![หน้าปกนวนิยาย NightZ [III] RASCAL MAFIA](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/ffd620845001834806830388761/m4YCjeKBdtUA.webp!15491.webp)
NightZ [III] RASCAL MAFIA
ตอน 3
เลิกเรียน..
ฉันค่อยๆ ปั่นจักรยานกินลมชมวิวอยู่ใน ม. อย่างมีความสุข แล้วกะว่าจะกลับห้องไปนอนยาวๆ เพราะพรุ่งนี้ไม่มีเรียน ส่วนบรรดาลูกคนรวยก็ขับรถโฉบไปโฉบมา ไม่ก็มีรถที่บ้านหรือผู้ชายฐานะดีจาก ม. อื่นๆ ไปจนถึงเสี่ยอายุคราวพ่อมารับ ซึ่งก็แล้วแต่ชีวิตใครชีวิตมันนั่นแหละนะ
ตอนเย็นๆ มันชิลจริงๆ เลยนะเนี่ย ดูสระน้ำที่อยู่ถัดจากสนามบอลนั่นสิ..ใหญ่โตมโหฬารเห็นแล้วสดชื่นชะมัด โชคดีจริงๆ ที่ฉันหลุดเข้ามาในมหาลัยที่มีสิ่งแวดล้อมดีๆ แบบนี้เนี่ย
โฮ่งงง โฮ่งๆ ๆ ๆ
“เฮ้ยยยย O_O?!”
ระหว่างที่ฉันกำลังชมนกชมไม้ไปเพลินๆ หันมาอีกทีก็มีลูกหมาที่ไหนไม่รู้วิ่งออกมาอยู่กลางถนนตัดหน้าจักรยานฉันพอดี ฉันเลยกำเบรคจักรยานเต็มแรงจนล้อลาก แล้วหักมันเข้าข้างทางอย่างรีบร้อนจนเสียหลักล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากนั้นก็มีเสียงรถยนต์ข้างหลังเบรคตามกะทันหันจนล้อลากจนเสียงดังสนั่นไม่ต่างกัน
เอี๊ยดดด โครมมม! เอี๊ยดดดดดด
“โอ๊ยยยย”
ฉันร้องออกมาดังลั่นเพราะตอนนี้ลงมากลิ้งอยู่ข้างทาง ใช้เรือนร่างวัดถนนใน ม. ไปแล้วเรียบร้อย ส่วนน้องหมาที่วิ่งมาตัดหน้าก็ยืนเห่าอยู่แบบนั้น เกือบตายยังไม่รู้ตัวอีก โอ๊ยยย เจ็บชะมัด!!!
โฮ่งงง โฮ่งๆๆๆ
ตึงงงงง!
จังหวะที่ฉันก้มหน้าก้มตาปัดเนื้อตัวที่เลอะฝุ่นอยู่ ก็ได้ยินเสียงประตูรถเปิดออกและปิดลงอย่างแรง จนนึกได้ว่าเจ้าของรถคันหลังก็คงอารมณ์เสียน่าดูเหมือนกันที่ฉันเบรคไปกะทันหันแบบนั้น ฉันเลยเงยหน้าขึ้นไปมองแล้วก็เจอหมอนั่น ไอ้สมาชิกหน้านิ่งของแก๊งค์เทพเจ้าคนนั้น หมอนี่ชื่อไรนะวันนี้เพิ่งบอกมาเอง คิดแป๊บ -_-?
