ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ตำนานรักองค์ชายจอมโจร

ตำนานรักองค์ชายจอมโจร

หวังฉิงชวน นักศึกษาสาวที่กำลังเขียนบทละครประวัติศาสตร์ยุคจ้านกว๋อเพื่อจบการศึกษา กลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอเสียชีวิตกะทันหันแล้วฟื้นขึ้นในร่างของหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนในอดีต การย้อนเวลานี้ทำให้เธอได้พบความจริงที่ถูกบิดเบือนและได้พบกับเยี่ยคัง จอมโจรผู้ลึกลับซึ่งแท้จริงคือองค์ชายห้าแห่งแคว้นหมิ่นเย่ว ท่ามกลางความขัดแย้งและอุปสรรค ทั้งสองได้ร่วมกันสานต่อวาสนาและความรักอันมั่นคงที่ผูกพันข้ามภพชาติเพื่อครองคู่กันตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เอาละ! เอาละ! เงียบๆ อย่าพากันเอ็ดอึงไป โปรเจกต์ในปีนี้ขอให้ทุกคนตั้งใจทำให้เต็มที่ เพราะนอกจากจะเป็นผลคะแนนทำให้จบการศึกษาอย่างสมบูรณ์แล้ว บทละครที่สมบูรณ์แบบและมีคะแนนมากที่สุด ซึ่งจะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น จะได้รับการเซ็นสัญญาจากบริษัท Jay Walk Studio เพื่อนำไปผลิตซีรีย์เรื่องยาว และเซ็นสัญญากับบริษัท Mountain Top เพื่อนำไปผลิตภาพยนตร์ รวมไปถึงเจ้าของบทละครจะได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักแสดงนำที่ตัวเองเขียนบทด้วย”

สิ้นเสียงของอาจารย์ผู้สอนเสียงเอ็ดอึงของเหล่านักศึกษาดังขึ้นมายิ่งไปกว่าเดิม สายตาหลายคู่เปล่งกระกายแห่งความหวังขึ้นมาทันทีครั้นได้ยินเช่นนั้น แต่คนที่มีแววตาปริวิตกกลับเป็นหวังฉิงชวนเท่านั้น ที่มีความรู้สึกแตกต่างจากเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง

“โอโห่! รู้สึกว่าโปรเจกต์งานนี้จะเข้าทางลี่อิงเข้าให้อย่างจังเลยว่าไหม”หยู่เยี่ยนถามเพื่อนสนิทของเธอ

“เข้าทางแม่นั่นเต็มๆ แต่พังทางนี้นะสิ! ลำพังเขียนบทมันก็ยากสำหรับฉันอยู่แล้ว ไอ้เรื่องผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากนั้นไม่ได้มองเลยนะ เพราะฉันจะทำอย่างไรถึงจะเขียนบทเพื่อสร้างซีรีย์เรื่องยาวขนาด 40 ตอนจบแบบนั้นออกมาได้ต่างหากเล่า งานนี้หินชัดๆ นี่ถ้าสอบไม่ผ่านละก็แม่ฉันเอาตายแน่เลยแก”หญิงสาวนั่งบ่นพึมพำออกไม่ขาดสาย

“ไม่พังอย่างที่เธอบอกกระมังเสี่ยวชวน มันคงไม่อยากเกินกำลังของคนเราไปได้หรอก เอาเถอะนะเดี๋ยวฉันที่มีคะแนนลำดับเกือบโหล่จะช่วยเธอเอง”หยู่เยี่ยนพูดพร้อมตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ เพื่อให้กำลัง

ครั้นฉิงชวนได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนของเธอ

“ข้าน้อยซาบซึ้งใจในไมตรีของเจ้ายิ่งนักเสี่ยวเยี่ยน แต่คนสอบได้ที่โหล่อย่างฉันกับรองโหล่อย่างเธอของวิชานี้จะพากันเป๋ไปด้วยกันทั้งคู่นะสิ”หญิงสาวตอบเพื่อนรักกลับไป

ในขณะที่หยู่เยี่ยนเพื่อนรักเพื่อนเลิฟทำได้แต่เพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ ครั้นได้ยินเช่นนั้น

ในขณะเดียวกันเสียงของอาจารย์ผู้สอนกำลังอธิบายเพิ่มเติมอย่างละเอียดเกี่ยวกับโปรเจกต์งานดังกล่าว

