หน้าปกนวนิยาย สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

8.8 / 10.0
เมื่อสองอาหลานแห่งราชวงศ์จิ่งต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ของภรรยาตนเอง ชุนเสี่ยวป๋ายจึงตัดสินใจเดินหน้าเกี้ยวบัณฑิตหนุ่มรูปงามอย่างเหลียนไช่ด้วยตนเอง เพราะหากมัวแต่รอช้าคงไม่มีวันได้ครองคู่ จนเขาไม่อาจต้านทานความน่ารักของนางได้อีกต่อไป ขณะที่จักรพรรดิจิ่งซานหวงพยายามหาทางเลี่ยงการร่วมเตียงกับอู่ซุนต้าเอ่อร์ด้วยกลอุบายต่างๆ แต่นางกลับไม่ยอมแพ้และเผลอถีบเขาตกเตียงโดยไม่ตั้งใจ ท่ามกลางความวุ่นวายของความรักที่สุดท้ายเขาก็ยังหาทางจับนางกินจนได้ในที่สุด

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1 ตอนที่ 1

แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านเหล่ามวลใบไม้ลงมาจนเห็นเป็นเส้น ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ชุนเสี่ยวป๋าย แอบชะเง้อมองผ่านหน้าต่างบานเล็ก นางแย้มรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นเขาผู้นั้นกำลังตวัดปลายพู่กันแต่งแต้มเป็นตัวอักษร เสียงเด็ก ๆ ท่องตำราดังออกมาจากข้างใน ทว่าเป้าหมายของนางหาใช่เด็กเหล่านั้นไม่ กลับเป็นบัณฑิตเฒ่าผู้เป็นอาจารย์ต่างหากเล่า

“พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไรกับคำกล่าวนั้น” เขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือกระดาษและเอ่ยถามเมื่อเห็นเหล่าศิษย์ตัวน้อยทั้งหลายอ่านบทกวีจนจบ

ชุนเสี่ยวป๋ายตาหยาดเยิ้ม นางเคลิบเคลิ้มราวกับต้องมนต์สะกด ดวงตาน้อยสั่นไหววูบเมื่อได้ยินคำสอนจากปากท่านอาจารย์ผู้นั้น ในตอนนี้คล้ายว่านางจะตั้งใจฟังมากกว่าเหล่าศิษย์ตัวน้อยในห้องเรียนเสียอีก

“ถ้าเช่นนั้นจงเริ่มอ่านบทต่อไป แล้ววิจารณ์อย่างละเอียดตามความคิดของพวกเจ้าให้อาจารย์ฟังทีละคน”

น้ำเสียงของเขาช่างนุ่มละมุน ใบหน้าช่างหล่อเหลาจนนางไม่อาจมองข้ามได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เหลียวมอง หนวดเคราสะอาดสะอ้านไม่รกรุงรังเหมือนบัณฑิตท่านอื่น ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลังดูงดงาม ผิวของเขาเนียนละเอียดเสียยิ่งกว่านางที่เป็นสตรี เขากลับดูโดดเด่นเหนือผู้คนที่รายรอบนัก แม้ว่าจะสวมชุดมอซออยู่เสมอหากทว่าแลดูสะอาดสะอ้าน

ถึงแม้ว่านางจะแอบเรียกเขาว่าบัณฑิตเฒ่าเพราะอายุของเขาห่างจากนางถึงสิบเจ็ดปีก็ตามที ทว่าเขากลับเป็นบัณฑิตเฒ่าที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่นางเคยพบเจอมาทั้งชีวิต

“คุณหนู แอบมองบัณฑิตผู้นั้นอีกแล้วหรือเจ้าคะ”

ฮุ่ยหลิน สาวใช้คนสนิทของเสี่ยวป๋ายเดินมาด้านหลังและโพล่งขึ้นมาจนนางสะดุ้งเฮือก หัวใจของคุณหนูตระกูลชุนเกือบหลุดออกมาด้านนอกเมื่อเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเสียงของมารดาตน

“โธ่พี่หลินหลิน ข้าตกใจหมด นึกว่าท่านแม่มาเห็นเข้าเสียแล้ว” ชุนเสี่ยวป๋ายโวยวายเสียงเบา

นางรู้ตัวดีว่าตนเองทำไม่ถูกนักหรอก ไม่มีสตรีเรือนใดจะมาสอดส่องบุรุษอย่างเช่นที่นางทำ ยิ่งเป็นในอาณาเขตของตระกูลด้วยแล้ว หากมีผู้คนรู้เห็นคงงามหน้ารับคำครหากันไปหลายสิบปี

“ถ้าเช่นนั้นคุณหนูก็กลับเข้าเรือนดีหรือไม่เจ้าคะ” ฮุ่ยหลินเอ่ย

“หากนายหญิงกลับมา คุณหนูอาจจะโดนทำโทษเอาได้นะเจ้าคะ”

