ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง

ฤดูรักสีน้ำผึ่ง

แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา
ตอน
แชร์

ตอน 1

ฤดูรักสีน้ำผึ้ง 

ผู้เขียน  : วรนิษฐา

ติดต่องานนักเขียนได้ที่ E-Mail  :   Mindnui@gmail.com

แฟนเพจ  :   วรนิษฐา

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้

รวมทั้งการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าในรูปแบบหรือวิธีการใดๆ ในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

บทที่ 1 

เปรี๊ยง ปัง 

เปรี๊ยง ปัง ปัง

เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าดังระงม ท้องฟ้ามืดครึ้ม เต็มไปด้วยหมู่เมฆสีดำสนิท สลับกับสายฟ้าผ่าส่งเสียงอันน่ากลัวข่มขู่ทุกสรรพสิ่ง เม็ดฝนที่ซัดสาดค่อยๆ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อมีกระแสลมเข้ามาสมทบ เสียงลมหวีดหวิวราวกับเสียงมัจจุราชยิ่งอยู่บนตึกสูงเสียดฟ้าเช่นนี้ ความกลัวก็ยิ่งมีมากยิ่งขึ้น ฝนที่มาต้นฤดูช่างน่ากลัวกว่าที่คิด แต่เสียงที่หลบเร้นซ่อนอยู่ภายใต้เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า คือเสียงของการลั่นไกปืนที่ได้กระชากวิญญาณไปจากชายคนหนึ่งอย่างไม่มีวันกลับ!!! 

“เอาศพมันไปโยนทิ้งลงเหว รีบไป” ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำเอ่ยบอก 

“ครับพี่” สิ้นคำรับปาก ร่างกายที่ไร้ซึ่งวิญญาณก็ถูกจับโยนลงไปยังเหวลึกเบื้องล่าง ไร้หลักฐานใดๆ เพราะถูกกระแสฝนชำระไปจนหมดสิ้น ใบหน้าเหี้ยมโหดไร้ซึ่งความปราณีมองภาพการกำจัดขยะตามที่ได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนายด้วยเงินก้อนใหญ่ จากนั้นก็ต่างพากันแยกย้ายราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่พึ่งคร่าชีวิตคนคนหนึ่งไปแท้ๆ ก่อนจะรายงานเจ้าของเงิน ว่างานที่สั่งมานั้นสำเร็จ

“ดี...พวกมึงมาเอาเงินที่เหลือได้” ปลายสายเอ่ยรับ การกำจัดหอกข้างแคร่ให้พ้นทาง คืองานง่ายๆ เพียงแค่มีเงินกับลูกน้องที่คอยรับคำสั่งเท่านั้น แม้ว่าคนที่จะถูกกำจัดบางครั้งเป็นคนของรัฐก็ตามที อำนาจของเงินมักครอบงำและทำให้พ้นผิดได้เสมอ  

เปรี้ยง!! เปรี้ยง!!! 

แพรรุ้งนั่งขดตัวสลับสะดุ้งกับเสียงฟ้าผ่าอยู่ข้างเตียง เธอคือคนที่ไม่ชอบเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ไม่ชอบฤดูฝนเช่นนี้นัก แต่เธอคงห้ามฟ้า ห้ามฝนไม่ให้ตกไม่ได้ จึงพยายามอยู่กับสิ่งที่ตนไม่ชอบให้ได้ ร่างบอบบางในชุดนอนเสื้อแขนสั้นกางกางขายาวสีม่วงอ่อนนั่งกอดตัวเอง ขณะที่ลมฝนก็กำลังพัดโหมกระหน่ำอยู่ภายนอก เมื่อหลายปีก่อนฝนได้พรากทุกอย่างไปจากชีวิตเธออย่างไม่มีวันกลับ เพราะฝนทำให้เธอต้องสูญเสียบิดาและมารดาไปพร้อมๆ กัน นั่นจึงเป็นเหตุให้เธอไม่ชอบฤดูฝน 

“หยุด หยุดสักที พอได้แล้ว” มือเล็กๆ ยกขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างไว้เพื่อปิดกั้นเสียงที่ไม่อยากได้ยิน ก่อนที่หยาดน้ำตาของความคิดถึงและโหยหาต่อผู้ที่จากไปจะไหลรินอาบแก้ม ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี กี่ฤดูฝน ความรู้สึกไม่ชอบฝนกลับไม่เคยลดน้อยลงไปจากใจของหญิงสาวได้แม้เพียงนิด แต่กลับทำให้ฉากอุบัติเหตุของการสูญเสียครั้งนั้นยิ่งชัดเจนมากขึ้นด้วยซ้ำ 

“พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยหนูดีด้วย” น้ำเสียงสั่นพร่าเอ่ยคำวิงวอนขอความช่วยเหลือช่างฟังดูน่าสงสาร แม้ต่อหน้าใครๆ แพรรุ้งคือผู้หญิงที่เข็มแข็งคนหนึ่ง เธอเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน แต่น้อยคนนักที่จะเห็นเธออ่อนแอแบบนี้ ความเหงา ว้าเหว่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันในวันฝนตก 

แต่ยามใดที่เธออ่อนแอและต้องการที่พึ่ง หญิงสาวกลับเลือกที่จะอยู่ตามลำพังเพียงคนเดียวเท่านั้น อยู่กับตัวเองแล้วเก็บความอ่อนแอไว้ให้ลึกสุดเท่าที่จะทำได้ แต่บางครั้งความอ่อนแอที่ถูกซ่อนไว้ก็หวนกลับมาเล่นงานเธออย่างเช่นในตอนนี้ 

“หยุดนะ หยุดสักที” แพรรุ้งเอ่ยบอกฟ้าฝนให้หยุดคำรามส่งเสียงอันน่ากลัว แต่เหมือนคำร้องขอของเธอจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่นัก

ในขณะที่อีกคนไม่ค่อยจะชอบฤดูฝน แต่อีกคนกลับชื่นชอบความชุ่มฉ่ำของฤดูนี้ กลิ่นดินหอมๆ มักจะโชยตามลมหลังฝนหยุดตก ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนภายใต้ชุดสูททันสมัยที่ตัดมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ กำลังยืนเท้าสะเอวตรงระเบียงห้องทำงานที่ด้านหน้าคือบรรดาต้นไม้น้อยใหญ่ พร้อมกับสูดอากาศสดชื่นหลังฝนโปรยปรายเข้าปอดลึกๆ สองสามครั้ง ใบหน้าบึ้งตึงที่มักจะเคร่งเครียดด้วยเรื่องงานดูผ่อนคลายลงไปมาก 

ชีวิตเขาต้องพบเจอกับเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก็หลายต่อหลายหน จากครอบครัวที่อบอุ่นต้องกลับกลายมาเป็นบ้านแตกสาแหรกขาด จากคนที่มีบิดา มารดาครบถ้วน เขากับน้องสาวกลับกลายเป็นเด็กกำพร้าในชั่วข้ามคืน คนที่ชายหนุ่มสงสารจับใจมากที่สุดคือ   พลอยณภัส น้องสาวที่ตอนนั้นยังเด็กมาก

แต่โชคชะตาก็หยิบยื่นโอกาสให้บุสสธิติ์ได้ก้าวเดิน เขาฝ่าฟันทุกอย่าง เก็บซ่อนความแค้นไว้ภายใต้รอยยิ้มและใบหน้าอันหล่อเหลาราวเทพบุตรเพื่อรอวันเอาคืนผู้ที่บังอาจพรากสิ่งที่เขารักไป บุสสธิติ์ค่อยๆ ทวงคืนทุกอย่างที่เคยเป็นของครอบครัว พร้อมกับการค่อยๆ ล้างแค้นคนกลุ่มหนึ่งให้สาสมภายใต้เงาของมัจจุราช

“รออีกหน่อยนะครับพ่อ แม่ อีกไม่นาน ผมจะแก้แค้นคนพวกนั้นให้หมด” บุสสธิติ์เอ่ยคำมั่นสัญญากับดวงวิญญาณของบุพการีทั้งสองที่จากไป รอยยิ้มเหยียดตรงมุมปากของชายหนุ่มตอนนี้ช่างดูน่าขนลุก แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตที่น้อยคนจะได้เห็น 

แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มหยุดคิดเรื่องอื่น ก่อนจะเดินมาหยิบ ปรับสีหน้าน้ำเสียงให้กลับมาเป็นบุสสธิติ์คนเดิมที่ทุกคนรู้จัก แล้วเอ่ยทักทายปลายสายอย่างสนิทสนม

“ว่าไงเอ”