“โปรเจกต์นี้จะกำหนดเมนเรื่องและให้นักศึกษาแต่ละคนทำการจับสลาก เช่นจับสลากได้คำว่าจอมยุทธ์ ก็ต้องเขียนบทละครที่เกี่ยวกับเหล่าจอมยุทธ์ หรือจับสลากได้คำว่าวังหลัง ก็ต้องเขียนบทละครเกี่ยวกับวังหลังออกมาในลักษณะนี้ ถ้าพวกเธอเข้าใจแล้วอาจารย์จะป้อนโปรแกรม คำที่พวกเธอจะต้องจับสลากเข้าไปในเครื่องหลังจากนั้น ให้กดปุ่มตรงหน้าโต๊ะที่เคยใช้ออกเสียงลงคะแนนโหวต จับสลากคำที่จะต้องทำโปรเจกต์ต่อไป”

           เสียงของอาจารย์ผู้สอนยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่หวังฉิงชวนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ด้วยเพราะกำลังครุ่นคิดอย่างหนักกับโปรเจกต์งานดังกล่าว พร้อมจอภาพขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางชั้นเรียนตรงกำแพง สัญญาณสั่งให้กดปุ่มเพื่อเลือกคำนำมาใช้เขียนโปรเจกต์งานเริ่มต้นทันที

           แสงสีแดงวิ่งพล่านไปทั่วกลุ่มคำที่อยู่บนจอชั่วขณะ ก่อนจะหยุดลงพร้อมคำที่ถูกได้รับเลือกโผล่ขึ้นมา พร้อมหมายเลขลำดับของที่นั่งปรากฏขึ้นอยู่ใต้คำดังกล่าว ว่าแต่ละคนได้เป็นเจ้าของคำใดบ้าง และนั่นก่อให้เกิดเสียงเอ็ดอึงตามมาทันทีที่นักศึกษาได้คำที่จะต้องนำกลับไปเขียนโปรเจกต์ ก่อนจะถูกบันทึกข้อมูลส่งลิงก์เข้าระบบของภาควิชา

ทันทีที่หญิงสาวเห็นคำที่จะต้องนำกลับไปเขียนบทละครโทรทัศน์ที่มีความยาวถึง 40 ตอนจบ

           “ตายแน่ฉิงชวนเอ๊ยฉิงชวน งานนี้เธอจบแห่แน่นอนแล้ว”หญิงสาวพึมพำออกมาทันทีด้วยความหนักใจกับคำที่ต้องนำกลับไปเขียนโปรเจกต์

           “สลัด! เสี่ยวชวน! คำนี้โคตรแกล้งงานเขียนของเธอมากเลยวะ ไม่แตกต่างจากฉันเลย แล้วนี่ดูของฉันสิได้คำว่า ผัก เราสองคนนั่งใกล้กัน กลุ่มคำมันก็เลยแยกมาหาคนละคำ ถ้ารวมกันก็คือคำว่าสลัดผัก โอ๊ย!จะบ้าตาย!”คราวนี้หยู่เยี่ยนเป็นฝ่ายบ่นกระปอดกระแปดยิ่งกว่าเพื่อนรักของเธอเสียอีก

           “เหอะ..เหอะ กลุ่มคำโคตรแกล้งกันเลย สลัดผัก! แยกออกเป็นสลัดกับผัก ลางมันบอกมาแล้วว่าฉันกับเธองานนี้หืดขึ้นคอมากแน่ๆ ไม่รู้ว่าวิชานี้จะฉุดเกรดเฉลี่ยของฉันตกฮวบลงมากแค่ไหน”ฉิงชวนบ่นพึมพำ

           “มากๆ หรือไม่แต่แน่นอนว่ากระทบหนักเอาการ อย่างน้อยก็ขอให้มีรายชื่อได้รับใบประกาศเพราะเป้าหมายฉันไม่ได้เป็นนักแสดงแต่เป็นงานเบื้องหลังในกองถ่ายต่างหาก ความฝันจะได้เป็นผู้กำกับเห็นทีจะแย่”เสี่ยวเยี่ยนพูดพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างแรง

           “หืดขึ้นคอเป็นบ้างานนี้”ฉิงชวนบ่นพึมพำ

           ในขณะที่สองเพื่อนซี้กำลังนั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่ในขณะนั้น ฟ่านลี่อิงเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับหวังฉิงชวนมาโดยตลอดส่งเสียงหัวเราะพร้อมลอยหน้าลอยตาทำท่าร้องไห้และเบ้ปากเหยียดกลับมาให้เธอ

           “โอ๊ยนางนี่! มันอะไรกันหนักกันหนาวะ! โรคจิตหรืออย่างไง”ฉิงชวนพูดพร้อมยกนิ้วกลางชูขึ้นกลางอากาศส่งกลับไปให้คู่อริอย่างเหลืออด

