ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณอาขา (อัญญาณี)

คุณอาขา (อัญญาณี)

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ณัฏฐลักษณ์ สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีพยายามเบียดกายเข้าหาโจนาธาน ผู้ปกครองหนุ่มเพื่อขอไออุ่น แม้เธอจะสวมเสื้อโค้ทหนาเตอะแต่ความเย็นก็ยังทำให้ขนลุกชัน การใกล้ชิดอย่างไม่เดียงสาของเด็กในปกครองกลับกลายเป็นการจุดไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง ยิ่งสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นเบียดเสียดแขนกำยำ โจนาธานยิ่งต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบอย่างหนักหน่วง เขาเฝ้าถามตัวเองว่าจะทนต่อความปรารถนาที่มีต่อสาวน้อยผู้นี้ได้นานแค่ไหนก่อนที่ตบะจะแตกซ่าน
ตอน
แชร์

ตอน 3

3

รถยนต์คันดังกล่าวแล่นอยู่บนถนนสายหลักของเมืองนิวยอร์ก ภายนอกรถคึกคักไปด้วยรถนานาชนิดที่วิ่งกันขวักไขว่ แสงสีในยามค่ำคืนประดับไปทั่วท้องถนน และตามอาคาร ผู้คนทั้งในและนอกประเทศต่างพากันมาเดินชมความสวยงาม บ้างก็มาหาผับบาร์บันเทิงอารมณ์ยามค่ำคืน บรรยากาศแสนอภิรมย์ยิ่งนัก

แต่ทว่าภายในรถยนต์ของโจนาธานมีแต่ความอึดอัดและความเงียบ เนื่องจากคนที่เจ้าของรถมารับเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ดวงตาของเธอเสมองไปนอกกระจกรถยนต์ ไม่หันมามองคนที่เธอคิดถึงและเร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันนี้เร็วๆ วันที่ตนเองจะได้พบกับผู้ปกครองหนุ่มรูปหล่อ

“กุ๊กโกรธคุณอาเรื่องอะไรคะ” โจนาธานถามสาวข้างกายที่ทำราวกับว่า เขาไม่ได้นั่งรถอยู่ด้วย“อย่าโกรธคุณอาเลยนะ คุณอาขอโทษ”

“...” คำตอบของเขาคือความเงียบ และนั่นยิ่งสร้างความอึดอัดให้กับโจนาธานมากขึ้น เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย ไม่คิดด้วยว่าตนเองจะใจเย็นได้มากขนาดนี้ หากสาวแสนงอนเป็นคนอื่น ไม่ใช่หลานสาวนอกสายเลือดแสนสวย ป่านนี้เขาคงอัญเชิญเธอลงไปจากรถแล้ว

“คุณอาขอโทษ คุณอาไม่ได้ลืมกุ๊กนะคะ คุณอาแค่...แค่”

เขาหาคำแก้ตัวไม่ได้ เพราะในความเป็นจริง เขาลืมเสียสนิท คนงอนหันมามองหน้าผู้พูดเพียงนิด ก่อนจะหันหน้าไปยังทิศทางเดิม

“มันก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่คุณอาจะลืมกุ๊ก กุ๊กมันก็แค่เด็กในอุปการะไม่ได้สำคัญอะไรที่คุณอาต้องมานั่งจดนั่งจำ กุ๊กต้องขอโทษคุณอาด้วยนะคะที่ทำให้คุณอาเสียเวลา”

ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจดังผ่านปากของณัฏฐลักษณ์ เสียงนั้นช่างสั่นเครือเหมือนอารมณ์ของผู้พูด ความน้อยใจเสียใจปะปนเต็มทรวง คนที่ฟังรู้สึกคล้ายกับมีหนามทิ่มตำใจ รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยที่ทำให้เธอเสียใจ

“น้องกุ๊ก คุณอาไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะคะ คุณอาเห็นน้องกุ๊กสำคัญเสมอ สำคัญกว่าทุกคนด้วย” เขาพยายามหาข้อแก้ตัว แต่ดูเหมือนว่ายิ่งทำให้สถานการณ์มันย่ำแย่ลง

“สำคัญกว่าทุกคน” เธอทวนประโยคบาดหัวใจ “สำคัญกว่าทุกคน แต่คุณอาก็ลืมวันเวลาที่คนสำคัญคนนี้จะมาหาคุณอา อย่างนี้เขาเรียกกันว่าคนสำคัญหรือคะ”

โจนาธานอยากจะเอาหัวโหม่งเบาะเสียให้ได้ ไม่ว่าเขาจะพูดหรือแก้ตัวอะไร มันจะเข้าตัวเขาเสมอ ยิ่งแก้ตัวยิ่งไปกันใหญ่ เขาจึงเลือกที่จะเงียบและมองซีกหน้าของเธอไปตลอดทาง แล้วค่อยทางวิธีง้อหลานสาวคนสวยภายหลัง

