ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จะว้ากให้เธอรัก

จะว้ากให้เธอรัก

เมื่อความรักก่อตัวขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งของคนสองขั้ว เขาตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง แต่ติดปัญหาใหญ่คือความปากร้ายของเธอที่พร้อมจะปะทะอยู่เสมอ ในขณะที่เขาไม่ได้ต้องการสวมบทบาทคนใจร้าย และเธอก็ไม่ได้มีความคิดที่จะเปิดใจให้ความรักแม้แต่น้อย เรื่องราววุ่นๆ จึงเริ่มต้นขึ้นผ่านปฏิบัติการว้ากสุดเข้มข้นเพื่อพิชิตใจเธอให้สำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความแสบสันและเสน่ห์ของวัยรุ่นที่น่าติดตาม
ตอน
แชร์

ตอน 1

ณ ลานเกียร์

"ก้มหน้าลงไป!!!”

ณ เสียงที่ตะโกนดังลั่นลานเกียร์ อย่าเพิ่งตกใจกันนะคะ เรากำลังรับน้อง แต่ไม่เข้าใจ๊ไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องมารับน้องที่นี่ด้วย รู้อะไรไหมคะ ฉันล่ะเบื่อที่จะอยู่ในกฎเกณฑ์ เกลียดการถูกบังคับเป็นที่สุด อุตส่าห์เรียนบริหารกะว่าจะสบาย ๆ ไม่ต้องรับน้องเหมือนรุ่นพี่ปีที่แล้ว ฮึ่ยเจ็บใจ จะอะไรล่ะ เพราะปีที่แล้วน่ะรุ่นพี่เขารับรุ่นกันอย่างสบายไม่ต้องตกระกำลำบาก ไม่ต้องร้อนไม่ต้องนั่งตากแดด ไม่ต้องทนความกดดัน แต่ดูปีฉันสิ ดู๊!

"เงยหน้าทำไม!! ใครสั่งพวกคุณครับ ก้มหน้าลงไป!!!".

นั่นแหละค่ะอย่างที่ได้ยินเลย ไอ้พวกรุ่นพี่เก็บกดเอ้ย ว้ากเอา ๆ ไม่เจ็บคอหรือไง มันเซอร์ไพรส์รับน้องโหดที่รุ่นฉันยังไม่พอ รุ่นฉันยังมากับความโชคดี

โชคดีกับผีอะไรล่ะ โชคร้ายนะสิไม่ว่า เพราะเป็นปีแรกที่คณะบริหารต้องมารับน้องรวมกับคณะวิศวะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเถื่อนถ่อยที่สุด อยากจะบ้าตาย ฮึ่ม

"ใครสั่งให้พูด มีมารยาทกันไหม...ครับ"

ยัง ยังไม่จบ หันไปข้าง ๆ เพื่อนสาวเจ้าน้ำตาของฉันน้ำตาคลอแล้ว หันไปมองอีกคนก็กำมือแน่น อีกคนก็นิ่งไม่ขยับ ถ้ายังไม่หยุด จะขึ้นแล้วนะเว้ย

"เลิกเชียร์ได้ครับ" สวรรค์

"ฮือแก ฉันกลัวง่า"

"โอ๊ย หัวใจฉันจะวาย"

"ฉี่แทบราดอะมึง"

ไม่ต้องถามว่าอยู่ไหน ตอนนี้อยู่ห้องเรียนจ้า ส่วนเสียงสามเสียงเป็นเสียงเพื่อนฉันเอง คนแรกชื่อน้ำพิ้งค์ ขี้อาย ขี้กลัว หน้าสวยแต่งยังไงก็ขึ้น คนที่สอง ยัยน้ำหวาน หน้าโคตรหวานโคตรใส แต่สนิทรู้เลยว่ามันอะจอมทะลึ่ง โก๊ะ นิสัยนี่ขัดกับหน้าตาสุด ๆ

คนที่สามคือยัยน้ำทิพย์ มนุษย์หน้านิ่ง นิ่งจนคนอื่นหาว่าหยิ่ง ก็นะสำหรับคนไม่สนิทก็จะมองอย่างนั้น แต่ถ้าสนิทนะ ยัยเนี่ยเปรี้ยวและแซ่บสุดในกลุ่มเลยล่ะ คนอะไรขนาดนั่งเฉย ๆ ยังเซ็กซี่อะ

ส่วนคนสุดท้าย ฉันเอง ท้าดาาาา!

