
ลายอสูร
ตอน 2
“กาวจะลาออกจากโรงเรียนแล้วนะ พี่เทอด”
สกาวนั่งอยู่ริมคลอง หล่อนมีไม้ยาวๆ อันหนึ่งในมือ หล่อนเอาราน้ำเล่นอย่างไม่รู้จะทำอะไร กิริยาของหล่อนดูเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมาย...สายลมจากแมกไม้ที่ร่มครึ้มพัดเอาเส้นผมของหล่อนรุ่ยร่ายระดวงหน้าอิ่มเอิบ...
เทอดภูมิมองหล่อนอย่างหลงใหล เขารักหล่อนมาก...สกาวเป็นหญิงคนเดียวในดวงใจเขา...หล่อนเหมือนจันทร์ดวงงาม สุกสกาวบนฟ้า แต่หล่อนส่องสว่างสกาวกลางใจเขาคนเดียว นับจากเขาแตกหนุ่มริรัก...เขามีแต่สกาว
สกาวทำให้เขาฝันบรรเจิด...เทอดภูมิอายุสิบเก้า เขาเรียนปีสองในมหาวิทยาลัยแล้ว เขาต้องอยู่ในกรุงเทพฯ แต่เขาทนความคิดถึงต่อสกาวไม่เคยได้ เขามักจะพาสกาวมาขลุกอยู่ในบ้านเป็นประจำ...พ่อแม่ของเขาไม่ได้ห้ามปราม เพราะสกาวมีประวัติความเป็นมาดี...เว้นแต่ว่าหล่อนค่อนข้างจะปล่อยตัวมากไปสักนิด
เทอดภูมิเหมือนคนตาบอด เขามองไม่เห็นความเหลวแหลกของสกาว
และหากใครพูด เขาจะโกรธมาก
แต่ยามนี้เขาตกใจกับคำบอกของสกาว
“ก็ไหนกาวว่าอยากไปกรุงเทพฯ เรียนมหาวิทยาลัย”
“ไปไม่ได้แล้วมั้ง”
“กาวจะออกทำไม”
“บอกแล้วอย่าช็อกนะ!”
“ไม่หรอก”
“กาวท้อง!”
สกาวบอกเสียงเฉยๆ
เทอดภูมิแทบพลัดตกจากตลิ่งลงไปในน้ำ...เขามองสกาวเหมือนหล่อนเป็นตัวประหลาด...แต่ไม่ใช่ความรังเกียจหากเป็นความตกใจ
“พี่เทอดช็อกแล้วใช่ไหม!”
“กาวหลอกพี่ทำไม!”
“กาวไม่ได้หลอก”
หล่อนยืนยัน “กาวพูดจริง...”
“ลูกพี่ใช่ไหม กาว!”
เขาถามต่อแผ่วๆ คว้าร่างของสกาวมาหา “ใช่ไหม กาว...ลูกของเรา...ของกาวกับพี่...โอ...”
หน้าของเขาแดงก่ำ เลือดสูบฉีดแรง หนุ่มน้อยวัยสิบเก้าบังเกิดความปีติท่วมท้นในใจ เพราะเขามีคู่แข่งหลายคน...เจ้าโชคลูกชายกำนันทำท่ากร่างอวดความเป็นเจ้าของสกาวเสมอ ยังจะเจ้าขวัญเจ้าหนุ่มยากจนแต่รูปงามบ้านท้ายหมู่บ้านนั้นอีกเล่า...รู้กันทั่วว่าสกาวชอบไปตอแยเล่นกับเจ้าขวัญนัก
เพราะสกาวมองว่าเจ้าขวัญหล่อเหลาเกินหน้าหนุ่มน้อยคนอื่นๆ ทั้งหมู่บ้าน...หรือทั้งตำบลย่านนี้ไม่มีใครเกินหน้าเจ้าขวัญ...
