ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สิงห์เกมสวาท

สิงห์เกมสวาท

ภายใต้กติกาความสัมพันธ์ที่อนุญาตเพียงการกอดแต่ไร้ซึ่งความรัก มนสิชาต้องเผชิญกับแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เมื่อกฤษฎิ์ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายมองออกว่าเธอซ่อนความต้องการและความไร้เดียงสาเอาไว้ สายตาคมที่จ้องมองและการสัมผัสอย่างใกล้ชิดทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนจนลมหายใจติดขัด ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนแรงขึ้นทุกขณะ เธอจะเลือกเดินหน้าทำลายกฎเหล็กที่ตั้งไว้ หรือจะยอมถอยห่างก่อนที่ความรู้สึกจะถลำลึกไปจนกู้คืนไม่ได้ในเกมเสน่หาครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

มือเรียวบางเคลื่อนต่ำ ผ่านหน้าท้องอุดมด้วยลอนซิกซ์แพ็กน่าหลงใหล เจ้าความร้ายกาจตัวดีที่อยู่ต่ำลงไป ดีดดิ้นผงกหัวบอกการรับรู้เริงร่า คล้ายว่ามันกำลังรั้งรอการบำบัดความทรมานให้บรรเทาเบาบางจากมือนั้น

สุ้มเสียงห้าวแหบดังคลอในลำคอหนา เสียงกระซิบต่ำแตกคล้ายระฆังเร่งเร้าให้ผู้พิพากษาสาวหยุดทรมานเขาเสียที

เสียงหวานหัวเราะคิกคัก ยังวนมือเย้าหยอกล้อเล่นกับต้นขาแกร่งกำยำต่อไปไม่หยุดอีกหลายนาที เพิ่มเร้าอารมณ์รุ่มร้อนให้คุคลั่งในร่างแกร่ง เสมือนสุมฟืนใส่กองไฟเล็กๆ ให้มันลุกโชติ ร่างกายที่อุดมไปด้วยเลือดเนื้อแสนสวยงามไร้ไขมันส่วนเกินผ่าวร้อน คลับคล้ายอุณหภูมิในห้องพุ่งสูง ความกดอากาศลดต่ำฉับพลันจากการกระทำแสนร้ายกาจไร้ปรานีของสาวงาม การเคลื่อนไหวของเธอละมุนละไมทว่าแสนเชื่องช้า ช้าที่สุดในความรู้สึกของคนรอที่เฝ้าแต่ฮึดฮัดขัดใจในลำคอ ดวงหน้าสวยคมบาดตานั้นกลับเต็มไปด้วยความระริกรื่น แววตาหยาดเยิ้มยั่วเย้าขี้เล่นช้อนสบตาคมอย่างไม่หวั่นเกรงขณะลงทัณฑ์จำเลยใต้ฝ่ามือน้อย กระทั่งเสียงห้าวสะดุด ลมหายใจติดขัดรุนแรง

นั่นเอง! เธอถึงส่งปลายนิ้วเข้าแตะต้องความร้อนผ่าวที่ตระหง่านตั้ง อย่างรอคอย...

ปัง! ผัวะ!

“โอ๊ย!”

มนสิชาสะดุ้งเฮือก อารมณ์บรรเจิดลื่นไหลปลิวหายไปกับขวัญของเธอเรียบร้อย

เฮ้อ...

ร่างอวบอิ่มแบบที่เจ้าตัวส่องกระจกมองตัวเองทีไรก็คิดว่าอ้วนเกินไป จำใจลุกจากเก้าอี้หน้าคอมฯ ที่นั่งจ้องมาครึ่งค่อนวัน เพื่อไปหาต้นเหตุ คนที่พังอารมณ์สุนทรีย์ของเธอหมดสิ้น

“พี่ธันย์ เมามาอีกแล้ว”

เสียงหวานทักเบาๆ น้ำเสียงอ่อนใจเต็มที ธันย์ภพที่ก้มตัวคลำมือนวดเท้าตัวเองป้อยๆ หลังจากเดินเซ เท้าไปเตะขาโซฟาซึ่งเป็นเหล็กเข้าอย่างจัง ใบหน้าแดงก่ำจากการดื่มเหล้ามาพอควรเงยขึ้นยิ้มเฝื่อน

