ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ลายอสูร

ลายอสูร

ภานุกรเติบโตท่ามกลางครอบครัวที่พังทลาย ทั้งพ่อที่ลุ่มหลงกามารมณ์ แม่ผู้ถูกตราหน้าว่าสำส่อน ยายใจยักษ์ และย่าที่มีอดีตอื้อฉาว เขาจึงกลายเป็นอสูรร้ายที่ไร้หัวใจและเต็มไปด้วยบาดแผลเพื่อปกป้องตนเอง จนกระทั่งได้พบกับพิชญา หญิงสาวที่มีความสวยสง่าคล้ายแม่ของเขาแต่เปี่ยมด้วยความเมตตาดั่งนางฟ้า เธอเข้ามาเปลี่ยนโลกที่มืดบิดเบี้ยวของเขาให้เริ่มมีความหวังอีกครั้ง ภานุกรจึงพร้อมจะพิสูจน์ตนเองและทำทุกอย่างเพื่อรักษาความรักครั้งนี้ไว้ให้นานที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 2

“กาวจะลาออกจากโรงเรียนแล้วนะ พี่เทอด”

สกาวนั่งอยู่ริมคลอง หล่อนมีไม้ยาวๆ อันหนึ่งในมือ หล่อนเอาราน้ำเล่นอย่างไม่รู้จะทำอะไร กิริยาของหล่อนดูเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมาย...สายลมจากแมกไม้ที่ร่มครึ้มพัดเอาเส้นผมของหล่อนรุ่ยร่ายระดวงหน้าอิ่มเอิบ...

เทอดภูมิมองหล่อนอย่างหลงใหล เขารักหล่อนมาก...สกาวเป็นหญิงคนเดียวในดวงใจเขา...หล่อนเหมือนจันทร์ดวงงาม สุกสกาวบนฟ้า แต่หล่อนส่องสว่างสกาวกลางใจเขาคนเดียว นับจากเขาแตกหนุ่มริรัก...เขามีแต่สกาว

สกาวทำให้เขาฝันบรรเจิด...เทอดภูมิอายุสิบเก้า เขาเรียนปีสองในมหาวิทยาลัยแล้ว เขาต้องอยู่ในกรุงเทพฯ แต่เขาทนความคิดถึงต่อสกาวไม่เคยได้ เขามักจะพาสกาวมาขลุกอยู่ในบ้านเป็นประจำ...พ่อแม่ของเขาไม่ได้ห้ามปราม เพราะสกาวมีประวัติความเป็นมาดี...เว้นแต่ว่าหล่อนค่อนข้างจะปล่อยตัวมากไปสักนิด

เทอดภูมิเหมือนคนตาบอด เขามองไม่เห็นความเหลวแหลกของสกาว

และหากใครพูด เขาจะโกรธมาก

แต่ยามนี้เขาตกใจกับคำบอกของสกาว

“ก็ไหนกาวว่าอยากไปกรุงเทพฯ เรียนมหาวิทยาลัย”

“ไปไม่ได้แล้วมั้ง”

“กาวจะออกทำไม”

“บอกแล้วอย่าช็อกนะ!”

“ไม่หรอก”

“กาวท้อง!”

สกาวบอกเสียงเฉยๆ

เทอดภูมิแทบพลัดตกจากตลิ่งลงไปในน้ำ...เขามองสกาวเหมือนหล่อนเป็นตัวประหลาด...แต่ไม่ใช่ความรังเกียจหากเป็นความตกใจ

“พี่เทอดช็อกแล้วใช่ไหม!”

“กาวหลอกพี่ทำไม!”

“กาวไม่ได้หลอก”

หล่อนยืนยัน “กาวพูดจริง...”

“ลูกพี่ใช่ไหม กาว!”

เขาถามต่อแผ่วๆ คว้าร่างของสกาวมาหา “ใช่ไหม กาว...ลูกของเรา...ของกาวกับพี่...โอ...”

