ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อสูรสองหัวใจ

อสูรสองหัวใจ

นันท์นภัสต้องทนทุกข์ทรมานท่ามกลางความเย็นชาของอูโก้ มาเฟียหนุ่มที่มองว่าเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่าและสัตว์เลี้ยงส่วนตัวที่เขาครอบครองไว้เพื่อสนองตัณหาเท่านั้น สร้อยคอที่เขามอบให้กลายเป็นพันธนาการที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อเธอถูกลงโทษอย่างป่าเถื่อนเพียงเพราะชายอื่นสัมผัสตัว อูโก้ตอกย้ำด้วยคำพูดเชือดเฉือนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ตกเป็นของใครนอกจากเขา พร้อมมอบบทลงโทษอันเร่าร้อนและแสนเจ็บปวดที่จะจารึกชื่อของเขาไว้ในใจเธออย่างไม่มีวันลืมเลือน
ตอน
แชร์

ตอน 1

1

เสียงพูดคุย เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น เสียงร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาวหลายคน ปลุกให้สตรีนางหนึ่งที่นอนสลบอยู่บนพื้นห้องตื่นขึ้นมา เธอเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาที่หลับยาวนานพร่าปรือจนต้องกะพริบตาหลายครั้งเพื่อปรับสภาพดวงตาให้เข้ากับแสงนีออน พลางสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยันร่างกายให้ลุกขึ้นนั่ง

“ที่นี่ที่ไหน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

คำถามแรกเกิดขึ้นในใจ เมื่อสายตาของเธอมองไปรอบๆ ห้องที่ไม่คุ้นเคย มองดูสตรีหลายสิบคนที่นั่งร้องไห้บ้าง ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือบ้าง บางคนก็ทุบประตูเหล็กจนเกิดเสียงดังแข่งกับเสียงต่างๆ ในห้อง สีหน้าของหญิงสาวเหล่านั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ตื่นตระหนกตกใจ

“พวกเธอร้องไห้กันทำไม แล้วที่นี่ที่ไหน”

นันท์นภัสหันไปถามหญิงสาวผมทองที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ข้างๆ ด้วยความสงสัยระคนตกใจ คนที่ถูกถามเงยหน้ามามองผู้ถามน้ำตานองหน้า

“ที่นี่มันคือนรก เธอไม่รู้เหรอมันคือนรก”

สาวจากเมืองผู้ดีอังกฤษตวาดตอบ ร้องไห้ออกมาดังลั่นระบายความทุกข์ที่อัดแน่นในใจ นันท์นภัสยังรู้สึกงงกับคำตอบที่ได้รับ ความชัดเจนยังไม่เกิดขึ้นในสมอง

“เธอพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง บอกฉันหน่อยสิ” สาวชาวไทยถามอีกรอบ

สาวคนเดิมจึงหันมาตอบให้ความสงสัยของนันท์นภัสหายไป

“ที่นี่มันคือซ่องยังไงล่ะ ผู้หญิงทุกคนที่นี่กำลังจะถูกส่งไปขายตัวที่อื่น ได้ยินไหมที่นี่มันคือนรก มันคือนรก”

คนที่ได้รับคำตอบนิ่งอึ้ง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด ใจเต้นระส่ำหาจังหวะไม่ได้ ความงวยงงจากการเพิ่งลืมตาตื่นหายเป็นปลิดทิ้ง ความตระหนกตกใจเข้ามาแทนที่ และเป็นความรู้สึกที่รุนแรงเข้ามาในจิตใจของเธอเป็นอย่างมากด้วย

‘เธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร’

เป็นคำถามที่ก้องอยู่ในหัว นันท์นภัสใช้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดคิดไตร่ตรอง หญิงสาวจำได้ว่าตนเองกำลังเดินไปยังลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ตอนกำลังจะถึงรถอยู่ไม่กี่ก้าว เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีใครบางคนมายืนซ้อนทับแผ่นหลัง ก่อนที่ลำแขนจะตวัดรัดตรงเอวเล็ก ต่อมาก็มีผ้าผืนหนึ่งปิดทับกึ่งปากกึ่งจมูก มันเป็นช่วงเวลาที่เร็วมาก เร็วจนนันท์นภัสไม่ทันได้ต่อต้านหรือร้องขอความช่วยเหลือ ร่างกายก็อ่อนแรงลง ดวงตาปรือ ไม่กี่วินาทีทุกอย่างก็มืดสนิท มารู้สึกตัวอีกทีเธอก็มาอยู่รวมกันกับหญิงสาวหลายคน หลากเชื้อชาติซึ่งแต่ละคนใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาทั้งสิ้น

‘เราถูกจับตัวมา’ สาวชาวไทยคิดในใจหลังจากเรียบเรียงเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่ตนจำได้ คำถามต้องมาก็คือ ใครกันที่เป็นคนจับตนมาที่นี่หรืออาจเป็นพวกค้ามนุษย์ข้ามชาติที่มักจับตัวผู้หญิงหญิงสาวเข้าไปในรถชนิดที่แตกต่างกันไปตามข่าวที่นันท์นภัสรับรู้มา แต่ก็ไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

