
นางเอกสุดโหด
ตอน 3
ทันทีที่เจี่ยนอู่เอ่ยออกมา ทุกคนก็มองไปที่เธอ
โดยเฉพาะฟู่ซือเจี้ยนที่กำลังเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด จู่ ๆ เขาก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันหน้าไปมองอย่างแรงด้วยเจตนาฆ่าอันแรงกล้า
เจี่ยนอู่ถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ในทุก ๆ วินาทีเธอรู้สึกเหมือนกับกำลังเหยียบอยู่บนปลายมีดอย่างไรอย่างนั้น
“นี่คือคุณหนูใหญ่ของตระกูลเจี่ยนที่หนีการแต่งงานไปไม่ใช่เหรอ?”
“ทำไมเธอถึงยังกล้ามาที่บ้านตระกูลฟู่อีก?”
สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความรังเกียจ
เจี่ยนอู่เป็นเหมือนสัตว์ร้ายตัวน้อยที่ถูกรายล้อมไปด้วยฝูงหมาป่า เธอถามฟู่ซือเจี้ยนขึ้นมาอย่างระมัดระวังว่า “ขอให้ฉันตรวจดูอาการของคุณย่าหน่อยได้ไหม?”
อะไรนะ?! ทุกคนในห้องต่างก็ตกใจจนลูกตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้าอยู่แล้ว
ฮูเชียนฮัวหัวเราะขึ้นมาเสียงแหลมราวกับสุนัขจิ้งจอก แล้วเธอก็พูดประชดขึ้นมาว่า “คุณเจี่ยน นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอคะ? มีใครไม่รู้บ้างว่าคุณเป็นคุณหนูไร้ค่าที่ลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่มัธยมปลายแล้ว คุณไปมีทักษะทางการแพทย์มาตอนไหนเหรอคะ?”
เจี่ยนอู่ไม่ได้อยากจะทะเลาะกับผู้หญิงปากร้ายคนนี้
เธอรีบไปช่วยชีวิตคุณย่า แล้วก็พูดกับฟู่ซือเจี้ยนอีกครั้งว่า “ในเมื่อพวกหมอหมดทนทางที่จะรักษาได้แล้ว แค่ให้ฉันลองดูทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ไม่ว่าผลลัพธ์จะแย่แค่ไหน มันก็คงไม่แย่ไปกว่าตอนนี้แล้วไม่ใช่รึไง?”
แพทย์และพยาบาลต่างก็ไม่พอใจมาก
บุคคลที่พวกเขาตัดสินว่าตายไปแล้ว พวกเขาจะปล่อยให้คุณหนูโง่ ๆ ที่ไร้ซึ่งความสามารถ มีชื่อเสียงฉาวโฉ่มาวิจารณ์ในแง่ลบได้อย่างไร?
ทุกคนในตระกูลฟู่ต่างก็เกลียดชังจนกัดฟันแน่นกรอด
ตอนนั้นที่ผู้หญิงคนนี้หนีการแต่งงานไป ทำให้คนทั้งตระกูลฟู่ต้องอับอายขายหน้ากันหมด วันนี้พอคุณย่าเสียชีวิตลง เธอกลับยังมาพูดจาเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ตรงนี้อีก
ทุกคนกำลังรอให้ผู้นำตระกูลออกคำสั่ง ไล่คนบ้าคนนี้ออกไป
แต่เจตนาฆ่าในดวงตาของฟู่ซือเจี้ยน จู่ ๆ ก็ค่อย ๆ หายไปซะอย่างนั้น
เขามองพิจารณาใบหน้าของเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรไปอยู่นาน ไม่มีใครรู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ฟู่ซือเฉิงทุบโต๊ะด้วยความโมโห “ตระกูลฟู่ของฉัน ยอมให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเธออย่างเธอมาสร้างปัญหายังไงก็ได้อย่างนั้นเหรอ? ใครก็ได้มานี่ที เอาตัวเธอออกไปเดี๋ยวนี้!”
