ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พยศรักพญามาร

พยศรักพญามาร

เมื่อความรักกลายเป็นความขมขื่น เหมียวจึงพยายามดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการของพี่วิน ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ใช้กำลังบังคับและข่มขู่จะลงโทษเธออย่างทารุณ แม้จะเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ แต่เธอก็ยังกล้าตัดพ้อที่เขาไม่เคยมอบความเห็นอกเห็นใจให้แก่คนไร้ที่พึ่งอย่างเธอเลย ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เหมียวเผลอประกาศกร้าวว่าจะหนีไปจากชีวิตคนใจร้ายคนนี้ให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นอาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่หนักหนากว่าเดิมในเงื้อมมือของพญามาร
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3

นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แม่เลี้ยงไม่ชอบขี้หน้าเธอนัก รวมถึงพยายามหาเรื่องหาราวมาตลอด ยิ่งพักหลังๆ ดูเหมือนไอรินจะเงินขาดมือ ไม่รู้ว่าไปกู้หนี้ยืมสินใครมาบ้างหรือเปล่า เพราะเคยมีคนหน้าตาน่ากลัว มาเมียง ๆ มอง ๆ หน้าบ้านหลายครั้ง บ้างก็มีโทรศัพท์เข้ามา ไอรินรับแล้วหน้าตาก็จะซีดเซียว เดินย่ำทิ้งน้ำหนักเท้าลงบนพื้นอย่างกับต้องการให้มันทรุดลงไป

เมื่อหนักหนาจนทนกับความกดดันไม่ไหว ไอรินก็บากหน้ามาขอคุยแบบเปิดอก เรื่องขอขึ้นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งเธอไม่เห็นด้วย เพราะค่าใช้จ่ายที่ไอรินได้นั้นสูงมากอยู่ ไม่ถึงกับทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่ก็มีปากเสียงกันหนักเอาการ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมท่าเดียว แล้วยังแสดงอาการข่มขู่คุกคามอีกด้วย

วิฬาร์สลัดความคิดที่อัดแน่นกันอยู่ในสมองทิ้งไป ตอนนี้สิ่งเดียวที่ต้องทำคือหนีเอาตัวรอดจากอดีตแม่เลี้ยงอสรพิษที่ช่างกล้าและใจเหี้ยมหาญเหลือเกิน ลงทุนแสดงละครเพื่อหลอกพาเธอมาให้ใครก็ไม่รู้เอาตัวไปปู้ยี่ปู้ยำ มันน่าแค้นใจตัวเองนักที่ดันพลาดท่าเสียที

หญิงสาวสอดส่ายสายตาเหลียวซ้ายแลขวาหาทางหนีทีไล่ หนีได้คราวนี้เธอต้องคิดทำอย่างที่ใจต้องการ เสี่ยงเดินทางไปหาญาติคนเดียวที่เหลือ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าคนทางนั้นจะยังยินดีให้การต้อนรับเธออยู่อีกหรือเปล่า หลังจากถูกผู้เป็นบิดาตอกหน้าหงายกลับไป เพราะท่านคิดว่าน้าสาวมาทำดีด้วย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเขยิบตัวเองจากแค่น้องเมียมาเป็นเมียท่านเสียเอง

‘โอ๊ย! มันจะวิ่งตามไปถึงไหนนะ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกันบ้างหรือไงนี่’

วิฬาร์บ่นอุบ เธอเหลียวมองไปข้างหลังกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เจ้ายักษ์ใหญ่ทั้งสองคนก็ยังวิ่งกวดหน้าเริดมาอย่างกับหุ่นยนต์ที่ใส่น้ำมันจนเต็ม เลยไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย แล้วดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น สุดถนนด้านหน้าไม่ไกลเป็นสี่แยกมีป้อมตำรวจเด่นเป็นสง่าจนเห็นแต่ไกล

รอดแล้วเรา...รอดแล้ว! วิฬาร์ร้องตะโกนอย่างลิงโลดอยู่ในใจ ลืมความเหนื่อยและล้าจนหมดสิ้น ซอยเท้าถี่ยิบเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ทว่า...