“อ้อ มน... ทำงานอยู่เหรอ พี่นึกว่าเรานอนแล้ว”

มนสิชาสั่นหน้าเบาๆ ในเชิงระอาใจกับพฤติกรรมของธันย์ภพ แต่ร่างอิ่มก็เดินเข้ามาประคองคนตัวสูงใหญ่เพื่อพาขึ้นบันไดไปห้องนอนชั้นสอง

คอนโดห้องนี้เป็นห้องสูทที่มีความกว้างขวางสมราคาหลายล้าน มีห้องนอนสองห้อง ห้องใหญ่นั้นกั้นพื้นที่ทำไว้อีกชั้น ต้องเดินขึ้นบันไดไป มนสิชาไม่ค่อยชอบที่พักเท่าไหร่ แต่เพราะมันตั้งอยู่กลางเมือง สะดวกในการเดินทางไปทำงาน ธันย์ภพจึงเลือกซื้อคอนโดทำเลนี้

กลิ่นเหล้า เคล้ากลิ่นน้ำหอม แบบที่เธอรู้ว่า มันเป็นน้ำหอมของผู้หญิงมากกว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมของเขา

“พี่ธันย์เมาทุกวัน ดื่มเยอะแบบนี้ ไม่ดีกับสุขภาพนะคะ”

ธันย์ภพหัวเราะเบาๆ กลิ่นเหล้าที่กรุ่นกำจายจากลมหายใจและปากเข้มทำหญิงสาวเบ้หน้า ย่นจมูก เขาเห็น แต่ในอารมณ์ที่ปะปนฤทธิ์เมรัยจึงไม่ได้สนใจ

“วันเกิดน้องที่ออฟฟิศน่ะ”

“เกิดกันครบทุกคนหรือยังคะปีนี้”

หญิงสาวถามประชด เปิดประตูห้องอย่างทุลักทุเล เมื่อคนเมาเทน้ำหนักมาที่เธอเกินพอดี เกินจำเป็น...

“หึหึ เกือบแล้ว”

“ค่ะ ตัวพี่ธันย์ ไม่รักตัวเองก็ตามใจพี่แล้วกัน”

มนสิชาพาคนตัวใหญ่มาส่งที่เตียงสำเร็จ ไม่คิดจะดูแลอะไรไปมากกว่านี้ เมื่อปล่อยร่างหนาลงนอนเค้เก้บนที่นอนแล้ว เธอหมุนตัวจะออกจากห้อง

“ถ้าอ้วกเลอะบ้าน ทำความสะอาดเองนะคะ”

ทว่า... คนเมากลับเด้งตัวลุกมาคว้าเอวบางดึงเข้าหาตัวเขา แรงรวบรั้งดึงกลับรวดเร็ว เป็นผลให้กายอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือและเต็มกอดถลาลงไปบนเตียงด้วย

“พี่ธันย์ ทำอะไร!”

ธันย์ภพพลิกร่างนุ่มลงข้างล่าง กักเธอเอาไว้ด้วยกายใหญ่หนาของตัวเอง ตาคมเรื่อแดง อ่อนเยิ้ม กวาดไปทั่วดวงหน้าผุดผ่อง

ตาเรียวงามตื่นตระหนก มองสบอย่างไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ เขาไล้นิ้วกับนวลแก้มขาวช้าๆ

“เราแต่งงานกันมากี่ปีแล้วนะมน”

เขาจะถามเรื่องนี้ทำไมตอนนี้นะ

มนสิชาหน้าร้อน ผู้ชายที่กำลังชะโงกเงื้อมเหนือตัวเธอได้ชื่อว่าเป็นสามีก็จริง แต่การสนิทชิดเชื้อแบบนี้เธอไม่คุ้นชินกับมันเลย

“สะ...สามปีแล้ว พี่ธันย์ลุกค่ะ มนจะไปปิดคอมฯ”

มือเล็กๆ ดันแผงอกกระด้างเป็นสัญญาณให้เขาถอยออกห่างเสียที การใกล้ชิดแบบนี้ ทำให้เธอเหม็นกลิ่นเหล้ากับกลิ่นน้ำหอมจนมึนหัวแล้ว

ใช่ว่าเธอไม่ดื่ม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เคยดื่มมาหลายอย่างหลายยี่ห้อ แต่ไม่ได้กินเป็นเทน้ำทิ้งเทอาบเหมือนที่ธันย์ภพทำ...