“ขะ..ขอโทษค่ะรุ่นพี่ เป็นอะไรมากมั้ยคะ พอดีหนูไม่ทันดูหันมาอีกทีมันก็วิ่งออกมานี่แล้ว”
“ขอโทษจริงๆ นะคะรุ่นพี่”
โฮ่งๆๆๆ
เสียงรุ่นน้องสองคนที่วิ่งหน้าตาตื่นมาจากสนามบอลอย่างเลิ่กลั่กพูดออกมาอย่างรีบร้อนจนฉันหลุดจากภวังค์ แล้วรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่งก็เข้ามาอุ้มลูกหมาตัวนั้นไว้ ส่วนอีกคนก็ยกมือไหว้ขอโทษฉันยกใหญ่
“ถ้าดูแลไม่ได้ ทีหลังไม่ต้องเอาเข้ามา”
น้ำเสียงเรียบของใครอีกคนที่เพิ่งลงจากรถพูดขึ้นแบบดุๆ จนรุ่นน้องสองคนนั้นหน้าซีดแล้วก้มหน้ามองพื้นอย่างเกรงกลัว แถมยังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ กลัวอะไรขนาดนั้น
“ช่างเหอะ คราวหน้าระวังด้วยละกัน”
ฉันเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีเลยบอกปัดๆ ไป แล้วพยุงตัวเองลุกขึ้นช้าๆ แต่กลับไม่มีแรงยกจักรยานขึ้นจากตัวซะอย่างงั้น ส่วนรุ่นน้องสองคนนั้นน่ะหรอ..พอฉันไม่เอาความ พวกนางก็ยกมือไหว้ขอโทษอีกครั้งและรีบวิ่งหนีออกไปละ เฮ้อ! ให้ตายเหอะ แขนขาฉันถลอกปอกเปิกหมด -.- แล้วคือยังไง? ต้องอยู่ในสภาพนี้จนกว่าจะยกไหวหรือว่า…
พรึ่บบบ! โครมมม!
ฉันยังคิดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ อยู่ๆ จักรยานที่ทับร่างฉันก็ลอยขึ้นจากพื้นและถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับพื้นที่ว่างข้างๆ อย่างแรงจนล้อกระจุย -*- ด้วยฝีมือของคนร่างสูงตรงหน้าที่เมื่อกี๊เกือบนึกชื่อออกละ ชื่ออะไรน้าาา? วันนี้ก็ยังท่องอยู่กลัวลืม อ๋อ..ใช่! เตโช! เตโช Nightshade! เฮ้ยยย แต่เดี๋ยวสิ...
“นี่นาย..รุนแรงไปป้ะ -_-?!”
ฉันเงยหน้าถามคนตรงหน้าอย่างหัวเสียพอนึกขึ้นได้ว่าเขาโยนจักรยานฉันซะพังเละไปหมด โหย..นี่ฉันต้องเก็บตังค์ตั้งนานนะกว่าจะซื้อจักรยานคันนี้ได้อ่ะ การที่หมอนี่ขับ Supercar ไม่ได้แปลว่าเขาจะทิ้งๆ ขว้างๆ จักรยานคนอื่นได้แบบนี้นะเฟ้ย!
“ลุก”
นายเตโชอะไรนี่พูดขึ้นมา พร้อมกับยืนล้วงกระเป๋ามองฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ฉันเลยค่อยๆ ประคองตัวเองลุกขึ้นแบบเจ็บๆ แล้วปัดเนื้อปัดตัวเบาๆ แต่ยังไม่ทันจะก้าวขาก็เสียหลักเซล้มลงมาอีก
พรึ่บบบ!
“โอ๊ย!” ฉันหันมองข้อเท้าตัวเองแบบงงๆ ทำไมถึงเจ็บๆ แสบๆ ขนาดนี้เนี่ยฮะ ก่อนจะพลิกอีกด้านมาดูแล้วเจอรอยหินบาดขนาดใหญ่จนเหลือไหลออกมาท่วม หืมมม...
จิ๊!