“บ้าจริง! แล้วฉันจะทำไงดีล่ะทีนี้” บ่นอุบพร้อมเสียงหอบ ใกล้เข้าไปเรื่อยๆ จะเห็นว่า ปลายทางเป็นป้อมตำรวจที่มีเพียงหุ่นจ่าเฉยยืนประจำการอยู่

“เอาไงดีวะ” เก็บผมที่ร่วงหล่นรุ่ยร่ายความยาวก็แค่ระต้นคอเพียงเล็กน้อยเท่านั้นให้ย้อนกลับเข้าไปในหมวก ยิ่งทำให้สาวน้อยกลายเป็นหนุ่มน้อยไปในบัดดล แต่เพื่อความมั่นใจก็ยังดึงเอาชายหมวกลงมาปิดบังหน้าผากอีกเล็กน้อย

“จะไปทางไหนดีนี่” ถามตัวเองพร้อมหันรีหันขวางอยู่ชั่ววินาทีหนึ่ง

เส้นทางที่ทอดยาวไม่ว่าจะไปซ้ายหรือขวา หรือจะด้านหน้าลิบๆ นั่น ไม่คุ้นเคยเลย จึงไม่รู้ว่าปลายทางนั้นไปสิ้นสุดที่ไหนและอย่างไร แต่เมื่อถึงที่สุดก็ต้องตัดสินใจเลือกอย่างเท่าที่จะมีเวลาให้พินิจพิเคราะห์

ด้านหน้าและด้านซ้ายมือ...สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านรวงแต่ไม่มากมายเท่าไหร่นัก อีกทั้งรถราที่วิ่งไปมาก็ไม่มากมายเท่าฝั่งด้านซ้ายมือ ซึ่งดูการจราจรจะคับคั่งมากกว่า แล้ววิฬาร์ก็ตัดสินใจเลือกวิ่งไปทางซ้ายมือด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้เธอเจอกับใครสักคนที่สามารถช่วยเหลือพาเธอหนีรอดจากเงื้อมมือแม่เลี้ยงอสรพิษ หรือไม่ก็เจอตำรวจสักนาย...

เอี๊ยด!

“โอ๊ย!” สาวสวยซึ่งนั่งบดเบียดเรือนกายนุ่มนิ่มแนบชิดกายแกร่งร้องเสียงหลง เมื่ออยู่ดีๆ ร่างก็ลอยละลิ่วกระแทกกับขอบประตูจนจุกก่อนจะทรุดกองกับพื้น

“ขับรถยังไงกัน ถึงได้เบรกจนคนอื่นเขาต้องเจ็บตัวแบบนี้น่ะ” ความจริงอยากตวาดแว้ดไปมากกว่า แต่การอยู่กับเควินเธอจะต้องรักษามาดผู้หญิงอ่อนหวานและอ่อนโยน ใจเย็นอย่างกับน้ำแข็งเป็นเนืองนิตย์ แม้จะโกรธใครจนอยากจะบีบคอแล้วหักทิ้ง ก็ยังต้องข่มเพลิงโทสะไว้ภายในอกอย่างสุดๆ ทว่านัยน์ตากลับไม่...

