ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รักอสูรร้าย (ภาคต่อสูรร้อนซ่อนรัก)

ทัณฑ์รักอสูรร้าย (ภาคต่อสูรร้อนซ่อนรัก)

ปรางค์รวีถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนและเผชิญหน้ากับอสูรร้ายในคราบมนุษย์ผู้มีดวงตาสีเขียวดุดัน เขาคุกคามเธอด้วยความแค้นเพราะปักใจเชื่อว่าเธอคือฆาตกรที่ฆ่าลูกของตัวเอง แม้เธอจะพยายามปฏิเสธและอธิบายความจริงเพียงใด แต่เขากลับปิดปากเธอด้วยความป่าเถื่อนและจองจำเธอไว้เพื่อเป็นทาสกามเพียงหวังให้เธอชดใช้ด้วยการให้กำเนิดทายาทคนใหม่ ท่ามกลางความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจที่ถูกขังไว้กับหัวเตียง เธอไร้ซึ่งอิสรภาพและต้องแบกรับความเกลียดชังที่ไม่มีวันจบสิ้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

3

“ฉันชื่อวิตโตริโอ ดิมาร์ชี หรือว่าคุณเสือ ผู้ชายที่เธอวิจารณ์ในลิฟต์ไง” เขาพูดเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ ไม่แปลกที่เขาจะพูดภาษานี้ได้เพราะมารดาของเขาเป็นคนไทย น้าของเขาทั้งสองก็เป็นคนไทย เพราะฉะนั้นที่บ้านจึงพูดอยู่สองภาษาคือภาษาไทยและภาษาอิตาเลี่ยน

ปรางค์รวีไม่มีเวลาคิดว่า เหตุใดเขาถึงได้พูดภาษาไทยได้ชัดไม่แพ้คนไทย เนื่องจากกำลังสั่นผวากับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตน จนอยากจะเป็นลมหรือไม่ก็กลายเป็นสายลมพัดหายออกไปจากห้องนี้ คราวนี้เธอต้องตายแน่ๆ ยังไม่ทันได้เริ่มทำงานต้องโดนไล่ออกเสียแล้ว

“ปรางค์ขอโทษค่ะ ปรางค์ไม่ได้ตั้งใจจะพูดออกไปอย่างนั้น พอดีปรางค์ไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน ปรางค์ขอโทษจริงๆ นะคะ”

หญิงสาวพนมมือไหว้ขอโทษเป็นการใหญ่ เขาเดินเข้ามาหาเธอราวกับว่าเขาเป็นเสือจ้องตระคลุบเหยื่อ ปรางค์รวีเริ่มหน้ามืด เหงื่อตกมือไม้สั่น เหมือนกับร่างกายที่สั่นตามแรงจังหวะหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ ใบหน้าของเขาดูเรียบไม่แสดงออกทางอารมณ์ ดวงตาของเขานั้นเล่าที่เธอมองเห็น มันลุกวาวโชติช่วงด้วยเปลวแห่งไฟ ผสมผสานกับความร้อนจากดวงตะวัน เหมือนกับอสูรร้ายก็ไม่ปาน ทำให้ร่างกายเธอร้อนๆ หนาวๆ คล้ายจะจับไข้ทั้งๆ ที่อากาศภายในห้องเย็นช่ำ

“เธอรู้ไหมว่า เธอเป็นคนแรกที่กล้าวิจารณ์ฉันจนฉันหาที่ดีไม่ได้เลย แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าผลตอบแทนของคนที่ว่าฉันจะต้องพบกับอะไรบ้าง” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทว่าหนักแน่น ก้าวเดินมาหาร่างบางทีละก้าว เช่นเดียวกับเธอ ที่ถอยร่นหนีอสูรร้ายอย่างเขาชนิดก้าวต่อก้าวเช่นกัน

“ปรางค์ไม่ได้ตั้งใจค่ะ ปรางไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ปรางค์แค่พูดเล่นๆ กับเพื่อนค่ะ” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ เท้าเล็กที่เดินถอยหลังหยุดนิ่งเมื่อแผ่นหลังชิดติดกับผนังห้อง หมดหนทางหนี หากแต่เสือตัวใหญ่ยังคงก้าวมาเธออย่างมั่นคง ดวงตาที่มองมานิ่งมีกระแสไฟวิ่งแล่นอยู่ในดวงตาสีเขียวนั้นตลอดเวลา