หน้าของเขาแดงก่ำ เลือดสูบฉีดแรง หนุ่มน้อยวัยสิบเก้าบังเกิดความปีติท่วมท้นในใจ เพราะเขามีคู่แข่งหลายคน...เจ้าโชคลูกชายกำนันทำท่ากร่างอวดความเป็นเจ้าของสกาวเสมอ ยังจะเจ้าขวัญเจ้าหนุ่มยากจนแต่รูปงามบ้านท้ายหมู่บ้านนั้นอีกเล่า...รู้กันทั่วว่าสกาวชอบไปตอแยเล่นกับเจ้าขวัญนัก

เพราะสกาวมองว่าเจ้าขวัญหล่อเหลาเกินหน้าหนุ่มน้อยคนอื่นๆ ทั้งหมู่บ้าน...หรือทั้งตำบลย่านนี้ไม่มีใครเกินหน้าเจ้าขวัญ...

สกาวปลื้มเจ้าขวัญต่อหน้าเขาออกบ่อยๆ สกาวไม่เคยรังเกียจหัวแดงๆ ของเจ้าขวัญ...หล่อนไม่สนใจว่าเจ้าขวัญแค่ลูกฝรั่งที่แม่ของมันเป็นเมียเช่าชั่วคราว แม่เจ้าขวัญหอบมันมาทิ้งให้ตายายช่วยกันเลี้ยง แล้วตัวแม่ก็เผ่นลงไปหากินในกรุงเทพฯ ต่อ

ก็ลูกผู้หญิงหากิน...ใครๆ ก็เดียดฉันท์เจ้าขวัญ ยกเว้นแต่สกาว...

เขาเองเคยหมั่นไส้เจ้าขวัญ แต่เทอดภูมิไม่กล้า...

เพราะเขาไม่ใช่ลูกนักเลง...แต่ตัวเองค่อนข้างจะเรียบร้อย

แต่เจ้าโชคของกำนัดซิเคยยอม ‘ลง’ ให้เจ้าขวัญเสียที่ไหน

ลากเอาไปกระทืบเล่นบ่อยไป แต่ลากไประบายอารมณ์โกรธแค้นหนใด เจ้าโชคก็จะถูกสกาวด่าเปิงทุกครั้ง...

แล้วเจ้าโชคอันธพาลของหมู่บ้านตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น ก็ไม่กล้าหือกับสกาวคนเดียว

กำนันชัยเคยว่าเจ้าโชคยอมให้สกาวเป็นแม่...

เจ้าโชคก็หัวเราะแหะๆ เท่านั้นเอง...

“ไม่ใช่ลูกพี่เทอดหรอก”

เขากำลังคิดเพลินๆ สกาวก็ตอบโพล่งออกมา หล่อนทำหน้าเฉยๆ

“อะไรนะ กาว”

“กาวบอกว่าไม่ใช่ลูกที่เทอด”

หล่อนเน้นเสียงบอกช้าๆ ชัดเจน เขาจับบ่าสองข้างของสกาวเอาไว้

มองหน้าสกาวอย่างไม่กะพริบตา

“บอกพี่...แล้วพี่จะรับผิดชอบเอง...!”

“ไม่ใช่ จะบอกพี่เทอดได้ไง!”

“แล้วลูกใคร”

หล่อนมองสบตาเขา...เทอดภูมิไม่รู้ว่าเขากำลังจิกมือลงไปในบ่าบอบบางของหล่อน...แววตาของเขาปวดร้าวมาก

“กาว...อย่าบอกนะ...อย่าบอก...ลูก…”

น้ำเสียงของเขาขาดเป็นห้วง...แววตาของเขาออกประกายปวดร้าวถมทวี

“มันใช่!”

หล่อนบอกเรียบๆ

“ทำไม...ต้องเป็นไอ้ขวัญ...ไอ้สัตว์หมานั่น...มันมีดีอะไร!”

“พี่เทอดโกรธกาวเหรอ”

“พี่จะฆ่ามัน...มันหยามพี่!”

“กาวจะออกจากโรงเรียน...คลอดลูก...”

“กาว...ไม่แต่งงานหรือ!”

“แต่งกับใคร...”

“กับไอ้ขวัญ...มันต้องรับผิดชอบซิ”

“เขาว่าเขาไม่รู้ไม่เห็น!”

“อะไรนะ กาว”

“กาวว่าเจ้าขวัญมันไม่รับ...ทั้งที่กาวนอนกับมันก่อนใคร...”