วีรดากัดฟันข่มกลั้นความเจ็บ ดันร่างอรชรอวบอัดไปนั่งบนเบาะนุ่มใกล้กับร่างหนาใหญ่ที่ยังคงทำหน้าเรียบเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน ตวัดสีหน้าแดงระเรื่อและนัยน์ตาเข้มดุเกรี้ยวกราดไปให้กับคนขับรถซึ่งหันมาค้อมหัวขอโทษถี่ยิบ หลายครั้งแล้วที่เธอต้องเสียอารมณ์กับคนขับรถมือใหม่คนนี้ คราวนี้คงจะต้องจัดการอะไรสักอย่างแล้ว

“ขับรถอย่างนี้บ่อยๆ ระวังจะไม่มีงานทำนะ” ขู่เสียงแข็งกร้าว ถึงอำนาจสูงสุดของการตัดสินใจจะอยู่ที่เควิน ทว่าเธอก็มีหนทางกำจัดศัตรูได้หลายวิธี

“คุณเป็นยังไงบ้างคะเควิน” เอ่ยเสียงหวานถามชายหนุ่มซึ่งเธอทุ่มความพยายามในการจับเขาเพื่อเลื่อนฐานะตัวเองจากเพื่อนร่วมเตียงเป็นภรรยา แต่ก็ไม่เคยจะสำเร็จสักครั้ง ชายหนุ่มไม่เคยบ่ายเบี่ยง แต่ก็ไม่เคยพูดจาให้ความหวัง และยังส่งสายตาเหมือนจะเตือนอยู่กลาย ๆ ให้เธอรู้ฐานะของตนเอง อยากจะดึงดันไม่ทำตามความต้องการนะ...

แต่เคยเจอแล้วกับคนที่พูดมาก ดื้อดึง เลยถูกเควินเขียนเช็คโยนใส่หน้า ก่อนเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาลากเอาตัวไป พร้อมสั่งห้ามใครปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นกลับมาในบริษัท ถ้าใครขัดคำสั่ง...ไล่ออกสถานเดียว

“ขอโทษครับนาย มีคนวิ่งตัดหน้ารถครับ” ถวิลรีบชี้แจงให้กับเจ้านายที่นั่งไม่บ่งบอกอารมณ์โกรธหรือว่าหงุดหงิด วงหน้าเข้มผิวสีทองแดงเรียบเฉยราวกับมีใครเอาปูนซีเมนต์มาเคลือบบล็อกไว้ นัยน์ตาสีสนิมเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาแวบหนึ่ง ทำให้คนขับซึ่งเพิ่งจะมารับหน้าที่ได้ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ถึงกับหน้าซีดเผือด กลัวจนหัวใจหลุดหล่นไปกองอยู่ปลายเท้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับนายนอกจากหน้าตาที่ดุแข็งกร้าว ตาคมกริบอย่างกับเหยี่ยวบนฟากฟ้า มองทีเหมือนจะซอกซอนทะลุเข้าไปถึงหัวใจของคนแล้ว ปากหรือก็ร้าย คำพูดเหมือนมีดผ่าตัดในโรงพยาบาล บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟัง นิสัยแข็งกร้าว โมโหร้าย ไม่โอนอ่อนผ่อนตาม ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น ทำงานจริงจัง ไม่เคยเอารัดเอาเปรียบใคร แต่อย่ามีใครมาทำให้โกรธแล้วกัน ไม่ตายพ่อเล่นไม่เลิก ในการทำงานใครทำดีนายจะให้ผลตอบแทนสูงและเลี้ยงดูอย่างดีด้วย แต่ถ้าไม่ได้เรื่องรับเงินเสร็จก็เชิญไปหางานอื่นได้เลย แล้วตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้เงินด้วย

“ดาว่าพนักงานขับรถคนใหม่ ทำงานไม่ค่อยจะได้เรื่องเลยนะคะเควิน อย่างนี้ให้พิจารณาตัวเองดีไหมคะ”

ถวิลถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก เมื่อเจอเข้ากับคำพูดแล้งน้ำใจซึ่งออกจากปากอวบอิ่มสีชมพูสดของผู้หญิงที่นิสัยและหน้าตาแตกต่างกันราวกับฟ้าและเหว