นันท์นภัสมองไปรอบๆ ห้องที่เธอกับหญิงเคราะห์ร้ายหลายทั้งน้ำตา ห้องนี้เป็นห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสไม่มีหน้าต่างสักบ้าน จะมีเพียงช่องระบายอากาศที่อยู่ด้านบนสุดของผนัง ให้อากาศถ่ายเทเท่านั้น ตรงหน้าเธอจะเป็นประตูบานใหญ่ที่ทำจากเหล็กแข็งแรงทนทานและคงพังออกไปได้ยาก ผนังสามด้านทำจากปูน แต่อีกด้านครึ่งหนึ่งเป็นกระจกหนาทึบที่มองไม่เห็นด้านนอก

เสียงดังเหมือนมีคนไขประตูดังขึ้น เรียกความสนใจให้กับหญิงสาวทั้งหลายในห้อง ก่อนที่พวกเธอจะพุ่งสายตาไปยังบานประตูเหล็กที่ค่อยๆ เปิดออก ชายรูปร่างสูงใหญ่สวมถุงน่องอำพรางใบหน้าสามคนเดินเข้ามาในห้อง โดยมีอีกสองคนยืนถือปืนคุมเชิงด้านนอก

“ลุกขึ้น” เสียงชายตัวโตพูดพร้อมกับกระชากร่างสตรีผิวดำให้ลุกขึ้นยืน

“ไม่...ปล่อยนะ ปล่อยฉัน” สตรีคนนั้นขืนตัวเต็มที่ ปากร้องลั่น ชายคนดังกล่าวจึงฟาดฝ่ามือลงไปบนแก้มของเธอเต็มแรง

“ถ้าไม่อยากตาย หุบปาก”

ชายคุมซ่องตะโกนใส่หน้าหญิงสาวที่ตนเพิ่งทำร้าย ทว่าเธอก็ยังดิ้นรนขัดขืนไม่หยุด แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของมันได้ ในที่สุดเธอก็ถูกลากออกไปจากห้องเป็นคนแรก

และเมื่อหญิงสาวคนแรกถูกลากตัวออกไป เสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่เหลือในห้องก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องขอและขอความช่วยเหลือที่ดังไม่หยุด นันท์นภัสเองก็ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่า ชายทั้งสามคนนั้นจะไม่สนใจ ใครร้อง ใครดิ้นรน ใครขัดขืนมีอันต้องถูกทำร้ายด้วยการตบ นำพาความหวาดกลัวมาให้หญิงสาวเคราะห์ร้ายทั้งหลายเป็นอย่างมาก

หญิงสาวที่ถูกลักพาตัวหรือถูกหลอกมาถูกนำตัวออกไปจากห้อง 6 คน จำนวนที่พวกชายคุมซ่องต้องการตามคำสั่งของผู้เป็นนายคือ 7 คน และคนสุดท้ายที่พวกเขาต้องการคือ นันท์นภัส

“ไม่นะ ปล่อย ปล่อย”

นันท์นภัสพูดเป็นภาษาสากล ใช้มือปัดป้องมือสกปรกของชายใจโฉดที่พยายามจะจับลำแขนของตัวเอง เท้าเล็กที่มีแรงไม่มากกระแทกไปยังลำขาของชายคนดังกล่าวหลายครั้ง ทว่าขาของมันก็เหมือนแข็งดุจหินไม่สะดุ้งสะเทือน

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้ อย่าขัดขืน” ชายคุมซ่องร่างใหญ่กล่าวเตือนคว้าหมับตรงลำแขนเล็กแล้วบีบ เป็นเชิงเตือนอีกทางหนึ่ง

“ไม่นะ ไม่ ปล่อย...ช่วยด้วย”

