ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้าวโพดในไร่ชา (Mpreg)

ข้าวโพดในไร่ชา (Mpreg)

เมื่อข้าวโพดผู้ช่วยหนุ่มวัย 22 ปี ดันมาสบประมาทพ่อเลี้ยงกิตติภูมิเจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ว่ามีดีแค่มาดเข้มแต่แท้จริงเป็นคนหื่นกาม ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนระหว่างเสือร้ายวัย 29 กับเด็กปากกล้าจึงเริ่มต้นขึ้น ภายใต้บรรยากาศไร่ชาแสนสวย ข้าวโพดต้องใช้ทั้งเสน่ห์และลีลาเพื่อมัดใจคนแก่จอมดุให้หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น ขณะที่พ่อเลี้ยงบลูเองก็พร้อมจะสั่งสอนให้รู้ซึ้งว่าการลองดีกับเขานั้นต้องเจอของดีอุดปากจนพูดไม่ออก งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไปในเกมรักที่ต้องเช็คร่างกายให้พร้อมเสมอ
ตอน
แชร์

ตอน 1

“เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยหรือเปล่าลูกไม่ค่อยกลับมานอนบ้านใหญ่เลยช่วงนี้”

เสียงแม่เลี้ยงกานดาเอ่ยถามลูกชายคนโตที่เดินเข้าบ้านมาด้วยท่าทางอิดโรย แต่ก็ยังคงความหล่อเหลาและดูดีอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ลูกชายของเธอจะทำงานหนักและไม่ค่อยได้พักผ่อนแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของใบหน้าคมลดลงเลย กลับมีเสน่ห์ด้วยซ้ำเมื่อลูกชายยุ่งจนไม่มีเวลาโกนหนวดโกนเคราที่ขึ้นหร็อมแหร็มอยู่ตอนนี้ทำให้ใบหน้าขาวจึงดูเข้มขึ้นดึงดูดผู้พบเห็น ผิวที่ขาวอย่างคนที่อยู่ในอากาศเย็นและขาวตามยีนของผู้แม่ดูคล้ำลงเพียงแค่เล็กน้อยแต่ก็ถือว่ายังขาวอยู่เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชายคนอื่นลูกชายเธอหล่อขนาดนี้ทำไมยังไม่มีแฟนนะ

เมื่อก่อนสมัยเรียนปริญญาโทลูกชายของเธอคบกับแฟนสาวจนถึงขั้นจริงจังจะขอแต่งงาน แต่ฝ่ายหญิงมาขอเลิกเสียก่อนเพราะพบรักกับเศรษฐีเมืองนอก ทำให้ชายหนุ่มอกหักจนไม่ได้คบใครอีกเลยและขอเรียนต่อปริญญาเอกจนจบ พอจบมาก็ไปหมกตัวในไร่ แต่ใช่ว่าจะไม่มีผู้หญิงมาจีบเพียงแต่ลูกชายเธอไม่สนใจต่างหากมัวแต่ขลุกอยู่ในไร่ชา จนตอนนี้ กิตติภูมิ เลิศธนาธีกานต์ หรือพี่บลู อายุ 29 ปี แล้วยังไร้คู่ครองมาข้างกาย แล้วเมื่อไหร่ที่เธอจะมีหลานย่ากับเขาเสียที

“ช่วงนี้ยุ่งครับแม่ ช่วงใกล้สิ้นเดือนต้องรีบปิดบัญชีต้องทำรายรับรายจ่ายและทำเรื่องเบิกค่าแรงคนงานครับเลยยุ่ง”

ร่างสูงกำยำถอดหมวกออกก่อนที่จะเดินมาหาผู้เป็นแม่แล้วหอมแก้มอิ่มที่เริ่มมีอายุแต่ยังคงความสวยงามอยู่เพื่อขอกำลังใจ คนเป็นแม่จึงลูบศีรษะลูกชายก่อนที่จะหอมแก้มลูกชายทั้งสองข้างตอบ

“หายเหนื่อยเลยครับ” ฝ่ายลูกชายยิ้มให้ผู้เป็นแม่ ลักยิ้มที่ปรากฏอยู่ข้างแก้มทั้งสองข้างทำให้ใบหน้าหล่อมีเสน่ห์ขึ้น แต่น่าเสียดายลักยิ้มนี้ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวก็จะไม่ค่อยได้เห็น

