ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พยศรักพญามาร

พยศรักพญามาร

เมื่อความรักกลายเป็นความขมขื่น เหมียวจึงพยายามดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการของพี่วิน ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ใช้กำลังบังคับและข่มขู่จะลงโทษเธออย่างทารุณ แม้จะเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ แต่เธอก็ยังกล้าตัดพ้อที่เขาไม่เคยมอบความเห็นอกเห็นใจให้แก่คนไร้ที่พึ่งอย่างเธอเลย ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เหมียวเผลอประกาศกร้าวว่าจะหนีไปจากชีวิตคนใจร้ายคนนี้ให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นอาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่หนักหนากว่าเดิมในเงื้อมมือของพญามาร
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1

“ช่วยด้วยๆ ขโมย ช่วยจับขโมยหน่อย”

เสียงร้องตะโกนดังไล่หลังมาไม่ทำให้วิฬาร์กลัวได้เท่ากับเสียงตึกๆ วิ่งตามไล่หลังมาติดๆ พร้อมคำพูดที่บอกให้จับเธอเอาไว้อย่าให้หนีไปได้นั่นอีก ทำให้กลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น เท้าเรียวยาวสาวไปข้างหน้ารัวเร็วถี่ยิบจนแทบจะพันกัน ในหัวใจอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดหวาดหวั่น กลีบปากสีชมพูอ้าเล็กน้อย สูดเอาลมหายใจอัดเข้าในปอดแรงๆ เพื่อเสริมให้มีแรงวิ่งหนีจากเงื้อมมือคนใจร้ายต่อไป

‘ไม่น่าเลยเธอ...ไม่น่าเชื่อใจยอมออกมากับไอรินเลย ไม่งั้นคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น’

วิฬาร์ก่นด่าตัวเองในใจ รู้ดีอยู่แล้วยายแม่เลี้ยงตัวแสบคอยจ้องหาโอกาสที่จะกำจัดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ในเมื่อเธอเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สมบัติซึ่งผู้เป็นพ่อทิ้งเอาไว้ให้ เป็นเสี้ยนหนามสำคัญที่ทำให้ไอรินไม่สามารถใช้จ่ายเงินตามอำเภอใจได้เหมือนตอนที่บิดายังมีชีวิตอยู่

อันที่จริงเธอก็คอยระมัดระวังตัวอยู่เสมอๆ แต่ไม่นึกว่าวันนี้จะมาพลาดท่าเสียที เพราะความเห็นอกเห็นใจ แล้วก็ลืมไปว่าคนเรา สันดอนน่ะขุดได้ แต่สันดานนะฝังแน่นอยู่ในกาย นิสัยคนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ภายในเวลาไม่กี่วัน แม้จะพยายามปกปิดยังไง แต่หลายครั้งก็ยังคงแสดงออกมาทางดวงตาที่เปล่งประกายแห่งความเกลียดชัง อิจฉาริษยาอยู่เสมอ

ไอรินวางแผนไว้แต่แรกแล้ว ถึงได้แกล้งทำเป็นมีไข้เอาในวันที่คนขับรถไม่อยู่ ภาระในการขับรถพาหล่อนไปส่งโรงพยาบาลจึงเป็นหน้าที่ของผู้ร่วมบ้านอย่างเธอ ที่เมื่อเห็นคนป่วยจะทำเป็นคนใจจืดใจดำอยู่ได้ยังไงกันล่ะ ที่เลวร้ายกว่านั้น ใครจะไปคิดกันล่ะว่าอาคารที่จอดรถของโรงพยาบาลนั่นน่ะ แท้ที่จริงคือสถานที่ซึ่งไอรินได้แอบนัดหมายกับคนของไอ้เสี่ยตัณหากลับมาจับเอาตัวไป

มือบางยกขึ้นปาดซับหยาดหยดเหงื่อบนวงหน้านวลแดงปลั่ง พร้อมเป่าพ่นลมหายใจออกจากปากบรรเทาความเหนื่อยล้า อยากหยุดพักใจจะขาด แต่เมื่อเหลียวมองไปด้านหลัง ชายร่างหนาใหญ่หน้าตารกครึ้มด้วยไรหนวดและเคราอย่างน่ากลัวยังวิ่งไล่ตามติดมาอย่างไม่ลดละ

