
หัวใจอสูร
ตอน 3
“เฮ้...วัน...ทางนี้”
เสียงร้องเรียกเจ้าของเสียงนั่งอยู่บนเก้าอี้มีไม้ค้ำยันวางตั้งอยู่ใกล้ๆ กันนั้นชาวันเลยลิ่วเข้ามาหา สีหน้ายิ้มแย้มเพราะกับคฑาผู้เป็นลูกลุงนี้ชาวันถือสนิทเหมือนเป็นพี่น้องกันแท้ๆ ด้วยกอดคอลุยกันมาทุกทิศในละแวกย่านนี้ เป็นหนุ่มที่ถูกหมายหัวมาแต่ไหนแต่ไรว่าสุดแสบด้วยกันทั้งสองคน แต่ตอนนี้คฑาเก็บลายไปแยะ
เพราะอายุมากขึ้นความร้อนจนเดือดก็ค่อยๆ ลดดีกรีลงรวมไปถึงความห้าวแบบบ้าเลือดก็ค่อยทุเลาเบาบางลงด้วยเหมือนกัน
“มานานแล้วรึฮะ”
“ก็นาน เช็งฉิบ...”
“ทำไมล่ะฮะ หรืองานปีนี้จะกร่อย ไหนว่าปู่จะจ้างจ้ำบ๊ะมาด้วย”
“เอามาได้ไงกัน อาขอให้งด”
อาของคฑาก็พ่อของเขานั่นเอง ชาวันรู้ได้ทันทีว่าทำไมพ่อต้องขอแบบนั้นด้วย
“แปลว่าพ่อจะลงเลือกตั้งอีก”
“อาเอาแน่ ลงไปสมัยหนึ่งชักติดใจ...”
“เฮ้อ...เดี๋ยวก็คงจะออกกฎมาอีกเพียบ ห้ามพวกเราทำโน่นทำนี่สารพัดเพื่อเคลียร์ภาพพจน์ให้สะอาดปราศจากกลิ่น”
“แล้วนายคิดว่าอาจะทำได้แค่ไหน”
กับคำถามนั้นทำให้ชาวันยิ้มกว้าง ส่ายศีรษะไปมา เขาโน้มตัวลงนิดหนึ่งจับพนักเก้าอี้ที่คฑานั่งอยู่
“พี่ก็รู้ว่าเรากำลังจะทำอะไรกันบ้าง หากพ่อรู้คงจะเต้นผาง”
“ถ้าไปเองได้คงจะไม่รบกวนนาย แน่ใจนะว่าเต็มใจจะทำ”
“โธ่...พี่คฑาแค่นี้เองเรื่องขี้ผึ้งแท้ๆ เทียว แล้วคราวนี้ผู้หญิงเขาเต็มใจมารอไม่ใช่หรือฮะ ไม่เหมือนหนก่อนคราวโน้น”
เขายังจดจําความหลังได้ สีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวขึ้นมาเกือบจะทันที
คฑาเองก็เช่นกันทั้งขมขื่นทั้งเจ็บปวดระคนกัน สลัดอย่างไรก็ดูเหมือนว่าจะไม่ยอมหลุดออกไป มีแต่จะเกาะแนบแน่นให้รำลึกย้อนกลับไปคราวไรก็เจ็บลึกคราวนั้น
“นังสองคนนั้นมันตอแหล มันหลอกเรา ผมยังจำได้ไม่เคยลืมและไม่ขอลืมด้วย”
“ไหนว่าจะลืม”
“แล้วพี่คฑาลืมไหมล่ะฮะ”
“มันไม่ลืมเพราะแค้นใจ”
“ก็เหมือนกันล่ะฮะ”
“แต่พรรณรายยืนยันมาแล้ว พรรณรายเต็มใจนะ...เอ้านี่”
คฑาเหลือบแลไปทั่วตัวก่อนจะค่อยๆ ดึงสิ่งหนึ่งออกมาจาก
อกเสื้ออย่างทะนุถนอม
“หน้าตาอย่างในรูปนี้แหละ”
เขาก้มลงมองเห็นไม่ค่อยถนัดนักเพราะเป็นรูปที่ถ่ายในระยะไกลไม่น้อย ชาวันขมวดคิ้วนิ่วหน้านิดหนึ่ง
“ไม่มีรูปชัดๆ กว่านี้หรือฮะ”
“เขาส่งมาอย่างนี้”
