารถพาไปเล่นข้างนอกบ้านได้ ทำไมอาเหยาถึงอยากเข้าป่า

“พี่สาว”

เซี่ยซูเหยาหน้าเสีย ท่านพ่ออนุญาตแล้วแต่ยังเหลือพี่สาวที่เหมือนแม่อีกคน นางลืมไปได้อย่างไรว่าพี่สาวเป็นห่วงนางมาก

“น้องอาการแข็งแรงขึ้นมากแล้วอาเจี๋ย พ่อว่าถ้าน้องอยากไปก็ให้ไปเถอะ”

สำหรับเซี่ยห้าวไห่แล้วเขาคิดว่าพาลูกสาวไปด้วยครั้งนี้ ครั้งหน้านางคงจะไม่เข้าไปอีก หรือไม่ถ้าเกิดล้มป่วยอีกก็จะได้มีข้ออ้างไม่พาไปได้

“เฮ้อ” เซี่ยซูเจี๋ยส่ายหน้าแล้วรีบไปตักน้ำ ต่อให้นางห้ามยังไงก็ไม่มีใครฟัง เห็นทีถ้าอาเหยาจะเข้าไปจริง ๆ นางคงต้องไปด้วย ไม่เช่นนั้นผู้เป็นพ่อกับน้องชายคงไม่มีใครห้ามอาเหยาได้

เซี่ยซูเหยาขอตัวเข้าไปพักในห้องนางให้เหตุผลว่ารู้สึกเหนื่อย แต่จริง ๆ แล้วนางจะกลับไปคิดต่างหากว่าเข้าป่าไปนางต้องทำอะไร

ชั่วชีวิตที่ผ่านมานางทำอาหารตั้งแต่จบประถมเพราะอาป๊ากับหม่าม้าสอน ที่บ้านมีกิจการร้านอาหารเป็นไปไม่ได้ที่นางจะทำไม่เป็น อีกอย่างที่คิดไว้หลังเรียนจบจะเข้าไปช่วยอาป๊า แต่เฮ้อ นางไม่สามารถกลับไปช่วยได้อีกแล้ว

หรือนางจะเปิดร้านอาหาร? จริงสิ ในความทรงจำของอาเหยาเหมือนที่นี่จะแห้งแล้งและยากจนมาก หากให้เทียบกับเมืองอื่น แต่ในเมืองก็พอจะค้าขายได้บ้าง เหมือนอย่างที่พ่อของนางเอาไก่หรือสัตว์เข้าไปขาย ยังดีที่ผักสามารถปลูกได้ และป่ายังมีสัตว์ให้ล่า

อีกทั้งเหมือนกับว่านางจะสานต่อความต้องการของนางในชาติก่อนก็ได้ ต่อให้ไม่เหมือนกันแต่นางเชื่อว่าครอบครัวเซี่ยจะสนับสนุน ต่อให้นางไม่ลงแรงเองแต่พี่สาวอย่างเซี่ยซูเจี๋ยนั้นฝีมือดีมาก

วัยเพียงสิบสี่หนาวแต่ทำอาหารออกมาได้รสชาติที่ดี ในขณะเครื่องปรุงไม่มีให้ใช้เยอะ แต่ก็สามารถทำอาหารออกมาได้ถูกใจคนป่วยอย่างเซี่ยซูเหยา

แต่ก่อนจะเปิดร้านเห็นทีนางต้องไปหาทุนเสียก่อน ในความทรงจำญาติสกุลเซี่ยก็ไม่สามารถช่วยได้ ซ้ำยังผลักไสครอบครัวของนางเสียอีก

เหมือนว่ายามนี้จะมีเงินเก็บอยู่หลายตำลึงเงิน แต่มันก็ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเซี่ยห้าวไห่กับเซี่ยซูเหยียน เซี่ยซูเหยาอยากเริ่มทำอะไรด้วยตัวเองเสียก่อน

เห็นว่าในตำบลมีตลาดทุกวัน เซี่ยซูเหยาก็จะเริ่มจากตรงนี้เสียก่อน ยังเหลือเวลาอีกหลายปีกว่านางจะโตเต็มวัย พอถึงเวลานางก็จะทำอะไรสะดวกมากขึ้น

“อาเหยา ออกมากินมื้อเย็นได้แล้ว”

เสียงของเซี่ยซูเหยียนดังขึ้นนอกห้อง ทำให้เซี่ยซูเหยาหลุดออกจากภวังค์ นางคงจะคิดเพลินมากเกินไปจนพี่สาวทำอาหารเสร็จแล้ว

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยซูเหยาอ้าปากหาว มาอยู่ที่นี่นางใช้ชีวิตส่วนมากไปกับการนอน จึงไม่แปลกที่จะตื่นเช้าและอยากนอนเร็ว

เซี่ยซูเหยาส่ายหน้าเมื่อเห็นกับข้าววันนี้ ตุ๋นไก่ที่เต็มไปด้วยเนื้อเป็นของนางโดยเฉพาะ ส่วนของคนอื่นจะมีเพียงกระดูกกับน้ำแกง และมีผัดเนื้อไก่ที่นางก็ได้ไม่ต่างกัน