โชคดีที่เธอพอจะมีฝีมือทางด้านการต่อสู้บ้าง ก็แบบว่าเป็นพวกอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่เป็น ว่างเมื่อไหร่ก็แอบพ่อไปเล่นกับเด็กข้างๆ บ้าน ซึ่งสำหรับพวกนั้นแล้วการต่อยตีเป็นเรื่องธรรมดามาก เธอเลยได้อานิสงส์ของการต่อยมวยวัดเป็นกับเขามานิดหน่อย ไม่ได้เก่งมากมายแต่ก็พอใช้ป้องกันตัวเองได้

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์อะไรหรอกนะ ฝึกไว้เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็เท่านั้น แต่ตอนนี้ยอมรับถึงประโยชน์ที่ได้รับแล้วละ พอก้าวลงจากรถปุ๊บ ก็ถูกเจ้าพวกนั้นเดินเข้ามาประกบในระยะกระชั้นชิดปั๊บ มือไม้มันก็เลยเคลื่อนไหวไปอย่างที่ใจกำหนด สามารถต่อยหน้ายักษ์ใหญ่ท่าทางเหี้ยมหาญจนพวกมันทรุดลงกองกับพื้น เพราะความที่ไม่ทันจะได้ตั้งตัวและคาดไม่ถึงว่าคนอย่างเธอ ที่เห็นตัวเล็กๆ ปราดเปรียวเพรียวบางอย่างกับเด็กจะมีฤทธิ์ ก่อนจะใส่เกียร์หมาให้เท้า วิ่งหน้าตั้งหูลู่เหมือนหมาจูถูกเจ้าถิ่นไล่ฟัดด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะความสะเพร่าของตัวเอง

“หยุดนะ!! มาให้จับซะดีๆ ”

อยากหันไปตะโกนใส่หน้าด้วยเสียงดังๆ “ฉันคงจะบ้า งี่เง่าและโง่จนต้องเอาหัวควายมาสวมซิ ถึงจะยอมหยุดให้พวกแกจับตัวเอาไปต้มยำทำแกงน่ะ อยากได้ตัวก็วิ่งตามมาจับเอาเองซิ”

แบร๋... ด้วยความทะเล้นแก่นกะโหลกซึ่งมีติดตัวมา ทำให้วิฬาร์หันหน้าไปแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกสองหนุ่มร่างยักษ์ที่วิ่งไล่กวดตามติดอย่างไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย ยั่วยวนให้พวกมันโกรธจัดๆ จะได้ปล่อยอารมณ์มุทะลุออกมาจนเพลี่ยงพล้ำปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่ายๆ

เท้าบอบบางสาวไปอย่างไม่หยุดยั้ง พอๆ กับเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของสมองซึ่งไม่ได้ฉลาดมากมายนักคิดทบทวนเรื่องราวภายในบ้าน ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่ทำให้เธอนั้นคลายความหวาดระแวงในตัวไอรินไปจนลืมระมัดระวังตัว ทั้งๆ ที่มีคนพูดจาตักเตือนเข้าหูมาเรื่อยๆ อย่างแรกก็คงจะเป็น...

ลักษณะท่าทางที่เปลี่ยนไปของไอริน จากคนที่เคยคอแข็ง เชิดหน้าสูงไม่มองดิน พูดจาระรื่นหวานหู แต่ต้องเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าบิดาเท่านั้นนะ ลับหลังน่ะหรือ เหอะ...ไม่อยากจะเซดเลยว่า แม่เจ้าประคุณอย่างกับหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย คำพูดแต่ละคำห้วน หยาบคาย กระด้าง ทำให้นึกถึงพวกนางยักษ์หรือแม่มดในนิทานที่แม่เคยเล่าให้ฟังเมื่อตอนยังเด็กๆ เลย นั่นก็คือ พูดจาหวานหู มองคนอื่นเหมือนกับคนที่มีสถานะเท่าเทียมกันมากขึ้น ท่าทางก็ดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด และอีกอย่างที่พ่วงมาด้วยก็เป็นอาการป่วย ซึ่งจะมีมาประจำทุกวันไม่เช้า...ก็ค่ำ

อืม...จะว่าไปนะ ตอนเช้าไม่ค่อยมีเท่าไหร่ เพราะแต่ละครั้งที่ไอรินออกจากบ้านไป หน้าตาจะผ่องใส ยิ้มเสียจนปากแทบจะฉีกถึงใบหูเลยทีเดียวละ ใช่ว่าแต่หน้าตาจะสวยใสผุดผ่องราวกับจะกระชากอายุจากเกือบจะสี่สิบให้ลงมาเหลือแค่สามสิบกลางๆ เท่านั้น จนเธอนี่มองตาค้างด้วยความอิจฉา ก็เธอนะเหมือนผู้หญิงซะที่ไหนล่ะ เห็นเป็นเด็กน้อยออกจะเป็นทอมบอยซะด้วยซ้ำไป