กรามของเทอดภูมิขบแน่นเข้าหากัน...เขาอยากจะปิดปากสกาว อยากจะห้ามหล่อนไม่ให้พูดอีกแล้ว แต่เขาทำไม่ได้ ข้างในใจของเขากำลังร้องไห้...สกาวทำให้ลูกผู้ชายอย่างเขามีดวงตาแดงก่ำ...เขาคงจะปล่อยโฮ...หากไม่คิดว่าเท่านี้เขาก็อ่อนแอมากไปแล้ว

“กาวนอนกับมันมากกว่าใครๆ...”

“พอนะ...กาว...พอที”

เขาห้ามเสียงแข็ง

สกาวยื่นหน้ามาใกล้ “ตบกาวสิ...พี่เทอด...ตบให้กับความใจง่ายของกาว”

“ไม่...”

เขากัดฟันบอก “พี่ทำร้ายกาวไม่ได้...”

“ขวัญมันทำ...”

“อะไรนะ กาว”

“มันตบกาวบ่อยๆ ไป...”

หล่อนไม่ได้บอกว่าตัวเองชอบ...แล้วหล่อนก็โผเข้ามากอดเทอดภูมิเอาไว้ “ตบตีกาวเลย...แล้วรักกาวซิ...นะ...นะ...พี่เทอด...”

เริ่มพลบค่ำ...ริมฝั่งน้ำเงามืดเริ่มปกคลุม...และห่างออกไปไม่มากคือสุมทุมพุ่มไม้...น้ำเสียงกระซิบบอกของสกาวบอกความต้องการอันแรงกล้า...เทอดภูมิทำท่าว้าวุ่นใจอย่างนัก เขาจะทำอย่างไรดี เสียงเรียกร้องของสกาวก็เข้าไปอึงอลในอก...ต่อสู้กับการรู้ถูกผิด...ความยับยั้งชั่งใจกำลังจะขาดผึงลง...

“พี่เทอด...ไม่รักกาวหรอกหรือ...ทำไมคิดนานจัง...กาวบากหน้ามา...”

ตอนเขาลากสกาวไปนั้น สกาวไม่ร้องสักแอะ...หล่อนรอเวลา...หล่อนมีความต้องการ สกาวรู้จักรสทางนี้เสียแล้ว และสุดจะห้ามปรามตัวเอง สกาวยังอ่อนเยาว์เกินไป อีกทั้งเคยเอาแต่ใจตัวเองมาช้านาน สกาวไม่รู้จักคำว่ายับยั้ง...

แต่ยามสกาวทอดร่างลงแตะต้องละอองดินและฝุ่นผงรอบข้างหลังพุ่มไม้นี้ สกาวกำลังคิดถึงเจ้าขวัญอย่างแรงกล้า รสสวาทจากหนุ่มคนไหนๆ ก็ไม่เท่าเจ้าขวัญ...แต่เขากระบิดกระบวนเล่นตัวกับสกาวนักหนา...

แม้แต่ลูกที่สกาวกล้ายันว่าใช่ลูกเขา เจ้าขวัญก็ไม่ยอมรับ

“เทอด...อยู่ไหน...กาวล่ะ...”

เสียงเรียกหามา เทอดภูมิลนลานจากไป สกาวค่อยๆ เก็บงำผ้าผ่อนของตัวเอง นุ่งห่มช้าๆ ก่อนจะตามออกมาด้วยสีหน้าท่าทางปกติ...

นางทับทิมมองสกาวหน้าเผือดลง...และนางก็ได้ยินเสียงบอกแหบแห้งของลูกชาย

“กาวกับฉันกำลังตกลงกันน่ะ แม่...กาวบอกว่ากาวท้อง”

นางทำท่าตกตะลึงหนัก สกาวท้อง...

“เทอด แกพูดอะไร”

“กาวท้องกับผม...ลูกผม”

สกาวมองเทอดภูมิเหมือนคาดไม่ถึง...เทอดภูมิแอ่นอกออกมารับว่าเป็นพ่อของลูกในท้องหล่อน...

