ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หวามรักในรอยทราย

หวามรักในรอยทราย

น้ำตาลตัดสินใจเดินทางกลับสู่อารันดาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เพื่อพบกับชี้คฟีรอสชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักต่อเธอ ทว่าค่ำคืนแรกกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากห้องนอนไปตื่นขึ้นในกระโจมกลางทะเลทราย พร้อมกับร่างโชกเลือดของชี้คหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางอุปสรรคและหญิงสาวมากมายที่จ้องจะแย่งชิงเขา น้ำตาลต้องพิสูจน์ว่าความรักและความเชื่อใจของเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ากระแสลมร้อนและอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

หนุ่มนักศึกษากลุ่มใหญ่ที่เดินผ่านหน้าร้านพร้อมตะโกนเข้าไปทักทายเมื่อเห็นว่านิตรวีและพี่สาวคนสวยกำลังยืนจัดหุ่นใส่ชุดเจ้าสาวอยู่ที่ตู้โชว์ด้านหน้า โดยเฉพาะพี่สาวคนสวยที่มองมาอย่างตื่นๆ นั้นยิ่งทำให้นักศึกษากลุ่มนั้น ทั้งเขินทั้งอายและอยากแซวเข้าไปใหญ่ นิตรวีแจกยิ้มให้หนุ่มๆ อย่างไม่นึกหวงเพราะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็เพราะชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เป็นศูนย์การศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง นักศึกษากลุ่มนี้จึงนับว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันดี

“พี่น้ำตาลคร๊าบ กลับบ้านดีๆ นะครับ ระวังอย่าทำหัวใจผมร่วง”

เสียงแซวพร้อมเพื่อนหัวเราะขำทำให้น้ำตาลเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานทักทายก่อนจะยกมือบ๊ายบายตอบเมื่อหนุ่มๆ บ๊ายบายส่งมาให้

“โถ.. ถ้าน้ำตาลไม่อยู่ หนุ่มๆ พวกนี้จะโฉบมาให้พี่ได้ดื่มกินทางสายตาบ้างมั้ยน้า.. มีหวังไม่เดินเฉียดมาอีกแน่”

“หึหึหึ.. พี่หนูนิดก็ ตลกอีกและ ก็หาแฟนซิคะ จะได้ไม่เหงา”

“รู้ได้ไงยะหล่อน นั่นแหล่ะตัวเหงาเลยแหล่ะ เวลาอยู่คนเดียวก็ไม่เหงาเท่าไหร่หรือเหงาก็อาจทนได้ แต่พอเคยชินกับอยู่สองคนขึ้นมาล่ะก็ ห่างกันหน่อยเหงาตายเลย”

“จริงเหรอคะ”

“จริงเด้.. ไม่เชื่อเหรอ”

“เปลี่ยนจากจริงเด้ มาเป็นจริงจ้ะจะดีกว่ามั้ยคะ”

“เออใช่..แง๊... ถ้าน้ำตาลไม่อยู่ใครจะคอยสอนพี่ล่ะ พี่ถึงจะไม่หลุดไอ้คำแบบนั้นอ่ะ ทำไงดี”

ท่าทางงอแงของนิตรวีถึงกับทำให้น้ำตาลหัวเราะก๊าก เพราะไอ้ที่กำลังแสดงกิริยาอยู่นี้ก็ไม่ได้น่าดูเลยสักนิด อีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องทำตลอด 3 เดือนที่กลับมาเมืองไทยนอกเหนือจากเป็นดีไซด์เนอร์ชุดเจ้าสาวให้กับ “นิตรวีเวดดิ้ง” ก็คือ การคอยย้ำเตือนถึงกิริยาที่กุลสตรีที่ดีพึงกระทำให้กับพี่หนูนิดหรือนายนิตรวี ชื่อตามบัตรประชาชนที่เจ้าตัวภูมิใจนักหนาว่าช่างเข้ากับตัวตนที่แท้จริงของเธอเสียจริง

หนึ่งสาวแท้กับอีกหนึ่งสาวเทียมที่ต่างหัวเราะให้กันอย่างสนุกสนานทำให้คนที่จ้องมองมาจากร้านอาหารฝั่งตรงกันข้ามเหมือนจะไม่พอใจอะไรขึ้นมาดื้อๆ ก็เพราะเห็นๆ กันอยู่ว่านักศึกษาชายกลุ่มใหญ่ที่เดินจากไปนั้นแสดงท่าทีเหมือนพอใจเจ้าของร่างเล็กที่ยืนเย็บชุดแต่งงานอยู่ในตู้โชว์นั่น

