ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยอดรักเทพบุตรมาเฟีย

ยอดรักเทพบุตรมาเฟีย

โชคชะตาความรักของทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งฮ่องกง เมื่อคาสโนว่าตัวร้ายกลับต้องมาสิ้นลายเพราะเสน่ห์ของสาวน้อยไร้เดียงสาอย่างโยธกา เขาจึงตั้งมั่นที่จะครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียวตลอดกาล ท่ามกลางบรรยากาศอันเร่าร้อนในห้องลับ พี่หมิงพยายามปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น แม้เธอจะเอ่ยปากห้ามด้วยเสียงแผ่วเบา แต่สายตาอันหวานเยิ้มและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขากลับยิ่งตอกย้ำว่าเขาไม่มีวันปล่อยดอกไม้งามดอกนี้ให้หลุดมือไปได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3.

“ลูกต้องเชื่อฟังผม น้องมุกกับอาเทียนสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก คงรักกันไม่ยากหรอก ส่วนอาหมิงถ้ามีปัญหานัก ผมจะจับมันแต่งงานบ้าง”

จางหลงบอกภรรยา เขาไม่ห่วงเรื่องนี้มากมายเหมือนที่ภรรยาห่วง เพราะเชื่อว่าลูกๆ ต้องยอมทำตามคำสั่งของเขาเหมือนที่เป็นมาตลอด

“หนูยิ้ม อยู่ที่ไหนเนี่ย ใกล้เวลาเป่าเค้กแล้วนะ” หลินหลินมองหาเจ้าของวันเกิดอีกคน

“หนูยิ้มไปรอรับไมค์กับแซนเดรียครับ วันนี้คุณเอ็ดเวิร์ดเขาไม่ได้มาเลยส่งลูกชายลูกสาวมาแทน” หลี่เทียนบอก

“ไมค์กับหนูยิ้มเขาสนิทกันค่ะ สองคนนี่เขาทำงานร่วมกัน” ม่านไหมเอ่ยขึ้นบ้าง พร้อมกับเล่าให้ฟังอีกว่า

“เฮียเมฆกับพี่เอ็ดเวิร์ดเขาร่วมหุ้นกันเปิดโรงแรมแห่งใหม่ เลยให้หนูยิ้มกับไมค์ไปดูแล สองคนนี่เขาสนิทกันตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ สงสัยพี่เอ็ดเวิร์ดกับเฮียเมฆมีสิทธิ์ได้ดองกันอีกชั้น”

จางหมิงเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ พอได้ยินประโยคสุดท้าย ใบหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นมา เขากับไมค์และแซนเดรียเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แม้ไม่ได้สนิทสนมกันมากแต่ก็พบปะกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่คิดว่าไมค์กับหนูยิ้มจะสนิทสนมกัน ถึงขั้นที่ผู้ใหญ่เอามาพูดว่าจะดองกันแบบนี้

“หนูยิ้มมาแล้ว ดูสิเดินควงกับตาไมค์เหมือนคู่รักกันเลย” ม่านไหมเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม

ผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่หันไปมองแล้วยิ้มให้กัน มีเพียงจางหมิงที่รู้สึกต่างจากทุกคน เขาเพ่งมองร่างสูงโปร่งของหญิงสาวในชุดราตรีสั้นสีทองแบบเกาะอกอย่างหมั่นไส้ ผ่านไปหลายปียายตัวแสบสูงขึ้นกว่าเดิมแถมยังหน้าตาสวยเฉี่ยว ไม่จืดชืดเหมือนตอนเป็นเด็ก คงเป็นเพราะการแต่งหน้าช่วยให้กลายเป็นสาวเปรี้ยวเข็ดฟันแบบนี้ ท่าทางราวกับสาวมั่นที่เจ้าตัวแสดงออกขัดตาคนมองจนแอบเบ้ปาก ดวงตาคมจับจ้องเรือนร่างสมส่วนราวกับนางแบบไม่ละสายตา จากประสบการณ์ของคาสโน่ว่าหนุ่มทำให้เขารู้ว่าเรือนร่างงดงามของโยธกาไม่ได้ผอมบางแต่อวบอิ่มและงดงามไม่แพ้ใคร ริมฝีปากถูกขบเม้มเมื่อหญิงสาวเดินเบียดกระแซะกับหนุ่มลูกครึ่งร่างสูงใหญ่ราวกับคู่รัก หัวใจที่เคยสงบนิ่งกับร้อนเร่าด้วยความรู้สึกกึ่งหวงกึ่งหมั่นไส้