“ยังไม่ได้เลขาหรือผู้ช่วยมาทำบัญชีเลยเหรอลูก ประกาศไปนานแล้วนะทำไมหายากจัง” แม่เลี้ยงเหนื่อยแทนลูกชายเพราะเห็นหาคนงานมาทำบัญชีเป็นเดือนสองเดือนแล้ว

“คงไม่มีใครอยากขึ้นไปอยู่ลำบากในที่กันดาร ไร้แสงสีเสียงหรอกครับแม่ ไม่เป็นไรครับระหว่างรอคนบลูก็พอจะทำได้แต่อาจจะช้าหน่อยต้องใช้เวลาหลังเลิกงาน เลยอาจจะไม่ค่อยได้มาที่บ้านใหญ่บ่อยนะครับ”

กิตติภูมิบอกมารดาไปตามความจริงเพราะถึงเขาจะให้ค่าจ้างสูงมากในการจ้างผู้ช่วยและมีคนสนใจสมัครมากมาย แต่พอบอกสถานที่ไปก็มาทำกันได้ไม่ถึงเดือนก็มาขอลาออกเพราะไม่ชอบชีวิตลำบากไกลสีเสียง ไกลความเจริญ

“เมื่อไหร่จะได้เมียสักทีล่ะลูกทำตัวยุ่งซะขนาดนี้” คนอยากเป็นย่าคนเปิดประเด็น พลางลูบศีรษะลูกชายที่นั่งพับเพียบกับพื้นเอาหน้าแนบตักแม่เหมือนอ้อนพร้อมกับหลับตาคุยกับแม่ ทิ้งมาดพ่อเลี้ยงไร่ชาที่ดุดันจริงจังกับงานไป

“ขนาดหาผู้ช่วยมาช่วยงานยังไม่ได้เลยครับแม่ หาเมียน่าจะยากมากกว่า” เจ้าลูกชายบอกแม่เหมือนน้อยใจในวาสนาให้แม่เอ็นดู

“โถ โถ พี่บลูลูกแม่ งั้นก็ต้องหาเมียที่มาช่วยงานได้ หรือหาผู้ช่วยมาช่วยงานแล้วจีบเป็นเมียซิลูก จับปลาครั้งเดียวได้นกสองตัว” แม่เลี้ยงแนะนำลูกชาย

“ใช่ที่ไหนละครับแม่ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวรึเปล่า” ลูกชายค้านแม่เบาๆ

“อย่างน้อยแม่ก็ภูมิใจที่ลูกจำสุภาษิตไทยได้ ฮาฮาฮา ตกลงเอาอย่างที่แม่ว่านะดีไหมลูก” คนแกล้งพูดผิดบอกกับลูก

“แล้วคุณพ่อไปไหนครับเนี่ย ไม่เห็นหน้าเลย” ชายหนุ่มถามหาพ่อเลี้ยงธนาเพื่อพามารดาออกจากบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องมีครอบครัวของตัวเอง

“ไปหายัยโบว์เห็นน้องบอกว่ามีลูกค้าที่รีสอร์ตถามหาคุณพ่อบอกเป็นเพื่อนเก่าก็เลยจะไปดูว่าใครมาหา”

ถึงบ้านใหญ่จะปลูกไว้ในส่วนของรีสอร์ตแต่ก็แยกโซนกันชัดเจน ตอนนี้พ่อเลี้ยงธนาพ่อของเขาได้โอนในส่วนไร่ชาให้ชายหนุ่มดูแล ส่วนรีสอร์ตธีรกานต์ กฤติยาภรณ์หรือโบว์น้องสาวของเขาดูแลอยู่ โดยทั้งสองที่มีส่วนของกิตติภพน้องชายคนเล็กที่เรียนแพทย์อยู่อย่างละยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์

“แล้ว นี่หลานไปไหนครับปกติเห็นอยู่กับคุณยายตลอด”

ชายหนุ่มถามถึงน้องบูมลูกชายของกิตติภพน้องชายของเขาที่แม่เขาขอเลี้ยงหลานเองระหว่างที่น้องชายเขาเรียนแพทย์อยู่ พูดถึงบอมบอมน้องชายเขาก็เจอมรสุมชีวิตที่หนักหน่วงต้องท้องในวัยเรียนทำให้ต้องหยุดเรียนกลางคัน กว่าจะเคลียร์ปัญหาชีวิตได้กว่าจะได้กลับไปเรียนต้องเสียเวลาเป็นปี ตอนนี้แม่เลี้ยงกานดาจึงต้องขอเอาหลานไว้ดูแลเองเพื่อไม่ให้น้องชายห่วงลูกมากนัก จนทำให้เด็กน้อยวัยสองขวบกว่าก็ติดคุณยายมาก

