
กบฏรักหัวใจปรารถนา
ตอน 3
“ว่าไปสิคะอากัณห์ขา” ปัญจมาทำเสียงอ่อนหวาน เมื่อเห็นชายหนุ่มยังมองหล่อนเงียบๆ ด้วยสีหน้าแววตาครุ่นคิด คล้ายกับว่าไม่รู้จะจัดการกับหล่อนยังไงดี
หล่อนได้รู้จักกับน้องชายต่างมารดาของพ่อเลี้ยง ก็เมื่อมารดาตัดสินใจแต่งงานใหม่หลังจากตกพุ่มม่ายมาหลายปี
อันที่จริง ถ้าผู้ใหญ่ไม่พูดนำให้ ปัญจมาคงเรียกเขาพี่ไปแล้ว
เมื่อต้องกลายเป็นเด็กภายใต้การปกครองของเขา อกัณห์เพิ่งอายุยี่สิบห้า อ่อนกว่าพี่ชายของเขารอบหนึ่งเต็มๆ
ผ่านไปสิบปี ไม่เพียงแต่เขาจะยังไม่แก่ แต่ยังสง่าภูมิฐาน
รูปร่างสูงผึ่งผายของเขานั้นเล่า แม้แต่เพื่อนๆ ของหล่อนก็ยังเห็นตรงกันว่า โคตรน่ากิน
นอกจากหุ่นชวนให้สาวๆ คิดอกุศลด้วย เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีร่องรอยไขมันเกาะ ไม่ว่าตามเอว บริเวณหน้าท้อง ทำให้หล่อนเกิดความรู้สึกอยากสัมผัส แตะต้องร่างสูงแกร่งทรงพลังด้วยมือเรียวนุ่มของหล่อน นับแต่เห็นเขาในกางเกงว่ายน้ำเกาะสะโพกเพรียว หน้าตาเขายังชวนให้สาวน้อยสาวใหญ่เก็บเอาไปฝันถึง
ความคมสันดุจรูปสลักเทพบุตร คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปลายคางออกเหลี่ยมนิดๆ ประกอบด้วยดวงตาคมฉายแววเชิญชวนในที แบบเป็นเองโดยธรรมชาติ คือเสน่ห์ดึงดูดที่เขาอาจจะรู้ตัว หรือไม่รู้ หล่อนก็ไม่ทราบ
แต่ที่แน่ๆ ยามเขาปรายตามองมายิ้มๆ ผิวกายหล่อนถึงกับซ่านซ่า ตามด้วยอาการหวิววาบในช่องท้อง บางครั้งรุนแรงถึงขั้นกระตุ้นให้เกิดความเสียวซ่านตรงจุดศูนย์รวมประสาทที่ฝังอยู่ใจกลางความเป็นหญิง
หลายครั้งเหลือเกิน ที่หล่อนจินตนาการไป หากมือสีน้ำตาลแข็งแรงประกอบด้วยนิ้วเรียวยาวของคุณอารูปหล่อ ทำการลูบไล้สัมผัสเนื้อตัวเปล่าเปลือยของหล่อนในลักษณะเล้าโลมแนบชิด จะมีความสุขสักเพียงไหน
แต่ท่าทีของเขาที่แสดงต่อหล่อนตลอดมาอย่างอาหลาน ทำให้ปัญจมาออกปลงๆ ว่าคงไม่มีวันได้รู้ซึ้งอย่างแน่นอน ในเมื่อเขาไม่ยอมมองหล่อน หรือถึงมองเขาก็มองอย่างเห็นหล่อนเป็นหลาน เป็นเด็กในปกครองในความดูแล ที่เขาออกจะเอือมๆ ในความแก่นกล้าตามวัยประสาสาวรุ่นของหล่อน
นอกจากแสดงความเอือมระอาทางสายตา เขายังคอยตำหนิด้วยวาจา อย่างกับว่าหล่อนคือเด็กหญิงวัยแปดขวบ ทั้งที่ขณะนี้หล่อนอายุสิบแปด กำลังจะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ในภาคการศึกษาที่จะมาถึงอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