“สงสัยนายจะได้น้องเขยว่ะ เทียน” จางหมิงอดปากไม่ได้ หันไปเอ่ยกับเพื่อนสนิท

หลี่เทียนไม่ได้เป็นคนหวงน้องเหมือนจางหมิง จึงไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดของเพื่อน

“ถ้านายไมค์เป็นแฟนหนูยิ้มจริง ลุงเมฆคงชอบใจ เห็นเขาลุ้นกันมานาน” หลี่เทียนเอ่ยยิ้มๆ หันไปมองหน้าสวยน่ารักของน้องมุก ด้วยแววตาอ่อนโยน

น้องมุกยิ้มให้พี่ชายใจดีของตัวเอง พยักหน้าเห็นด้วย “พี่หนูยิ้มกับไมค์เหมาะสมกันดีนะคะ พี่หนูยิ้มก็สวยไมค์ก็หล่อ พ่อแม่ก็ทำธุรกิจร่วมกันด้วย”

“แต่นายไมค์มันอายุน้อยกว่าหนูยิ้มตั้งสี่ปีนะ” จางหมิงเอ่ยท้วง

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ลุงเมฆก็อายุน้อยกว่าป้าแยมเหมือนกัน ความรักมันไม่เกี่ยวกับอายุหรอก”

คำแก้ของหลี่เทียนทำให้คนฟังขัดใจอย่างรุนแรง ลุกขึ้นเดินหนีก่อนที่คู่สร้างคู่สมจะเดินมาถึงโต๊ะ

“เฮียหมิงเดินไปไหนครับนั่น” ไมค์เอ่ยถามเมื่อพาน้องสาวกับโยธกามาถึงโต๊ะ

“คงไปเข้าห้องน้ำน่ะ นั่งก่อนสิ” หลี่เทียนตอบแทน

ทั้งสามคนพากันทำความเคารพผู้ใหญ่แล้วหาที่นั่ง ไมค์นั่งเก้าอี้ติดกับโยธกาส่วนแซนเดรียนั่งตรงข้ามกับหลี่เทียนและมุกอาภา

แซนเดรียมองหน้าเจ้าของวันเกิดด้วยแววตาอ่อนหวาน หญิงสาวแอบหลงรักหลี่เทียนมานานแต่ไม่กล้าบอกให้อีกฝ่ายรู้ ได้เพียงแต่พูดคุยปรึกษาเรื่องนี้กับพี่สาวอย่างมุกอาภาเท่านั้น มุกอาภาแนะนำให้เธอบอกความรู้สึกกับหลี่เทียนในคืนนี้ หญิงสาวจึงรอเวลาและหาโอกาสเหมาะที่จะได้พูดคุยกับเขาเพียงลำพัง

งานเลี้ยงดำเนินไปด้วยความสนุกสนาน ผู้ใหญ่พากันกลับหลังจากเจ้าของวันเกิดทั้งสองเป่าเค้กแล้ว เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้สนุกกันอย่างเต็มที่ หลี่เทียนขอมุกอาภาเต้นรำและไม่ยอมปล่อยให้เธอเต้นกับใครนอกจากเขาอีกเลย จาง หมิงกลับเข้ามาในงาน เขาไม่ได้พูดคุยกับโยธกาสักคำ มาเฟียหนุ่มสำราญกับสาวๆ ที่ผลัดเปลี่ยนมาเป็นคู่เต้นรำ ส่วนโยธกาก็เต้นรำกับไมค์และหนุ่มๆ คนอื่นหลายคน ก่อนจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อพักเหนื่อย ระหว่างที่เดินกลับเข้าไปในงานอีกครั้งก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่ง กำลังนัวเนียกันอยู่ในมุมสลัวข้างตึก

“คุณหมิงคะ คืนนี้ไปต่อกับลีน่านะคะ” เสียงหวานของหญิงสาวออดอ้อนชายหนุ่ม ที่กำลังซุกไซร้ซอกคอเธออยู่

“พรุ่งนี้นะ คืนนี้ผมไม่ว่าง” เสียงคุ้นหูของชายหนุ่มตอบเบาๆ

ทำให้คนแอบดูแอบฟังขมวดคิ้วด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขยับเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อจะได้เห็นและฟังชัดๆ พอเห็นใบหน้าของชายหนุ่มถนัดตา โยธกานิ่วหน้ามองเขาตาขุ่น