ฉันสบถออกไปอย่างอารมณ์เสียแล้วพยายามประคองตัวเองลุกขึ้นอีกที แต่ก็เหมือนเดิมคือขาข้างนั้นของฉันมันชาจนไม่รู้สึกอะไรและกำลังจะเสียหลักร่วงลงไปอีกครั้ง แต่คราวนี้ได้แขนหนาของคนตรงหน้าเข้ามาคว้าเอวฉันเอาไว้ทั้งที่สีหน้าของเขาก็ยังนิ่งเรียบอยู่แบบนั้น
“ขะ..ขอบใจ”
ฉันบอกออกไปแล้วยืนกะเผลกๆ เอนไปเอนมาแบบโคตรเจ็บ แล้วก็ถูกร่างสูงของเตโชกึ่งอุ้มกึ่งลากมาที่รถ ก่อนที่เขาจะเปิดประตูแล้วดันตัวฉันเข้ามาในรถแบบไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้น แล้วเขาก็เดินอ้อมมานั่งประจำที่นั่งคนขับของตัวเองพร้อมกับออกรถทันที
“เฮ้ย! เดี๋ยวดิจะพาไปไหน?!”
ฉันโวยวายออกไปเพราะอยู่ๆ หมอนี่ก็ทำอะไรปุบปับจนฉันงงไปหมด แล้วคนหน้านิ่งข้างๆ ก็ตอบออกมาเสียงเรียบแบบไร้ชีวิตชีวาตามเดิม
“ทำแผล”
“ไปเองได้” ฉันสวนกลับไปทันที เพราะเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น หมอนี่เป็นใครมาจากไหนก็ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แล้วนี่ยังจะลากฉันมาขึ้นรถไปไหนด้วยกันสองต่อสองนี่นะ ตลก!
เอี๊ยดดดดดด
แล้วพอฉันพูดจบเตโชก็เหยียบเบรคจนล้อลากอีกทีจนหน้าฉันเกือบทิ่ม ก่อนจะส่งสายตาอำมหิตมาให้พร้อมกับเปล่งเสียงที่ฟังดูเหมือนกำลังหงุดหงิดมากออกมา
“ลงไป”
ได้ยินแบบนั้นฉันคงไม่รอให้หมอนี่ไล่ซ้ำอ่ะ ทันทีที่เขาพูดจบฉันก็เปิดประตูรถแบบไม่หยุดคิดอะไรให้เสียเวลา แต่จังหวะที่จะก้าวลงไป ขาฉันมันดันก้าวไม่ออกไง ทำไมอยู่ๆ มันถึงชาไปหมดจนแทบไม่รู้สึกแล้วแบบนี้ล่ะ
“ไม่ลง?” น้ำเสียงที่ดูเหมือนเยาะเย้ยถูกส่งออกมาจากปากของเจ้าของสีหน้าเงียบขรึม ก่อนที่ฉันจะตอบกลับไปแล้วพยายามขยับตัวลงจากรถอีก
“แป๊บดิ พยายามอยู่”
ใช้เวลาอยู่นานสองนาน ขาฉันมันก็ขยับแทบไม่ได้เลย แถมเลือดยังไหลออกมาเยอะมากจนไม่รู้ว่าแผลลึกขนาดนี้ต้องเย็บมั้ย ให้ตายเหอะ ไอ้หมาเวร!
“อวดเก่ง!”
พรึ่บบบ! ตึงงง!
พอเห็นท่าทางของฉัน เตโชก็ส่งเสียงตำหนิออกมา แล้วเอื้อมแขนมาดึงประตูรถฝั่งฉันให้ปิดลงอย่างแรงจนหน้าเขาห่างจากฉันแค่คืบเดียวเท่านั้น เล่นเอาฉันใจหายไปนิดหน่อยเพราะไม่เคยมีใครใกล้ฉันมากขนาดนี้มาก่อน แล้วเขาก็กลับไปประจำที่นั่งตัวเองและขับรถออกมาจาก ม. ด้วยความเร็วสูงแบบที่ฉันเคยเห็นเมื่ออาทิตย์ก่อน
เหอะ..สงสัยจะไม่ได้ตายเพราะเลือดหมดตัวหรอก จะตายเพราะรถคว่ำ ไม่ก็แหกโค้งโดดข้ามแบริเออร์มากกว่ามั้งเนี่ย ควายที่บ้านหายรึไงรีบอะไรเบอร์นั้น -_-?!
