ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักสุดเฮี้ยบ ผู้จัดการจัดให้!

รักสุดเฮี้ยบ ผู้จัดการจัดให้!

ไลเกอร์ อดีตสมาชิกวง Animalz ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจร้อนจนทำให้วงแตก ยังคงเดินหน้าสร้างวีรกรรมฉาวในฐานะศิลปินเดี่ยวชื่อ ลีแทจิน จนไม่มีผู้จัดการคนไหนกล้ารับมือ บริษัทจึงส่ง นัชฌาน ผู้จัดการหนุ่มจอมเฮี้ยบมาดัดนิสัย แม้ภายนอกนัชฌานจะดูเหมือนเด็กมัธยม แต่เขาต้องเผชิญกับปัญหาสารพัดที่ไลเกอร์ก่อขึ้นไม่เว้นวัน งานนี้ผู้จัดการหน้าอ่อนจึงต้องงัดไม้แข็งมาปราบพยศเสือหนุ่มสุดฮอตให้กลายเป็นแมวที่เชื่องที่สุดให้ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิด
ตอน
แชร์

ตอน 2

เป็นครั้งแรกของการนัดหมายที่ประธานใหญ่นั่งรอไม่เป็นสุข เดินวนไปมาในห้อง รอการมาถึงของแขกที่นัดไว้อย่างกระสับกระส่าย ปกติแล้วเขาค่อนข้างจะเป็นคนเก็บอารมณ์เก่ง แต่ในครั้งนี้การลุ้นว่าคนที่นัดหมายจะมาหรือไม่มันสำคัญกว่าการวางมาดให้ดูน่าเกรงขามหลายเท่าตัว เพราะหลังจากที่เขาบอกความจำนงกับผู้จัดการควอนให้ติดต่อผู้จัดการคนใหม่มาให้ก่อนจะออกจากงาน เพียงข้ามวัน ผู้จัดการที่เขาหมายตาก็ติดต่อกลับมาทันทีโดยคิมแฮซูไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะได้รับการเลือกจากผู้จัดการรายนั้นทั้งๆ ที่บริษัทอื่นๆ ก็จ่อคิวแย่งตัวเป็นทิวแถว

ไม่นานนัก เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงใสของเลขาสาว

“ท่านประธานคะ มาถึงแล้วค่ะ”

คิมแฮซูสะดุ้งเล็กน้อย รีบเดินมากดปุ่มตอบรับพลางกรอกเสียงกลับ

“ให้เข้ามาได้เลย”

สิ้นเสียง เขาก็ตรงไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้นวม วางท่าราวกับว่าเขานั่งอยู่ตรงนี้มานานแล้ว อึดใจเดียว คนที่เขานัดหมายไว้ก็เดินเข้ามาในห้องก่อนที่จะโค้งทักทายเขาตามทำเนียมของชาวเกาหลี

“สวัสดีครับท่านประธานคิม”

“สวัสดีครับคุณผู้จัดการ นั่งก่อนสิ” คิมแฮซูทักทายตอบ ผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

คนมาใหม่พยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงตามคำเชื้อเชิญ คิมแฮซูปราดตามองสำรวจคนตรงหน้า ตัวจริงของชายหนุ่มไม่ค่อยเหมือนกับในรูปที่เขาเอาให้ผู้จัดการควอนสักเท่าไหร่นักเพราะตัวจริงดูเด็กกว่ามากโข ถึงจะบอกให้ผู้จัดการควอนไปติดต่อผู้จัดการคนนี้มาให้ได้ แต่เอาเข้าจริงเขาเองก็ยังไม่เคยเจอตัวจริงของผู้จัดการชื่อดังคนนี้มาก่อนเหมือนกัน

“คุณคงรู้แล้วสินะว่าที่ผมขอให้คุณมานี่เพราะอะไร” คิมแฮซูไม่รอช้า รีบเข้าเรื่อง

“คุณควอนบอกผมหมดแล้วครับ”

“แล้วตกลงว่าที่ผมเสนอให้คุณดูแลนักร้องในสังกัดเนี่ย คุณคิดว่ายังไงครับ”

คนฟังจ้องหน้าผู้พูดก่อนถามกลับ “ไลเกอร์น่ะเหรอครับ”