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อน้ำมนต์ หรือที่ครอบครัวและเพื่อนเรียกว่า ไอ้มนต์ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะพวกมันบอกว่าฉันแมนไง แมนตรงไหนวะแค่ต่อยมวยเป็นป้องกันตัวได้ เคยต่อยกับผู้ชายจนผู้ชายเข้าโรงพยาบาล แล้วก็ไม่ค่อยใส่กระโปรงเท่านั้นเอง

เอ้า แมนตรงไหน ตอบมนต์คนสวยหน่อยค่า นิสัยฉันก็คล้าย ๆ ยัยทิพย์แหละกับคนที่ไม่สนิทนะ แต่สนิทก็พูดมาก ใจใหญ่ไปไหนไปกัน คอยดูแลปกป้องพวกมัน และที่สำคัญ ปากหมา!! นี่ล่ะค่ะ ฉันเอง

สงสัยใช่ไหมล่ะว่าทำไมฉันสี่คนชื่อคล้าย ๆ กัน คืองี้แม่เราเป็นเพื่อนกันที่สนิทกันมาก ย้ำว่ามาก เลยตั้งชื่อเราให้เหมือนกัน ไงล่ะ ดีไปอี๊ก เฮ้อเหนื่อย อาจารย์มาละ ขอตัวเรียนก่อนละกัน

ช็อป วิศวะ

"เฮ้ย วันพรุ่งนี้ไปส่องเด็กกันไหมวะ ปีนี้เขาบอกว่าเด็ด"

"มึงหัดคิดเรื่องอื่นเป็นไหม นอกจากเรื่องผู้หญิงเนี่ยไอ้เหนือ"

"มันก็คิดเป็นเรื่องเดียวนั่นแหละ เรื่องอื่นมันคิดไม่เป็นหรอก"

"เอาเวลาที่พวกมึงสามตัวกำลังเถียงกัน มาช่วยกูทำงานไหมครับ ไอ้เพื่อนเชี่ย"

สงสัยกันล่ะสิว่าผมเป็นใคร ผมชื่อพายุ ลูกเจ้าของมหาวิทยาลัยที่นี่แหละ ใหญ่สุดละ พวกมันชอบเรียกผมว่า "ราชา" แล้วก็เสียงของไอ้สามตัวเมื่อกี้อะ เพื่อนสนิทผมเอง เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก รู้เช่นเห็นชาติกันทุกอณูนั่นแหละครับ

คนแรกไอ้เหนือ หรือเหนือนที นิสัยมันโคตรกะล่อน เจ้าเล่ห์ พูดมากเป็นที่สุด คนที่สองไอ้วินหรือไอ้ธาวิน บุคลิกดูโคตรเป็นคนดี ผู้ชายอบอุ่น? แต่นิสัยมันร้ายลึกนะครับผม คนที่สามไอ้ดิน หรือปฐพี ไอ้นี่ก็นิสัยคล้าย ๆ ผม ไม่ค่อยพูดกับคนที่ไม่สนิท ถ้าสนิทคือพูดมาก กวนตีน และหื่นสุด ๆ ส่วนผมน่ะเหรอ นิยาม หล่อเลว คือผมเอง