สกาวปลื้มเจ้าขวัญต่อหน้าเขาออกบ่อยๆ สกาวไม่เคยรังเกียจหัวแดงๆ ของเจ้าขวัญ...หล่อนไม่สนใจว่าเจ้าขวัญแค่ลูกฝรั่งที่แม่ของมันเป็นเมียเช่าชั่วคราว แม่เจ้าขวัญหอบมันมาทิ้งให้ตายายช่วยกันเลี้ยง แล้วตัวแม่ก็เผ่นลงไปหากินในกรุงเทพฯ ต่อ
ก็ลูกผู้หญิงหากิน...ใครๆ ก็เดียดฉันท์เจ้าขวัญ ยกเว้นแต่สกาว...
เขาเองเคยหมั่นไส้เจ้าขวัญ แต่เทอดภูมิไม่กล้า...
เพราะเขาไม่ใช่ลูกนักเลง...แต่ตัวเองค่อนข้างจะเรียบร้อย
แต่เจ้าโชคของกำนัดซิเคยยอม ‘ลง’ ให้เจ้าขวัญเสียที่ไหน
ลากเอาไปกระทืบเล่นบ่อยไป แต่ลากไประบายอารมณ์โกรธแค้นหนใด เจ้าโชคก็จะถูกสกาวด่าเปิงทุกครั้ง...
แล้วเจ้าโชคอันธพาลของหมู่บ้านตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น ก็ไม่กล้าหือกับสกาวคนเดียว
กำนันชัยเคยว่าเจ้าโชคยอมให้สกาวเป็นแม่...
เจ้าโชคก็หัวเราะแหะๆ เท่านั้นเอง...
“ไม่ใช่ลูกพี่เทอดหรอก”
เขากำลังคิดเพลินๆ สกาวก็ตอบโพล่งออกมา หล่อนทำหน้าเฉยๆ
“อะไรนะ กาว”
“กาวบอกว่าไม่ใช่ลูกที่เทอด”
หล่อนเน้นเสียงบอกช้าๆ ชัดเจน เขาจับบ่าสองข้างของสกาวเอาไว้
มองหน้าสกาวอย่างไม่กะพริบตา
“บอกพี่...แล้วพี่จะรับผิดชอบเอง...!”
“ไม่ใช่ จะบอกพี่เทอดได้ไง!”
“แล้วลูกใคร”
หล่อนมองสบตาเขา...เทอดภูมิไม่รู้ว่าเขากำลังจิกมือลงไปในบ่าบอบบางของหล่อน...แววตาของเขาปวดร้าวมาก
“กาว...อย่าบอกนะ...อย่าบอก...ลูก…”
น้ำเสียงของเขาขาดเป็นห้วง...แววตาของเขาออกประกายปวดร้าวถมทวี
“มันใช่!”
หล่อนบอกเรียบๆ
“ทำไม...ต้องเป็นไอ้ขวัญ...ไอ้สัตว์หมานั่น...มันมีดีอะไร!”
“พี่เทอดโกรธกาวเหรอ”
“พี่จะฆ่ามัน...มันหยามพี่!”
“กาวจะออกจากโรงเรียน...คลอดลูก...”
“กาว...ไม่แต่งงานหรือ!”
“แต่งกับใคร...”
“กับไอ้ขวัญ...มันต้องรับผิดชอบซิ”
“เขาว่าเขาไม่รู้ไม่เห็น!”
“อะไรนะ กาว”
“กาวว่าเจ้าขวัญมันไม่รับ...ทั้งที่กาวนอนกับมันก่อนใคร...”
กรามของเทอดภูมิขบแน่นเข้าหากัน...เขาอยากจะปิดปากสกาว อยากจะห้ามหล่อนไม่ให้พูดอีกแล้ว แต่เขาทำไม่ได้ ข้างในใจของเขากำลังร้องไห้...สกาวทำให้ลูกผู้ชายอย่างเขามีดวงตาแดงก่ำ...เขาคงจะปล่อยโฮ...หากไม่คิดว่าเท่านี้เขาก็อ่อนแอมากไปแล้ว
“กาวนอนกับมันมากกว่าใครๆ...”