คิมแฮซูพยักหน้า ในใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ กลัวคำตอบของชายหนุ่มจะเป็นการปฏิเสธเสียเหลือเกิน

และยิ่งอีกฝ่ายไม่ตอบอะไรกลับมา คิมแฮซูก็ชักจะอึดอัด รีบแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“งานนี้ผมจ่ายค่าจ้างไม่อั้นนะครับคุณผู้จัดการ ยิ่งถ้าคุณทำให้ไอ้เด็กนั่น...เอ่อ...ไลเกอร์อยู่ในระเบียบของบริษัทได้ ผมจะจ่ายคุณเท่าที่คุณเรียกมาเลย งานนี้ผมยอมทุ่มเต็มที่”

“ผมรู้ครับ ผู้จัดการควอนบอกหมดแล้ว” ชายหนุ่มตอบรับ

ความเงียบเข้ามาครอบงำทั้งคู่อึดใจหนึ่งด้วยประธานใหญ่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี ยิ่งมองหน้าคนตรงหน้าก็ยิ่งอับจนคำพูดเพราะสีหน้านิ่งๆ ของเขานั้น ไม่สามารถเดาได้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ จากคำร่ำลือที่ว่าผู้จัดการสุดเฮี้ยบคนนี้เป็นเจ้าชายน้ำแข็งท่าทางจะจริง เพราะนอกจากจะไม่แสดงสีหน้าท่าทางอะไรแล้ว ยังพูดคำตอบคำและทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางนั่นก็เหมือนกับว่าเขารู้ทันคิมแฮซูอีก ถึงจะทำให้ประธานใหญ่เสียเซลฟ์เล็กน้อยที่ต้องมาง้อคนให้ทำงานให้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาใส่ใจนักเพราะสิ่งที่เขากลัวอย่างเดียวตอนนี้ก็คือกลัวว่าชายหนุ่มจะไม่ยอมรับงานเป็นผู้จัดการใหม่ให้นักร้องตัวร้ายนั่นมากกว่า

“แล้วตกลงว่าคุณผู้จัดการว่ายังไงครับ จะรับงานหรือไม่รับ”

คิมแฮซูตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้น เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงของเขาฟังดูแล้วไร้ซึ่งความมั่นใจโดยสิ้นเชิง

ใบหน้านิ่งเรียบของอีกฝ่ายค่อยๆ เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา ก่อนที่เขาจะตอบกลับมาสั้นๆ เพียงประโยคเดียวเท่านั้น

“ขอที่อยู่ของไลเกอร์ด้วยครับ”

ติ๊งต่อง...

เสียงออดหน้าห้องพักสุดหรูของอพาร์ตเม้นต์ใจกลางย่านกังนัมของนักร้องหนุ่มชื่อดังอย่างลีแทจินดังขึ้นไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว และดูท่าจะดังต่อเนื่องเรื่อยๆ ถ้าคนในห้องไม่ยอมลุกมาเปิดให้เสียที แต่การกดออดรัวขนาดนั้นไม่ได้ทำให้เจ้าของร่างใหญ่ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นลุกขึ้นมาได้เลย เขาเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยเท่านั้น พึมพำจนฟังไม่ได้ศัพท์เท่านั้นเมื่อถูกรบกวนอย่างหนัก

และดูเหมือนว่าเขาก็ชักจะเริ่มทนไม่ไหวเหมือนกันเพราะนอกจากเสียงออดที่ดังรัวแล้ว ยังตามมาด้วยเสียงทุบประตูกระหน่ำอีก

“โอ๊ย... ใครวะ”

สุดท้ายเขาก็ยอมจำนนจนได้ ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก มือไม้ปัดป่ายบรรดาขวดเหล้าโซจู1ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กระจัดกระจายไปทั่ว ชายหนุ่มมองขวดพวกนั้นอย่างงุนงงก่อนจะมองเลยไปยังห้องสูทสุดหรูที่ไม่เหลือความหรูหราเลยสักนิดพลางลูบหน้าลูบตาตัวเองให้หายงัวเงีย พลันหันมองไปยังนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาเที่ยงวัน