@ HOSPITAL
“คนไข้นั่งรอรับยาและชำระเงินด้านนี้นะคะ”
เสียงหวานของพยาบาลพูดกับฉัน แต่ส่งสายตาหวานเยิ้มไปให้เตโชที่มาด้วยกันแบบอ่อยสุด เออเว้ยแบบนี้ก็ได้เน่อะแต่ช่างเหอะ ว่าแต่..ที่นี่มันโรงบาลเอกชนนะเฟ้ย ไม่บอกก็รู้ว่ารักษามันต้องแพงหูฉี่ นี่ฉันเพิ่งจะได้เงินค่าแปล Text จากเลโอมาเอง ได้ปุ๊บต้องใช้ปั๊บเลยงั้นสินะ คิดละเซ็ง -_-!
“ทั้งหมด 4,285 บาทค่ะ”
นั่นไง นั่นนนไง -[]-!
ฉันคว้ากระเป๋าสตางค์มาควานหาบัตรเดบิตที่พอจะรูดเงินในบัญชีออกได้ขึ้นมา แต่ก็ถูกใครบางคนตัดหน้าด้วยแบล็คการ์ดสีดำที่เคยอ่านในกระทู้เว็บดังว่ามูลค่าของมันรูดอะไรก็ได้ไม่จำกัด แถมมีไม่กี่ใบในประเทศหรือในโลกอะไรสักอย่าง แต่ดูจาก Supercar ราคาแพงโฮกฉันก็ไม่แปลกใจหรอกถ้าเขาจะพกแบล็คการ์ดเดินโบกไปโบกมาน่ะ
“เรียบร้อยค่ะ เชิญรับยาช่อง 3 นะคะ อันนี้นี่ยาแก้ปวด ย่าฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ ยาลดบวม บลาๆๆ >/////<”
ทั้งแผนกจ่ายเงินและเภสัชจ่ายยาของโรงพยาบาล เอาตรงๆ ทุกคนที่พูดกับฉันไม่มีใครมองหน้าฉันสักคนอ่ะ เอาแต่จ้องไปที่หมอนั่นแล้วทำท่าเขินๆ ออกมาในขณะที่เตโชทำหน้าเฉยๆ ออกจะไม่สนใจคนพวกนี้เลยด้วยซ้ำ เฮ้ย..เค้าอ่อยไงก็สบตานิดหนึ่ง จะเก๊กทำไม -.-?!
พอรับยาเสร็จเราก็เดินออกมาที่ลานจอดรถ โดยที่ฉันก็พอจะกะเผลกๆ ได้แล้วหลังโดนยาแก้ปวดแบบแรงเว่อร์ไปเข็มหนึ่ง อีกอย่างเพราะไม่ชอบนั่งรถเข็นด้วย ป่าวหรอกที่จริงกลัวโดนชาร์จค่ารถเข็นอ่ะ จุดนี้ต้องรอบคอบเมื่อกี๊ยังโดนไปเกือบ 5,000 แพงสุดดด
“ใส่ให้หน่อยจะโอนคืน”
มาถึงรถฉันก็ยื่นมือถือที่เปิด E-Banking ไปให้เขาใส่เลขบัญชีให้ แต่เตโชก็ทำเป็นไม่สนใจ แล้วสตาร์ทรถขับออกมาแบบไม่พูดไม่จา
“เอาคืนไปเหอะเงินตั้งเยอะ” ฉันยื่นมือถือให้เขาอีกครั้ง จังหวะที่รถติดไฟแดง เขาเลยมองมานิ่งๆ แล้วพูดเสียงเรียบอีกตามเคย
“ค่าแปล Text”
“Text?”