บอดี้การ์ดหลายคนต่างก็อยากลงไม้ลงมืออยู่แล้ว หลังจากได้รับคำสั่ง พวกเขาก็เดินเข้าไปเพื่อจะลากตัวเจี่ยนอู่ออกไปในทันที
ทันใดนั้นก็มีคนพูดขึ้นมาว่า “ใครกล้าแตะต้อง คนของฉัน!! !”
ฟู่ซือเจี้ยนเอ่ยปากห้ามเอาไว้
ทุกคนต่างก็แปลกใจไปตาม ๆ กัน
แต่ผู้นำตระกูลที่สูงกว่าร้อยเก้าสิบเซนติเมตรได้แผ่รังสีความกดดันอันทรงพลังของเขาออกมา ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะขัดเขา
ฟู่ซือเฉิงกับฮูเชียนฮัวที่ก่อปัญหาอยู่ตลอด เวลานี้ก็ต้องจำใจหุบปากไปด้วยเช่นกัน
ฟู่ซือเจี้ยนควบคุมสถานการณ์ได้ด้วยประโยคเดียว
จากนั้นเขาก็ดึงมือเจี่ยนอู่ไปที่หน้าเตียง แล้วก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ฝากด้วย”
เพราะเป็นการตัดสินใจของผู้นำตระกูล จึงไม่มีใครกล้าคัดค้าน
เจี่ยนอู่เริ่มตรวจร่างกายของคุณย่า
เนื่องจากร่างกายของเธอยังไม่หายดี แล้วเธอก็ยังมาโดนฟู่ซือเจี้ยนบีบคออย่างแรงถึงสามครั้งอีก เธอจึงอ่อนแรงมากจนมือสั่นเล็กน้อย ทำให้การตรวจของเธอดูงุ่มง่ามมาก
ซึ่งพอคนที่อยู่ตรงนั้นเห็นการแสดงออกเช่นนี้เข้า พวกเขาจึงมองไปเชิงลบเสียมากกว่า
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีความรู้ทางด้านการแพทย์เลย เธอเพียงแค่พูดไปเพื่อให้ได้รับความดีความชอบ แถมยังดูกล้า ๆ กลัว ๆ ด้วย
มักจะมีผู้หญิงที่เข้ามาแสดงละคร เพื่อต้องการจะดึงดูดความสนใจของฟู่ซือเจี้ยนอย่างต่อเนื่อง
แต่ยังไม่มีใครที่เหมือนคุณหนูใหญ่ของตระกูลเจี่ยนคนนี้เลยที่เอาคุณย่าฟู่มาใช้ในการแสดง มีแค่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
เมื่อก่อนเธอสามารถเกลี้ยกล่อมล่อลวงคุณย่าให้ตกลงเรื่องแต่งงานได้ ซึ่งถือว่าเป็นความสามารถของเธอ แต่ตอนนี้คุณย่าเสียชีวิตไปแล้ว เธอจะสามารถทำให้คนที่ตายไปแล้วมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งได้ยังไงกัน?
แบบนี้มันเรียกว่ารนหาที่ตายชัด ๆ!
ทุกคนในห้องต่างก็จ้องมองไปที่เจี่ยนอู่กันตาปริบ ๆ
ทุกคนต่างรอดูว่าเธอจะล้มเหลว และหน้าแตกในที่สุด
รอดูเธอถูกฟู่ซือเจี้ยนโยนออกไป
รอดูทั้งตระกูลเจี่ยนต้องมาซวยเพราะเธอ
เจี่ยนอู่ไม่ได้รับผลกระทบจากใครเลย หลังจากทำการตรวจเสร็จ เธอก็นั่งเงียบ ๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบชุดฝังเข็มของตัวเองออกมา
ตอนที่เห็นชุดฝังเข็ม หมอทุกคนต่างก็พากันหัวเราะขึ้นมา ส่วนคนอื่น ๆ ที่มุงดูอยู่ก็หัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมาด้วยเช่นกัน
พวกเขาต่างก็คิดว่าเธอจะเอาทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมมาแสดงซะอีก แต่ที่ไหนได้กลับกลายเป็นแค่การฝังเข็มที่ล่ำลือกันมา น่าตลกสิ้นดี!