เรือนร่างเล็กๆ นั้นรับกับใบหน้าจิ้มลิ้มล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีน้ำตาลเข้มปล่อยทิ้งตัวยาวสยาย แม้นักศึกษาชายเหล่านั้นจะเป็นรุ่นน้องของเธอ ทว่าคำว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” น่าจะใช้ได้ดี แต่เธอนี่ซิกลับไม่รู้จักวางตัว แต่กลับโบกมือตอบรับนักศึกษาหนุ่มๆ เหล่านั้นหน้าระรื่นโดยไม่ได้คิดถึงนิ้วน้อยๆ ที่ถูกเข็มตำนั่นเลยสักนิด

ดวงตาที่ถูกปกปิดด้วยแว่นตาสีดำทันสมัยเหมือนจะกรุ่นไปด้วยอารมณ์บางอย่างก่อนจะถอนหายใจออกมา แต่แล้วก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้นิ้วมือจึงยกขึ้นให้สัญญาณบริกรในร้าน เด็กหนุ่มที่รอพร้อมให้เขาเรียกได้ทุกเมื่อจึงรีบตรงไปยังลูกค้ากิตติมศักดิ์ในทันที เพราะหน้าที่ของเขาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ก็คือ ทำตามความต้องการของลูกค้าสุดหล่อนี้ทุกอย่าง

โต๊ะอาหารที่ถูกจองยกโซนตั้งแต่เวลาห้างเปิดยันห้างปิดในอัตราค่าเช่าแพงเว่อ ทำให้เขาได้รับคำสั่งให้ดูแลคุณลูกค้าเป็นอย่างดีที่สุด และหน้าที่ที่ผ่านมาตลอดสัปดาห์ของเขาก็มีเพียง ติดตาม หาข้อมูล ใครก็ได้ที่คุณลูกค้าต้องการและโดยเฉพาะมักจะเป็นคนที่เดินผ่านหน้าร้านหรือไม่ก็เข้าไปในเวดดิ้งฝั่งตรงกันข้ามทั้งสิ้น และครั้งนี้ก็คงเช่นกัน

ฝีเท้าที่กำลังก้าวออกจากประตูห้างสรรพสินค้าต้องชะงักเพราะความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นอีกแล้วในรอบวันที่ผ่านมานี้ ใบหน้าหันขวับตามสัญชาตญาณก่อนจะยิ้มแหยๆ ให้กับพนักงานเปิดประตูที่มองเธอด้วยสายตาแปลกๆ เพราะเธอจะเดินก็ไม่เดินแต่กลับยืนขวางลูกค้ารายอื่นที่กำลังทยอยกันเดินออกเพราะเป็นเวลาใกล้ห้างจะปิด น้ำตาลค้อมศีรษะให้กับทั้งลูกค้าที่มาใช้บริการของห้างและทั้งพี่ยามสุดหล่อที่เธอสร้างวีรกรรมเปิ่นๆ เข้าให้อีกแล้ว ก่อนจะรีบเดินจี๋ไปที่รถยนต์ที่จอดนิ่งสนิทตั้งแต่ช่วงสายจนถึงเกือบเวลาห้างปิดของวันนี้

“แกเป็นอะไรของแกไอ้น้ำตาล เพี้ยนไปแล้วหรือไง ถ้าแกไม่เพี้ยน.. งานนี้ก็ผีหลอกล่ะวะ บรื้อออออ..”

น้ำตาลหันซ้ายหันขวาเมื่อนึกถึงสิ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีใครหรืออะไรสักอย่างติดตามเธอตลอดทั้งช่วงวันที่ผ่านมา และไม่ใช่แค่วันนี้แต่มันเป็นหลายวันแล้วต่างหาก ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน จะไปที่ร้าน หรือจะออกเดินทางไปไหนมาไหน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ไอ้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ถ้าเป็นคนจริงก็น่าจะได้เห็นอะไรหรือใครที่ผิดสังเกตบ้าง แต่นี่..ไม่เลย และถ้าไม่ใช่คนมันจะเป็นอะไรไปได้ถ้าไม่ใช่.. ผี! คิดได้อย่างนั้นคนกลัวผีขึ้นสมองก็รีบบึ่งรถออกไปโดยเร็ว ตามองตรงไปข้างหน้าไม่กล้าแม้แต่จะชำเลืองมองกระจกด้านข้างหรือกระจกมองหลังเลยสักนิดเพราะกลัวเหลือเกินว่าจะได้เห็นอะไรๆ ที่ไม่พึงปรารถนานั้นผ่านเข้ามาในโลกทัศน์