           ในขณะที่ฟ่านลี่อิงยักไหล่ไหวมาติดต่อกัน พร้อมพูดออกมาโดยไม่มีเสียงแต่ให้คู่อริของเธออ่านปากเอาเอง

           “แล้วไง! ใครแคร์ยะนางบ้านนอก!”ฟ่านลี่อิงพูดตอกหน้ากลับไป ก่อนจะสะบัดหน้าคอแทบหักพร้อมนั่งลงส่งเสียงหัวเราะทำหน้าระรื่นด้วยความสะใจ เมื่อเห็นคู่อริของเธอได้กลุ่มคำที่ไม่เอื้ออำนวยในการเขียนโบรเจกต์งานเอาเสียเลย

           “อือหือแม่นี่!”หญิงสาวกัดฟันตัวเองเอาไว้แน่นพยายามข่มใจให้สงบ

           “ดักตบเลยไหม เอาให้จมูกที่แม่นั่นเพิ่งศัลยกรรมมาเบี้ยวคืนรูปไม่ได้เลย”หยู่เยี่ยนพูดออกมาทันที

           ตุบ! ตุบ! ตุบ! ฉิงชวนยกมือตบลงบนบ่าของเพื่อนเธอเบาๆ

           “ไม่ต้องทำหรอก..เปลืองมือไปเปล่าๆ เพราะใช่ว่าแม่นั่นจะได้คำที่ดีไปกว่าพวกเราเสียที่ไหน”ฉิงชวนบอกเพื่อนของเธอกลับไป ทำให้แม่เพื่อนรักรีบเงยหน้าดูจอภาพขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางชั้นเรียนทันที ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาทันใด

           “ลืม!”หยู่เยี่ยนพูดคำดังกล่าวออกมา

           “ฉันเชื่อแล้วว่ายายลี่อิงมันบ้าจริงๆ เที่ยวเยาะเย้ยคนอื่นแต่กลับไม่ดูกลุ่มคำของตัวเองว่าจะไปรอดไหม”พูดพร้อมส่ายหน้าไปมาติดต่อกัน

           “แต่ฉันคิดว่าลี่อิงเยาะเย้ยพวกเราแบบนั้นออกมาได้ จะต้องมั่นใจในการเขียนบทของตัวเองแน่ๆ เลยเสี่ยวเยี่ยน ลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อของเจ้าหล่อนเป็นผู้กำกับชื่อดัง จะต้องมีทีมเขียนบทฝีมือดีและเชื่อเถอะว่า เผลอๆ โปรเจกต์งานทำบทละครในครั้งนี้ แม่ฟ่านลี่อิงอาจจะไม่ได้เขียนบทละครนี้ด้วยตัวเอง เชื่อฉันดิ”สาวน้อยฉิงชวนบอกเพื่อนรักกลับไป

           “เออ...จริงด้วย”หยู่เยี่ยนพูดออกมาทันทีเมื่อได้ยินเพื่อนของเธอบอกกลับมาเช่นนั้น

           “ความรวยไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เลยเนอะ มีพ่อเป็นผู้กำกับใหญ่กว้างขวางในวงการบันเทิงถ้าจะเอาเงินฟาดหัวให้นักเขียนบทมืออาชีพสักแสนหรือสองแสนหยวน ให้เขียนบทละครแทนเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับคนพวกนั้นไปแล้ว ปล่อยให้แม่นั่นไขว่คว้าความฝันไปให้ถึงจุดหมายของเจ้าหล่อนไปเถอะ คนแบบนี้รับรองว่าถ้ามาพลาดเมื่อไรละก็กลับเข้าวงการบันเทิงไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต”

           หวังฉิงชวนพยักหน้าขึ้นลงติดต่อกันเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนสนิท

           “เย็นนี้ไปหากินหม้อไฟเนื้อแพะ กระดกเบียร์เย็นๆ แก้เครียดดีกว่าเสี่ยวเยี่ยน บางทีหัวอาจจะแล่นคิดขีดเขียนอะไรออกมาก็ได้ ว่าแต่กำหนดส่งโปรเจกต์งานนี้อาจารย์ให้เวลาทำกี่เดือน”เธอถามเพื่อนกลับไป

           ฝ่ายคุณเพื่อนรีบชี้ไปทางหน้าจอภาพที่มีกำหนดวันเวลาส่งงานบอกเอาไว้อย่างชัดเจน

           “6 เดือนเต็มๆ”หยู่เยี่ยนบอกเพื่อนกลับไป

และนั่นทำให้ใบหน้าของฉิงชวนทำหน้าซังกะตายยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