คุณย่าหัวใจล้มเหลว การผ่าตัดยังไม่มีประโยชน์อะไรเลย แล้วการแทงเข็มเพียงไม่กี่เล่นจะทำให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อย่างไร?
ฟู่ซือเจี้ยยอมให้เธอวินิจฉัย และรักษาคุณย่าได้ยังไงกัน บ้าชะมัดเลย!
ร่างกายของคุณย่าฟู่เป็นสิ่งล้ำค้า แต่เขากลับยอมให้ผู้หญิงคนนี้แทงสุ่มสี่สุ่มห้าได้เนี่ยนะ? ทำแบบนี้มันเป็นการไม่ให้เกียรติคนตายชัด ๆ เลย!
ทว่าฟู่ซือเจี้ยนไม่ได้ห้าม จึงไม่มีใครกล้าพูดอะไร
เจี่ยนอู่ทำการฆ่าเชื้อเข็ม แล้วก็แทงเข้าไปในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายคุณย่าทีละเล่ม
เมื่อร่างกายเริ่มอ่อนแอลงเรื่อย ๆ มือของเธอจึงสั่นรุนแรงมากขึ้น เม็ดเหงื่อค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นบนหน้าผากของเธอ
เมื่อเห็นว่ามือของเธอสั่นคลอนจนลายตาไปหมด ทุกคนต่างก็มองทุกฝีเข็มด้วยความตื่นตระหนก
หลังจากฝังเข็มแรกไปแล้ว ก็ยังไม่มีปาฏิหาริย์ใด ๆ เกิดขึ้น
หลังจากฝังเข็มที่สองลงไปแล้ว ก็ยังไม่มีปาฏิหาริย์ใด ๆ เกิดขึ้น
จนกระทั่งเข็มที่เก้าถูกฝังลงไป ก็ยังไม่มีปาฏิหาริย์ใด ๆ เกิดขึ้นอยู่ดี
ในที่สุดคนที่มุงดูอยู่ต่างก็ทนเกร็งต่อไปไม่ไหวแล้ว
“พอได้แล้ว!” ฟู่ซือเฉิงตะโกนขึ้นมาด้วยความโมโห
“ยัยตัวแสบ เธอกล้ามากเลยนะ นี่เธอมองเราเป็นคนโง่ เลยคิดจะหลอกพวกเราอย่างนั้นใช่ไหม?”
“กล้าที่จะเอาศพของคุณย่ามาใช้แสดงละคร เธอคงจะไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสิท่า!”
ทุกคนต่างก็จ้องมองไปที่เจี่ยนอู่ด้วยความโกรธ เกลียดชังเธอจนอยากจะฉีกผู้หญิงที่หยามเกียรติคนตายคนนี้ออกเป็นชิ้น ๆ
ฟู่ซือจิ่วที่อ่อนโยนมาโดยตลอด ตอนนี้เขาก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงอย่างมากว่า “ซือเจี้ยน นายปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้มาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ได้ยังไง?”
แต่ฟู่ซือเจี้ยนกลับไม่มีท่าทีว่าจะห้ามเจี่ยนอู่แต่อย่างใด เขากลับตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงดุดันว่า “ทุกคนหุบปากซะ!”
เจี่ยนอู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เหลือแค่เข็มสุดท้ายแล้ว
หากฟู่ซือเจี้ยนคล้อยตามคนอื่น แล้วก็ห้ามไม่ให้เธอทำการฝังเข็มต่อ งั้นก็คงจะล้มเหลว
ภายใต้แรงกดดันของฟู่ซือเจี้ยน เสียงคัดค้านได้หายไปอีกครั้ง แต่ความโกรธและอารมณ์ที่ข่มไว้ของทุกคนกลับเพิ่มมากขึ้น ทำให้ตอนนี้บรรยากาศในห้องอึมครึมอย่างมาก
ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมาอย่างดุดัน เจี่ยนอู่ได้ทำการฝังเข็มที่สิบลงไปแล้ว
เมื่อเข็มนี้แทงทะลุเข้าไป คุณย่าก็สูดหายใจเข้าอย่างแรง
คน ฟื้นแล้ว!!!
คุณอาจจะชอบ