“โน่น คุณตาเค้าเอาไปอวดเพื่อน” แม่เลี้ยงกานดาพูดไปยิ้มไป นางมีความสุขทุกครั้งที่พูดถึงน้องบูมหลานรักของนาง

“เออ หิวหรือยังลูกไปอาบน้ำอาบท่าไปจะได้มาทานข้าว วันนี้นอนบ้านใหญ่ได้ไหมลูก” คนเป็นเเม่พูดเสียงเศร้าเพราะไม่ค่อยได้เห็นหน้าลูกชายช่วงนี้ แต่ใจจริงไม่อยากให้ลูกชายขับรถกลับไร่ตอนกลางคืนเพราะอยากให้พักผ่อนให้เต็มที่มากกว่า

“ได้ครับแม่ เดี๋ยวคืนนี้บลูนอนนี่ก็ได้ พรุ่งนี้เช้าบลูค่อยกลับไร่ก็ได้ครับ งั้นบลูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ”

พอลูกชายบอกจะนอนค้างที่บ้านแม่เลี้ยงกานดายิ้มแก้มปริ นางอุตส่าห์แสดงละครทำหน้าเศร้าให้ลูกชายสงสารและก็ได้ผลในที่สุดลูกชายที่หายใจเข้าออกเป็นไร่ชาก็ยอมนอนค้างที่บ้านตั้งหนึ่งคืน เดี๋ยวต้องไปเตรียมกับข้าวไว้เผื่อให้ลูกชายเอากลับไปไว้ทานท่ี่ไร่ต่อพรุ่งนี้อีก

“คุณพ่อสวัสดีครับ” กิตติภูมิทักทายผู้เป็นบิดาหลังจากที่อาบน้ำแล้วลงมาเพื่อทานข้าว ก่อนที่จะนั่่งลงข้างพ่อเลี้ยงธนาผู้เป็นพ่อที่เล่นกับน้องบูมหลานชายตัวน้อยอยู่

“อ้าว ไอ้เสือมาแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้างได้คนช่วยงานหรือยัง” พ่อเลี้ยงธนาเงยหน้าจากหลาน มาคุยกับลูกชายเพราะผู้ช่วยคนเก่าที่เคยทำงานกันมานานหลายปีมาลาออกกะทันหัน เพราะได้สามีชาวต่างชาติเลยต้องย้ายตามสามีไป ทำให้หาคนมาแทนไม่ทัน พอได้มาก็มาทำได้ไม่นานเพราะอยูู่บนดอยการเดินทางมาใช้ชีวิตในเมืองหรือกลับมาเยี่ยมบ้านลำบากก็ขอลาออกไปถึงสองคนแล้ว ลูกชายเลยต้องทำเองทุกอย่าง

“ยังครับพ่อ เดี๋ยวก็คงมีครับไม่เป็นไรบลูยังไหว” กิตติภูมิบอกเพื่อให้ผู้เป็นพ่อสบายใจ เขารู้ว่าทั้งพ่อและแม่เป็นห่วงแต่เขาก็อยากให้ทั้งสองที่ทำงานมาตลอดชีวิตพักผ่อนเลี้ยงหลานอยู่บ้าน เดี๋ยวปัญหาทุกอย่างเขาจะจัดการเอง

“น้องบูมว่าไงครับคนเก่ง คิดถึงป๊ะบลูไหม” กิตติภูมิถามหลานชายเพราะตอนแรกน้องบูมพูดคำว่าลุงไม่ได้เลยเรียก ปะบู ก่อนที่จะมาเป็น ป๊ะบลู

“คิดถึงมากๆ ฮะ ป๊ะบลูไม่ค่อยมา” เด็กน้อยน่ารักไม่เห็นหน้าของคนเป็นลุงผู้ใจดีนานเลยบอกคิดถึง และรีบลุกขึ้นกระโดดเข้ามาหอมเเก้มลุงบลูทันที

“โอ๊ย ขี้อ้อน น่ารักเหลือเกินหลานใครครับเนี่ย” คนเป็นลุงหลงหลานไม่ไหว ก่อนจะฟัดแก้มนุ่มๆ ของหลานซ้ายทีขวาทีด้วยความรัก