พวกผมทั้งสี่เรียนวิศวะยานยนต์ แก๊งเฮดว้ากประจำปีนี้ พวกผมอยู่ปีสาม และหัวข้อสนทนาเมื่อกี้ก็เป็นเรื่องรับน้อง แต่ที่ทำให้ไอ้เหนือมันดี๊ด๊าก็เพราะว่าปีนี้ คณะวิศวะต้องรับน้องรวมกับคณะบริหาร!!! ซึ่งคณะบริหารสาวเด็ดทุกคนครับ ไอ้เหนือมันเลยอยากจะไปอ็อฟ เอ้ย ไปดูน้อง ๆ เท่านั้นเอง ผมยังไม่รู้เลยว่าเด็กบริหารจะทนรับน้องของผมได้หรือเปล่า เห็นที พรุ่งนี้ ผมคงต้องไปดูลาดเลาซะหน่อยแล้ว

"หรือมึงจะไม่ไปไอ้พายุทอร์นาโด ตอปิโด..."

ไอ้เหนือมันพูดกวนส้นตีนผม

“หึ/หึ”

เสียงไอ้วินกับไอ้ดินหัวเราะในลำคอพร้อมมองผมยิ้ม ๆ พวกมันรู้ว่าผมคิดอะไร ก็บอกแล้วคบกันมานาน

"กูไป แต่ พวกมึงทั้งสามตัว รีบมาช่วยกูทำโปรเจกต์ส่งจารย์เลยเร็ว" พอผมพูดจบ เราก็ต่างฝ่ายต่างทำงาน

"เฮ้อ เรียนเสร็จสักที กูนี่โคตรเมื่อย" ไอ้หวานมันพูด

"ฮือ หิวอะหิว" ไอ้พิ้งค์

"พวกมึง ดูนี่ดิ เฟซกลุ่มมันบอกว่า พรุ่งนี้ให้ทุกคนมาเข้าเชียร์ ย้ำ! มาให้ครบทุกคน เฮดว้ากปีสามลงว่ะ" เสียงไอ้ทิพย์มันพูด

"อีกแล้วเหรอมึง เบื่อว่ะ ไปหาไรกินกันเถอะ" ฉันพูด และตอนนี้พวกฉันก็ตกลงกันได้แล้วว่าจะกินชาบู

ร้านชาบู

"มึง หิวจริงจังมากอะ อาจารย์สั่งโคตรเยอะ" ยัยหวานพูด

"รีบกินกันเถอะมึง ได้กลับคอนโดกันสักที" ยัยทิพย์พูด

"ฉันเห็นด้วยกับแก ปะ กิน ๆ" ฉัน

"พวกแก ที่เขาบอกว่าเฮดว้ากจะลงอะ น่ากลัวปะวะ ฮือ ฉันกลัว" ยัยพิ้งค์สาวขี้กลัวประจำกลุ่ม

"ขึ้นชื่อว่าเฮด กูว่าต้องน่ากลัวแน่เลย" ยัยหวาน

"หึ โหดเยอะ ๆ กูจะอ่อยให้ไปไม่เป็นเลย" ยัยทิพย์พูด

"กูไม่รู้ว่ะ ไม่ได้สนใจ แต่ไม่ต้องกลัว นี่ใคร เดียวพี่ดูแลเองน้อง"

"จ้า...พี่น้ำมนต์คนแมน" หลังจากฉันพูดจบ พวกมันก็รับคำฉันด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ หลังจากที่เช็กบิลเสร็จ พวกเราก็กลับคอนโดทันที อ้อเราอยู่ด้วยกันอะ สี่ห้อง อยู่ชั้นบนสุด ก็บอกแล้วพวกฉันรวยมาก

หลังจากสี่สาวร่างเล็กสี่สไตล์ที่เวลาอยู่ด้วยกันไม่สามารถทำให้คนที่มองละสายตาไปได้ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับพวกเธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่า ทั้งคำพูดและการกระทำได้ตกอยู่ในสายตาของพวกเขาทั้งสี่เป็นที่เรียบร้อย แถมเสียงพูดท่าทางก็ชัดยิ่งกว่าระดับ hd ซึ่งทั้งสี่สาวอยู่ในสายตาพวกเขาตั้งแต่เข้ามาในร้านเรียบร้อยแล้ว และทั้งสี่สาวก็ถูกขึ้นบัญชีกับพวกเขาสี่หนุ่มแก๊งหล่อเลวเรียบร้อย