หน้าตาเธอจัดว่าสวยคมเข้มสะดุดตามาก ยิ่งแต่งกายเป็น รู้ว่าส่วนใดของร่างกายที่บกพร่องควรจะปกปิด ส่วนใดที่ควรเปิดเผย แต่ก็ไม่ควรมากมายจนเกินควร อย่างเช่นอกอิ่มอย่างกับลูกมะพร้าวแทบจะล้นออกมานอกตัวเสื้อ เอวเล็กแทบจะกำรอบด้วยสองมือ เสริมด้วยกระโปรงย้วยผ่าขึ้นมาทางด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้างอวดช่วงขาขาวนวลเนียนทั้งยามเดินและยามนั่ง ทว่าจิตใจนั้น...ดำยิ่งกว่าอีกา เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ

“ออกรถได้แล้วถวิล” เควินสั่งการเสียงเรียบไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ

เขาเพิ่งลงจากเครื่องบินหมาด ๆ หลังจากที่ต้องนั่งและนอน รวมถึงกินอยู่บนนั้นตลอดสิบกว่าวัน ส่วนหนึ่งคือการกลับไปเยี่ยมหลุมศพของบิดาและมารดาบุญธรรมซึ่งเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก อีกส่วนคือเข้าไปดูแลทรัพย์สมบัติและบริษัทที่บิดาบุญธรรมทิ้งเอาไว้ให้ เข้าร่วมการประชุมประจำปี วางแผนงาน คาดคะเนแนวโน้มเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจ มองหาธุรกิจใหม่ๆ ที่จะทำเงินเข้ากระเป๋าเขาและหุ้นส่วน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปรารถนารัก เทพบุตรมาร
9.4
ฟรานเชสโก้ใช้คำว่ารักเป็นเครื่องมือล่อลวงเพื่อพันธนาการนาตาเชียไว้เคียงข้างเพียงเพื่อความสุขส่วนตัว ทว่าเมื่อนาตาเชียตระหนักว่าสิ่งที่ได้รับไม่ใช่ความรักที่แท้จริง เธอจึงตัดสินใจหันหลังเดินจากไป แม้ชายหนุ่มจะออกคำสั่งและพยายามรั้งเธอไว้ด้วยความเอาแต่ใจว่าเธอเป็นสมบัติของเขาเพียงคนเดียวก็ตาม ท่ามกลางหยดน้ำตาที่ไหลริน นาตาเชียพยายามหนีจากอ้อมอกมัจฉราชที่ไร้หัวใจ ในขณะที่เขายืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
8.3
ริว รุ่นพี่วิศวะสุดโหดตามทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกับเจนิส หลังจากที่เธอพยายามหลบหน้าเขามานานหลายวัน แม้หญิงสาวจะปฏิเสธความสัมพันธ์และต่อต้านเพียงใด เขากลับยิ่งใช้กำลังพันธนาการเธอไว้ด้วยความดุดัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น ริวประกาศกร้าวอย่างเย้ยหยันว่าคืนนี้เธอไม่มีวันหนีเงื้อมมือเขาพ้น ยิ่งเจนิสด่าทอและขัดขืนมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตอบโต้ด้วยสัมผัสที่รุนแรงและเอาแต่ใจเพื่อย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ในอดีตที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
หน้าปกนวนิยาย ระบำอสูร
9.6
โชคชะตาขีดเส้นให้เกสรสาวเมืองสุดเปรี้ยวมาพบกับศราหนุ่มมาดเถื่อนจากป่าใหญ่ที่เธอตราหน้าว่าเป็นอสูรร้าย ทว่าเขากลับเข้ามาพัวพันในชีวิตเธอไม่ห่างจนความบังเอิญก้าวไปสู่การแต่งงาน ท่ามกลางบาดแผลในใจและภูมิหลังครอบครัวที่แตกสลายของทั้งคู่ ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจ เมื่อสองหัวใจที่แหว่งวิ่นพร้อมจะก้าวเดินและสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ไปด้วยกัน อสูรที่เคยร้ายจึงกลายเป็นเพียงยอดรักผู้เติมเต็มชีวิตให้เกสรตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย พันธการสายใยรัก
