
ยั่วรักจอมทมิฬ
ตอน 3
“มีอะไรกันจ๊ะหนุ่มๆ” เจ๊มะไฟที่เดินออกมาจากห้องแต่งตัวถามขึ้น สายตามองเลยมายังชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเจ๊มะไฟก็รี่มาหาทันที
“ว้าย ผู้ชายหล่อมาก ถอยไปๆ พวกเธอน่ะ” เจ๊มะไฟผลักการ์ดร่างยักษ์ออกไป ซึ่งชายหนุ่มทั้งสองก็ยินยอมโดยดีแต่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง
“มีอะไรให้เจ๊มะไฟช่วยเหลือคะ เจ๊ยินดีช่วยทุกอย่างเลยค่า”
“ผมต้องการพบลดาวัลย์” คำตอบและน้ำเสียงห้วนๆ ที่ได้จากหนุ่มหล่อทำให้เจ๊มะไฟหุบยิ้มทันที ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มหวานให้เช่นเดิม
“น้องนิ่มเพิ่งออกไปเมื่อตะกี๊นี้เองค่ะ”
“เธอไปไหน”
“เอ่อ.. คือ”
“ผมถามว่าเธอไปไหน” คราวนี้สิงหาเสียงดังจนเจ๊มะไฟสะดุ้งมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางหวาดหวั่นขึ้นมาทัน
“ผมไม่ได้มาหาเรื่องหรือก่อกวนแต่ต้องการพบลดาวัลย์เพราะมีธุระสำคัญ บอกมาว่าเธอไปไหน”
“ปะ ไป.. เอ่อ ไปโรงพยาบาล”
“โรงพยาบาลไหน...”
“โรงพยาบาล...” เจ๊มะไฟบอกชื่อโรงพยาบาลไปสิงหาก็เดินออกไปทันทีโดยไม่หันมามอง
“อะไรของเขาวะเนี่ย วุ้ย... เจ๊ละเซ็งคนหล่อๆ ทำไมขี้โมโหจังวะ”
เจ๊มะไฟเท้าสะเอวบ่นงึมงำอยู่คนเดียวก่อนจะตาโตด้วยความตื่นเต้นเมื่อมีเรื่องมากระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็น หรือ ต่อมเผือก ตามศัพท์ชาวเน็ตที่หมายถึงอาการอยากรู้อยากเห็นเรื่องของชาวบ้านนั่นเอง...
“แล้วทำไมพ่อรูปหล่อนั่นต้องมาตามหาน้องนิ่มหว่า นิ่มไปทำอะไรไว้ อย่าบอกนะว่าเป็นคนของไอ้พวกนั้นอีก.. ไม่ได้การละเราต้องตามไปสืบ..” แล้วเจ๊มะไฟก็รีบเดินออกไปทำหน้าที่สืบหาความจริง...
สิงหาขับรถมุ่งหน้าตามลลนาที่เขาเข้าใจว่าเป็นลดาวัลย์ไปยังโรงพยาบาลที่เจ๊มะไฟบอก และทันเวลาที่เห็นหญิงสาวลงจากแท็กซี่พอดี ร่างระหงในชุดสวยทันสมัยสะดุดตาก้าวลงจากรถแท็กซี่แล้วกำลังจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาลต้องชะงัก เมื่อมีรถยนต์สีดำทะมึนโฉบมาจอดตรงหน้า พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินหน้าเข้มมาหาตน ลลนาก้าวหนีโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมสวยที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่น คงไม่ใช่พวกทวงหนี้นอกระบบหรอกนะ... ลลนาคิดอย่างหวาดหวั่นเมื่อเห็นชายหนุ่มท่าทางดุดันเดินมาหยุดตรงหน้า
“เชิญขึ้นรถไปกับฉันดีๆ อย่าร้องโวยวายไม่อย่างนั้นเธอตายแน่” เสียงห้าวแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมจนรู้สึกได้ ทำให้ลลนาถึงกับขาสั่นพูดไมออกทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
ในเวลากลางดึกเช่นนี้แม้จะเป็นโรงพยาบาลที่มีคนพลุกพล่านอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่ทำไมตอนนี้คนพวกนั้นหายไปไหนหมด หญิงสาวกวาดตามองรอบกายอย่างหวาดหวั่น
“คุณเป็นใคร”
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ และเธอต้องไปกับฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่ ฉันไม่ไป..” ลลนาทำท่าจะวิ่งหนีแต่ก็ช้ากว่าคนตัวโตที่เข้ามาขวางไว้พร้อมทั้งคว้าข้อมือของเธอไว้มั่น
ลลนาตกใจหน้าซีดมองข้อมือเล็กของตนในอุ้งมือใหญ่ของเขา แล้วนึกกลัวว่าเขาจะหักข้อมือเธอเสียตอนนี้และมันคงทำได้ไม่ยากเพราะเมื่อเทียบขนาดข้อมือของเธอกับมือใหญ่ของเขาแล้ว มวยคนละรุ่นเกิดคนละยุคเลยทีเดียว
“ฉันชื่อสิงหาและต้องการให้เธอไปกับฉัน” ชื่อของเขาทำให้ลลนาคลายความสงสัย แต่ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย เพราะสิงหานี่ล่ะลดาวัลย์จึงต้องเจ็บปางตายแบบนี้
“เอาล่ะไปได้แล้ว..” โดยไม่รอให้เธอปฏิเสธหรือขัดขืนสิงหาก็จูงเธอไปที่รถทันที ลลนาพยายามขืนตัวไว้แต่สุดท้ายไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอจึงมานั่งในรถพร้อมกับเขา
“คุ คุณจะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไปนะ ฉันมีธุระด่วน” หญิงสาวพยายามบอกเขาเสียงสั่น ตายแน่ๆ ยายนุ่ม เธอคงไม่ได้โดนจับไปขายตัวเหมือนลดาวัลย์หรอกนะ
“ไม่พาไปขายหรอก ท่าทางแบบนี้คงไม่ได้ราคาเท่าไหร่ เครื่องคงพังหมดแล้ว” คำพูดออกมาจากปากหยักของคนหน้าเข้มเต็มไปด้วยหนวดเคราทำให้ลลนาถึงกับหน้าร้อนผ่าวทั้งโกรธทั้งอาย...
“นี่คุณ..” ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ต่อว่าอะไรเขาเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มกัดรับใบหน้าหล่อเหลาที่ดุกระด้างอยู่แล้วก็ดูขุ่นเข้มขึ้นน่ากลัวกว่าเดิม ทั้งถ้อยคำที่เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียยิ่งทำให้ชายหนุ่มดูน่ากลัวมากขึ้น... ลลนาขนลุกด้วยความหวาดกลัวมือไม้เย็นเฉียบหายใจติดขัดเหมือนจะเป็นลมเสียให้ได้
ไม่นะ ไม่ เธอจะมาเป็นลมตอนนี้ไม่ได้ ไม่ๆๆ
หญิงสาวพยายามเตือนสติตัวเองและพยายามหายใจเข้าปอดลึกๆ แต่แล้วด้วยความหวาดกลัว และความอ่อนเพลียบวกกับความเครียดที่สะสมมาหลายวัน ในที่สุดความคิดทั้งหมดทั้งมวลของเธอก็ดับวูบไป...
คุณอาจจะชอบ