“ท่านพ่อเจ้าคะ อาเหยาตักข้าวให้”

เซี่ยซูเหยาอาศัยเวลาเซี่ยซูเจี๋ยยกของมาวางบนโต๊ะไปตักข้าวให้ทุกคน ทุกวันนี้พี่สาวหุงข้าวเพิ่มเยอะขึ้น

แต่ส่วนมากก็ให้แค่นาง คนอื่นได้เพียงนิด นางรู้ว่าผู้เป็นพ่อไม่อิ่ม แต่ก็ไม่ยอมกินเพิ่มเพราะกลัวลูกไม่อิ่ม ก็แน่สิ มีทั้งลูกสาวคนโต ลูกชายคนกลาง ไหนจะลูกสาวคนเล็กอีก เขาจะกินอิ่มได้อย่างไรหากลูกไม่อิ่ม

“เก่งมาก”

เซี่ยซูเหยายิ้มกว้างเมื่อได้รับคำชม นานมากแล้วเหมือนกันที่นางไม่ได้รับคำชมแบบนี้ พอได้รับมันก็อุ่นใจขึ้นมาก

“อาเหยาของพี่พอแล้ว” เซี่ยซูเจี๋ยรีบห้ามเมื่อเห็นว่าน้องสาวตักให้นางเยอะเกินไป

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยซูเหยายอมหยุดตักเพราะแค่นี้พี่สาวก็คงจะกินไม่หมดแล้ว จากนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งเก้าอี้ที่ติดกับของพ่อ ปกติเซี่ยซูเหยาจะกินข้าวในห้อง แต่พอมีนางมา นางก็ออกมากินข้าวนอกห้อง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FFK” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FFK
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
9.5
สายลับสาวข้ามมิติมาสวมร่างกู้เจียว สตรีชนบทอัปลักษณ์สติฟั่นเฟือนที่เคยบังคับเซียวลิ่วหลัง ชายหนุ่มรูปงามให้แต่งงานด้วยจนเขาเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าความฝันบอกเหตุกลับเผยความลับว่าสามีผู้เย็นชาคนนี้จะกลายเป็นขุนนางใหญ่ที่กุมอำนาจสูงสุดในราชสำนัก เพื่อความอยู่รอดและอนาคตที่มั่นคง กู้เจียวคนใหม่จึงสลัดคราบเดิมทิ้ง นางใช้ไหวพริบปกป้องเขาจากภยันตรายและศัตรูรอบด้าน มุ่งมั่นขจัดทุกขวากหนามเพื่อผลักดันและปูทางให้เซียวลิ่วหลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจตามลิขิตสวรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
9.8
วิญญาณเร่ร่อนได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของอันจิ่งเถียน สตรีอาภัพที่ถูกอดีตคู่หมั้นอย่างหวงเจี่ยวหลงทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี ทว่านางจำเป็นต้องมีปราณมังกรจากเขาเพื่อประคองวิญญาณให้คงอยู่และตามหาตัวตนที่แท้จริง ภารกิจยั่วยวนบุรุษปากร้ายผู้แสนรังเกียจนางจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เขาจะมองว่านางคือสตรีมารยาที่ใช้เล่ห์กลอาคมอันน่ารังเกียจเพียงใด แต่นางผู้เป็นตัวแม่ด้านมารยาก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อมัดใจเขาให้จงได้ ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกภูติผีและเวทมนตร์คาถาที่เต็มไปด้วยความขบขัน
หน้าปกนวนิยาย หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลตัดสินใจเดินทางกลับสู่อารันดาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เพื่อพบกับชี้คฟีรอสชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักต่อเธอ ทว่าค่ำคืนแรกกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากห้องนอนไปตื่นขึ้นในกระโจมกลางทะเลทราย พร้อมกับร่างโชกเลือดของชี้คหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางอุปสรรคและหญิงสาวมากมายที่จ้องจะแย่งชิงเขา น้ำตาลต้องพิสูจน์ว่าความรักและความเชื่อใจของเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ากระแสลมร้อนและอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เสวียชิงอินตื่นขึ้นมาในร่างตัวประกอบนิยายที่มีจุดจบแสนรันทด ถูกคนรักทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว เพื่อพลิกชะตาชีวิต นางจึงเลือกแต่งงานกับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและถูกลิขิตให้ตายในสงคราม โดยหวังเสวยสุขกับกองมรดกในฐานะแม่หม้าย ทว่าความจริงกลับผิดคาด เมื่อบุรุษผู้เย็นชากลับมอบหัวใจให้นางอย่างหมดหน้าตักและคอยปกป้องนางทุกฝีก้าว จากที่หวังเพียงสมบัติ นางกลับกลายเป็นดวงใจของเขา ท่ามกลางพายุการเมืองและการแย่งชิงอำนาจอันแสนอันตราย ทั้งสองจับมือเป็นเกราะคุ้มกันให้แก่กันและกัน ร่วมกันเปลี่ยนโศกนาฏกรรมที่ถูกเขียนไว้ ให้กลายเป็นเส้นทางรักอันทรงพลังที่ไม่มีใครกล้าต่อกร