ตอนสายวันรุ่งขึ้น

ไซลัส โรเจอร์และบิลลี่ ยืนมองโจนาธาน เจ้านายหนุ่มนั่งบีบเครื่องเป่าลมใส่ลูกโป่งหลากสีอย่างแข็งขันและตั้งใจ โดยไม่ให้พวกเขาทั้งสามช่วยเหลือนอกจากจัดเตรียมหาของที่ต้องการให้เท่านั้น ทั้งสามมีความรู้สึกตรงกันว่า ณัฏฐลักษณ์สาวไทยคนนี้คงมีความสำคัญกับเจ้านายของตนไม่น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่นั่งหลังขดหลังแข็งทำในสิ่งที่ไม่เคยทำเช่นนี้แน่นอน

“ไซลัส ดอกไม้ที่ฉันสั่งได้หรือยัง” โจนาธานเงยหน้าถามไซลัสที่ยืนอยู่ริมโซฟา

“อีกสิบนาทีเขาจะมาส่งครับคุณจอน”

ระหว่างที่ลูกน้องตอบ โจนาธานก็ลุกขึ้นนำลูกโป่งที่เขาเป่าลมจนพองขยายใหญ่ไปประดับไว้ในห้องรับแขกตามจุดต่างๆ จนทั้งห้องดังกล่าวมีลูกโป่งหลากสีประดับนับร้อยลูก แต่ละลูกเขายังวาดรอยยิ้มลงไปด้วย พร้อมกับเขียนคำว่า “ขอโทษ” เป็นภาษาไทย ที่เขาโทรศัพท์ไปหาเพื่อนกลางดึก ขอร้องให้ภรรยาของเพื่อนที่เป็นคนไทย ช่วยเขียนคำว่า ขอโทษเป็นภาษาไทยส่งมาทางแฟกซ์ให้กับเขา จากนั้นก็เขียนคำนี้ลงไปในลูกโป่งทุกใบ แม้ว่าตัวจะไม่สวยแต่ก็พออ่านออก

โจนาธานใช้เวลาคิดแผนการง้อสาวน้อยแสนงอนอยู่ร่วมหนึ่งชั่วโมง พอคิดออกเขาก็ดำเนินการตามแผนทันที สั่งลูกน้องให้ไปหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่เขาต้องการ แล้วตั้งใจทำทุกสิ่งอย่างด้วยตัวเอง คิดเข้าข้างตัวเองว่า หลานสาวต่างสายเลือดของตนจะชอบและหายโกรธ

อีกสิบนาทีต่อมาดอกไม้ที่โจนาธานสั่งก็ถูกนำมาส่ง เป็นเวลาเดียวกับที่ร่างของเนลลี่สาวใช้เดินแกมวิ่งลงมาจากบันได

“คุณจอนคะ คุณกุ๊กออกมาจากห้องแล้วค่ะ” เนลลี่ที่ถูกสั่งให้คอยจับตาดูว่า หากณัฏฐลักษณ์ออกมาจากห้องเมื่อไหร่ ให้ลงมาบอกเขาทันที

“ขอบใจมาก” โจนาธานกล่าวขอบใจสาวใช้ ก่อนที่เท้าใหญ่จะพาร่างของเขาไปยืนอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ในมือถือดอกกุหลาบสีขาวช่อโต

ณัฏฐลักษณ์ชะงักเท้าที่กำลังก้าวลงมาตามบันไดแนวโค้งที่ทอดยาวสู่ชั้นล่างของคฤหาสน์หลังงาม เมื่อดวงตาคู่หวานซึ้งมองเห็นร่างสูงใหญ่ของเจ้าของบ้านยืนถือช่อดอกไม้ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ก่อนที่เท้าเล็กจะเดินลงมาตามขั้นบันไดต่อไป หัวใจดวงน้อยๆ ของสาวร่างเล็กเต้นแรง ตื่นเต้นและดีใจ ยามที่เห็นลูกโป่งหลายร้อยใบผูกโยงไปทั่วห้อง ลูกโป่งเหล่านั้นเขียนภาษาไทยราวกับเด็กประถมปีที่หนึ่งเขียนว่า “ขอโทษ” มีรอยยิ้มวาดอยู่ใต้คำนั้นด้วย

“คุณอาขอโทษกุ๊กนะคะ คุณอาสัญญาว่า จะไม่ลืมกุ๊กอีกแล้ว ยกโทษให้คุณอานะคะ”

ปากหนาหยักได้รูปพูด มือก็ยื่นช่อดอกไม้ให้หญิงสาวที่มาหยุดยืนตรงขั้นบันไดรองสุดท้ายดวงตาสีฟ้าจ้องมองดวงหน้าสาวที่เปื้อนสีแดงขึ้นทีละน้อย