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย นางฟ้าเมรี
8.9
จากที่เคยปฏิเสธการคลุมถุงชนอย่างหนักแน่น อาจารย์หนุ่มกลับต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อพบว่าสาวข้างบ้านจอมขี้เมาคือคนเดียวกับที่เขาเคยมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนและโหยหามาตลอด เพื่อเปลี่ยนสถานะจากคู่นอนลับๆ ไปสู่เจ้าของหัวใจ เขาจึงยอมปีนรั้วลอบเข้าหาเธอในยามวิกาลจนเกิดเรื่องชุลมุนเจ็บตัว แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนบ้ากามและโดนไล่ตะเพิดด้วยความโมโห แต่เขาก็ยังดื้อรั้นที่จะพิสูจน์ความจริงใจเพื่อให้ได้นอนเคียงข้างเธอในฐานะคนพิเศษที่มากกว่าแค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว
หน้าปกนวนิยาย ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
9.7
จางลี่หญิงสาวผู้เติบโตท่ามกลางความชิงชังของครอบครัวและถูกสามีทำร้ายจนสิ้นใจในอดีตชาติ ได้รับโอกาสหวนคืนมามีชีวิตใหม่อีกครั้งเพื่อชำระแค้นที่ฝังลึก นางสาบานว่าจะไม่ยอมให้คนเหล่านั้นอยู่อย่างสงบสุขและจะตอบแทนความเจ็บปวดให้อย่างสาสม ท่ามกลางการล้างแค้นที่ดุเดือดกลับมีบุรุษลึกลับคอยติดตามนางอย่างใกล้ชิด แม้จางลี่จะประกาศชัดว่าตนไม่ใช่คนดีเหมือนชาติก่อนและเตือนไม่ให้เขาคาดหวังในตัวนาง แต่บทสรุปของความสัมพันธ์และการทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้จะเป็นเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอแม่ทัพปีศาจ
9.3
ท่ามกลางบรรยากาศเร่าร้อนในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงครวญครางของหญิงสาวหลายคน สตรีหน้าใหม่ผู้ไร้เดียงสาจำต้องทนดูภาพแม่ทัพปีศาจร่วมอภิรมย์กับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา เสียงอันน่าหวาดหวั่นสร้างความสับสนจนนางทำตัวไม่ถูก ทว่าหากนางยังคงนิ่งเฉยและไม่แสดงฝีมือออกมาให้ประจักษ์ในตอนนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้จะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนอีกต่อไป เมื่อความกดดันบีบคั้นถึงที่สุด นางจึงต้องงัดทุกกลเม็ดที่มีเพื่อปรนเปรอเขาและรักษาตำแหน่งของตนเอาไว้ให้ได้
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยผู้แสนน่ารักกลับกลายเป็นคนเสเพลที่เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าเบื้องหลังความไร้แก่นสารนี้คือความลับของพ่อมดจากต่างมิติที่ต้องดิ้นรนในโลกแห่งลมปราณ ซึ่งมองว่าเวทมนตร์เป็นเพียงพลังสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวเหลวแหลกเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันวุ่นวาย พลิกผันชีวิตจากยอดจอมเวทสู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลังภายใน
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักดวงใจ องค์หญิงเหนียงซิน
8.2
เฟยเหนียงซินและเฟยหวางอี้ถูกเฟยซือไฉลักพาตัวมายังเมืองหลวนอิงด้วยความแค้นที่ฝังรากลึกจากปมครอบครัว เขาปักใจเชื่อว่าชินอ๋องเฟยเยี่ยคือต้นเหตุของความทุกข์ จึงตัดสินใจทำลายชีวิตทายาททั้งสองเพื่อระบายโทสะ หลังจากบังคับให้กินยาลบความจำ หวางอี้ถูกส่งตัวแยกไปที่อื่น ส่วนเหนียงซินในวัยเพียงสิบหนาวกลับต้องเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายกว่า เมื่อเธอถูกเปลี่ยนฐานะจากองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ให้กลายเป็นเพียงทาสบนเตียงภายใต้ชื่อเสี่ยวเมา ท่ามกลางกรงขังแห่งตัณหาและความแค้นที่รอวันสะสาง