เสื้อผ้าหน้าผมหรือก็เลิศเสียจนน่ากลัว ผมเผ้าที่จัดทรงเสียจนสเปรย์บล็อกผมคงจะหมดครั้งละขวด แล้วยังจะชุดที่ใส่ไม่มียับแม้แต่นิดเดียว ถ้าชุดไหนมีกลีบนะ มันคงจะบาดคนที่อยู่ใกล้ๆ อย่างเธอกับเด็กน้อยสาวใช้แสนซื่อจนกลายเป็นโง่ให้ถูกหลอกอยู่บ่อยๆ เชียวละ

ปกติไอรินจะออกจากบ้านไปข้ามวันข้ามคืน เคยมีหายตัวไปเป็นอาทิตย์ก็มีนะ ก่อนจะกลับมาด้วยท่าทางของคนหมดเรี่ยวแรง หน้าตาก็โทรม ดวงตาลึกโบ๋ ขอบตาคล้ำยังกับคนอดหลับอดนอน กลิ่นกายจากที่หอมระรื่นก็มีกลิ่นควันบุหรี่คละคลุ้ง

ทว่าช่วงหลังๆ ซึ่งถ้านึกให้ดีก็ไม่น่าจะถึงสามเดือน ไอรินออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า กลับมาก็ไม่ค่ำมาก สูงสุดไม่เกินสี่ทุ่ม หน้าตาก็หมองเศร้ากับอาการแปลกๆ เช่น ร่างกายโอนเอนไปมา หน้าตาซีดเผือด บ่นอุบว่าแน่นตรงเหนือท้องขึ้นไปถึงช่วงอก หายใจแรงเร็วราวกับคนเป็นโรคหอบหืด ร้องเรียกหายาดมยาลมยาหม่องเสียให้วุ่นวาย หรือไม่ก็พ่วงด้วยอาการอาเจียน แต่เปล่านะ ไม่ได้มีอะไรออกมาเลยนอกจากลมล้วนๆ

จนสองอาทิตย์หลังนี่เองที่ทำให้เธอต้องคอยหันมาดูแลเอาใจใส่ไอรินมากขึ้น อันเนื่องมาจากไอรินอาเจียนบ่อยขึ้น แล้วก็ยังมีเลือดผสมปนออกมาหลายครั้ง สุดท้ายก็คือตอนเย็นของวันนี้ ไอรินอาเจียนอีกและบอกว่าหายใจไม่ออก ทำอย่างกับคนกำลังจะสิ้นลมหายใจ ขอให้เธอพามาโรงพยาบาล

เรื่องราวทั้งหมดนี้...หมายความว่า ไอรินวางแผนเอาไว้ หลอกลวงให้หลงเชื่อ เพื่อจะพาเธอมาสังเวยให้กับไอ้แก่ตัณหากลับ ผู้หญิงอะไรชั่วช้าจริงๆ

“มันอยู่นั่น ไอ้พวกโง่ จับให้ได้ซิโว้ย!” ไอรินตะโกนสั่ง พลางชี้มือชี้ไม้ไปหาลูกเลี้ยงจอมแสบซึ่งซอยเท้าถี่ยิบ วิ่งหน้าเริดไปไม่เหลียวหลัง นัยน์ตาลึกโบ๋ ขอบตาซึ่งเป็นสีดำอยู่แล้วยิ่งแต่งหน้าจัดก็ยิ่งดำเป็นปื้น ราวกับหมีแพนด้าเปล่งประกายกราดเกรี้ยว ปากบูดเบี้ยวราวกับคนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตอย่างไม่สบอารมณ์