“ไอ้พี่หมิงบ้ากามนี่เอง กี่ปีๆ นิสัยไม่เคยเปลี่ยน” หญิงสาวย่นจมูกใส่คนบ้ากาม ด้วยความรังเกียจ

ขณะจะหมุนกายเดินหนี ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นในสมอง ริมฝีปากอิ่มยิ้มเมื่อเกิดอยากแกล้งคนนิสัยเสียขึ้นมา จากที่จะเดินหนีโยธกากลับเดินตรงเข้าไปหาคนทั้งสองทันที แกล้งกระแอมกระไอเสียงดัง

“อะ แฮ่ม มาทำอะไรตรงนี้คะพี่หมิง” เสียงใสถูกดัดให้หวานกว่าปกติ

จางหมิงสะดุ้งรีบเงยหน้าจากทรวงอวบของหญิงสาวในอ้อมแขน ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

“หนูยิ้ม”

“ใครกันคะ คุณหมิง”

ลีน่าเอ่ยถามขณะจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ มองคนที่เข้ามาขัดจังหวะด้วยแววตาขุ่นเคือง ไม่ได้อับอายสักนิด

โยธกาตวัดสายตามองสองหนุ่มสาวด้วยแววตาเหยียดหยัน “ถ้าอยากสมสู่กันทำไมไม่ไปโรงแรม หรือว่าไม่จำเป็นเพราะตรงไหนก็ทำได้ ไม่เลือกที่และโอกาส” หญิงสาวเอ่ยขึ้น

จางหมิงร้อนวูบไปทั้งหน้า เมื่อเห็นสายตาดูแคลนของอีกฝ่าย นึกรู้ว่ายายตัวแสบกำลังหาเรื่องเล่นงานเขาอีกแล้ว

“พี่จะทำอะไรกับใครตรงไหน มันทำให้เธอเดือดร้อนหรือไงหนูยิ้ม”

“เดือดร้อนสิคะ เพราะพี่หมิงเป็นคู่หมั้นของหนูยิ้ม เรื่องอะไรหนูยิ้มจะปล่อยให้พี่ มายุ่งกับผู้หญิงคนอื่นได้ยังไง”

คนที่อ้างว่าเป็นคู่หมั้น เดินเข้ามากอดแขนของชายหนุ่มไว้ เบียดกายกระแซะร่างหนา พร้อมกับดันหญิงสาวอีกคนให้ถอยห่าง ทำเอาคนถูกแอบอ้างตกตะลึงพูดไม่ออก ไม่นึกว่าจะถูกเล่นงานไม้นี้

“ไม่จริงใช่ไหมคะคุณหมิง ผู้หญิงคนนี้โกหกใช่ไหมคะ” ลีน่าเอ่ยถามเสียงสั่น

“จริงค่ะ ฉันเป็นคู่หมั้นกับพี่หมิงตั้งนานแล้ว ไม่เชื่อก็ไปถามลุงจางหลงกับน้าน้ำอิงดูก็ได้ หรือจะไปถามอาหลี่ไท่หยางอาเขยฉันดูสิคะ” โยธกายกผู้ใหญ่มาอ้างหน้าตาเฉย มองหน้าซีดๆ ของคู่ขาของจางหมิงด้วยแววตาสะใจ

“ฉะ ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

ลีน่าไม่เสียเวลาไปสอบถามอย่างที่โยธกาบอก ชื่อของสองผู้ยิ่งใหญ่การันตีความจริงโดยไม่ต้องสอบถามให้มากความ หากไม่ใช่เรื่องจริงผู้หญิงคนนี้คงไม่กล้ายกมาอ้าง

จางหมิงไม่ทันจะเอ่ยแก้ ลีน่าก็เดินหนีไปแล้ว เขาเลยหันมาหาคนต้นเรื่องที่กำลังหัวเราะคิกคักอย่างโมโห

“เล่นอะไรแบบนี้ฮะ หนูยิ้ม”

“เสียดายเหรอ คาสโนว่าอย่างคุณคงหาสาวๆ ได้อีกหลายคน จะต้องแคร์อะไร” โยธกายักไหล่ ทำท่าจะเดินหนี เมื่อจัดการป่วนจางหมิงได้สมใจแล้ว

แต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้คนที่แกล้งเขาลอยนวลไปง่ายๆ จางหมิงจับข้อมือบางกระชากรั้งร่างงามมาปะทะอก กอดรัดไว้แน่น โยธกาตกใจพยายามดิ้นรนให้หลุดจากปลอกแขนแข็งแกร่งนั้น แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกรัดแน่นขึ้น

“ปล่อยหนูยิ้มนะไอ้พี่หมิง!”