“เธอบอกว่าคนชื่อเสือต้องดุๆ สมกับชื่อ ไม่เหมือนแมวเหมือนหนูที่ต้องคอยวิ่งหนีเสือ ฉันเป็นเสือแล้วเธอเป็นอะไรสาวน้อย แมวหรือว่าหนู” เขาพูดเมื่อยืนประชิดตัวเธอ มือหนาเท้าไปที่กำแพงกักกันร่างบอบบางไว้ หัวใจของปรางค์รวีแทบจะกระเด็นออกมาจากร่างกาย ใบหน้าของเขายามชิดใกล้ ดวงตาคู่นั้นที่มองมา ริมฝีปากที่ขยับเขยื้อนพูด มันทำให้เธอนิ่งงัน ร่างกายไม่สามารถเขยิบไปไหนได้ นิ่งราวกับถูกสาบก็ว่าได้

“ว่าไง ไม่ได้ยินที่ฉันถามเหรอ ฉันถามว่าถ้าฉันเป็นเสือแล้วเธอจะเป็นอะไร แมวหรือว่าหนู”

วิตโตริโอถามอีกครั้งเมื่อเห็นเธอนิ่งงัน แล้วเผลอจ้องมองดวงหน้าของปรางค์รวี เธอสวยและน่ารัก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มองมาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก หวาดหวั่น หากแต่เจิดจรัสพร่างพรายเป็นประกายสดใสในบางครั้ง หัวใจของคนที่มองกระตุกวูบ หวามไหวในร่างกายเป็นอย่างมาก เมื่อสายตาของเขาหลุบต่ำลงมองคอเสื้อของเธอ สิ่งที่เขาเห็นคือก้อนเนื้อสองก้อนที่แนบชิดบดเบียดอยู่ในเสื้อในสีสวย

ฉับพลันนั้นความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัว ความคิดนั้นคือ วิธีลงโทษสาวน้อยตรงหน้าที่กล้าพูดพาดพิงเขาจนเขาหยิบยื่น แทนวิธีเดิมที่ตั้งใจไว้ มือหนายกขึ้นสูงใช้หลังมือไล้ไปที่แก้มนวลเบาๆ เธอเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสจากเขา ใบหน้าหวานใสแดงเรื่อ มือบางกระชับที่คอเสื้อ เมื่อเห็นสายตาของเขาโลมเลียที่เนินอก

“ปรางค์ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นหนูหรือแมว”

เธอตอบเสียงเบาเจือสั่น ขยับเท้าเพื่อเบี่ยงตัวหนีร่างหนาที่คุกคาม แต่มือใหญ่ก็จับท่อนแขนเล็กไว้มั่น ก่อนจะรั้งร่างงามเข้ามาประชิดตัว

“ฉันจะบอกให้ก็ได้ว่าเธอเป็นอะไร เธอเป็นนางแมวไง นางแมวยั่วสวาท”

วินาทีต่อมาร่างของปรางค์รวีแข็งดุจหิน เมื่อเรียวปากทาบทับกลีบปากนุ่มอย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เขาบดเคล้าปากแนบแน่น เคลียคลอสร้างความรัญจวน ใช้ความชำนาญแยกปากของเธอแล้วสอดลิ้นเข้าไปพัวพันแลกรัดลิ้นนุ่ม ที่ตื่นเต้น ตื่นกลัว ประหม่า ร่างกายสาวสั่นยามที่ลิ้นหนาเสาะแสวงหารัดเกี่ยวกับลิ้นบางอย่างเร่าร้อน สมองของเธอชาไปหมด ไม่มีสติหลงเหลืออยู่ ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะขัดขืน ยืนอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มแปลกหน้าที่ฉกฉวยจูบแรกไปซึ่งหน้า ทำให้เธอมึนงง สับสน อ่อนแรงไร้การต่อสู้ ยืนนิ่งให้เขาหาความหวานจากปากของเธอเป็นเวลานาน

ความเร่าร้อนและเรียกร้องจากจูบของเขา ส่งผลให้ร่างกายสาวสั่น หัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ร้อนรุ่มไปทั่วร่าง กระแสอะไรบางอย่างวิ่งไหลวนผ่านลิ้นหนาที่เกี่ยวพันลิ้นนุ่ม ส่งผ่านมาทางลำคอไหลอาบดั่งสายน้ำตกที่ไหลออกมาจากภูเขาสูง กระทบกับภายในร่างกายจนความเย็นแปรสภาพเป็นความร้อน มันวูบวาบ อย่างที่ปรางค์รวีไม่เคยพบเจอมาก่อน ลิ้นสากใหญ่ยังคงสำรวจหาเกล็ดความหวานจากปากของเธออย่างต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หญิงสาวรู้สึกว่ากำลังหายใจไม่ออก ออกซิเจนในร่างกายเหลือน้อยเต็มที เลือดในร่างหมุนเวียนช้าลง สมองของเธอหยุดการทำงาน ดวงตาที่ปรือสลัว เริ่มมีความมืดมิดมาเยือน