เขาจำไม่ได้สักเท่าไหร่นักว่าเมื่อคืนดื่มไปเยอะเท่าไหร่ แต่ก็คงจะมากพอที่ทำให้เขาอยู่ในสภาพไม่เป็นผู้เป็นคนอย่างนี้ ที่พอจำได้เป็นภาพสุดท้ายก่อนสติสัมปชัญญะจะหายไปคือเขาตั๊นหน้าพวกกุ๊ยในร้านเนื้อย่างที่ส่งเสียงโวยวายหาเรื่อง ก่อนจะตามมาด้วยผู้จัดการควอนที่ดันเสนอหน้าเข้ามาขวางหมัดของเขาที่ตั้งใจจะประเคนให้กุ๊ยคนหนึ่ง

เพราะอย่างนี้ล่ะมั้งวันนี้เขาถึงไม่เห็นผู้จัดการควอนโผล่หน้ามาส่งเสียงปลุกและก็พล่ามเรื่องข่าวหลังจากวีรกรรมที่เขาก่อไว้แต่เช้าเหมือนคราวก่อนๆ แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็โล่งหูดีไม่ใช่น้อย ยกเว้นแต่ไอ้เสียงปึงปังข้างหน้าห้องที่ดังไม่หยุดหย่อนนี่แหละ

ปึงๆๆๆๆ!

“อะไรกันนักกันหนา!”

ร่างใหญ่ลุกขึ้นยืน พาร่างไม่เต็มสติดีเดินโสลเสลไปยังประตูห้อง เขาค่อยๆ เอนกายไปพิงประตู หมายจะมองลอดผ่านช่องตาแมวก่อนว่าใครกันที่มารบกวนเวลานอนของเขา เพราะถ้าเป็นผู้จัดการควอนที่จะมาโอดครวญเรื่องฤทธิ์เดชที่เขาแผลงไว้เมื่อคืน เขาจะได้แกล้งทำเป็นไม่อยู่แล้วหนีไปนอนต่อ

ทว่าในจังหวะที่ลีแทจินกำลังจะวางมือทาบลงบนบานประตูนั้น เสียงกดรหัสจากเครื่องล็อคประตูก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ก่อนจะตามมาด้วยประตูตรงหน้าที่เปิดผางเข้ามา ทำให้เขาเสียหลัก เซไปชนกับตู้ที่อยู่ข้างๆ ประตูทันใด

“ผู้จัดการควอน! ถือดียังไงมาไปเอารหัสมาเปิดประตูห้องผมอย่างนี้!”

พอตั้งหลักได้ ชายหนุ่มก็โวยวายทันใดโดยไม่ทันได้หันไปมองว่าคนมาใหม่นั้นไม่ใช่ผู้จัดการควอน แต่เป็นชายหนุ่มไม่คุ้นหน้าในชุดสูทสีน้ำตาลลายสก็อต แต่งตัวนำสมัยที่ตอบเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ประธานคิมให้ฉันมาเอง ไม่ได้ขอ”

ภาษาเกาหลีสำเนียงแปร่งๆ และน้ำเสียงไม่คุ้นหู ทำให้ลีแทจินต้องหันขวับไปมอง พอเห็นว่าแขกผู้มาเยือนไม่ใช่ผู้จัดการส่วนตัว ใบหน้ายับย่นก็ยับขึ้นกว่าเดิมอีก ดวงตาหรี่เล็กลงปราดมองคนตัวเล็กกว่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“นายเป็นใคร”