หึ ชัดครับชัดทั้งเสียงทั้งภาพ ผมยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจใครบางคนในกลุ่มผู้หญิงสี่คน แต่ก่อนอื่นผมต้องเคลียร์กับเพื่อนก่อนว่าพวกมัน จองใคร

"กูอยากโดนอ่อย คนหน้าตาหมวย ๆ เซ็กซี่ ๆ พวกมึงห้ามยุ่ง" ถูกครับไอ้เหนือมันเลือกน้องคนหนึ่งคนหน้านิ่ง ๆ หยิ่ง ๆ สเปกไอ้เหนือมัน

"กูมันผู้ชายอ่อนโยนชอบปกป้อง น้องหน้าตาน่ารักขี้กลัวคนนั้น พวกมึงอย่ามาแหยมครับ" เชรด ไอ้วินมันเลือกน้องหน้าสวยแต่ขี้กลัวไปครับ เหลือแค่ไอ้ดิน ผมจ้องมันเขม็งมันก็จ้องผมเหมือนกัน ก่อนผมจะยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินสิ่งที่มันพูดออกมา

"กูเอาคนนั้น น้องหน้าหวาน อยากรู้ว่าอย่างอื่นจะหวานด้วยหรือเปล่า คนนั้นกูจอง" ไอ้ดินพูด ใช่ครับน้องหน้าหวาน สเปกไอ้ดินมัน ส่วนผมน่ะเหรอ หึ

"คนนั้นของกู" ผมพูดยิ้ม ๆ ใช่ครับผมเลือกน้องมนต์น่าจะชื่อมนต์ผมได้ยินเพื่อนเรียกแบบนั้นนะ คนอะไร สวยน่ารักไปซะหมด เหมือนเธอจับเอาบุคลิกของเพื่อนเธอทั้งสามมารวมไว้ที่เธอ ซึ่งมองแล้วมันไม่น่าเบื่อนะสำหรับผม จริงๆ กลุ่ม

ของเธอสวยหมดทุกคนนะครับสวยคนละเเบบกินกันไม่ลง แต่สำหรับผมต้องน้องมนต์เท่านั้น คนอะไรหน้าดูเอ็น เอ้ย! หน้าเอ็นดูครับ ยิ่งห้าว ๆ แบบนี้ ผมจะปราบพยศให้เป็นแมวเชื่อง ๆ เชียว