คนถูกง้อยิ้มกว้าง ดวงตาสดใสราวกับจะบอกให้เขารู้ว่า เธอยินดีรับคำขอโทษจากเขา เอื้อมมือมารับช่อดอกไม้ในมือใหญ่มาดมกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ เงยหน้ามองชายหนุ่มร่างสูงที่ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยามได้เพ่งพิศความงาม ความน่ารักของณัฏฐลักษณ์ รอยยิ้มละไมของเธอเสมือนเป็นแรงดึงดูดมหาศาล กระตุกหัวใจชายถึงขั้นรุนแรง และเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสตรีคนใดมาก่อน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90
8.4
เรื่องราวความรักสุดซึ้งที่เกิดขึ้นเมื่อโชคชะตาเล่นตลก พาหญิงสาวเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่บรรยากาศอบอวลในช่วงยุค 90 เพื่อทำตามหัวใจในการออกตามหาชายหนุ่มที่เธอเคยหลงรักอย่างสุดหัวใจ แต่ทว่าการกลับมาในอดีตครั้งนี้กลับทำให้เธอได้ค้นพบความจริงที่คาดไม่ถึง เมื่อคนที่เธอพบเจอกลับไม่ใช่คนที่เธอเฝ้าถวิลหา แต่เป็นใครอีกคนที่คอยมอบความรักและความหวังดีให้เธอเสมอมา ท้ายที่สุดแล้วเธอจะเลือกเดินตามเงาในอดีตหรือจะเปิดใจรับรักแท้ที่อยู่ตรงหน้าในยุคสมัยที่เรียบง่ายแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนร้าย ซ่อนรักWTF is this relationship.
9.1
เมื่อเพื่อนสนิทที่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินคำว่าเพื่อนกลับต้องกลายมาเป็นเจ้าสาวของพี่ชายตนเอง ความลับที่ซ่อนไว้จึงเริ่มสั่นคลอนพังทลายลงในวันที่ไม่ควรจะเป็น เรื่องราวความรักสุดวุ่นวายที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงนี้จะจบลงอย่างไร เมื่อความจริงที่ว่าเธอคือเมียของเขาถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคนในครอบครัว เขาจะยอมปล่อยเธอไปหรือจะเลือกทำตามหัวใจเพื่อดึงเธอกลับมาเป็นของเขาเพียงคนเดียวในฐานะคนสุดท้ายที่เธอจะรัก
หน้าปกนวนิยาย ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
หน้าปกนวนิยาย วายุร้ายพ่ายรัก
9.6
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความร้อนแรงกลายเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้ง วายุจึงตอกกลับคำครหาเรื่องการฉวยโอกาสด้วยความจริงอันเผ็ดร้อน เขาเตือนสติให้เธอมองย้อนกลับมาพิจารณาการกระทำของตนเองเสียใหม่ เพราะในค่ำคืนที่ผ่านมานั้นไม่ใช่เพียงเขาที่เป็นฝ่ายรุกราน แต่เสน่ห์และความเร่าร้อนของเธอก็รุนแรงจนทำให้เขาแทบคลั่งและจดจำสัมผัสที่เธอมอบให้ได้อย่างไม่ลืมเลือน ท่ามกลางความขัดแย้งในใจของทั้งคู่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในโลกปัจจุบัน
หน้าปกนวนิยาย กากีป้ายแดง
9.4
เพียงออแสร้งสวมบทบาทเป็นหญิงร้ายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพีรวัส อดีตสามี แต่เขากลับแสดงความหึงหวงรุนแรงเพราะกังวลเรื่องชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของตนเอง แม้เธอจะยืนยันว่าสถานะโสดทำให้เธอมีสิทธิ์ยุ่งกับใครก็ได้ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ พีรวัสตัดสินใจใช้กำลังบังคับให้เธอกลับมาเป็นภรรยาของเขาอีกครั้ง พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนและแรงปรารถนาที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย ข้าวโพดในไร่ชา (Mpreg)
8.5
เมื่อข้าวโพดผู้ช่วยหนุ่มวัย 22 ปี ดันมาสบประมาทพ่อเลี้ยงกิตติภูมิเจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ว่ามีดีแค่มาดเข้มแต่แท้จริงเป็นคนหื่นกาม ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนระหว่างเสือร้ายวัย 29 กับเด็กปากกล้าจึงเริ่มต้นขึ้น ภายใต้บรรยากาศไร่ชาแสนสวย ข้าวโพดต้องใช้ทั้งเสน่ห์และลีลาเพื่อมัดใจคนแก่จอมดุให้หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น ขณะที่พ่อเลี้ยงบลูเองก็พร้อมจะสั่งสอนให้รู้ซึ้งว่าการลองดีกับเขานั้นต้องเจอของดีอุดปากจนพูดไม่ออก งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไปในเกมรักที่ต้องเช็คร่างกายให้พร้อมเสมอ