“หลานตากับหลานยายฮะ” หลานชายตอบฉะฉาน ทำเอาลุงที่รอฟังคำตอบที่อยากจะได้ยินแล้วชื่นใจว่าเป็นหลานตัวเองเก้อทันที

“ฮา ฮา ฮา ฮา อยู่เป็นจังเลยหลานตา ฟอดดด รักจังเลย ฟอดดด แกต้องมาให้หลานเห็นหน้าบ่อยๆ แล้วล่ะป๊ะบลู หลานถึงจะรัก” ชายหนุ่มหน้านิ่วเม่ื่อเจอคนเป็นพ่อขิงใส่

“ไม่งั้นต้องมีลูกเองแล้วล่ะตาบลูเอ้ย” คนเป็นแม่ยังไม่ลืมเรื่องอยากให้ลูกชายมีครอบครัว

“มันง่ายขนาดนั้นก็ดีซิครับแม่เลี้ยง สงสัยต้องแก่แล้วให้น้องบูมเลี้ยงแล้วล่ะ ใช่ไหมน้องบูม” ลูกชายโอดโอยพร้อมกับวางแพลนอนาคตตอนแก่ฝากไว้ที่หลานชาย

“พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงคะ ขออนุญาตค่ะ” เสียงของป้าบุปผาแม่บ้านของบ้านใหญ่เดินเข้ามาขออนุญาตคนเป็นนายทั้งสอง

“อ้าว มีอะไรหรือเปล่าล่ะป้าผา” พ่อเลี้ยงธนาถามคนงานของตัวเองที่อยู่กันมานาน พร้อมกับแปลกใจในท่าทีเกรงอกเกรงใจไม่กล้าพูดของป้าบุปผา

“เอ่อ พอดีป้าอยากจะขอลางานไปกรุงเทพสักอาทิตย์น่ะค่ะ หลานชายของป้าจะรับปริญญาป้าก็เลยอยากจะไปแสดงความยินดีกับเขา พอจะได้ไหมคะ” ป้าบุปผาเอ่ยบอกด้วยท่าทางเกรงใจเพราะนางขอหยุดหลายวันเกินไป กลัวว่านายจ้างจะว่าเอาเพราะเงินเดือนค่าจ้างที่ได้รับถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับที่อื่น อีกทั้งกลัวตอนที่แกไม่อยู่คนอื่นจะทำงานไม่ถูกใจคนเป็นนาย

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะป้าผาแค่อาทิตย์เดียวเอง ตั้งแต่ทำงานมาป้าผายังไม่เคยขอหยุดงานเลยถ้าไม่บังคับให้หยุด” พ่อเลี้ยงธนาอนุญาตอย่างใจดีกับคนเก่าคนแก่ที่ภักดีกับตัวเอง

“ว่าแต่หลานชายป้าผาเรียนจบอะไรมาคะ พอจะรู้ไหม” แม่เลี้ยงกานดาถามต่ออย่างมีความหวัง

“เดี๋ยวแป๊บนึงนะคะ ป้าเปิดดูก่อน นี่ค่ะคณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี ค่ะ” ป้าบุปผาเปิดรูปหลานชายที่ถ่ายที่หน้าคณะมาให้ดูส่งให้แม่เลี้ยงกานดาดูทันที แกภูมิใจมากที่เงินค่าแรงจากอาชีพแม่บ้านของแกสามารถส่งเสียไปช่วยให้หลานชายเรียนจนจบปริญญา

“จบแล้วไปสมัครงานที่ไหนหรือยังจ๊ะป้าผา” แม่เลี้ยงถามยิ้มๆ

“ไปสมัครแล้วค่ะแม่เลี้ยงแต่รอเขาตอบกลับตอนนี้ก็ยังรอก่อนค่ะ ระหว่างรอที่กรุงเทพตอบรับเห็นว่าจะกลับมาลองสมัครแถวบ้านเราดูค่ะ”

“เอาอย่างนี้ไหมป้าผา ไม่ต้องไปรอสมัครที่ไหนแล้ว รับปริญญาเสร็จให้มาสมัครงานที่นี่เลย ตอนนี้ที่ไร่ชาขาดคนช่วยตาบลูทำบัญชีอยู่พอดี” แม่เลี้ยงเสนอทางออกให้ทางเลือกให้อย่างใจดี