ฉันถามออกไปแบบงงๆ แล้วเขาก็ชี้ไปหลังรถ ก่อนที่ฉันจะหันตามไปแล้วเห็น Text เล่มที่ตัวเองแปลเมื่อคืนวางอยู่ที่หลังเบาะของเขา
“แต่เลโอให้มาแล้ว” พูดจบฉันก็เปิดรูปสลิปในมือถือที่เลโอส่งมาเมื่อเช้าให้เขาดู แต่เตโชก็ยังทำเฉย
“ใส่เร็วๆ อย่าลีลา มันเปลืองเน็ต”
ฉันบอกออกไปอีกครั้งแล้วยื่นมือถือไปให้เขาอีก แต่หมอนี่ก็ยังทำหน้านิ่งไม่พูดอะไรตามเคย เหอะ! เหมือนคุยกับคนเป็นใบ้ สนุกเป็นบ้า -_-
“พักที่ไหน”
ขับมาได้สักพักเขาก็ถามออกมา ฉันเลยบอกทางไป แล้วเขาก็พยักหน้ากลับมานิ่งๆ ไม่พูดอะไรจนพักใหญ่ๆ เราก็มาถึงแถวหอพักของฉัน แต่เพราะทางมันแคบและไม่เหมาะจะเอารถราคาแพงแบบนี้เข้าไปแลกรอยข่วนออกมา ฉันเลยชี้ให้เขาจอดตรงร้านบะหมี่ลุงตี๋ที่ตอนนี้กำลังเริ่มตั้งร้านอยู่
“อ่ะ ใส่สักทีดิ”
ฉันยังคงยื่นมือถือที่เปิด E-Banking ให้เขาอีกครั้งก่อนลงจากรถ แต่หมอนั่นกลับกดล็อคจอแล้วคว้า Text ต้นฉบับหลังรถกับ Text ฉบับแปลของฉันออกมาและเปิดไปที่บทสุดท้ายเทียบกัน
“อีกบทอยู่ไหน?”
ฉันมองทั้งสองเล่มสลับกันแล้วนึกได้ว่าที่จริงมันมี 10 บท แต่ฉบับแปลตอนนี้มีแค่ 9 เพราะบทสุดท้ายฉันแยกออกไปอ่านบนเตียงแล้วตรวจสอบคำผิดจนหลับไป
“โทษที พอดีลืมไว้ที่ห้อง เดี๋ยวพรุ่งนี้…”
“วันนี้” ฉันยังพูดไม่ทันจบ เตโชก็ขัดขึ้นมาซะก่อน
“งั้นนายรอนี่ เดี๋ยวฉัน…”
“ไปไหว?”
แล้วเขาก็ขัดขึ้นมาอีกครั้งพอฉันทำท่าจะลงจากรถและจะเดินเข้าไปเอา Text อีกบทที่หอพักมาให้ แถมเตโชยังหันไปมองทางเหมือนกำลังสำรวจอะไร แล้วทำท่าจะออกรถจนฉันต้องพูดขัดออกไป
“รถแพงๆ ของนายมันเข้าไปไม่ได้หรอกน่า”
ฉันขยายความให้เขาเข้าใจ หอพักที่ฉันอยู่มันธรรมดาจะตาย แถมอยู่ในซอกหลืบที่คนเดินพลุกพล่านบนถนนไปมา ถ้าเอา Supercar ราคาหลายล้านแบบนี้เข้าไปไม่วายได้เอื้อมมือมาลูบรถขูดหาเลขเด็ดกันตลอดทางแหงๆ
“บอกทาง”
แล้วเตโชก็พูดออกมาเสียงเรียบอย่างไม่สนใจอะไรสักนิด ก่อนที่เขาจะออกรถช้าๆ ปล่อยรถไหลมาเรื่อยๆ รอให้ฉันบอกทาง ฉันเลยบอกไปตามที่เขาต้องการ
“อืม.. ตรงไปสุดทาง หอสีฟ้าซ้ายมือ” ..เหอะๆ ก็ไปลุ้นเอาข้างหน้าละกันนะว่าคนแถวนั้นจะฮือฮากันแค่ไหนอ่ะ =_=
คุณอาจจะชอบ