ปากสาวขยับเปิดร้องลั่นไม่สนใจคำเตือนของชายนิสัยเลว ขืนตัวเต็มที่ไม่ให้ตนถูกลากออกไปจากห้องนี้ ทว่ามันไม่ได้เป็นไปตามที่เธอคิด ในที่สุดร่างเล็กก็ถูกลากถูออกไปจากห้องนั้นสำเร็จ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย มาเฟีย & เมียอุ้มบุญ
8.4
ริคคาโด้ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งคารัสซีเลียต้องการทายาทสืบสกุลตามคำสั่งของปู่ แต่ด้วยชีวิตที่อันตรายเขาจึงเลือกการจ้างอุ้มบุญแทนการมีภรรยา โดยมีเงื่อนไขลับและไม่ขอพบหน้าแม่ของลูก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่ออลิชา หญิงสาวที่เคยรับจ้างอุ้มบุญให้เขาดันหายตัวไปพร้อมกับเด็ก จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้ช่วยชีวิตเขาไว้โดยบังเอิญ ความลับที่ถูกซ่อนไว้จึงเริ่มเปิดเผย เมื่ออดีตแม่อุ้มบุญต้องเผชิญหน้ากับมาเฟียจอมโหดที่พร้อมจะลงโทษเธอด้วยการเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็นเมียจริงๆ ของเขาจริงๆ
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักคุณหนูมาเฟีย
8.7
เมื่อน้องวีตัดสินใจใช้เสน่ห์อันเย้ายวนเข้าหาพี่เวย์ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้เขาตกหลุมรักเธอให้ได้ เธอจึงเอ่ยถามอย่างทีเล่นทีจริงว่าการยั่วยวนครั้งนี้จะทำให้เขาตบะแตกและเริ่มจริงจังกับเธอขึ้นมาบ้างหรือไม่ ทว่าพี่เวย์กลับไม่ปล่อยให้เธอคุมเกมฝ่ายเดียว เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงท้าทายที่แฝงไปด้วยความนัยว่าเธอมั่นใจจริงๆ หรือว่าหากเขาเอาจริงขึ้นมาแล้วเธอจะรับมือไหว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนท่ามกลางบรรยากาศมาเฟียสุดอันตราย
หน้าปกนวนิยาย สยบรักร้าย นายคาสโนว่า (ภาค 2)
8.3
หลังงานวิวาห์ของเซ่นโซกับซิลสิ้นสุดลง เคร่าสาวโสดสายเที่ยวตัดสินใจมุ่งหน้าสู่คลับของพี่ริชแมนในเม็กซิโกเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางชายหนุ่มที่ดาหน้าเข้ามาจีบ เคร่ากลับไม่สนใจใครทั้งสิ้น แม้จะเพิ่งจบความสัมพันธ์กับพี่วินมา แต่เธอก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่ความรักที่แท้จริง แม้ภายหลังจะพบว่าเหตุการณ์บาดหมางในอดีตเป็นแผนร้ายของหญิงอื่น แต่ความเจ้าชู้ของพี่วินก็ทำให้เธอหมดใจและเลือกเดินจากมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อิสระอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
《คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่》ถ่ายทอดเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหญิงสาวผู้เคยเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล เธอเกิดมาในฐานะทายาทที่ถูกคาดหวังสูงสุด ทั้งความสามารถและพรสวรรค์ทำให้เธอถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางของอนาคตครอบครัว แต่ชีวิตของเธอกลับเปลี่ยนไปเพราะความรักที่ยาวนานถึงเจ็ดปี เธอยอมสละทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง อนาคต และศักดิ์ศรี เพื่อช่วยชายที่เธอรักอย่างมู่จื่อเจว๋ ทั้งยังใช้ความสามารถของตนสร้างธุรกิจ สนับสนุนเขาจนตระกูลของเขาก้าวสู่ความรุ่งเรือง แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เขาและเพื่อนสนิทที่เธอเคยไว้ใจร่วมกันวางแผน夺走ทุกอย่าง ทั้งบริษัท อำนาจ และชีวิตของเธอ เธอถูกทำให้หมดสติยาวนานถึงสามปี และในช่วงเวลานั้น เธอกลายเป็นเพียง “เงา” ที่ถูกกดทับอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ขณะที่คนที่ทรยศเธอกลับใช้ชีวิตหรูหราและเย้ยหยันศักดิ์ศรีของเธออย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หญิงสาวที่เคยอ่อนโยนได้หายไป เหลือเพียงตัวตนที่เยือกเย็น เด็ดขาด และเต็มไปด้วยพลังในการเอาคืน เธอเริ่มต้นการชำระบัญชีอย่างไม่ลังเล เปิดโปงความจริงทั้งหมด ล้มล้างแผนการของคนทรยศ และทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็นของเธอ ความสัมพันธ์ที่เคยพังทลายถูกฉีกออกทีละชั้น พร้อมเผยให้เห็นโครงสร้างอำนาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโลกชนชั้นสูง ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป ตัวตนที่แท้จริงของเธอก็ยิ่งถูกเปิดเผย เธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวธรรมดา แต่คือทายาทตัวจริงของตระกูลใหญ่ระดับประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองความสามารถระดับนานาชาติ ทั้งด้านการต่อสู้และเครือข่ายอำนาจลับในโลกธุรกิจใต้ดิน การกลับมาของเธอทำให้วงการชนชั้นสูงสั่นสะเทือน ทุกตระกูลใหญ่ต้องหันมาจับตามอง ชายที่เคยทำร้ายเธอได้แต่คุกเข่าอ้อนวอนขอการให้อภัย แต่เธอไม่เหลือความรู้สึกเดิมอีกต่อไป ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ชายผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่รอคอยเธอมานานกว่าทศวรรษ ยังคงยืนอยู่เคียงข้างเธออย่างมั่นคง และในที่สุด เธอก็เลือกก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ของตนเอง—เส้นทางของผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นเหยื่ออีกต่อไป แต่เป็นผู้ควบคุมโชคชะตาของโลกทั้งใบอย่างแท้จริง