“จริงเหรอคะแม่เลี้ยง ขอบพระคุณมากนะคะที่เมตตาเดี๋ยวป้าจะบอกข่าวดีกับหลาน เค้าคงดีใจที่จบแล้วมีงานทำใกล้บ้านค่ะ ว่าแต่คุณบลูจะรับหลานป้าจริงๆ ใช่ไหมคะ”

ป้าบุปผายังกลัวเจ้านายตัวจริงเจ้าของไร่ชาจะไม่รับหลานชายเพราะเจ้าตัวเขายังไม่เอ่ยปากว่ายังไง

“ครับ รับครับ” เจ้าของไร่พูดสั้นแต่ทว่าหนักแน่น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ความจำเสื่อม ชีวิตใหม่
8.3
เซิ่งหลินชวนฟื้นจากอาการโคม่าหลังอุบัติเหตุพร้อมความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา เขาจำได้ว่ามีคนที่ตนรักมาแสนนาน จึงตัดสินใจบอกเลิกฉินเวยทันที โดยอ้างว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาในช่วงความจำเสื่อมคือความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจและขอให้จบลงเพียงเท่านี้ ทางด้านฉินเวยที่ยอมรับการเลิกราอย่างสงบ ได้ตัดสินใจเข้าร่วมการทดลองยาลบความทรงจำตัวใหม่ในห้องแล็บ เพื่อกำจัดร่องรอยความรักที่มีต่อเขาให้หายไปอย่างถาวรตามความต้องการของอีกฝ่าย
หน้าปกนวนิยาย Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...
9.6
ชีวิตของกานต์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีต้องพลิกผันเมื่อสูญเสียมารดาไปอย่างกะทันหัน แต่เขากลับพบความจริงที่น่าตกใจว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงอย่าง ออสติน สเวน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ก้าวเข้ามาพร้อมยื่นข้อเสนอในการดูแลจนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะ กานต์ที่ไร้ที่พึ่งจึงต้องยอมรับฐานะเด็กในปกครอง ความใกล้ชิดกับผู้ปกครองทรงเสน่ห์เริ่มทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหว จากความกตัญญูกลายเป็นความรักที่ยากจะห้ามใจ จนเด็กแสนดีคนนี้เริ่มอยากจะเกเรเพื่อพิชิตใจเจ้าของชีวิตคนใหม่ของเขา
หน้าปกนวนิยาย พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you
8.3
สัมผัสอันแสนหวานจากการจูบกันเพียงแค่ครั้งเดียวในคราวนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่อาจลืมเลือนได้เลย เพราะตั้งแต่วินาทีที่ริมฝีปากของเราทั้งคู่ได้สัมผัสกัน หัวใจของผมก็ถูกคุณครอบครองไปเสียแล้ว มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและฝังรากลึกลงในใจของผมตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบสบตาและใกล้ชิดกับคุณอย่างลึกซึ้งแบบนั้น เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากจูบแรกจะนำพาหัวใจของผมให้ไปหยุดอยู่ที่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม
9.3
นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย พิสูจน์รักบอดี้การ์ดเย็นชา
9.2