“ท่านแม่คงไม่มีเรี่ยวแรงจะเอ่ยบ่นข้าได้หลายชั่วยามกระมัง” เสี่ยวป๋ายไม่สนใจ

“เกรงว่าจะไม่ใช่แค่คำตักเตือนนะเจ้าคะ” ฮุ่ยหลินว่าตามจริง “ข้าเกรงว่าจะเป็นไม้หวายมากกว่าเจ้าค่ะ”

สตรีผู้ทำผิดถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อนึกถึงสีหน้าถมึงทึงของมารดายามถือไม้เรียวที่ทั้งยาวทั้งหนารออยู่ในบ้าน เพียงแค่หวนคิดถึงไม้หวายคู่ใจของมารดา นางก็รู้สึกหนาวขึ้นมาตรงขั้วหัวใจเสียไม่ได้

ชุนเสี่ยวหง มารดาของนางนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดกว่าใคร คนในสำนักต่างรู้ดีและไม่มีใครกล้าฝืนกฎที่นางตั้งไว้ จะมีก็แต่เสี่ยวป๋ายผู้เป็นลูกนี่แหละลักลอบกระทำผิดกฎอยู่บ่อยครั้ง แม้จะโดนทำโทษจนท่านตาท่านยายพากันส่ายหน้าระอาแต่นางก็หาได้หลาบจำไม่

“พี่หลินหลินก็อย่าเอ็ดไป ท่านแม่ไม่อยู่ ถ้าพี่ไม่พูดและข้าไม่พูดท่านแม่คงไม่รู้หรอก” เสี่ยวป๋ายเอ่ย

ในตอนนี้ท่านแม่ของนางไม่อยู่เรือน ดังนั้นจึงไม่มีทางรู้ได้หากไม่มีใครพูด

“แต่ถ้านายหญิงรู้ขึ้นมา ข้าโดนหนักเลยนะเจ้าคะ” ฮุ่ยหลินครวญ แม้แต่นางเองก็กลัวเช่นกัน

“เช่นนั้นพี่หลินหลินจึงต้องช่วยข้าปกปิดเรื่องนี้อย่างไรเล่า”

ทั้งสองมัวแต่สนทนากันไปมาไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เมื่อหันมาอีกทีห้องเรียนที่เคยหนาแน่นไปด้วยศิษย์ตัวเล็กทั้งหลายก็ว่างเปล่าเสียแล้ว เด็กน้อยทยอยเดินกลับบ้าน ส่วนเป้าหมายอย่างบัณฑิตเฒ่านั้นก็หายตัวไปด้วย เด็กสาวจึงได้แต่ถอนหายใจก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“พี่หลินกลับเข้าไปในเรือนก่อนข้าเถอะ” เสี่ยวป๋ายเอ่ยโน้มน้าว “ข้างนอกนี่ร้อนนัก ข้าเกรงว่าพี่จะเป็นลมไปเสียก่อน”

“คุณหนูต่างหากเล่าเจ้าคะที่ควรรีบกลับเข้าเรือน” ฮุ่ยหลินไม่ยินยอม “ข้าไม่เป็นลมหรอกเจ้าค่ะ เกรงว่าจะเป็นคุณหนูต่างหากที่หมดสติก่อนข้า”

“ข้าแข็งแรงถึงเพียงนี้ ไม่เป็นลมง่าย ๆ หรอก”

“เช่นนั้นข้าก็จะอยู่กับคุณหนูเจ้าค่ะ”

“ข้าอยากกินขนมดอกกุ้ยฮวา” เมื่ออุบายเดิมไม่ได้ผล เสี่ยวป๋ายจึงเริ่มอุบายต่อไป “พี่หลินหลินช่วยไปเตรียมไว้ให้ข้าได้หรือไม่”

“ข้า...”

“ถ้าพี่หลินไม่ไปเตรียมไว้ให้ข้าเสียตั้งแต่ตอนนี้ กว่าข้าจะได้กินคงใกล้ยามเย็นแล้ว”

“แต่...”