"น้องมนต์ของเฮีย"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ขอเถอะครับให้ผมได้เป็นพ่อของลูก
8.9
เผลอ One night stand กับคนที่ไม่ใช่ เธอจึงลาออก หลบมาเปิดร้านกาแฟเลียแผลใจ ลูกคนเดียวเธอเลี้ยงได้ แล้วไหงคนที่ไม่ใช่ ยังกลับมาเสนอหน้า ขอเป็นพ่อของลูกอีกล่ะ +++++++++++++++++++++ วนิษศากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ มือกระชับถุงของที่ถือมาแน่น “ท้องทำไมไม่บอกผมหือ... หนูแหวน” เสียงทุ้มต่ำไม่ต่างกับคำราม เขายืนย้อนแสง ยิ่งทำให้เงาร่างใหญ่โตดูทะมึน กลบตัวเธอแทบมิด “ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณนี่” ว่าที่คุณแม่ตอบใจดีสู้เสือ ขณะอีกฝ่ายท่าทางเหมือนเตรียมกระโจนพร้อมเข้างับเหยื่อเนื้อหวานอย่างเธอเสียเหลือเกิน “ทำไมจะไม่เกี่ยวก็ในท้องคุณเป็นลูกผม” วนิษศาฟังแล้วอยากหัวเราะ “เชื่อได้ยังไงว่าเป็นลูกคุณ” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น จ้องตาเขาแบบไม่ยอมแพ้ “เชยเป็นป้าอย่างคุณน่ะนะหนูแหวน ทำงานให้พี่ผมงกๆ จะมีเวลาไปหาแฟนที่ไหน” ได้ฟังถึงกับมือสั่น ยอมรับ...วนิษศาแต่งตัวเป็นป้า แต่ไม่ต้องย้ำขนาดนี้ก็ได้ ++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นฟันน้ำนม
9.4
เรื่องราวความผูกพันอันแสนลึกซึ้งของอัสนี ชายหนุ่มผู้มอบหัวใจและคำมั่นสัญญาให้กับมิริน คู่หมั้นสาวรุ่นเยาว์ที่เขาเฝ้าดูแลและรักใคร่ด้วยความจริงใจมาโดยตลอด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความมั่นคงที่อัสนีมีให้เพียงเธอคนเดียวเท่านั้น ท่ามกลางบรรยากาศนิยายรักโรแมนติกสมัยใหม่ที่ถ่ายทอดความรู้สึกอันบริสุทธิ์ของชายหนุ่มที่มีต่อคู่หมั้นตัวน้อยของเขาอย่างหมดหัวใจในทุกช่วงเวลาที่เติบโตไปด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย ขอเลิกกับสามีงี่เง่า
8.2
ลู่เยียนจือมองว่าสือเนี่ยนคือภรรยาที่สมบูรณ์แบบ ทว่าเขากลับเลือกขอหย่าเพื่อไปดูแลหานเวยที่อ้างว่าป่วยหนัก โดยสัญญากับสือเนี่ยนว่าจะกลับมาแต่งงานใหม่ในอีกครึ่งปี เขาคิดว่าเธอจะยอมรออย่างซื่อสัตย์ แต่ความเจ็บปวดทำให้สือเนี่ยนตัดสินใจตัดขาดทุกอย่าง ทั้งทำแท้งและเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไร้เขา เมื่อการหย่าปลอมกลายเป็นเรื่องจริง ลู่เยียนจือจึงเริ่มเสียสติและพยายามทำทุกทางเพื่อตามง้อขอโอกาสจากเธออีกครั้ง แม้ต้องไล่ตามอย่างบ้าคลั่งเพียงเพื่อให้เธอหันมองเขาก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย หนังสือรักเล่มเดิม(ฉบับปรับปรุง)
8.4
ความคลุมเครือในอดีตของเขาเคยสร้างบาดแผลลึกจนเธอต้องเดินจากไป ทว่าเมื่อโชคชะตาพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เขาจึงตั้งมั่นว่าจะทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้หายไปไหนอีก แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดคือเธอกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่มีคนคอยดูแลอยู่ข้างกายอย่างใกล้ชิดเสียแล้ว การกลับมาแก้ไขนิยายรักเล่มเก่าที่เคยจบไม่สวยฉบับนี้จะยังทันเวลาสำหรับเขาหรือไม่ ในเมื่อหัวใจของเธออาจไม่มีที่ว่างให้คนไม่ชัดเจนเช่นเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฟ้าเป็นใจ
8.3
ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและมีเสน่ห์ของชายหาดบางแสน สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่พรหมลิขิตขีดเขียนขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน เมื่อท้องฟ้าและเกลียวคลื่นเป็นใจให้คนสองคนได้โคจรมาพบกัน ก่อเกิดเป็นความผูกพันที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นในใจของพวกเขาอย่างช้าๆ ท่ามกลางภาพจำของเมืองริมทะเลที่แสนเรียบง่ายแต่กลับตราตรึงใจไปตลอดกาล นี่คือบันทึกความทรงจำของความรักในยุคสมัยใหม่ที่เริ่มต้นขึ้น ณ ดินแดนแห่งนี้