นางทับทิมมองสกาวแปลกๆ แต่นางตัดบทว่า

“กาว...ทางบ้านตามหา พ่อของหนูล้มฟาดลง ส่งเข้าโรงพยาบาลโน่นแน่ะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิษรักแฟนเก่า
7.8
เมื่ออดีตคนรักที่เคยฝากบาดแผลลึกไว้ในใจหวนกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความรักและความแค้นจึงถูกปลุกขึ้นมาใหม่ เขาเคยถูกเธอทำให้รักจนหมดใจแต่กลับต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ยากจะลบเลือน ในเมื่อเธอเป็นคนเลือกเดินกลับเข้ามาในชีวิตเขาเอง ครั้งนี้เขาจึงพร้อมจะตอบแทนความทรมานนั้นคืนกลับไป เพื่อให้เธอได้สัมผัสกับความชอกช้ำที่แสนสาหัสและไม่มีวันลืมเลือนได้เช่นเดียวกับที่เขาเคยเผชิญมา
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจปฐวิน
8.4
อังศณาพยายามขัดขืนอย่างเต็มกำลังเมื่อปฐวินบีบบังคับให้เธอจำยอมต่อความต้องการของเขา แม้เธอจะประณามว่าการกระทำนี้คือการลักพาตัวที่ผิดกฎหมาย แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน ทั้งยังตอกย้ำด้วยคำพูดดูถูกที่แสนหยาบคายถึงความสัมพันธ์ทางกายที่เธอมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ท่ามกลางความเจ็บปวดและอับอาย หญิงสาวทำได้เพียงกัดฟันสะกดกลั้นอารมณ์ด้วยความแค้นใจที่ไม่มีอำนาจใดจะไปต่อกรกับผู้ชายเผด็จการอย่างเขาได้เลย
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย หลุมพรางเศรษฐี
8.4
เมื่อหนิงลั่วซีถูกที่บ้านกดดันให้เข้าพิธีวิวาห์กับชายสูงวัยที่เธอไม่ได้รัก เธอจึงตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการจ้างชายหนุ่มจากบาร์โฮสมาสวมรอยเป็นสามีบังหน้าเพื่อประชดครอบครัว ทว่าความจริงที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยก็คือ หนุ่มดริ้งคนนี้แท้จริงแล้วคือผู้นำตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่ปลอมตัวมา นอกจากเขาจะกุมอำนาจล้นมือแล้ว เขายังคอยมอบความรักและความเอาใจใส่ให้เธออย่างแสนหวานในแบบที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนเลย
หน้าปกนวนิยาย ท่านคะ ทำแบบนี้เห็นทีจะหลงรัก
9.4
เมื่อนักศึกษาสาวหัวรั้นตั้งคำถามสุดท้าทายกับผู้พิพากษาหนุ่มมาดขรึมว่า การสอบเข้าสู่เส้นทางตุลาการกับการเป็นภรรยาของเขานั้นสิ่งใดจะทำสำเร็จได้ง่ายกว่ากัน ทว่าเขากลับตอบโต้ด้วยความเย็นชาพร้อมไล่ให้เธอไปตั้งใจอ่านหนังสือสอบแทนการตามตื้อจีบเขาไปวันๆ เรื่องราวความรักวุ่นๆ ท่ามกลางกลิ่นอายตัวบทกฎหมายจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อสาวเจ้าไม่ยอมแพ้และตั้งใจจะพิชิตทั้งใบปริญญาและหัวใจของท่านผู้พิพากษาจอมดุมาครองให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย รอยรักรอยร้าว
9.2
เซียวหลิ่นสูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุจนถูกหญิงสูงศักดิ์ทอดทิ้ง มีเพียงสวี่โยวหรานที่ยอมวิวาห์ด้วย ทว่าเมื่อเขากลับมามองเห็นอีกครั้งในสามปีให้หลัง เขากลับขอหย่าเพื่อไปหาคนรักเก่าอย่างเย็นชา โยวหรานยอมจากไปท่ามกลางคำดูถูกว่าเป็นเพียงคนไร้ค่าที่ถูกทิ้ง โดยไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงเธอคือหมอเทวดาผู้อยู่เบื้องหลังการรักษาดวงตาของเขา ทั้งยังเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังและทายาทมหาเศรษฐีตัวจริง เมื่อความลับถูกเปิดเผย อดีตสามีที่ตามง้อจึงต้องเผชิญหน้ากับซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลที่ประกาศก้องว่าเธอคือภรรยาของเขา