“พี่หลินจะขัดคำสั่งข้าหรือ ท่านตาคงไม่พอใจแน่หากพี่ไม่เตรียมขนมไว้ให้หลานรัก”

“เจ้าค่ะ” ฮุ่ยหลินรับคำ แม้จะไม่ค่อยเต็มใจนักแต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งผู้เป็นนายได้อยู่ดี

คุณหนูมากลอุบายนี้ บ่าวอย่างนางจะบ่ายเบี่ยงอย่างไรได้เล่า

เมื่อสาวใช้คนสนิทยอมทำตามแต่โดยดี ชุนเสี่ยวป๋ายก็ยกยิ้มร่าขึ้นในใจ ฮุ่ยหลินเป็นคนเดียวที่รับรู้มาตลอดว่านางแอบมามองเขาทุกเช้าบ่าย ด้วยเพราะตามติดนางมาตั้งแต่เด็กและยังรู้ใจกันเป็นที่สุด แม้จะอยากห้ามปรามกันเพียงใดแต่เสี่ยวป๋ายก็ยังยืนกรานว่านางชื่นชอบบุรุษท่านผู้นั้นเหลือเกิน

จะให้ทำอย่างไรได้เล่า บัณฑิตเฒ่าผู้นั้นไม่เคยมีท่าทีพึงใจในสตรีนางใด หากชุนเสี่ยวป๋ายเฝ้ารอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักนางเองแล้วนั้นคงไม่มีวันได้ครองรักกันแน่ ดังนั้นนางจึงต้องบอกกล่าวด้วยตัวเองเสียเลย

บัณฑิตเฒ่าผู้แสนหล่อเหลาเจ้าคะ ข้าจะไปเกี้ยวท่านเอง...

ชุนเสี่ยวป๋ายรอจนกระทั่งสาวใช้คนสนิทของนางเดินจากไปแล้วจึงลอบเดินลัดเลาะผ่านตามแนวป่าซึ่งขนานกันกับหมู่บ้าน เส้นทางนี้ใช้สัญจรไปโผล่ที่ท้ายหมู่บ้านได้โดยไม่ต้องกลัวท่านแม่จะมาเห็น

“ถึงสักที” นางเอ่ยพลางสูดอากาศเข้าปอด ท่าทางหอบเล็กน้อย

ที่นี่เงียบสงบไม่ค่อยมีใครมาอาศัยอยู่ ผู้คนโดยส่วนมากมักจะอยู่รวมตัวกันแถวย่านตลาดเสียมากกว่า จะมีก็แต่เขาผู้นั้นเท่านั้นที่มาอาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านเช่นนี้

“เมื่อใดเจ้าจะเลิกตามข้ามาเสียที”

เสียงทุ้มนุ่มดังออกมาจากด้านในบ้าน ทั้งที่ยังไม่เห็นตัวผู้พูดแต่นางก็รู้ดีว่าเป็นเสียงของเขา เด็กสาวค่อย ๆ เยี่ยมหน้าเข้าไปในชานบ้านซึ่งบัณฑิตเฒ่ามักจะนั่งอ่านตำราอยู่ตรงนี้แทบทุกวัน

“ท่านเห็นข้าด้วยหรือเจ้าคะ”

“หากข้าไม่เห็น แล้วข้าจะเอ่ยถามออกไปได้เช่นใดกันเล่า” เขากล่าวและถอนหายใจออกมาเบาๆ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เสี่ยวป๋ายถูกจับได้ว่ามาด้อมๆ มองๆ บริเวณบ้านของเขา แม้จะโดนดุโดนไล่เพียงใดนางก็ยังคงมุ่งมั่นทำอย่างที่ตั้งใจทุกครั้งไป

“แล้วเมื่อใดท่านจะยอมแต่งให้ข้าเล่าเจ้าคะ” ชุนเสี่ยวป๋ายแย้มรอยยิ้มกว้าง “หากท่านยอมแต่งกับข้า ข้าจะเลิกตามท่านทันทีเลยเจ้าค่ะ”

เหลียนไช่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาฟังนางถามคำถามนี้มานับสิบครั้ง ไม่สิ...อาจนับร้อยครั้งแล้วก็เป็นได้ แม้คำตอบของเขาจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแต่ก็เหมือนว่านางจะไม่ยอมเปลี่ยนใจเช่นกัน

บัณฑิตเฒ่าผู้อยู่คนเดียวมาจวบจนสามสิบสามปีโดยไร้สตรีเคียงกายมองหน้าเด็กสาวอย่างระอา นางเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมาเพียงไม่ถึงขวบปี แต่กลับเกี้ยวพาบุรุษอย่างไม่รู้จักอายราวกลับว่าชาตินี้จะไม่ได้ออกเรือนแล้วกระนั้น

“คงเมื่อข้าอ่านตำราชุดนี้จบ”

“ท่านก็ว่าเช่นนี้ทุกที”

เด็กสาวทำหน้ามุ่ยเมื่อได้รับคำตอบ ใช่ว่าฟังครั้งแรกแต่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้ง นางก็อดจะขุ่นเคืองใจไม่ได้เสียที เพราะเจ้าตำราที่เขาว่านั้นเขาเคยเล่าให้นางฟังว่ามันยาวนัก สามสิบกว่าเล่มก็ยังไม่จบ แล้วเช่นนั้นนางไม่รอจนแห้งเหี่ยวตายไปก่อนหรอกหรือ

อ่านต่อ

สารบัญ สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
ตอน
อ่านเลย
แชร์