“แน่ใจนะฮะว่าเต็มใจน่าจะส่งรูปชัดๆ กว่านี้หน่อย”
“ทางโน้นระแคะระคาย ก็เลยเก็บหมด”
“แล้วพี่คฑาแน่ใจนะฮะว่าเธอมาแล้ว ทางโน้นจะไม่ตาม เค้าก็มีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้วไม่ใช่หรือฮะ”
“ให้เธอมาก่อนต่อจากนั้นค่อยว่ากันใหม่มาถึงนี่แล้วถิ่นของเรา”
“อย่าให้พลิกล็อกเหมือนก่อนอีกแล้วกันนะฮะ เพราะผมยังจดจำรสชาติการขึ้นโรงพักเอย ขึ้นศาลถูกส่งตัวไปขังฝากเอย ก่อนจะถูกพิพากษาได้ไม่รู้ลืม มันเสียศักดิ์ศรีนะฮะที่ถูกแจ้งจับข้อหาฉุดมาทำอนาจาร...”
“ชาละวัน...”
ชายหนุ่มทำสีหน้าเบื่อหน่ายไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าใครมาเรียกเขาเสียงเปล่งออกมาชัดเจนนักหนา
คฑาแตะบ่าผู้มีศักดิ์เป็นน้อง และออกแรงกดบ่านั่นนิดหนึ่งเหมือนจะเตือนสติให้ชาวันเย็นเข้าไว้ รู้โทสะของชาวันได้ดีว่าร้อนแรงและเหมือนลมพายุอันปั่นป่วนอีกด้วย
เขาจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนหันกลับมาประจันหน้ากับปู่ แต่สายตาเขาพุ่งตรงไปยังสาวน้อยวัยเอ๊าะข้างๆ กายปู่ ที่กำลังโอบกอด แล้วแม่สาวนั่นกระแซะไม่ถอยหนีไปไหน เขามองอย่างสมเพชที่ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าสมเพชปู่หรือแม่สาวน้อยกันแน่
“อย่าเรียกผมแบบนี้อีก”
“เก๋ดีจัง...ชื่อเป็นไอ้เข้”
แม่สาวนั่นจีบปากที่วาดสีเข้มชัดจนเห็นรูปปากแทบจะลอยเด่นบนหน้าขาวๆ เขาตาเขียวเข้าใส่และเพียงเท่านั้นนายชาญก็พอจะอ่านอารมณ์เจ้าหลานสุดรักได้ต้องรีบกระแอมกลบเกลื่อน
“ชื่อนี้เรียกได้คนเดียวเฉพาะป๋านะ หนู...คนอื่นห้ามเรียก ห้ามล้อเลียนด้วย”
“ทําไมล่ะคะ ป๋าขา”
ชาวันกลั้นอาการขย้อนในท้องเอาไว้อย่างยากเย็น
และเขาก็เอ่ยออกไปในเสียงกระด้างไม่รอให้ปู่เขาและกำลังเป็นป๋าของแม่สาวคนนั้นได้ตอบคำถามออดอ้อนออเซาะนั่น
“ขืนเรียกอีกจะโดนตบหน้าบวมโย้น่ะซิ”
คนที่ได้ยินมีอาการดุจเดียวกันคือนิ่งขึงกันไปหมด...แต่อย่านึกว่าชาวันจะกลัว...เขาไม่กลัวสักนิด...และนายชาญนั้นอาจจะห้าวหาญสำหรับลูกหลานคนอื่นๆ แต่ยกเว้นขาวันไว้คนหนึ่ง ชาวันพูดได้ทุกอย่างโดยที่นายชาญตอนนี้เองก็แค่เพียงทำหน้าเฝื่อนๆ แล้วหาทางออกด้วยการเอ็ดแม่สาวน้อยที่ตัวเพิ่งได้มาเป็นเมียคนล่าสุดแทน
คุณอาจจะชอบ