เสียงแหลมเล็กของอดีตแม่เลี้ยงตัวแสบดังสอดแทรกมาทำให้วิฬาร์หยุดคิดเรื่องที่ผ่านมา ถึงยังไงเสียก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ในตอนนี้หน้าที่เธอมีอย่างเดียวคือวิ่ง...วิ่งและวิ่งให้สุดแรงเกิด หนีจากยายแม่มดใจร้ายให้ได้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์สามีกะทันหัน
9.0
จากคู่กัดข้างห้องที่ไม่ถูกชะตา กลับต้องมาใช้ชีวิตบนเตียงเดียวกันหลังคืนที่ความเมาเป็นเหตุ ฝ่ายชายคือจิตรกรหนุ่มมาดกวนที่ขยันทำอาหารและป่วนหัวใจเธอไม่เลิก ส่วนฝ่ายหญิงคือนักเขียนสาวผู้พยายามซ่อนความหวั่นไหวภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว เมื่อเขาใช้ความรับผิดชอบเป็นข้ออ้างตามตื้อจนได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรักที่หวานซึ้งและร้อนแรงเกินห้ามใจ จากศัตรูในวันนั้นสู่คู่ชีวิตที่พร้อมจะดูแลกันและกันตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ทิ้งให้ตาย: บาปของเจ้าพ่อ
8.7
เมื่อเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลในกรุงเทพฯ ปฏิเสธการมีทายาทกับฉัน แต่กลับไปแอบมีลูกกับหญิงตระกูลอริ ความจริงที่เจ็บปวดนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงที่เขาผลักฉันจนแท้ง และเมียน้อยของเขาก็ทิ้งฉันให้ตายอย่างโดดเดี่ยวที่ก้นเหว ทว่าฉันรอดชีวิตและกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะสถาปนิกชื่อดังระดับโลก จนเขาต้องเป็นฝ่ายมาคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ฉันกลับไปหา แต่หัวใจที่ถูกทำลายลงไปแล้วจะยอมให้อภัยการทรยศที่แสนเลือดเย็นนี้ได้จริงหรือ
หน้าปกนวนิยาย มนตราจอมพยศ
9.2
เมื่อดาราเนตรพยายามทำเป็นลืมคำขอร้องที่เคยให้ไว้กับปรมัตถ์เพื่อหนีจากสถานการณ์ชวนหวั่นไหว ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์จึงใช้โอกาสนี้ทวงสัญญาด้วยบทลงโทษสุดเร่าร้อน เขาเสนอทางเลือกระหว่างรอยจูบกับการกลืนกินเธอไปทั้งตัว หญิงสาวจึงต้องใช้ไหวพริบเข้าแลกเพื่อหาทางรอดจากเงื้อมมือพยศร้ายด้วยการต่อรองเวลาและใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าสู้ ทว่าภายใต้ข้อตกลงที่ดูเหมือนเธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม ปรมัตถ์กลับซ่อนแผนการบางอย่างไว้เพื่อกำราบเธอให้อยู่หมัดในวันพรุ่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ขายหัวใจให้ท่านประธาน
8.3
เมื่อประธานหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบต้องการภรรยาแต่งงานบังหน้า และไหมแก้วดาราสาวตกอับกำลังขัดสนเรื่องเงินอย่างหนัก สัญญาจ้างเป็นเมียกำมะลอจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยค่าตอบแทนมหาศาล ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินคาดเดาก่อนเริ่มงานเสียอีก แม้ไหมแก้วจะพยายามปกปิดความลับเรื่องคืนนั้นและรอยเลือดบนที่นอนเพื่อไม่ให้เขารู้ความจริง แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนในเกมวิวาห์ลวงครั้งนี้ที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและหยาดน้ำตา
หน้าปกนวนิยาย คุณอาที่รัก
8.0
เมื่อคุณอาหนุ่มมาดนิ่งผู้แสนสุขุมต้องกลับมาพบกับหลานสาวตัวแสบอีกครั้งในรอบสิบปี แก้มใสที่เคยเป็นเด็กน้อยในวันวานได้เติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่งที่มาพร้อมเสน่ห์อันเย้ายวนใจและความแสบสันเกินต้านทาน การกลับมาเจอกันครั้งนี้ทำให้อาหนุ่มถึงกับต้องหวั่นไหวไปกับความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง เขาจะรับมือกับความใกล้ชิดและท่าทีขี้ยั่วของหลานสาวคนสวยนี้ได้อย่างไร ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอของคุณกร
8.2
กร ประภาสวิริยะกุล มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจต้องหวั่นไหวเมื่อพบกับน้ำฟ้า นางร้ายชีวิตอาภัพที่เขาตั้งใจครอบครองด้วยเล่ห์กล ทว่าหลังค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน เธอกลับปฏิเสธเช็คเงินสดและยืนกรานว่าตนไม่ได้ขายตัว แม้กรจะพยายามยัดเยียดสถานะนางบำเรอเพื่อแลกกับการปลดหนี้สินและปกป้องเธอจากการทำงานเสี่ยงอันตราย แต่หัวใจที่แข็งกร้าวของเขากลับค่อยๆ เปลี่ยนไป เมื่อความปรารถนาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เขาอยากให้เธอมาเป็นเมียเพียงคนเดียวในดวงใจตลอดกาล