จะต้องทำยังไงหนอ ให้ผู้ปกครองของหล่อนได้เห็นว่า หล่อนไม่ใช่เด็กแปดขวบ แต่เป็นสาวเต็มตัว รู้จักมีอารมณ์ อยากรู้จักความรักความใคร่ไปพร้อมกัน โดยมีเขาเป็นครูสอนแต่เพียงผู้เดียว
ปัญจมาลอบถอนใจ เมื่อบอกตัวเองว่าสิ่งที่วาดฝันอยู่ในใจ อาจจะไม่มีวันเป็นจริง
หญิงสาวสะดุ้ง ลืมไปว่าผู้ปกครองหนุ่มกำลังอบรมบ่มนิสัยหล่อนอยู่
ขณะนี้เขาได้หยุดพร่ำสอน มองหน้าหล่อนเขม็งด้วยประกายตาเข้มๆ ฉายแววชัดว่ากำลังจะสิ้นความอดทนกับหล่อน
“แจ้ไม่ได้ฟังอาเลยนี่” เสียงห้าวมีกังวาน ฟังว่าฉุนเฉียวไม่น้อย
“ฟังสิคะ อากัณห์ว่าแจ้โง่ สอนอะไรไม่จำ”
“ฟังครึ่งๆ กลางๆ นะสิ ที่อาพูดไปน่ะแค่ว่าดื้อด้านสอนอะไรก็คอยแต่จะต่อต้าน ไม่เอาเข้าสมองสักอย่าง”
“อะไรบ้างคะที่อากัณห์ว่าสอนแล้วแจ้ไม่เอาเข้าสมอง”
“ถ้าฟังอย่างที่ปากพูดก็คงไม่ต้องถาม”
เขาเลิกคิ้วมองหล่อนอย่างหยันๆ วางนิตยสารที่อ่านอยู่ก่อนจะถูกก่อกวนความสงบ ลงบนโต๊ะ
“อาคิดว่าพูดกับแจ้ หรือสีซอให้ควายฟังก็คงพอกัน”
เขาลุกขึ้นเต็มความสูง เดินเฉียดหล่อนไปออกประตู
ปัญจมาเดือดปุด
ฟังที่เขาว่าสิ หล่อนกับไอ้ทุยก็พอกัน!
ดีละ... อยากมาว่าหล่อนพอๆ กับไอ้ทุย หล่อนก็จะทำตัวงี่เง่าให้สมกับคำเขาว่า... ไม่ดีกว่า หล่อนจะเปลี่ยนคำปรามาสของเขาให้กลายเป็นคำชื่นชม
ลำดับแรกเลย หล่อนจะเริ่มปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้อยู่ในกรอบที่เขาจะต้องชอบ
จากนั้น หล่อนก็จะต้องทำตัวให้เป็นคนฉลาด สามารถพูดคุยกับเขาได้อย่างคนปัญญาทัดเทียมกัน
บางทีอาจต้องถึงขั้นเลิกเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูง อยู่ติดบ้านมากขึ้น
เพื่อเรียกคะแนนสงสารเพิ่ม หล่อนอาจต้องเข้าครัว ปรุงอาหารที่หล่อนเคยลองแล้วผลปรากฏว่ารสชาติคล้ายยาถ่ายให้แม่ครูสายส่ายหน้าเล่น
ที่สำคัญสุด หล่อนจะเลิกเถียงเขา เขาว่าอะไรมาก็จะวางสีหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวอย่างสำนึกในฐานะ ว่าเป็นเพียงผู้อาศัยบ้านเขาอยู่
จะทนก้มหน้านิ่ง ฟังคำสั่งสอนปนมาพร้อมเสียงเอ็ดโดยไม่โต้แย้ง เลิกเถียงคำไม่ตกฟากตามที่เขามักจะว่าหล่อนอยู่บ่อยๆ
คุณอาจจะชอบ
![หน้าปกนวนิยาย สามีที่ร้าย(รัก) [Blue Valentine's]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/2baac1625001834806827229660/MBgkIsqp8QwA.webp!15491.webp)