           “6 เดือนแค่นั้นเองนะเหรอ ระยะเวลาแบบนั้นมันต้องเป็นนักเขียนบทมืออาชีพ ไม่ใช่นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายอย่างพวกเรานะเว้ย”ฉิงชวนโวยวายออกมาทันใด

ทว่าคุณเพื่อนกลับทำท่าเหลือบตามองบน เมื่อได้ยินเพื่อนสาวพูดออกมาเช่นนั้น

“แกสับสนอะไรมากหรือเปล่าเสี่ยวชวน โปรเจกต์งานนี้ให้เวลาเขียนถึง 6 เดือนไม่ใช่น้อยเลยนะเว้ย จะต้องใช้เวลานานมากกว่านี้แค่ไหนเชียว เพราะไอ้ระยะเวลาที่เหลืออยู่เป็นเทอมสุดท้ายของพวกเรา อย่าบอกนะว่าตัวแกใช้เวลาเขียนบทเป็นปี”หยู่เยี่ยนถามประชดกลับไป

ฉิงชวนยกสองมือขึ้นเท้าคางพร้อมเป่าลมออกจากปากและถอนหายใจไปในคราเดียวกัน

“ถ้าเลือกได้ก็อยากมีเวลาเป็นปีที่จะได้เขียนแบบนั้น แต่มันเป็นไปไม่ได้”หญิงสาวตอบเพื่อนกลับไป

“เออนั่น! แทนที่จะรีบจบจะได้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงิน กลับจะมาเสียเวลาในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง วันหยุดพรุ่งนี้ฉันจะกลับบ้านแกจะไปด้วยไหม เที่ยวพักผ่อนตามเกาะ นั่งกินลมชมวิว เดี๋ยวเอาเรือเร็วของพ่อออกไปนั่งตกหมึก เที่ยวมันให้ฉ่ำปอดหาแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง เผื่อบางทีแกอาจจะมีไอเดียอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นมาก็ได้ หรือจะไปส่องหนุ่มๆ เล่นกัน”หยู่เยี่ยนพูดพลางหัวเราะเป็นการใหญ่

“เชอะ! ที่แท้ชวนฉันเอาไปเป็นไม้กันหมาละสิ จะหาเวลาไปส่องหนุ่มๆ โดยที่พ่อแกว่าอะไรไม่ได้”เธอบ่นอย่างรู้ทัน

“แล้วจะไปด้วยกันไหมเล่า! บ่นอยู่ได้ยายแก่”หยู่เยี่ยนถามเพื่อนสาวกลับมา

ฉิงชวนเหลือบตามองบนอยู่เพียงครู่ พร้อมยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูตารางงานที่เธอไปรับจ๊อบหารายได้เสริม เมื่อมีสัญญาณเตือนข้อความดังเข้าเครื่อง

มีงานด่วนเข้ามา เข้ามาทำโอทีหลังจากเลิกเรียนและช่วงวันหยุดด้วย

“สงสัยฉันจะไปกับแกไม่ได้แล้วเสี่ยวเยี่ยน”ฉิงชวนตอบเพื่อนสนิทกลับไปครั้นเห็นข้อความบนมือถือปรากฏอยู่บนหน้าจอของเธอในขณะนี้

“อ้าวเหรอมีอะไร!หรือมีงานด่วนเข้ามา”หยู่เยี่ยนถามกลับไปทันที

ฉิงชวนยื่นโทรศัพท์มือถือส่งให้เพื่อนรักของเธออ่านแทน ในขณะที่อีกฝ่ายก็ยื่นมือรับไปแบบงงๆ

“อ้าว!ให้อ่านเองเหรอ”หยู่เยี่ยนพึมพำเบาๆ พลางก้มหน้าอ่านข้อความที่ปรากฏอยู่บนจอโทรศัพท์

“ว้า! แบบนี้ก็ไม่ได้ไปกินหม้อไฟอะดิ!”หญิงสาวบ่นออกมาทันที

“ใครบอกว่าไม่ได้กินยะ! ก็กินก่อนไปทำงานไงเล่า ยังมีเวลาอีกตั้งถมเถ ถ้าเธอกับฉันไปกินหม้อไฟด้วยกันทันทีที่เลิกเรียนก็ไม่ทำให้งานของฉันเสียด้วย เพียงแต่ไม่ได้ไปเที่ยวที่บ้านของเธอด้วยก็เท่านั้นเอง”ฉิงชวนบอกเพื่อนสาวกลับไป

จางหยู่เยี่ยนพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กัน เมื่อได้ยินเพื่อนสนิทตอบกลับมาเช่นนั้น