“พอนะ...กาว...พอที”
เขาห้ามเสียงแข็ง
สกาวยื่นหน้ามาใกล้ “ตบกาวสิ...พี่เทอด...ตบให้กับความใจง่ายของกาว”
“ไม่...”
เขากัดฟันบอก “พี่ทำร้ายกาวไม่ได้...”
“ขวัญมันทำ...”
“อะไรนะ กาว”
“มันตบกาวบ่อยๆ ไป...”
หล่อนไม่ได้บอกว่าตัวเองชอบ...แล้วหล่อนก็โผเข้ามากอดเทอดภูมิเอาไว้ “ตบตีกาวเลย...แล้วรักกาวซิ...นะ...นะ...พี่เทอด...”
เริ่มพลบค่ำ...ริมฝั่งน้ำเงามืดเริ่มปกคลุม...และห่างออกไปไม่มากคือสุมทุมพุ่มไม้...น้ำเสียงกระซิบบอกของสกาวบอกความต้องการอันแรงกล้า...เทอดภูมิทำท่าว้าวุ่นใจอย่างนัก เขาจะทำอย่างไรดี เสียงเรียกร้องของสกาวก็เข้าไปอึงอลในอก...ต่อสู้กับการรู้ถูกผิด...ความยับยั้งชั่งใจกำลังจะขาดผึงลง...
“พี่เทอด...ไม่รักกาวหรอกหรือ...ทำไมคิดนานจัง...กาวบากหน้ามา...”
ตอนเขาลากสกาวไปนั้น สกาวไม่ร้องสักแอะ...หล่อนรอเวลา...หล่อนมีความต้องการ สกาวรู้จักรสทางนี้เสียแล้ว และสุดจะห้ามปรามตัวเอง สกาวยังอ่อนเยาว์เกินไป อีกทั้งเคยเอาแต่ใจตัวเองมาช้านาน สกาวไม่รู้จักคำว่ายับยั้ง...
แต่ยามสกาวทอดร่างลงแตะต้องละอองดินและฝุ่นผงรอบข้างหลังพุ่มไม้นี้ สกาวกำลังคิดถึงเจ้าขวัญอย่างแรงกล้า รสสวาทจากหนุ่มคนไหนๆ ก็ไม่เท่าเจ้าขวัญ...แต่เขากระบิดกระบวนเล่นตัวกับสกาวนักหนา...
แม้แต่ลูกที่สกาวกล้ายันว่าใช่ลูกเขา เจ้าขวัญก็ไม่ยอมรับ
“เทอด...อยู่ไหน...กาวล่ะ...”
เสียงเรียกหามา เทอดภูมิลนลานจากไป สกาวค่อยๆ เก็บงำผ้าผ่อนของตัวเอง นุ่งห่มช้าๆ ก่อนจะตามออกมาด้วยสีหน้าท่าทางปกติ...
นางทับทิมมองสกาวหน้าเผือดลง...และนางก็ได้ยินเสียงบอกแหบแห้งของลูกชาย
“กาวกับฉันกำลังตกลงกันน่ะ แม่...กาวบอกว่ากาวท้อง”
นางทำท่าตกตะลึงหนัก สกาวท้อง...
“เทอด แกพูดอะไร”
“กาวท้องกับผม...ลูกผม”
สกาวมองเทอดภูมิเหมือนคาดไม่ถึง...เทอดภูมิแอ่นอกออกมารับว่าเป็นพ่อของลูกในท้องหล่อน...
นางทับทิมมองสกาวแปลกๆ แต่นางตัดบทว่า
“กาว...ทางบ้านตามหา พ่อของหนูล้มฟาดลง ส่งเข้าโรงพยาบาลโน่นแน่ะ”
คุณอาจจะชอบ





![หน้าปกนวนิยาย รับผมเป็นพ่อของลูกนะครับ[Mpreg]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/7462cf7d5001834806828081316/y09LHnXO0VQA.webp!15491.webp)