อิงฟ้าต้องยอมรับองศาเข้ามาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวตามคำสั่งของพ่อ แม้เธอจะเคยปฏิเสธการมีคนคุ้มกันมาตลอด แต่เพราะองศาไม่ใช่ผู้ชายจึงถือว่าตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ บอดี้การ์ดสาวหน้านิ่งคนนี้จะต้องติดตามอิงฟ้าไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือตอนเรียนรู้ธุรกิจ ยกเว้นเพียงเวลาพักผ่อนส่วนตัวเท่านั้น ทว่าความเย็นชาและใบหน้าที่บูดบึ้งขององศาตั้งแต่วันแรกที่พบกัน กลับทำให้อิงฟ้ารู้สึกไม่สบอารมณ์และนึกหมั่นไส้ผู้ดูแลคนใหม่นี้เป็นอย่างมาก
หน้าปกนวนิยาย รักใสใส หัวใจ Virgin
8.8
อยากเล่าเรื่องราวของรักแรก และความรักในช่วงของวัยรุ่นวัยเรียน วัยมหาวิทยาลัย วัยที่น่ารัก ความรักที่ต้องลุ้น รักที่ต้องให้ใจ รักที่มันใสใส แต่แฝงไปด้วยความหื่น เรื่องนี้จะมีความใสใส... หรือเปล่าต้องลองอ่านดู การันตีความสนุก ความฟิน ให้ผู้อ่านได้จิกหมอนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคู่ของ มีมี่กับลีโอ คนแรกของกันและกัน เป็นคู่ที่มีอยู่ในเรื่อง Stumble Love รักสะดุดใจ น้องสาวของลินค่ะ ขนมผิงกับติ๊ดชึ่ง ทอมกับผู้ชายเนิร์ด พี่คีตากับหญิง รุ่นพี่ที่รักจริงหวังฟัน และคู่เกย์น่ารัก กุ้งเต้นกับตุ๊กตุ่น คู่วายในเรื่องที่คุณธิดาแต่ง พอไปวัดไปวาได้ไหม นักอ่านช่วยวิจารณ์หน่อยนะคะ ถ้าได้จะแต่งวายสักเรื่อง ++++++ สปอย “เอ่อ...ก็รู้แล้วลงจากตัวเขาได้ยัง” เธอผลักอกเขาเบา ๆ “ไปอาบน้ำด้วยกันนะ เดี๋ยวเขาอาบให้มี่เอง” เขาชักชวนเธอ เพราะรู้สึกตรงกลางร่างงามฉ่ำแฉะไปหมดแล้ว “มี่รู้ไหมเขามีความสุขที่สุดเลย” บอกเธอด้วยน้ำเสียงดีใจปนปลื้มสุด ๆ “อือ...” เธอยิ้มกลับส่งสายตาหวานให้ “แต่เดี๋ยวเขามีเรื่องจะถาม” ลีโอเอ่ยมาน้ำเสียงจริงจัง จ้องหน้าโดยใช้นิ้วมือของเขายึดใบหน้าเธอให้ตรึงอยู่กับที่ “เรื่องอะไร...” “ทำไมมี่ใส่ถุงยางอนามัยคล่องจัง เขายังไม่ค่อยเป็นเลย” เขาถามน้ำเสียงจับผิด เธอส่ายหน้าหน้าแดงไม่ยอมตอบ “บอกมาเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นเขาจะเอาตัวเองต่อ” พูดพลางขยับอัดแท่งลงร่องแน่น “บ้าเหรอลีโอเดี๋ยวถุงแตก” เธอร้องห้ามบิดตัวหลบปลายจมูกที่ซุกไซ้ลงมา “ไหนบอกมาก่อนเร็ว ๆ” เขาหยัดร่างใช้สองมือคร่อมหน้าเธอไม่ให้ขยับ “แหม...อยู่หอ ไอ้พวกเด็กหอมันไม่มีอะไรทำกัน ก็เลยซื้อมาลองหัดใส่ดูเผื่อได้ใช้” เธอตอบคำถามทำหน้าอาย ๆ “ผู้หญิงสมัยนี้มันจริง ๆ เลย” เขาพูดขึ้นก่อนจะก้มลงจุ๊บไปที่ปากที่กำลังจะเถียง “แต่ก็ได้ใช้เห็นไหม” “ครับที่รัก มีมี่ของลีโอเก่งไปทุกเรื่อง แต่เรื่องบนเตียงเราค่อยมาเรียนรู้พร้อมกันนะ พรุ่งนี้เขาจะหาท่าใหม่ ๆ มาบ้าง ตัวเองจะได้ไม่เบื่อ” พูดส่งเสียงทะเล้นปนทะลึ่ง “บ้า...ลีโอเนี่ย...” ว่าพลางทุบหน้าอกเขาอีกครั้ง “ไปอาบน้ำดีกว่า ดึกแล้วนะพรุ่งนี้ขอบตาเขาจะช้ำ” เธอรีบบอกเขา เพราะเลยเวลานอนมามากโขแล้ว “เขาว่าอย่างอื่นอาจจะช้ำมากกว่าขอบตาอีกนะ” พูดจบก็แกล้งกระแทกลำตัวเบา ๆ “ไอ้ลีโอ ไอ้ลามก...” “มี่เรียกเขาว่า ไอ้...ใช่ไหม ต้องลงโทษสถานเดียว” ลีโอกอดรัดมีมี่แน่น ซุกไซ้จมูกและปลายลิ้นไปทั่ว กว่าสองคนจะได้อาบน้ำนอนก็ใกล้รุ่งเต็มที...ฟ้าเหลืองเลยงานนี้