8.8
โชคชะตาขีดเส้นให้ นันทวัฒน์ จำใจต้องเข้าสู่พิธีวิวาห์กับ นลินี หญิงสาวที่อยู่นอกสายตาและไร้ซึ่งความรักตั้งแต่วันแรก ทว่าในวันที่มรสุมชีวิตถาโถมจนเขาต้องสูญเสียทุกสิ่งอย่างไป ความเป็นจริงที่เจ็บปวดกลับทำให้เขาได้ตระหนักว่า ภรรยาที่เขาเคยเมินเฉยคนนี้คือหัวใจสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่คอยอยู่เคียงข้าง และเป็นคนที่มีค่าที่สุดในชีวิตที่เขาเกือบจะสูญเสียไปตลอดกาลในเส้นทางรักที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
หน้าปกนวนิยาย คุณอาขา (อัญญาณี)
8.9
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ณัฏฐลักษณ์ สาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีพยายามเบียดกายเข้าหาโจนาธาน ผู้ปกครองหนุ่มเพื่อขอไออุ่น แม้เธอจะสวมเสื้อโค้ทหนาเตอะแต่ความเย็นก็ยังทำให้ขนลุกชัน การใกล้ชิดอย่างไม่เดียงสาของเด็กในปกครองกลับกลายเป็นการจุดไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง ยิ่งสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นเบียดเสียดแขนกำยำ โจนาธานยิ่งต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบอย่างหนักหน่วง เขาเฝ้าถามตัวเองว่าจะทนต่อความปรารถนาที่มีต่อสาวน้อยผู้นี้ได้นานแค่ไหนก่อนที่ตบะจะแตกซ่าน
หน้าปกนวนิยาย เหลี่ยมเสน่หาวิวาห์สวาท
9.0
ร่างสูงเดินเข้าหาอย่างคุกคาม มองหญิงสาวเหมือนเสือร้ายรอตะครุบเหยื่อ ไม่เคยมีผู้หญิงสวยๆ คนไหนหลุดรอดเงื้อมมือของเขาไปได้ และตอนนี้เขาก็จะไม่ปล่อยเธอเด็ดขาด ผู้หญิงที่หยามเขาครั้งแล้วครั้งเล่า “ท่าทางคุณจะพูดไม่รู้เรื่อง ฉันขอตัวก่อน” มุกอันดาก้าวถอยหนี ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะเธอรังเกียจท่าทางหยาบคายของเขาต่างหาก “จะไปไหนเล่า คุณหนูมุกคนสวย” “ว้าย!!!” มุกอันดาร้องอย่างตกใจเมื่อโดนกระชากแขนเอาไว้ ไฟฉายหล่นลงไปกองกับพื้นใต้แคร่ แสงสว่างยังส่องให้มองเห็นทั่วเพิงพัก สายฟ้าที่แลบแปลบปลาบทำให้เธอมองเห็นสายตากระหายของเขาอย่างชัดเจน “ปล่อยนะ ว้าย!!!” เพราะไม่ทันตั้งตัวเธอเลยโดนกระชากอีกรอบเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน แต่เพราะวิชาการป้องกันตัวทำให้เธอยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่หว่างขาเขาจนจุก “โอ๊ย!” ภครัฐร้องเสียงหลง ยอมปล่อยหญิงสาวเพราะความเจ็บจุก “สมน้ำหน้าอยากหื่นดีนัก” เธอว่าใส่หน้า ก่อนจะหันไปหยิบร่มและไฟฉาย แต่ช้ากว่าร่างสูงที่ดีดตัวขึ้นมา กัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้อย่างที่สุด เธอหยามเขากี่รอบแล้วนะ เกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำร้ายเขาขนาดนี้มาก่อน “ว้าย!!!”