อีกฝ่ายไม่พูดอะไร นอกจากสำรวจอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดๆ สภาพของลีแทจินในตอนนี้ไร้ซึ่งราศีนักร้องซูเปอร์สตาร์โดยสิ้นเชิง เส้นผมสีบลอนด์แซมชมพูชี้ไปคนละทิศละทางนั้นแทบจะเป็นสีเดียวกับสีบนซีกหน้าหล่อข้างหนึ่งของเขาที่แดงระเรื่อ คาดว่าคงจะโดนหมัดของใครสักคนฝากไว้แน่ๆ ร่างกายท่อนบนก็เปลือยเปล่าเผยให้เห็นรอยสักลายเสือบนหน้าอกด้านขวา เหลือแต่กางเกงยีนส์ขายาวปิดช่วงล่างส่งกลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั่ว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you
8.3
สัมผัสอันแสนหวานจากการจูบกันเพียงแค่ครั้งเดียวในคราวนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่อาจลืมเลือนได้เลย เพราะตั้งแต่วินาทีที่ริมฝีปากของเราทั้งคู่ได้สัมผัสกัน หัวใจของผมก็ถูกคุณครอบครองไปเสียแล้ว มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและฝังรากลึกลงในใจของผมตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบสบตาและใกล้ชิดกับคุณอย่างลึกซึ้งแบบนั้น เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากจูบแรกจะนำพาหัวใจของผมให้ไปหยุดอยู่ที่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนที่แปลว่าเมีย
9.2
ความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทต้องสั่นคลอน เมื่อฝ่ายชายประกาศกร้าวว่าไม่ต้องการเป็นเพียงแค่เพื่อน แต่อยากข้ามเส้นไปเป็นสามี ทว่าเมื่อถูกถามถึงความรัก เขากลับนิ่งเงียบพร้อมตั้งคำถามว่าการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจำเป็นต้องมีความรู้สึกรักด้วยหรือ ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่าเขาเพียงต้องการแค่เรื่องบนเตียงโดยไม่ได้มีใจให้กันเลยแม้แต่น้อย บทสรุปของมิตรภาพที่ไร้ความรักแต่เต็มไปด้วยความต้องการครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในรูปแบบไหน
หน้าปกนวนิยาย คนของข้าใครกล้ามายุ่ง
9.6
ความรู้สึกแอบรักที่ธีร์มีต่อวินเพื่อนสนิทมาอย่างยาวนานกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อโอกาสทองมาถึงทำให้เขาได้ครอบครองหัวใจและร่างกายของเพื่อนคนนี้ตามที่เคยปรารถนาไว้ลึกๆ ในใจ เมื่อความสัมพันธ์ข้ามเส้นความเป็นเพื่อนจนกลายเป็นคนรักอย่างเต็มตัว ธีร์จึงกลายเป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและพร้อมจะประกาศกร้าวให้ทุกคนได้รับรู้ว่า วินคือคนของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกกลางหรือแตะต้องคนสำคัญของเขาได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย เทพสวรรค์บัญชา
8.6
เมื่อความรักมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในวังวนแห่งความผูกพันต้องเผชิญกับคำถามที่ยากจะตอบ เมื่อต้องเลือกระหว่างบุรุษสองผู้ทรงอำนาจ นางกลับไม่อาจตัดใจทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างสถิตอยู่ในใจนางอย่างเท่าเทียมกัน ในเมื่อความรักครั้งนี้ไม่มีที่ว่างให้ความสูญเสีย ข้อเสนอสุดท้ายที่เหนือความคาดหมายจึงเกิดขึ้น หากเลือกไม่ได้ก็จงครองรักร่วมกันทั้งสามคน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บทใหม่ที่โลกต้องจารึก
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายนายแฟนเก่า
7.9
เมื่อการเริ่มต้นชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยวันแรกกลายเป็นสมรภูมิคารมระหว่างอดีตคนรักที่จบกันไม่สวย หญิงสาวประกาศก้องว่าพร้อมเปิดรับความสัมพันธ์ครั้งใหม่เพื่อลบเลือนอดีตอันแสนเลวร้ายจากผู้ชายเฮงซวย ทว่าฝ่ายชายกลับไม่ยอมจบง่ายๆ เขาพยายามขุดคุ้ยความสัมพันธ์ลึกซึ้งในวันวานมาตอกย้ำหวังรั้งเหนี่ยวรั้งเธอไว้ แต่เธอกลับตอกกลับอย่างเย็นชาว่าเขาเป็นเพียงของเก่าไร้ค่าที่ไม่ควรเสียเวลาใส่ใจอีกต่อไป ท่ามกลางแรงปะทะที่ไม่มีใครยอมใครในเกมรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
9.3
ใบไผ่ชายโสดวัยสามสิบปีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่เป็น ลลิต ทารกน้อยผู้น่ารักซึ่งเป็นลูกชายของ ลออจันทร์ ตัวประกอบในนิยายชื่อดังที่เขาเคยอ่าน ทว่าในเส้นทางเดิมนั้นแม่ของเขาต้องพบกับจุดจบที่แสนเศร้าและน่าอนาถใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สองในร่างเด็กทารกเช่นนี้ ลลิตจึงตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องใช้ความสามารถและหัวใจทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องหม่าม้าให้พ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านั้นให้จงได้