วิตโตริโอจูบเธอด้วยความกระหายซ่าน ริมฝีปากสีชมพูของเธอช่างนุ่มราวกับครีมนม ความหวานจากปากของเธอเหมือนน้ำผึ้งสดที่ดื่มกินจากรวงผึ้ง ทั้งหอมและหวานยิ่งดื่มกินยิ่งกระชุ่มกระชวย มีพลังขึ้นมาอย่างร้ายเหลือ กลีบปากนุ่มของเธอช่างวิเศษจริงๆ ร่างกายของเขาตื่นตัวทีละนิด คราแรกตั้งใจแค่ลงโทษเธอด้วยการจูบ แต่เมื่อความหวานที่เขาได้รับทำให้เขาคิดที่จะทำอย่างอื่นเพิ่มเติมขึ้นมา

“เฮ้ย!” เสียงห้าวร้องแสดงความตกใจ เมื่อเธอคอพับคออ่อน ร่างกายทรงตังยืนไม่ได้ ดีที่ว่าเขากอดเธอไว้ ไม่เช่นนั้นคงรูดตัวลงไปนอนที่พื้น

วิตโตริโอรีบช้อนอุ้มร่างของคนเป็นลมไปยังโซฟา วางร่างเล็กอย่างนุ่มนวล มองใบหน้างามยามหมดสติอย่างเพลิดเพลิน เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ส่ายศีรษะกับท่าทางของหญิงสาวไร้เดียงสาตรงหน้า

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย เฮียเบิ้มขา มาเป็นผัวหนูเถอะ
9.2
อันดา สาววิศวะสุดแสบสายปาร์ตี้ผู้รักอิสระและเชี่ยวชาญการบริหารเสน่ห์ เธอจงใจต่อต้านการถูกคลุมถุงชนกับคู่หมั้นที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวนพันธนาการชีวิต แม้ทั้งคู่จะเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนที่เธอเมามาย แต่อันดากลับเลือกที่จะสั่งให้เขาลืมทุกอย่างและไม่แยแสต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทว่าเมื่อเขายอมถอยห่างและหลีกทางให้เธอไปมีรักใหม่ เธอกลับเริ่มตระหนักว่าเขาคือคนที่ขาดไม่ได้ ปฏิบัติการรุกหนักเพื่อทวงคืนหัวใจและตามล่าคู่หมั้นหนุ่มกลับมาเป็นของเธอจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย อุบัติเหตุลิขิตรัก
8.5
ชายหนุ่มผู้จมอยู่กับความอ้างว้างและใช้ชีวิตสันโดษมาแสนนาน กลับต้องพบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อโชคชะตาพาเขามาเจอกับสาวสวยผู้น่ารักและเต็มไปด้วยความสดใส แม้การพบกันครั้งแรกจะเต็มไปด้วยความบังเอิญที่ไม่ราบรื่นนัก แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของสายใยรักที่ไม่อาจต้านทานได้ เมื่อความใกล้ชิดเริ่มก่อตัวเป็นความเร่าร้อน เขาจึงไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปในค่ำคืนนี้ พร้อมมอบจุมพิตที่แสนดูดดื่มเพื่อผูกมัดหัวใจของเธอเอาไว้ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเสน่หา
หน้าปกนวนิยาย จอมมารบงการรัก
9.8
อีธาน มาวาเลส มหาเศรษฐีหนุ่มสายเปย์ตัดสินใจเข้าหาเตชิลาเพราะความเข้าใจผิด โดยคิดว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงของชายแก่ที่เธอเรียกว่าป๋า แต่หลังจากถูกเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย อีธานที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นจึงวางแผนล่อลวงเพื่อทำลายเธอให้เจ็บปวด ทว่าเขากลับตกหลุมรักเหยื่อในเกมของตัวเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อความจริงเปิดเผยจนเตชิลาชิงชังเขาถึงขีดสุด เขาจึงต้องเลือกว่าจะยอมแพ้หรือจะเดินหน้าพิสูจน์ตัวเพื่อเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย เขาคือความฝันของโลกมนุษย์
9.5
สามปีที่หายไป อดีตภรรยาแสนสวยกลับคืนสู่จินเฉิงในฐานะหญิงสูงศักดิ์พร้อมลูกแฝดและคนรักที่ดูเพียบพร้อม ทว่าท่ามกลางงานเลี้ยงอันหรูหรา เว่ย อดีตสามีผู้เป็นดั่งดวงดาวที่เอื้อมไม่ถึงกลับจู่โจมเธออย่างอุกอาจ เขาต้อนเธอเข้ามุมมืดพร้อมกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่รอคอยมาแสนนาน แม้จะถูกเขาคุกคามจนริมฝีปากเจ็บแสบ แต่เธอกลับจ้องมองเขากลับด้วยความเด็ดเดี่ยว พร้อมย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่จบสิ้นลงด้วยใบหย่าให้เขาตระหนักว่าเธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย