
ปรารถนารักแห่งดวงใจ
ตอน 2
“กิ่งไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ” คนเป็นน้องสาวบอกปัดให้พ้นตัวอย่างให้รู้ว่าตนก็ไม่สนใจเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ก่อนจะเบนความสนใจอีกฝ่ายด้วยการเปลี่ยนเรื่องคุยเสียใหม่ “แล้ววันนี้พี่ก้องมาคนเดียวหรือคะ ตั้งแต่เข้ามาในบ้าน กิ่งยังไม่เห็นพี่แพรวเลย”
“อืม พี่แพรวติดนัดลูกค้าสำคัญเลยมาด้วยกันไม่ได้ แต่พี่ก็ตั้งใจไว้ว่าสัปดาห์หน้าจะพาพี่สะใภ้ของกิ่งมาเยี่ยมคุณพ่อด้วยกันใหม่” ศิวัฒน์เอ่ยถึงภรรยาที่ทำธุรกิจร่วมกับครอบครัวเดิมของหล่อน
“แล้วงานของกิ่งเป็นยังไงบ้างล่ะ”
“ก็เรื่อยๆ ค่ะ” คนตอบเบือนหน้าไปทางหน้าต่างที่เปิดกว้าง พลางทอดมองต้นบอนใบสีสวยแปลกตาในกระถางซึ่งวางเรียงชิดกำแพงรั้วเป็นแนวยาว หากหญิงสาวก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะชื่นชมภาพความงามนั้นเลย
“พี่อ่านข่าว รู้สึกว่าช่วงนี้กระแสบริษัทที่กิ่งทำงานอยู่ไม่ค่อยดี” หมอหนุ่มพูดพร้อมยื่นมือไปรับน้ำมะตูมที่บรรจุในแก้วใสที่เด็กรับใช้นำมาเสิร์ฟให้ ก่อนจะบุ้ยใบ้ไปทางน้องสาว
สไลลารับเครื่องดื่มเย็นเฉียบสีแดงก่ำที่ถูกส่งให้ถึงมือ หล่อนหรี่ตามองแล้วรู้จากเด็กรับใช้ว่าเป็นน้ำกระเจี๊ยบ เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีประโยชน์กับร่างกาย อีกทั้งเป็นยาไปในตัว ซึ่ง ‘น้าปราง’ ผู้เป็นมารดาเลี้ยงมักเตรียมไว้รับรองแขก
“คงไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เจ้านายคงแก้ปัญหาของเขาได้” หญิงสาวตอบอย่างไม่ยี่หระ “กิ่งเป็นแค่พนักงานระดับล่าง บริษัทมีตั้งหลายแผนก เดี๋ยวเขาก็จับไปลงตรงไหนสักที่ จากเซลล์ไปทำตำแหน่งธุรการก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรเลย”
“กิ่งมีความสามารถด้านภาษา พี่คิดว่าน่าจะหางานที่ดีกว่านี้ทำได้” ศิวัฒน์เปรย เป็นผลให้อีกคนคอแข็ง ด้วยรู้ดีว่างานที่ตนทำอยู่ดูจะไม่สมเกียรตินายแพทย์อรรถผู้เป็นบิดากับศัลยแพทย์มือหนึ่งอย่างพี่ชายสักเท่าไร
“หางานในเมืองไทย ยังไงก็แพ้คนจบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อ” นี่เป็นเหตุผลที่สไลลาให้ไปเสมอหากมีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้ และเธอก็แสร้งเป็นไม่สนใจด้วยว่าคนเป็นพี่ชายนั้นไม่เคยเห็นด้วยสักครั้ง
‘เรียนจบจากมหาวิทยาลัยดัง เกรดดีๆ เป็นแค่ใบเบิกทางให้เราได้รับโอกาสทำงาน ในส่วนนี้กิ่งไม่ต้องกังวล พี่จะหาคนฝากฝังให้ เราไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร ขอแค่ว่าเข้าไปทำแล้วก็พิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นว่าเรามีความสามารถพอที่จะอยู่ตรงนั้นได้’ ศิวัฒน์เคยค้านด้วยถ้อยคำนี้เมื่อสองปีก่อน หากพอถูกน้องสาวปฏิเสธความหวังดี ชายหนุ่มก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย
“แล้วจะย้ายที่อยู่เมื่อไร จัดการที่ใหม่เรียบร้อยหรือยัง มีใครช่วยบ้างหรือเปล่า” พี่ชายที่แสนดีลอบถอนหายใจอย่างหนักอกกับความดื้อดึง แล้วเปลี่ยนไปถามถึงเรื่องที่จะไม่ทำลายช่วงเวลาดีๆ ของสองพี่น้องให้เสียไป
“วางแผนจะย้ายเข้าไปอยู่กลางเดือนหน้า กิ่งมีเพื่อนที่มาช่วยจัดการให้แล้ว พี่ก้องไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”
“ความจริงพี่อยากให้ขายคอนโดนั่นเสีย แล้วหาซื้อที่ใหม่แทน มันคงหาไม่ยากนักหรอก เพราะตอนนี้คอนโดขึ้นเยอะยังกับดอกเห็ด เลือกโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ โดยซื้อต่อจากพวกนักลงทุนนักเก็งกำไร พี่เห็นว่าพอมีห้องดีๆ จากโครงการน่าสนใจที่ประกาศขายโดยบวกกำไรกันไม่มาก”
“แหม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตอนหาซื้อของใหม่หรอก แต่อยู่ตอนจะขายห้องเดิมนี่สิ มันไม่ใช่เรื่องง่าย” สไลลาหัวเราะกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง หากคิดต่อในใจว่าต่อให้ซื้อง่ายขายคล่องสักแค่ไหน หล่อนก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจหาที่ใหม่มาแทนอย่างแน่นอน แต่ก็ดูว่าคนรอบตัวนั้นช่างเป็นห่วงกันเหลือเกิน
“หรือว่าจะให้พี่แพรวซื้อต่อ อาจจะให้เช่า หรือเก็บไว้เป็นทรัพย์สินก็แล้วแต่เขา”
“ไม่เอาหรอกค่ะ รบกวนพี่แพรวเปล่าๆ เชื่อสิ ว่ากิ่งอยู่ที่นั่นได้ ไม่มีปัญหา” หญิงสาวยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพื่อจะขอทำตามที่ตัวเองได้ตัดสินใจ “แล้วอีกอย่าง กว่าคนเราจะหาบ้านสักหลังหรือคอนโดสักห้องที่จะให้สอดคล้องกับความต้องการได้ทั้งหมด ทั้งเรื่องทำเล ราคาและช่วงเวลาที่จะเข้าอยู่นั้น มันไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ นะคะ พี่ก้องเองน่าจะรู้”
เมื่อสไลลาให้เหตุผลที่น่าเชื่อถือถึงเพียงนี้ คนฟังจึงได้แต่พยักหน้าคล้อยตาม และเป็นอีกครั้งที่เขาหมดทางคัดค้านน้องสาวผู้แสนจะดื้อดึง ศิวัฒน์ยิ้มบางๆ คอยฟังน้องน้อยเล่าถึงแผนการต่างๆ อย่างไม่คิดจะขัดกันอีก บางที...บางทีคงถึงเวลาที่ต้องเชื่อแล้วว่าคนตรงหน้าสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีใครยื่นมือเข้าไปพยุงเหมือนที่ผ่านมา
คุณอาจจะชอบ