“สามเหรอ หึหึ... นานเหมือนกันนะ นานเกินจนเกือบลืมไป...”

“เกือบเหรอคะ พี่ธันย์ลืมไปแล้ว ถึงมาถามมนว่าเราแต่งงานกันมากี่ปี แต่ช่างมันเถอะค่ะ ตอนนี้พี่ลุกขึ้นสิ มนหนัก มนจะไปปิดคอมข้างล่าง น้ำก็ยังไม่ได้อาบเลย”

“อืม... หอมแบบนี้ ไม่อาบก็ได้ พี่อยากกอดมนนอน”

ว่าแล้ว ใบหน้าคมเข้มกดลงมาคล้ายจะหอมแก้ม เขาสูดความหอมข้างแก้มเนียนใสเข้าปอดแรงๆ

มนสิชาผวา ใจเต้นระรัว รีบยกมือมาดันหน้าคมออกห่าง

“ไม่ค่ะ พี่ธันย์เหม็นเหล้าไปทั้งตัว มนมึนหัวไปหมดแล้ว”

ร่างอวบอิ่มเต็มมือของภรรยาดิ้นขลุกขลัก ขณะที่ธันย์ภพกระชับอ้อมแขนกอดร่างนุ่มแน่นขึ้น คลุกเคล้าใบหน้าคมลงดอมดมความหอมอ่อนๆ ของพวงแก้มสาว

“ไม่ พี่ธันย์ หยุดนะ อย่าทำแบบนี้”

“ทำไมล่ะมน เราเป็นผัวเมียกันนะ ทำไมพี่จะทำไม่ได้”

เสียงอู้อี้ห้าวแหบสวนกลับ ปากอุ่นอ้าวทาบดูดต้นคอขาว ความนุ่มละมุนหอมกรุ่นทำให้ไม่อยากปล่อย อารมณ์รัญจวนประดามีประเดประดังโถมทับธันย์ภพรุนแรง เขาต้องการปลดเปลื้องอารมณ์ที่กลุ้มรุมสุมร่างตอนนี้! เวลานี้!

ความต้องการที่ว่า พุ่งไปส่วนล่าง ให้แข็งขืนตื่นตัว...

มนสิชาหน้าตื่น ความแกร่งตึงที่เบียดสีแถวหน้าขาพาใจเต้นกระหน่ำ

เธอไม่ต้องการแบบนี้!

ไม่ต้องการ! ไม่อยากให้เขาเข้าใกล้หรือทำอะไรเธอทั้งนั้น!

“ไม่ค่ะ! ปล่อยมน!”

“ปล่อยทำไม มนเป็นเมียพี่นะ พี่จะนอนกับเมียผิดตรงไหน”

“ไม่ผิด แต่มนไม่ต้องการค่ะ ไม่ต้องการแบบนี้”

หญิงสาวตอบเสียงเบาแต่หนักแน่น แกะมือที่ยุบยับไปตามเนื้อตัว การเล้าโลมที่ฝ่ายสามีหนุ่มเริ่มขึ้น ลูบไล้ นวดคลึง จับบีบเนื้อตัวนุ่มอุ่นไปทั่ว มันควรจะสร้างความกระสันรัญจวนให้ทุรนทุรายหาปฏิบัติการของการเสพสมขั้นต่อไป ทว่า... มันไม่ใช่สำหรับเธอ

