
วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
ตอน 2
สืออีได้ยินเสียงร้องเรียก พร้อมทั้งเขย่าตัวเธอไปด้วย 'ใครกันมาช่วยเธอขึ้นจากน้ำ'
"หยานเออร์เจ้าฟื้นสิลูกรัก" สืออีขมวดคิ้วอย่างงุนงง 'คุณแม่หรือ'
ไม่มีใครเรียกเธอว่า หยานเออร์มานับตั้งแต่ที่ถูกรับไปอยู่ในองค์กร แล้วผู้หญิงที่เรียกชื่อเธออยู่จะไม่ใช่แม่เธอได้อย่างไร
หรือตอนนี้เธอจะอยู่กับคุณแม่บนสวรรค์ แต่เป็นไปไม่ได้ เธอฆ่าคนมานับไม่ถ้วนจะได้ขึ้นสวรรค์ได้อย่างไร
ในหัวของสืออีประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างไม่เข้าใจ แต่เสียงร้องเรียกชื่อเธอของผู้หญิงและผู้ชายที่อยู่ข้างหูเธอก็ยังคงได้ยินอยู่
"น้องสาวจะเป็นอันใดหรือไม่ขอรับท่านพ่อ" เสียงสะอื้นของเด็กหนุ่มดังขึ้น
'ไม่ เธอไม่มีพี่ชาย เช่นนั้นก็ไม่ใช่ครอบครัวของเธอ แล้วเป็นเสียงของใครกัน' สืออีพยายามเริ่มตาที่หนักอึ้งเพื่อมองเหตุการณ์ที่เธอได้ยิน เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เธอได้ยินไม่ใช่สิ่งที่คิดไปเอง
"หยานเออร์เจ้าฟื้นแล้ว ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์"
สืออีมองไปรอบตัวก็เห็นคนแปลกหน้าที่อยู่ในชุดโบราณ บริเวณที่เธอนอนอยู่เป็นริมแม่น้ำ ในตอนนี้มีสตรี บุรุษ เด็กหนุ่มกำลังโขกศีรษะกับพื้นเพื่อขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้เธอฟื้นขึ้นมา
'นี่มันเรื่องบ้าบออะไร เกิดอะไรขึ้นกับตัวฉัน' สืออีหมดสติไปอีกครั้งไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อตรงหน้าหรือเป็นเพราะร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป
ครอบครัวจางเห็นบุตรสาวที่จมน้ำฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบพาตัวนางกลับเรือนเพื่อไปตามท่านหมอในหมู่บ้านมารักษา ในยามนี้นับว่าจางซินหยานพ้นอันตรายแล้ว
ที่จางซินหยานตกลงไปในน้ำไม่มีผู้ใดพบเห็นเหตุการณ์คงต้องรอให้นางฟื้นขึ้นมาจึงจะสอบถามรายละเอียดได้เท่านั้น
สืออีที่อยู่ในร่างของซินหยานนางฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในยามค่ำคืน เมื่อมองไปรอบห้องก็พบว่าห้องที่เธอนอนอยู่มีเพียงเตียงนอนขนาดไม่ได้กว้างไปกว่าตัวเธอสักเท่าใดนัก
ข้างหัวเตียงมีตู้ใบเก่า ๆ ที่น่าจะไว้เก็บเสื้อผ้า ห้องเล็กเพียงนี้ไม่อาจจะนำโต๊ะหรือเก้าอี้เข้ามาวางไว้ด้านในได้ ผนังห้อง เพดานที่ทำจากดินเริ่มมีรอยแตกร้าวให้พบเห็น หลังคาที่เธอเงยหน้าขึ้นมองอยู่ก็ทำมาจากหญ้าแห้ง
ไม่อยากจะคิดว่าหากเกิดพายุฝนหรือหิมะจะมีสภาพเช่นใด หมอนที่ใช้หนุนก็แข็งราวกับหิน เพราะทำมาจากท่อนไม้ เตียงไม้ไผ่ที่มีเพียงผ้าเก่า ๆ ผืนบางปูรองเพื่อเท่านั้น ให้ความรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวยิ่งกว่าเดิม
สืออีลุกขึ้นนั่ง เธอยกมือขึ้นกุมศีรษะเพราะความเจ็บปวดที่แล่นเข้าสู่หัวในยามนี้ ทำให้ต้องทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง ความทรงจำของร่างเดิมไหลเป็นภาพชีวิตของจางซินหยาน ใบหน้าของบิดามารดา พี่ชาย และเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมถึงเรื่องที่ทำให้เธอตกลงไปในน้ำด้วย
ญาติผู้พี่ จางยู้อวี้ บุตรสาวของลุงใหญ่ พี่ชายของบิดานาง ทั้งคู่ซักผ้าอยู่ที่ริมแม่น้ำ เพราะเป็นเวลาสายแล้ว ชาวบ้านจึงกลับเรือนไปเสียหมดเหลือเพียงทั้งคู่เท่านั้น
"ซักให้ข้าด้วย" จางยู้อวี้โยนเสื้อผ้าของครอบครัวนางมาที่จางซินหยาน
"พี่หญิงท่านซักเองเถิด ของข้าก็มากพอแล้ว" ซินหยานเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันมองยู้อวี้ที่ตอนนี้นางเริ่มมีโทสะแล้ว
"ข้าบอกให้ซักก็ซักเสีย" ยู้อวี้เท้าเอวตวาดเสียงดัง
เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่แยกเรือนครอบครัวของซินหยานต้องทำงานภายในเรือนทั้งหมด ท่านปู่ท่านย่าเห็นใจครอบครัวบุตรชายคนรองจึงได้ทำการแยกเรือน แต่ท่านลุงใหญ่กับป้าสะใภ้บ่ายเบี่ยงมาตลอดเพราะไม่อยากแบ่งที่ทำกินให้จึงไม่ได้แยกเรือนเสียที
เมื่อท่านปู่ท่านย่าเสียชีวิตลง ท่านลุงใหญ่ก็หาเรื่องไล่ครอบครัวน้องชายตนเองออกจากเรือนใหญ่ ประจวบกับที่จางเทียนเกิดอุบัติเหตุระหว่างไปล่าสัตว์ ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ที่ไม่อยากเสียเงินรักษาจึงให้จางเทียนพาลูกเมียมาอยู่ที่เรือนท้ายหมู่บ้าน
และได้ทำหนังสือแยกเรือน โดยที่ทั้งสองครอบครัวไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก ที่ดินของครอบครัวลุงใหญ่ก็ไม่แบ่งให้ เพียงยกเรือนท้ายหมู่บ้านที่เป็นของท่านย่าให้มาเท่านั้น ส่วนที่ดินก็อ้างเพียงมีน้อยนิดแบ่งให้ไม่ได้
คุณอาจจะชอบ