“พรุ่งนี้ว่างไหมครับ คุณนักธุรกิจใหญ่” สิงหาหรือเอ เอ่ยถามเสียงทุ้ม น้ำเสียงดูจะแฝงไว้ด้วยความขี้เล่น เขาคือเพื่อนสนิทที่คบหากับบุสสธิติ์มาตั้งแต่สมัยมัธยม แม้จะมีระยะเวลาหนึ่งที่ครอบครัวของบุสสธิติ์ประสบกับปัญหาร้ายแรงจนพวกเขาขาดการติดต่อกัน แต่เมื่อสองปีก่อนบุสสธิติ์กลับมาและติดต่อเขา ทำให้สิงหากระโดดโลดเต้นดีใจเป็นเด็กๆ เพราะไม่คิดว่าจะได้พบกับเพื่อนคนนี้อีก 

“เดี๋ยวข้าโอนสายให้เลขา เอ็งจะได้เช็คตารางงานข้าได้สะดวก” แทนที่จะตอบไปว่าว่างหรือไม่ว่าง บุสสธิติ์กลับย้อนกลับซึ่งสิงหาก็เออออ 

“ดีเลย ข้ากำลังอยากจะคุยกับเลขาคนสวยของเอ็งพอดี”

“ตลกแล้วเอ็ง สรุปมีอะไร” น้ำเสียงห้วนๆ ที่เอ่ยถามทำให้สิงหายิ้ม เพื่อนสนิทเขาคนนี้จะว่าไปก็เหมือนคนสองบุคลิก เวลาอยู่ต่อหน้าผองเพื่อนหรือคนที่สนิทสนมซึ่งมีน้อยคนนักจะร่าเริง ร้อยเต็มร้อย ฟอร์มไม่มี แต่เวลาอยู่ต่อหน้าลูกค้าหรือคนที่ไม่สนิทด้วยแล้ว มาดกลับนิ่งเปลี่ยนไปเป็นอีกคน นั่นก็เพราะทุกคนย่อมมีเบื้องหน้าและเบื้องหลังเสมอ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เสน่หาสัญญารัก
9.7
เมื่อภาระหนี้สินอันหนักอึ้งกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หญิงสาวผู้ไร้ทางออกจึงต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอสุดอื้อฉาวจากเจ้าหนี้ผู้ทรงอิทธิพล เงื่อนไขเดียวที่จะล้างมลทินทางการเงินของเธอได้นั้นไม่ใช่แก้วแหวนเงินทอง แต่เป็นการยอมจำนนด้วยร่างกายและศักดิ์ศรีภายใต้คำสั่งอันเผด็จการของเขา ท่ามกลางบรรยากาศของโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและการชิงดีชิงเด่น ข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยความแค้นและราคะจะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้สุดที่ร้าย
9.1
เมื่อน้องข้าวสาวน้อยวัยสิบแปดปีปฏิเสธที่จะเลิกนั่งตักคุณอาสุดที่รัก แม้เขาจะพยายามปรามว่าโตเกินกว่าจะทำเช่นนี้และเกรงว่าจะดูไม่เหมาะสม แต่เธอก็ยังดื้อรั้นแถมยังพาลใส่ลิลลี่นางแบบสาวคนสนิทของเขาด้วยความหึงหวง เมื่อถูกดุด่าว่านิสัยไม่ดีจนต้องบีบน้ำตา เธอจึงขู่ว่าจะหนีไปนั่งตักชายอื่นแทน ทำเอาคุณอาที่เคยเข้มงวดถึงกับฟิวส์ขาดและเค้นถามด้วยความหวงก้างทันทีว่าผู้ชายคนนั้นคือใครกันแน่ บททดสอบความสัมพันธ์กึ่งหลานกึ่งคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย แอบมีความสุข : เธอคือสิ่งที่ไร้สาระในโลกนี้
9.3
เมื่อความลับของคุณนายลู่แห่งเจียงเฉิงถูกเปิดเผย ข่าวดังกล่าวก็สั่นสะเทือนไปทั่วเมือง หลังจากเธอต้องโทษจำคุกในคดีพยายามฆ่าหญิงสาวที่เป็นรักแรกของสามี ลู่หมิงเฉินเฝ้ารอเธออย่างยาวนาน ทว่าเขากลับได้รับเพียงร่างที่ไร้วิญญาณและทารกน้อยหนึ่งคนเป็นสิ่งตอบแทน หกปีผ่านไป ซูเสียนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมลูกสาวตัวน้อยที่แสนฉลาด เธอไม่ได้กลับมาในฐานะภรรยาคนเดิมอีกต่อไป เมื่อเผชิญหน้ากับอดีตสามี เธอจึงยิ้มและประกาศอย่างชัดเจนว่าตนเองแต่งงานใหม่แล้ว พร้อมขอให้เขาให้เกียรติเธอในฐานะคนแปลกหน้า