ร่างกายอาจจะวูบวาม หากจิตใจเธอนั้นไม่ได้มีจิตเสน่หาในเวลานี้เลย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เสน่หาสัญญารัก
9.7
เมื่อภาระหนี้สินอันหนักอึ้งกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หญิงสาวผู้ไร้ทางออกจึงต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอสุดอื้อฉาวจากเจ้าหนี้ผู้ทรงอิทธิพล เงื่อนไขเดียวที่จะล้างมลทินทางการเงินของเธอได้นั้นไม่ใช่แก้วแหวนเงินทอง แต่เป็นการยอมจำนนด้วยร่างกายและศักดิ์ศรีภายใต้คำสั่งอันเผด็จการของเขา ท่ามกลางบรรยากาศของโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและการชิงดีชิงเด่น ข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยความแค้นและราคะจะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักซาตานร้าย (Love devils)
9.8
ความประทับใจตั้งแต่แรกพบนำไปสู่การค้นพบความลับที่เปลี่ยนทุกอย่าง เมื่อเขาตัดสินใจใช้หญิงสาวผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือในการชำระแค้นศัตรูอย่างเลือดเย็น เธอจึงต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์และยอมรับผลกรรมที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งภาระจากครอบครัวและแรงกดดันจากซาตานร้ายในคราบคนรักที่บีบคั้นหัวใจเธอจนเกินจะแบกรับไหว ในเกมการแก้แค้นที่เดิมพันด้วยความรักและหยาดน้ำตาครั้งนี้เธอจะหาทางออกได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ
8.9
วิษุวัติลงมือแก้แค้นนลินวิภาอย่างเลือดเย็นเพื่อตอบแทนความเจ็บปวดที่เธอเคยก่อไว้กับคนที่เขารัก ทว่าในวันที่เขาสมหวังและเห็นเธอพังทลาย เขากลับตระหนักว่าหัวใจตัวเองตกเป็นของเธอไปเสียแล้ว เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเธอกลับมาในชีวิตอีกครั้ง แต่บาดแผลที่เขาสลักไว้นั้นลึกเกินกว่าจะลบเลือน เมื่อเธอเลือกที่จะปิดตายหัวใจและหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อทวงคืนความรักที่เขาเคยทำลายลงด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย บอกแล้วไงว่าจะไม่รัก
9.6
เมื่อความผิดปกติทางร่างกายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวาย เมื่อเขาถูกคุกคามด้วยข้อเสนอที่เกินจะรับไหว แม้จะเผชิญกับอุปสรรคส่วนตัวแต่เขาก็ยืนกรานที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์ที่น่าเหลือเชื่อนี้อย่างเต็มกำลัง เพราะการยอมรับข้อเสนอนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะที่เขาหวาดกลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและจุดยืนของตนเองเอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นและชวนให้สับสนในความรู้สึกอย่างที่สุด
หน้าปกนวนิยาย หลุมพรางเศรษฐี
8.4
เมื่อหนิงลั่วซีถูกที่บ้านกดดันให้เข้าพิธีวิวาห์กับชายสูงวัยที่เธอไม่ได้รัก เธอจึงตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการจ้างชายหนุ่มจากบาร์โฮสมาสวมรอยเป็นสามีบังหน้าเพื่อประชดครอบครัว ทว่าความจริงที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยก็คือ หนุ่มดริ้งคนนี้แท้จริงแล้วคือผู้นำตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่ปลอมตัวมา นอกจากเขาจะกุมอำนาจล้นมือแล้ว เขายังคอยมอบความรักและความเอาใจใส่ให้เธออย่างแสนหวานในแบบที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนเลย
หน้าปกนวนิยาย ไม่เคยเสียใจที่เคยรักกัน
7.8
งานแต่งงานที่เกิดจากความรักหวานซึ้ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้าย เมื่อภรรยาสาวล่วงรู้ความลับว่าสามีของเธอซุกซ่อนความรู้สึกที่มีต่อน้องสาวแท้ๆ เป็นความรักลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าครอบครัว หลังแต่งงานเขาเริ่มเย็นชาและมักหาข้ออ้างไม่กลับบ้าน ปล่อยให้เธอต้องทนอยู่อย่างอ้างว้างลำพังในเรือนหอ ความหมางเมินประกอบกับความจริงอันโหดร้ายได้กัดกินหัวใจเธออย่างหนัก ทำให้หญิงสาวต้องหันมาทบทวนว่าชีวิตคู่ที่เหลือเพียงความว่างเปล่านี้ยังมีความหมายพอให้ทนอยู่ต่อไปหรือไม่