“ไม่ปล่อย คู่หมั้นจะกอดคู่หมั้น จะเป็นไรไป” จางหมิงแกล้งยกคำอ้างของเธอมาอ้างบ้าง เขายิ้มกริ่มขณะยื่นหน้าไปหาดวงหน้างดงามช้าๆ จ้องตากลมโตของเธอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GSA” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GSA
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจเทพบุตรจอมมาร (ซีรีย์ยอดดวงใจเทพบุตรอัลเล็นโซ่ ลำดับที่ 4)
9.0
เมื่อชื่อเสียงของตระกูลอัลเล็นโซ่ต้องมัวหมองจากข่าวฉาวในร้านอาหารพาราไดซ์ เซย์ผู้กุมอำนาจจึงต้องออกโรงสะสางและลากตัวผู้กระทำผิดมาลงทัณฑ์ ทว่าไอรินทร์กลับต้องกลายเป็นแพะรับบาปในเหตุการณ์นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อปกป้องชีวิตของบิดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียว เธอจึงยอมจำนนต่อข้อเสนออันแสนอันตรายของเขา ไอรินทร์ถูกกักขังไว้ในกรงทองที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาและอำนาจมืดของจอมมารหนุ่มที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ไอมาเฟีย นั่นเมียกู
8.0
เมื่อโจดินมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลพบว่ายูมิคู่หมั้นของเขาแท้จริงคือคนรักของนิเณอหญิงสาวสุดแกร่งผู้ไม่เกรงกลัวใคร แทนที่เขาจะโกรธแค้นเสน่ห์และความกล้าหาญที่โดดเด่นของนิเณอกลับดึงดูดใจมาเฟียหนุ่มอย่างรุนแรงจนเขาเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายและปรารถนาจะครอบครองเธอมาเป็นภรรยาแทนที่คู่หมั้นเดิม เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งท่ามกลางอำนาจมืดจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจว่าจะทำทุกทางเพื่อให้ได้ใจสาวแกร่งคนนี้มาครอง
หน้าปกนวนิยาย พายุรักจอมใจมาเฟีย
9.8
น้ำฟ้า หญิงสาวผู้เพียบพร้อมตัดสินใจหนีครอบครัวมาเที่ยวอิตาลีเพียงลำพัง แต่ทริปนี้กลับเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลเมื่อเธอต้องตกเป็นจำเลยภายใต้การควบคุมของ เซเลโน่ อัลซาโก มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในยุโรป เขาคือชายผู้เย็นชาและไร้ความปรานีในโลกมืด แต่เมื่อน้ำฟ้าถูกกลุ่มคนลึกลับตามล่า เซเลโน่จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปไว้ข้างกายด้วยเหตุผลบางอย่าง ท่ามกลางอันตรายที่รุมเร้าและความใกล้ชิดที่ไม่อาจเลี่ยงได้ เธอจะรับมืออย่างไรเมื่อเขาประกาศให้เธอนอนร่วมเตียงกับเขา
หน้าปกนวนิยาย ฆาตกรรัก
7.9
ภาพการจากไปของพ่อแม่ที่ถูกสังหารต่อหน้ายังคงตราตรึงอยู่ในใจมาเฟียหนุ่มอย่างไม่ลบเลือน ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานกลายเป็นเป้าหมายเดียวในชีวิตคือการล้างแค้นให้สาสม เมื่อเวลาแห่งการเอาคืนมาถึง เขาจึงเลือกพุ่งเป้าไปที่หญิงสาวผู้ใกล้ชิดกับฆาตกรมากที่สุดเพื่อให้เธอเป็นตัวแทนรับกรรมที่เธอไม่ได้ก่อ เขาหวังใช้เธอเป็นเครื่องมือบีบหัวใจศัตรูให้แตกสลาย และอยากรู้นักว่าหากคนเป็นพ่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของลูกสาวตนเองจะรู้สึกเจ็บปวดเจียนตายเพียงใด