“ไม่เป็นไรหรอก ใช่ว่าเธอจะไม่เคยไปบ้านฉันเสียที่ไหน เอาไว้ค่อยหาเวลาไปคราวหลังก็แล้วกัน”หยู่เยี่ยนตอบกลับไปพลางยื่นมือถือส่งกลับคืนให้เพื่อนตามเดิม

“เสี่ยวชวนเอ๊ยเสี่ยวชวน เธอจะเรียนจบไหมว้างานนี้”หญิงสาวยังคงรำพึงรำพันมิรู้วาย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิษสวาทร้าย เจ้าชายเถื่อน
8.7
หญิงสาวตัดสินใจสวมรอยเป็นพี่สาวฝาแฝดผู้ล่วงลับเพื่อเข้าพิธีวิวาห์กับเจ้าชายรูปงามแห่งดินแดนทะเลทราย แต่ความลับกลับถูกเปิดเผยจนนำไปสู่บทลงโทษอันเร่าร้อนด้วยเพลิงสวาทที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะพยายามควบคุมตัวเองเพื่อมอบความหฤหรรษ์ให้แก่เธอ ทว่าความเสียวซ่านกลับโหมกระหน่ำจนทั้งคู่จมดิ่งสู่กามารมณ์ที่รุนแรงและบ้าคลั่ง ร่างกายที่สอดประสานอย่างหนักหน่วงนำพาทั้งสองไปสู่จุดสุดยอดแห่งความสุขสม ทิ้งรอยเล็บและคราบเลือดไว้บนแผ่นหลังท่ามกลางแรงปรารถนาที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
หน้าปกนวนิยาย พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากอดีตผู้รอดชีวิตในดินแดนซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบ ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับความแร้นแค้นและการกดขี่จากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอมาอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายเดียวของเธอในชาตินี้คือการถลกแขนเสื้อจัดการปัญหาและนำพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่งให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ผู้ถูกทอดทิ้ง, ผู้ไม่อาจหยุดยั้ง
9.3
หลังสิบปีในบ้านเด็กกำพร้า ฉันถูกครอบครัวดึงตัวกลับมาเพียงเพื่อเป็นเครื่องมือหาเงินเลี้ยงดูคริส แฝดสาวผู้สมบูรณ์แบบ แม้แต่เจสันแฟนหนุ่มเพียงคนเดียวก็ยังถูกพ่อแม่บงการให้ขอเธอแต่งงานต่อหน้าฉัน พร้อมส่งข้อความบอกเลิกอย่างไร้เยื่อใย เมื่อความจริงเปิดเผยว่าฉันคือความอับอายที่พวกเขาอยากกำจัด คริสจึงใส่ร้ายว่าฉันผลักเธอตกบันไดจนพ่อทำร้ายและโยนฉันทิ้งข้างถนนอย่างไม่ใยดี พวกเขาแจ้งตำรวจจับฉันเพื่อลบตัวตนทิ้ง แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ทำลงไปคือการจุดชนวนสงครามที่จะย้อนกลับมาทำลายทุกคน
หน้าปกนวนิยาย ของหวงท่านอ๋องอำมหิต
9.4
เมื่อวิญญาณของฮองเฮาผู้ถูกตราหน้าว่าชั่วร้ายต้องข้ามภพมาสิงสถิตในร่างของหลินจื่อเว่ย คุณหนูผู้อาภัพที่สิ้นใจอย่างไม่เป็นธรรม นางจึงต้องงัดเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงจากชาติปางก่อนออกมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและต่อกรกับแม่เลี้ยงใจโฉด ทว่าอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่กลับไม่ใช่เพียงคนในตระกูล เมื่อนางต้องรับมือกับท่านอ๋องคู่หมั้นผู้มีจิตใจเย็นชา วิปริต และหมกมุ่นในตัณหาอย่างคาดไม่ถึง การเดิมพันครั้งใหม่ในชีวิตที่เต็มไปด้วยอันตรายและความบ้าคลั่งจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม
9.7
จากอดีตยอดวีรสตรีผู้สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินสยามอย่างห้าวหาญ นางได้กลับมาเกิดใหม่ในดินแดนจีนโบราณท่ามกลางโชคชะตาที่ผันผวน แม้ปัจจุบันนางจะเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่มีสิริโฉมงดงามจนยากจะหาใครเทียบเคียงได้ แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูอ่อนหวานและไร้เดียงสานั้น กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่และคมดาบที่แหลมคมเอาไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้ การเดินทางครั้งใหม่ในฐานะบุปผาซ่อนคมจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของนางอีกครั้งหนึ่งครั้งในต่างโลกใบภาคหนึ่ง